แปดเดือนกว่าแล้วหลังจากที่ผมกลับมา กิจวัฒน์ของผมคือการวาดภาพและไปหาจอมมาร การวาดแบบที่ถูกใจจอมมารมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางสำเร็จ สุดท้ายจอมมารก็อนุมัติเรื่องแบบรูปปั้นหลังจากที่ผมแก้ขนาดหน้าอกและหุ่นของเธอตามที่เธอพอใจ
แต่ไม่ใช่ว่านจอมมารหุ่นไม่ดีนะ แค่พักหลังๆ เธอกินอาหารในปริมาณเหมือนกับเททิ้งก็ไม่ปาด ประกอบกับช่วงนี้เหมือนจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายด้วย เธอเลยกังวลเรื่องเนื้อส่วนเกินเอามากๆ ผมได้แค่หวังว่าเธอจะเริ่มออกกำลังกายดูบ้าง สงสารดิเอนด์ที่ต้องพอแบกน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจัง
วันนี้ภารกิจของผมก็คือ วัสดุทำแม่พิมพ์และวัสดุทำรูปปั้น ผมนึกออกแค่วิธีการหล่อสำริดแบบเป็นชิ้น และใช้วิธีเชื่อมประสานวัตถุด้วยเวท [แปลธาตุ] ในจุดเล็กๆ และขัดลาย เพราะรูปปั้นที่จอมมารอยากได้นั้นไม่ใช่อะไรที่ธรรมดา
ตัวรูปปั้นอาจจะใช้ดินเหนียวแม่น้ำธรรมดาก็ได้ไม่เป็นปัญหา แต่ตัวแม่พิมพ์ อาจจะต้องใช้วัสดุที่ทนความร้อนมากๆ เช่นดินภูเขาไปเสริมด้วยตาข่ายโลหะโอริฮารูกอน และสุดท้ายก็สลักตราเวทมนตร์ไฟเข้าไป เพื่อเสริมธาตุไฟของแม่พิมพ์
แล้วทำไมต้องธาตุไฟล่ะ เห็นผลก็คือ หลีกเลี่ยงการแต่กร้าวของชิ้นงานหล่อในกรณีที่เย็นตัวเร็วเกินไปซึ่งเป็นกรณีที่แย่น้อยที่สุดนะ และในกรณีที่แย่มากที่สุดอาจจะเกิดการแต่กร้าวของแม่พิมพ์รวมทั้งชิ้นงาน ดีไม่ดีอาจจะระเบิดเลยก็ได้
ส่วนข้อดีของแม่พิมพ์ธาตุไฟคือ ทำให้ชิ้นงานเย็นลงอย่างช้าๆ ด้วยการลดความร้อนจากตราเวทมนตร์ที่จะสลักลงไปได้ เมื่อแม่พิมพ์เย็นลงช้าๆ จะทำให้ลดความเสี่ยงที่เกิดความเสียหายกับทั้งแม่พิมพ์และชิ้นงานแล้ว ยังลงความกระด้างที่จะเกิดกับชิ้นงานด้วย ซึ่งเกือบๆ จะตรงข้ามกับการชุบแข็งอาวุธที่ต้องทำให้อาวุธเย็นตัวอย่างรวดเร็วเพื่อทำให้อาวุธแข็งขึ้น แต่การชุบแข็งอาวุธก็ยังต้องมีกรรมวิธีการอบคลายเครียดเนื้อวัตถุเลยนะ ถึงชื่อมันจะฟังดูตลกก็เถอะ
(-)
“มาสเตอร์อิโนริ!!! ทำไมเราต้องถอดเสื้อผ้าด้วยละขอรับ!!!”
เสียงร้องโอดครวนขอความเมตตาจากมาสเตอร์ของพวกเขา ที่ในมือกำลังถือแส้ขดม้วนเป็นวง และใช้นิ้วขยับแว่นตาสีดำทรงแหลม พร้อมเดินไปมารอบๆ ปีศาจที่ยืนเปลือยกา…ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น กว่าห้าร้อยนาย
เหตุการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มของอิโนริได้ถล่มกองปีศาจครั้งที่สี่จบแล้ว ก็ถึงคราแยกย้ายการฝึกในแต่ละหมวด อิโนริได้รับผิดชอบเรื่อง “พลธนู” ซึ่งรวมถึงการโจมตีระยะไกลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าไม้ สลิงช็อต แม้กระทั่งเครื่องยิงหิน แต่ สิ่งที่ตรงหน้า มันเหมือนกับการฝึกพวกมาโซให้อยู่ในอาณัติไม่ผิดเพียน
“พวกเจ้าจงฟังให้ดี การจะเป็นพลธนู หรือผู้โจมตีระยะไกล สิ่งสำคัญคืออะไร!!!”
“เออ…ความแม่นยำขอรับ” เสียงของปีศาจคนนึงพูดออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“ใช่!! แต่เป็นคำตอบที่กว้างเกินไป มีใครให้คำตอบที่ดีกว่านี้ไหม?”
“อะ อะ อาวุธที่ดีหรือขอรับ” ปีศาจคนเดิมพูดอีกครั้ง เพราะปีศาจรอบข้างใช้สายตากดดันให้ตอบ (แก่เก่งก็รีบตอบสิฟร๊ะ)
“แล้วตอนที่ถูกถล่มไป ไม่สังเกตหรือไงว่าเราใช้อาวุธธรรมมาที่พวกนายก็ใช้กันน่ะ!!”
“เออ…แล้วมันคืออะไรเหรอขอรับ” ปีศาจตนนี้กั้นใจถาม ในใจก็นึกไว้ว่า (ตายเป็นตาย) สู้ถามไปตรงๆ เลย อาจจะทำให้ช่วงเวลานี้เดินต่อไปได้ (ช่วงเวลาที่ปีศาจคนอื่นกดดันให้ตอบคำถามแทน)
“มันคือ…ปัจจัยที่จะส่งผลต่อความแม่นยำต่างหากละ”
“…” เหล่าปีศาจก็ยังคงงงงวยกับสิ่งที่มาสเตอร์ของพวกเขาพูด
“เอาละ ต่อจากนี้คือหัวข้อการเรียนหลังจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำ เช่น สายตาที่ดี การอ่านทิศทางของลมที่ดี ความชำนาญในการใช้อาวุธ และอาวุธที่ดี”
“ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะขอรับมาสเตอร์ อาวุธและการฝึก พวกเราเข้าใจกันอยู่แล้วว่าต้องฝึกและต้องหาอาวุธที่ดีๆ มาใช้ แต่พวกเราก็ใช่ว่าสายตาจะดีเหมือนกันหมดนี่ขอรับ แล้วยังเรื่องที่มองไม่เห็นอย่างลมนี่มัน…ไม่ไร้เหตุผลไปเหรอขอรับ”
ปึก!!!!
“อี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!”
ธนูดอกนึกพุ่งมาปักพื้นที่อยู่ตรงหว่างขาขอปีศาจคนนั้นอย่างแม่นยำ เพราะถ้าไม่แม่นยำ อาจจะมีการสูญเสียสิ่งสำคัญก็เป็นได้
“ขอถามเจ้าตัวเหม็นตรงนั้น เรายิงธนูไปทางไหน”
จีอกแจ๊กจอแจ
“เออ….ทาง…ซ้าย…ขอรับ” เสียงปีศาจที่แตกตื่นตกในกับเหตุการณ์ที่ได้เห็นชัดๆ แม้จะเคยงงงวยเมื่อก่อนหน้านี้ ระหว่างประลองพวกเขามองมาสเตอร์ไม่ชัด อย่าว่าแต่มองมาสเตอร์เลย ตอนนี้ลูกศรที่ยิงออกมาก็ยังมองไม่เห็น
“เราคำเพียงแค่อ่านทิศทางของลมในพื้นที่นี้ แล้วยิงออกไปหาเส้นทางของลม ปล่อยให้ลมพัดลูกศรไปยังเป้าหมาย”
“แล้วทำไมต้องลำบากยิงไปทิศทางอื่นด้วยหรือขอรับ หากเราสามารถยิ่งไปตรงๆ ได้เลย”
“ข้อดีประการแรกคือ ประหยัดแรง ประการที่สอง เพิ่มความแม่นยำ และประการสุดท้าย เพื่อกำหนดทิศทางหลบเลี่ยงสายตาของเป้าหมาย”
“เออ…”
เพี้ย!!!!
เสียงแส้ถูกเฆี่ยนลงพื้นเสียงดังปานฟ้าฝ่า ทำเอาปีศาจทั้งหลายสะดุ้งตัวโยน และหันมามองมาสเตอร์ของเขา
“เจ้าคิดว่าเข้ายิงธนูได้ไกลที่สุดเท่าไร”
“เออ…ประมาณห้าร้องก้าวขอรับ ( 375 เมตร)”
“แล้วถ้าหากข้าจะบอกว่า หากเจ้าสามารถยิงได้มากกว่าหนึ่งพันสามร้อยก้าวละ เจ้าจะว่ายังๆ ไง!! (เกินกว่า 1 กิโลเมตร)”
“เป็นไปไม่…..แต่…แต่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะมาสเตอร์อิโนริ แล้วความแม่นยำ”
“เจ้าเคยสังเกตไหมว่า ทั้งๆ ที่เจ้ายิงไปตำแหน่งเดียวกันเสมอๆ แต่ลูกศรของเจ้ากลับยิงไม่เคยเลยตรงตำแหน่งเดิมเลย”
“นั่นก็เพราะมือข้า…”
“ใช่ อาจจะเพราะมือห่วยๆ ของเจ้าด้วย แต่เจ้าต้องพึ่งละลึกไว้เสมอว่า เส้นทางที่ลูกศรของเจ้าพุ่งไป จะโดนลมพัดไปตามทิศทางอื่น ๆ เสมอ”
“….”
“และประการสุดท้าย เจ้าน่าจะได้รู้จากประสบการณ์ของเจ้าแล้วแท้ๆ การยิงไปทางจุดอับสายตา จะเพิ่มโอกาสยิงโดนเป้าหมายได้มากขึ้น ไม่ว่าเจ้าจะต่อสู้กับมอรสเตอร์หรือศัตรูในสนามรบ พวกนั้นจะมองมาทางเราเสมอ”
“มองมาทางพวกเราหรือขอรับ”
“ใช่ เพราะระแวงยังไงล่ะ พวกเราจะถูกระแวงอยู่เสมอ จึงถูกจับตามองตลอดเวลา และเมื่อถูกจับตามมอง โอกาสที่จะถูกป้องกันก็สูงด้วย”
“แบบนี้…”
“ใช่ เหมือนลูกศรที่เรายิงใส่เจ้า ถ้าหากเรายิงใส่เจ้าตรงๆ เจ้าจะต้องยกมือขึ้นมาป้องกันแน่ๆ ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้าจะตายไหมก็เถอะ แต่ปฏิกิริยาที่จะปัดป้องสิ่งที่พุ่งเข้ามานั้นมีอยู่ เพราะแบบนั้น ยิงไปในจุดที่ไม่ได้มอง หรือมองไม่เห็นจะดีที่สุดแล้ว”
“แล้วเรื่องสายตาล่ะขอรับ ถ้าหากข้าไม่อาจมองเห็นศัตรูได้ ข้าก็ยิงไม่ได้หรอกนะขอรับ”
“สายตามันแก้ได้” หลังจากนั้น อิโนริก็ชูแว่นตาที่ท่าซาชิทำให้ขึ้นมาให้ดู
“นั้นคือ”
“ไอเทมเวทมนตร์รูปแบบแว่นตาที่มีทักษะ [ฮอค-อาย] หรือทักษะ [ตาเหยี่ยว] จะทำให้เจ้าสามารถมองในระยะไกลได้ อย่างน้อยๆ เจ้านี่ก็มองเห็นในระยะสองพันก้าวได้สบายๆ”
“““““โห๋!!!!!!!!!!!!!!!”””””
เสียงโห่ร้องของเหล่าปีศาจดังขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมาย
เพี้ย!!!!
“เงียบก่อน!!!”
“…” และความเงียบก็เกิดขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมายเช่นเดียวกัน
“เจ้าสิ่งนี้จะถูกแจกหลังจากที่กองช่างของกิลด์กลับมาสักช่วงหนึ่ง เพราะไอเทมชนิดนี้ ในตอนนี้ คนที่สามารถสร้างได้มีคนเดียวเท่านั้น”
“แปลว่ายังกำหนดเวลาไม่ได้ใช่ไหมขอรับ”
“ใช่! และเพื่อป้องการเข้าใจผิด จะขอบอกไว้ก่อนว่า ไม่ใช่ว่าคนๆ นั้นจะไม่ทำให้ แต่เพราะปริมาณปีศาจที่ต้องใช้นั้นมีมากมาย ไม่ใช่แค่พวกนายหรอกนะที่ต้องใช้ ยังมีกลุ่มนักเวทที่มีทักษะประเภทควบคุมพื้นที่ หรือนักเวทที่มีการโจมตีทักษะการโจมตีเป็นวงกว้าง ซึ่งคิดว่าอีกสักพักก็น่าจะใช้ได้ทุกคน”
“แต่ถ้าเฉพาะพวกเรา…ไม่ได้หรือขอรับ หาไปขอร้อง”
“เจ้าพวกนี้ แค่ไอเทมชิ้นเดียวถึงขนาดแสดงความโลภโดยการขอร้องเฉพาะพวกเราอย่างงั้นหรือ?! กล้ามากเลยนะ!!"
“อี้!!!! ขอโทษด้วยขอรับมาสเตอร์ ไม่กล้าขอรับ!!!!”
ปีศาจทั้งหลายหมอบกราบเพราะเพียงแค่อิโนริเหลียวมองด้วยหางตา และแผ่จิตสังหารเท่านั้น
“ที่เราว่าพวกเจ้ากล้า เพราะตอนนี้คนๆ นั้นกำลังทำงานให้ทานจอมมารอยู่น่ะสิ ถ้าเจ้ากล้า ก็ลองไปขอจอมมารดูก็ได้นะ”
“อย่าพูดเล่นสิครับมาสเตอร์”
“เอาเถอะ! ไม่ใช่แค่ไอเทมชิ้นนี้หรอกนะ ถ้ากองช่างกลับมา ก็น่าจะได้อาวุธเหมาะๆ กันทุกคนละมั๊ง แต่ต้องบอกก่อนนะว่าตามลำดับ”
“อึก…”
เสียงปีศาจกลืนน้ำลายหลังจากได้ฟังสิ่งที่ตัวเองจะได้หลังจากนี้ ก็ทำให้พวกเราตื่นเต้น แต่…ก็แต่ชั่วครู่เท่านั้น
“เพราะฉะนั้น วันนี้จะเริ่มจากการรับรู้กระแสลมและอากาศให้ได้ภายในสามวัน”
“““““ห๋า!!!!!”””””
“ใครมีทักษะประเภท [ลม] ไม่อนุญาตให้ใช้ควบคุมลม แต่ให้สัมผัสจากทักษะ [ลม] ได้”
“….”
“ที่เหลือให้ใช้ความสามารถในตัว ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตใบไม้ ดูจากทิศทางที่ลมพัดธงที่ปักไว้ให้ การแผ่พลังเวทออกไป หรือแม้กระทั่งสัมผัสด้วยผิวหนังและร่างกาย อะไรที่ทำให้รู้ทิศทางได้ จงเอามาใช้ให้หมด”
“นี่คือเหตุผลที่ให้เราถอดเสื้อผ้าหรอกหรือ?!!!” ภายในใจของปีศาจเหล่านี้เริ่มจะเข้าใจเหตุผลบางประมาณ ที่ไม่ใช่เหตุผลที่จะพยายามสร้างปีศาจที่ชอบความเจ็บปวด
“และต่อจากนี้ไป ให้ปีศาจออกมาครั้งละห้าคน ตามลำดับ เดินออกไปยิงเป้าสิบครั้ง และเดินกลับมาที่เดิม ใครยิงเข้าเป้าครบสิบ จะถูกแยกออกไปและทำแบบเดิมโดยยิงให้ครบห้าสิบ และห้ายิงครบห้าสิบครั้ง จะถูกแยกออกไป และทำการยิงให้ครบหนึ่งร้อยครั้ง”
“….”
“เราจะทำแบบนี้จนกว่าจะยิงร้อยครั้งโดนเป้าร้อยครั้ง ใครครบก่อน จะมีสิทธิ์รับเลือกเป็นหัวหน้าหน่วยเกาทัน แต่จะได้กี่คนนั้น เราไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ”
“….”
“และเรื่องสุดท้าย…ต่อจากนี้จะต้องไม่ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาจนกว่าจะฝึกจบ…เข้าใจใช่ไหม!!!!”
“ขอรับมาสเตอร์!!!!!!!”
และนั่นเป็นเสียงสุดท้ายของหน่วย “เกาทัน” ที่ว่ากันว่าเป็นหน่วยที่มีวิธียิงธนูพิลึกพิลั่นที่สุดในโลก…แต่ก็เป็นเรื่องหลังจากจบศึกเปิดตัวกับฝ่ายมนุษย์ในอีกเก้าเดือนนับจากนี้