คาริส กับ เมกาโน่ เดินทางกลับมาถึงนครอิเดเรียอีกครั้ง และกลับไปบ้าน แต่สิ่งที่น่าตะลึงสำหรับคาริสก็คือ ริสะ กับเชียร่า ย้ายมาอยู่กับพ่อของเขาซาฟา และกิจการร้านขายกับข้าวก็กำลังเป็ไปได้สวย
ร้านของพ่อคาริสใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า และมีคนมากินอาหารกันอย่างคับคั่ง เพราะมีการเสิร์ฟนมวัวอุ่นๆ จำนวนจำกัดให้กินกันสดๆ จนเป็ที่เลื่องลือ
" ค...คาริส / คาริสในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว " ริสะ กับ เชียร่าพูดขึ้นพร้อมกันพร้อมโผเข้ากอดคาริส ทันทีที่เห็นเขาเดินมาที่ร้านพร้อมกับเมกาโน่
" ถ้าอย่างงั้นวันนี้ ผมขอเลี้ยงอาหารทุกคนในฐานะที่ลูกชายเพิ่งกลับบ้าน ค่าอาหารทุกอย่างฟรีจนกว่าของจะหมด " ซาฟากล่าว เพราะหลังจากคาริสเดินทางจากบ้านไปก็เป็เวลาหลายเดือนแล้ว ที่เขาไม่ได้กลับมา
ทุกคนในร้าน เฮ ลั่น แล้วต่างคนต่างสั่งอาหารแพงๆมากิน เพราะซาฟา บอกว่าฟรีจนกว่าของจะหมด
คาริสไม่รอช้าก้มลงกราบเท้าพ่อ และบอกพ่อว่า มีงานด่วนต้องเข้าเฝ้า องค์าาเวน่อมให้ได้ เพื่อขอกำลังไปช่วยอธีเซีย
ซาฟาอ้ำอึ้งไปสักพักเขาไม่อยากให้คาริส กลับไปในวัง เพราะอาจรู้ชาติกำเนิดของตัวเอง จึงกล่าวว่า
" ถ้าเื่ด้านการทหารละก็ เข้าเฝ้าองค์หญิง มีน่า เถอะ " ซาฟากล่าว ( องค์หญิงมีน่าคือ พี่สาวต่างมารดาของคาริส )
แต่การที่คาริสจะสามารถเข้าเฝ้าองค์หยิงมีน่าได้ เขาต้องมีค่าชื่อเสียงถึง 3000 พ้อยด์จึงจะสามารถเข้าเฝ้าได้
คาริสหันไปหาเมกาโน่ แล้วถามความคิดดีๆจากมัน
" เมกาโน่ เ้ามีความเห็นอย่างไรบ้าง " คาริสถาม
" เ้าคงต้องไปท้าประลองตามสำนักต่างๆ ข้าขอแนะนำสำนัก ดาบเทพวารี โคดงฮา " เมกาโน่กล่าวแต่สิ่งที่ คาริส ยังไม่รู้คือเ้าสำนักเทพวารี ฉายามัจฉาดุคนนี้ เป็ผู้หญิง คาริสจึงวิ่งตรงไปหยั่ง สำนักเทพวารี โคดงฮาทันที แล้วะโ
" ออกมาสู้กับข้าซะ ไอ้เต่าหดหัว ไอ้เต่ามัจฉาดุ "
นาราฮี ที่เป็เ้าสำนักได้ยินถึงกับโกรธจัด คว้าดาบจะไปสั่งสอน แต่ถูกคนสนิทห้ามไว้
" ท่านไปสู้กับโรนิน ไร้ชื่อเสียง ถึงชนะก็ไม่ได้ชื่อเสียงอะไรขึ้นมา " คนสนิท นาราฮี กล่าว นาราฮี จึงอดใจเอาไว้ ปล่อยให้ คาริสะโโหวกเหวกจนถึงเที่ยง จึงสั่งให้ลูกศิษย์ในสำนักกว่า 100 คนไปไล่
ลูกสิษย์สำนักเทพวารี กว่า ร้อยคนออกมาและพยายามไล่คาริส แต่คาริสทำหน้าล้อเลียน จนพวกมันโกรธ จึงเกิดการปะทะกัน
มันเป็การต่อสู้ 1VS 100
คาริสสู้ไปถอยไปหยั่งเนินที่มีทางเดินขึ้นแคบๆ และต่อสู้กับพวกมันทีละคน
ดาบปะทะคาตานะ คนแล้วคนเล่า
คาริสด้วยประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน ประกอบกับเคยถูกซ้อมหนักทำให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาสามเท่า ทำให้เขาสู้กับ พวกลูกสิษย์สำนักเทพวารี กว่าร้อย โดยไม่เหนื่อยเลย
3 ชั่วโมงต่อมา...ลูกศิษย์สำนักเทพวารี ไม่มีคนไหนไม่ได้รับาเ็ ทุกคนต่างได้รับไปคนละแผลสองแผล บางคนถึงขั้นโดนไป 10 กว่าแผลก็มี ทำให้ต้องถอยลงไป แล้วล้อมเนินไว้
" แกจะอยู่บนนั้นจนตายก็ตามใจ " ลูกศิษย์สำนักเทพวารีกล่าว แล้วผลัดเวรยามกันมาเฝ้า ก่อนแยกย้ายกันไปกินข้าวแล้วเหลือกำลังไว้ประมาณ 50 คน
จนเวลาผ่านไป กว่า 5 ชั่วโมง นาราฮี เ้าสำนักจึงเดินออกมา ดูเหตุการณ์
นาราฮี เห็นลูกศิษย์ตัวเองได้รับาเ็ มากบ้างน้อยบ้าง จึงรู้สึกโกรธ เธอคว้าดาบคาตานะ ได้ แล้ววิ่งขึ้นไป บนเนินทันที
และที่นั่น มีบุรุษหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาอย่างที่ นาราฮี ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แม้เธอจะอายุ 24 แล้วแต่ยังไม่เคยเห็นชายที่มีร่างกายสมส่วนแบบนี้มาก่อน ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ นาราฮี ตกหลุมรักคาริสั้แ่แรกเห็น
คาริส เมื่อเห็นศัตรูคนใหม่ปรากฏ หน้าตาอรชรอ้อนแอ้น ที่ควรมีก็มี ที่ควรคอดก็คอด ทำให้เขาเบิกตาด้วยความใ ว่าในโลกนี้ยังมีผู้หยิงสวยขนาดนี้เชียวรึ นางช่างงามดั่งภาพวาด แต่คาริส รู้ตนเองดีว่า เส้นทางรักสายนี้ไม่มีวันเป็ไปได้ เขามีภรรยาถึง 10 คนแล้ว จะให้มีผู้เสียหายมากไปกว่านี้อีกไม่ได้
" เราชื่อ นาราฮี เป็เ้าสำนักเทพวารี โคดงฮา ฉายามัจฉาดุ ขอทราบนามท่านจอมยุทธ " นาราฮีกล่าว
" ข้าชื่อ คาริส เรียกคาริส เฉยๆก็ได้ " คาริสกล่าว
นาราฮี ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วกล่าวว่า
" ผู้แพ้จะต้องยอมทำตามผู้ชนะอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าเงื่อนไขนั้นจะต่ำช้าเพียงใดก็ตาม "
" ย่อมได้ " คาริสกล่าว
และแล้ว 1 หญิง 1ชาย ก็ได้ประลองฝีมือกัน
การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือดจนถึงเช้า
คาริสค่อยๆอ่อนแรงลง แม้เขาจะ Level up จาก Level upper แล้วก็ตาม
คาริสต่อสู้จนเขาสะดุดหินล้ม เป็โอกาสให้นาราฮี ใช้ดาบคาตานะ ปัดดาบของเขาได้ แล้วเอาดาบมาจ่อคอหอย คาริส
"ข้าแพ้แล้ว แม่นาง เ้าอยากให้ข้าทำอะไรล่ะ " คาริสกล่าว
" ต..แต่งงานกับข้า " นาราฮี กล่าวด้วยความอายจนหน้าแดง
" ถ้าข้าแต่งงานกับเ้า เ้าจะเป็ผู้เสียหายรายที่ 11 นะ " คาริสกล่าวเตือน
" ข้าไม่สน สิ่งที่ข้า้าจะได้ย่อมต้องได้ " นาราฮี กล่าว
และแล้ว คาริสกับนาราฮี จึงต้องแต่งงานกันในเช้าวันนั้น...แม้คาริสจะไม่ยินยอมก็ตาม
ในขณะที่เข้าหอ คาริสก็ได้ยินเสียงผู้หยิง ดังขึ้นมาอีก
...เ้าคงไม่ถนัดเื่อย่างว่า เดี๋ยวข้าช่วยเอง...
นั่นคือเสียงสุดท้ายก่อนที่คาริสจะสิ้นสติไป
ในความทรงจำที่พร่าเลือน คาริสเหมือนลุยอยู่ในเมฆหมอกแห่งความสุข เขาเห็นแดนสุขาวดี ก่อนจะปลดปล่อยอารมณ์ ออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าราวม้าพยศ เสียง อ๊า.. โอ๊ย.. ดังมาเป็ระยะ จนในที่สุดเขาก็สะดุ้งตื่น
เฮือก!!! คาริสตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึก ในเรือนหอที่ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ข้างๆมีนาราฮี นอนหอบหายใจอยู่ ดูเหมือนนางจะมีความสุขมาก
" เป็อะไรไปเหรอคะ ที่รัก ฝันร้ายเหรอคะ? " นาราฮี กล่าว
" นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย แบบนี้ ก็รังแต่จะมีผู้รับเคราะห์มากขึ้น " คาริส สบถออกมา แล้วลุกไปใส่กางเกง เดินออกมารับลมที่ หน้าสำนักเทพวารี โดยไม่บอก นาราฮี ว่าเขาจะไปไหน
และตอนนั้นเอง...
" นึกว่าใครที่แท้ก็นักโทษ แหกคุก " เสียงอันคุ้นเคยดังเข้ามาในโลตประสาทของ คาริส เขาจึงหันไป มันคือ ดยุคเทียมร์ ที่เดินมากับ โรส เลขาของเขา
"จับกุมมัน ไปรับโทษ " ดยุคเทียมร์สั่งทหารที่ตามมาด้วยในทันที แต่ตอนนั้นเองเหมือนพระเ้าช่วย เสียงอันคุ้นเคยอีกเสียงก็ดังมาจากข้างหลังคาริส
" เ้าหนีมาอยู่นี่เอง ข้าตามหาซะแทบแย่ "
คาริสรีบหันหน้ากลับไปมอง และแล้ว คาริสก็ต้องใราวกับลงนรก เพราะเสียงอันคุ้นเคยนั้น คือ องคืหญิง แก้วเกสร
" ท่านฑูต รู้จักกับคนงานอันต่ำต้อยเช่นนี้ ด้วยเหรอ " ดยุคเทียมร์กล่าว
" เขา เก่งเื่บนเตียงมากเลยนะ " เมดคนที่ตามหลังองค์หญิงแก้วเกสรกล่าว
" ถ้างั้นเราจะมอบมันให้ท่าน ขอให้มีความสุข " ดยุคเทียมร์กล่าว แล้วสั่งทหารถอยไป
และแล้ว เมดนักสู้ 3 คนก็มาจับคาริส และเนื่องจากคาริสเสียพลังไปในการต่อสู้ข้ามวันข้ามคืนมา2วัน ทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน เขาถึง ถูกองค์หยิงแก้วเกสร จับตัวไปหยั่งที่พัก
ในที่สุด คาริส ก็เริ่มโดนเครื่องทรมานชนิดใหม่ ที่องค์หญิงแก้วเกสรประดิษฐ์ขึ้น เพื่อความบันเทิง เป็คนแรก
และในคืนนั้น คาริส ก็ต้องจำใจมีอะไรกับองค์หญิงแก้วเกสร กับเมดอีก 3คน เพื่อเอาชีวิตรอด...
************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป