Amara จากคนสู่ราชัน

    Amara Nameless : 87

    "ไม่คิดเลยว่าผู้เล่นทั้ง 3 กิลจะมาที่นี้" โดนเฉพาะกิลฟอร์นเทีย พวกเขามาที่นี้ได้ไง? แถมมาทั้งหมดทั้งคณะด้วย แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่น่าตกใจ การเดินทางอย่างน้อยต้องใช้เวลา เมื่อเห็นผู้เล่นคนหนึ่งถือคัมภีร์บางอย่างก็เข้าใจ

    "ใบวาร์ปไปอีกเมืองสินะ" เมื่อนึกขึ้นได้ เหมือนความโง่จะปรากฏ เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะเสียเวลาเป็นวันเพื่อเดินทาง กลับกันคนพวกนี้แค่ซื้อนิดหน่อยและมาที่นี้ได้เลย เป็นอะไรที่แย่มาก สำหรับความขี้เกียจหาข้อมูลบางส่วนของเขา

    "เออ! ลืมเลย" หากทบลงโทษคือห้ามใช้ไอเทมที่ไม่ผูกมัดของตัวเอง ทำไมเขาไม่ซื้อมาละ เมื่อนึกถึงเช่นนี้ก็กดหน้ากากเสมือนที่คาดผมทำให้ใบหน้าของเขาถูกคลุมไปด้วยสีดำอัญมณีสีแดง เป็นใบหน้าเสมือนมังกรนิดๆ ทำให้ตัวเขาในตอนนี้ลึกลับและน่ากลัวมาก

    ด้วยระยะทางจากเมืองเรดัน และดันเจี้ยนพิเศษไกลเล็กน้อย ทำให้เขาไม่มีเวลาอีกแล้ว เพราะตอนนี้เขาและทุกคนได้มาหน้าหอคอยสูงเสียดฟ้าสีดำทมิฬน่ากลัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แววตาชายหนุ่มพลันว่องไว มือที่เต็มไปด้วยความแข็งของถุงมือมังกรกระชากชายนักเวทย์คนหนึ่งเข้ามาหา

    "นายพอจะมีผ้าคลุมสีดำให้ฉันได้ไหม?" เขาถามอย่างสงสัย แต่เสียงนั้นบ่งบอกเลยว่าหากปฏเิสธเลเวลของเขาได้ลดลงพริบตาแน่นอน ชายจอมเวทย์พยักหน้าต่อเนื่องและยื่นผ้าคลุมสีดำไม่มีลายอะไรออกมาเป็นโดดเด่น นิรนามแสระยิ้มภายใต้หน้ากาก

    "หากเจอกันในดันเจี้ยน ถ้าต้องการความช่วยเหลือสามารถบอกฉันได้" ชายเวทย์มนต์พยักหน้างั้นๆ และวิ่งออกไปราวกับว่าคำพูดของนิรนามไม่ได้สลักใจอะไรเขาเลยนอกจากความกลัว ด้วยใบหน้าเสมือนมังกรซึ่งเป็นหน้ากากทำให้เสียงของเขาน่ากลัวอย่างมาก

    ด้วยหน้ากากทำให้ไม่มีใครเห็นชื่อเขา แต่ชุดของเขาค่อนข้างจะโดดเด่นและแน่นอนกิลฟอร์นเทียรับรู้แน่นอน เมื่อรนึกถึงเช่นนั้นผ้าคลุมสีดำก็สวมใส่ที่ตัวเขา เหมือนกับมีแรงดึงดูด ผ้าคลุมนั้นคลุมทุกสัดส่วนจนเป็นร่างใหญ่ยักษ์เหมือนคนมีกล้าม

    "หึๆๆ! ทีนี้ก็สมบูรณ์แบบ" นิรนามหัวเราะกล่าวกับตนเอง ก่อนจะตวัดสายตาไปมามองผู้เล่นนับแสนี่กำลังพูดคุย สนทนา ค้าขายของ หรือกระทั่งขอเข้ากิล เข้าตี้ ทำให้เป็นภาพแห่งความรื่นเริงมาก นิรนามมองผู้เล่นซะส่วนใหญ่ เพราะดันเจี้ยนเขาต้องเข้ากลุ่มอีก 4 คนทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะอึดอัด

    เขาค่อนข้างไม่ชอบการเล่นเป็นทีม เพราะมันเป็นอะไรที่...ยากจะอธิบายอะนะ นั้นคือความคิดของเขา ชายหนุ่มมองไปเรื่อยๆ จนพบกับผู้เล่น 2 คนที่โดดเด่นจนผู้เล่นทั้งหมดให้ความสนใจ แน่นอนพวกเขาทั้งสองเดินมาหานิรนามและยกยิ้มยินดี

    [ผู้เล่น : นักพรตแห่งวิหารเพลิงผลาญวิญญาณ]

    [ผู้เล่น : ผู็ท้าชิงตำแหน่งโลกา]

    "ไม่คิดเลยว่าเราจะมาเจอนายที่นี้" เหมือนกับมีตาทิพย์ ทั้งสองสามารถรับรู้ตัวตนของนิรนามได้สบาย ชายหนุ่มเห็นก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มให้กับทั้งสองฝ่ายแม้หน้ากากจะปกปิดอยู่ก็ตาม ในเวลานั้นเองก็มีสาวชาวจีนเดินเข้ามาหาพร้อมเวทย์หนุ่ม

    [ผู้เล่น : หลินซินถง]

    [ผู้เล่น : จอมเวทย์อาถรรพ์]

    "ขอสวัสดีกับนายด้วยที่มาในวันนี้" หลินซินถงหรือก็คือหัวหน้ากิลฟอร์นเทียกล่าวเสียงยินดี ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนชื่อใหม่ พร้อมกับไอเทมแคชที่หาไม่ได้ในโลกเต็มตัวไปหมด รูปร่างน่าลิ้มลอง บวกกับของแคชทำให้เธอดูเป็นเศรษฐีในพริบตา ชุดสีขาว ผ้าคลุมขาวขอบทอง และด้านหลังมีเครื่องประดับบางอย่าง ถ้าเดาจากรูปร่างมันคงเป็นปีกที่เก็บได้แน่นอน

    "พวกคุณเป็นใคร ผมไม่รู้จัก" นิรนามเดินผ่านทั้ง 4 ไปแน่นอนจอมเวทย์อาถรรพ์ด้วยมีหรือที่เขาจะยอมกับชายที่ฆ่าเขามาแล้วหลายรอบจนเลเวลของเขาลดลงจนน่ากลัว ฝ่ามือปรากฏแสงสีดำพุ่งใส่นิรนามอย่างรวดเร็ว

    'วิชาดาบมาคัส'

    ลำแสงสีขาวพุ่งมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดาบผุพังของนิรนามที่ตวัดใส่ลำแสงดังกล่าว

    'การโต้กลับของพระเจ้า' (เป็นสกิลของมาคัส ที่ได้หลังจากฆ่าแอสโมเดียส)

    บึม!

    [ท่านสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 400,000 หน่วย]

    [ผลของเอฟเฟค <ต่างหูของคาร่า> ทำงาน]

    [ท่านได้รับความเสียหาย 400,000 หน่วย]

    [ท่านได้รับพลังชีวิต 400,000 หน่วย]

    ลำแสงสีขาวกระแทกร่างอาถรรพ์อย่างแรง แต่มันกลับสะท้อนกลับมาอย่างน่ากลัว ทำให้นิรนามได้รับความเสียหายราวจะตายในทีเดียว แน่นอนด้วยการโจมตีที่เพิ่มพลังให้ตนเอง ทำให้ระบบเกมหักล้างจนหมดสิ้น นี้ไม่ต่างจากสกิลทักษะทั้งสองใช้แบบเปล่าประโยชน์

    "เป็นต่างหูที่น่ากลัวมาก แต่หากวัดกันจริงๆ แกคงไม่ได้ครึ่งฉันด้วยซ้ำ" นิรนามกระชับดาบผุพังในมือ พร้อมกับดาบราชาสีชาดมือซ้าย กลิ่นอายของทั้งสองอาวุธน่ากลัวมาก เวลานี้นิรนามมีสิ่งเดียวคือฆ่าอีกฝ่ายให้ได้

    "งั้นแกก็ตายซะ!! ลำแสงอาถรรพ์กระหน่ำ"

    บึมๆๆ!

    ลำแสงนับพันออกมาจำนวนมาก พุ่งเข้าหานิรนามอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มแสระยิ้มเย็นพร้อมกับท่าเท้าที่ลึกลับ ความสามารถที่สามารถหลบการโจมตี 90% ของเขา บวกกับโชคหรือะอไรบางอย่างทำให้ลำแสงกว่าพันไม่โดนเขาสักนัด นับว่าเป็นอะไรที่น่าตกตะลึงอย่างมาก อย่างน้อยก็น่าจะโดดสัก 50 ไม่ก็ 100 แต่นี้ไม่โดนเลย ชั่งน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!

    "ดูหน่อยซิว่าต่างหูแกจะไหวไหม" เกราะสายฟ้า และปีกสายฟ้าปรากฏออกมา พร้อมกับคลืนไร้การมองเห็นหมายจะกระแทกร่างอาถรรพ์ มันคือ <สะบั้นที่ 9> ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนิรนาม

    "ม่านพลังพระเจ้า"ล

    บึม!

    [ท่านสร้างความเสียหายแก่เป้าหมาย 0 หน่วย]

    พลังโจมตีกว่า 2 แสนถูกหลินซินถงป้องกันได้อย่างง่ายดาย นิรนามยกยิ้มและเก็บตนเองลงไป ก่อนจะวาร์ปหนีด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เป็นเวลาเดียวกันที่กิลราชาแห่งราชันมองกิลฟอร์นเทียราวจะฆ่ากันด้วยสายตา ไม่ต่างจาก 2 ผู้พิทักษ์อย่าง <นักพรตแห่งวิหารเพลิงผลาญวิญญาณ> และ <ผู้ท้าชิงตำแหน่งโลกา>

    หญิงสาวชาวจีนกัดปาก นึกถึงจอมเวทย์อาถรรพ์เจอกับนิรนาม ก็พบว่ายิ่งจอมเวทย์ชายเจอเมื่อไหร่ก็มักเกิดเรื่อง ทำให้เธอหันมามองจอมเวทย์อาถรรพ์ด้วยแววตาเย็นชา กล่าวเสียงเรียบ

    "หากเกิดแบบนี้อีกครั้ง สัญญาณพันธะเลือดฉันจะแสดงฤทธิ์ของมันเอง นายคงไม่อยากกลายเป็นผู้เล่นธรรมดา เลเวล 1 ใช่ไหม" เหมือนสายฟ้าผ่าหัว พันธะเลือดนั้นเป็นพันธะของไอเทมแคช หากเขาผิดสัญญษ หรือทำให้ผู้เป็นนายไม่พอใจ แน่นอนว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถกลายเป็นอะไรก็ได้ที่ผู้ทำสัญญาต้องการ

    และแน่นอนการที่อาถรรพ์ได้คลาสนี้ได้ ก็ต้องขอบคุณหลินซินถงที่มอบให้เขา ด้วยพันธะนี้และข้อสัญญา หากเขาทำตัวไม่ดีอีกรอบ รับรองแน่ว่าเลเวล คลาส ไอเทม ทุกอย่างของเขาจะกลายเป็นของหัวหน้ากิลฟอร์นเทียทันที

    "หากเข้าใจแล้วก็หักเงียบปาก และเจียมตัวซะบ้าง ไม่ได้มีนายคนเดียวที่แข็งแกร่ง" หลินซินถงเดินออกไปยังกิลของตนเอง ทำให้เป้าสายตาตกเป็นจอมเวทย์อาถรรพ์แทน ชายดังกล่าวอดไม่ได้ที่จะอับอาย เขารีบกลับกิลทันทีไม่อยากจะเข้าดันเจี้ยนให้ขายขี้หน้าอีกหากพ่ายแพ้

    ในขณะเดียวกันนิรนามก็ได้กลุ่มของเขา กลุ่มเขามีผู้เล่น 4 คน เป็นผู้เล่นไร้ชื่อเสียงธรรมดาล้วน แต่ทักษะสกิลของเขา และคลาสลับระดับเลเจนดารีไม่อาจดูถูกได้เลย ที่พวกเขามาที่นี้นั้นเพราะต้องการเก็บประสบการณ์การต่อสู้เพื่อพัฒนาตนเอง แน่นอนนิรนามได้แอดเพื่อนไว้แล้ว

    หากจะกล่าวว่านี้เป็นการเพิ่มเพื่อนครั้งแรกคงไม่ใช่ เพราะครั้งแรกของเขาคือ <อาเทอร์> ชายที่มีเพื่อนคณะเดินทางที่ไม่ชอบขี้หน้าเขา เป็นเวลาเดียวกันที่เขารวบรวมไม้หน้าสามและฟาดผู้เล่นคนหนึ่งปานตาย และเป็นเมืองเดียวที่ได้หลบหนีนกลอบสังหารกิลหยาดน้ำค้าง และสร้างความอับอายให้อีกฝ่าย

    "สกิลของฉันก็ประมาณนี้" ในเวลานี้ทุกคนได้อธิบายสกิลทักษะ คูลดาวน์ คุณสมบัติ การใช้เงื่อนไข เกราะ ไอเทม อาวุธทั้งหมดในช่องคุยส่วนตัว แน่นอนทั้ง 4 คนนี้มีพลังโจมตีเทียบเท่านิรนามเลยทีเดียว แถมสกิลทักษะยังเจ๋งอีกด้วย เมื่อเห็นคำพูดจริงใจนิรนามก็กล่าวของตัวเองออกมาเรื่อยๆ แน่นอนไม่มีใครแสดงอาการตกใจ เหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติ

    "จากข้อมูลที่เป็นความลับราคาแพงของบริษัทอมรา ฉันพบว่าในดันเจี้ยนในทุกๆ ชั้นที่ 10 จะมีประตูลับไปยังขุมทรัพย์อยู่ หากเราฆ่าบอสเสร็จและรอเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงมันจะออกมาเป็นเวลา 5 นาที ในตอนนั้นเราต้องจัดการให้เสร็จและไปสถานที่ต่อไป" มี่เค่อกล่าว และแน่นอนต้องมีคนแย้ง

    "ในระบบกล่าวว่าเราไม่สามารถได้ของอะไรไปหนิ" ชูหลานกล่าว ชูหลานเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารัก น่าจีบ แม้นิรนามจะเจอคนสวยมากมายแต่เขาก็ไม่ได้หวัง เพราะอีกฝ่ายอยู่สูงกว่าเขาเกินไป เพราะฉะนั้นหากเขาจะจีบ ย่อมเป็นตัวเลือกอย่างชูหลานแน่นอน