บทที่ 63: สู่การเป็นมิโกะปราบอสูร (Became to The Demon Vanquisher Maiden)
เมื่อได้มาถึงที่แอ่งน้ำพุแห่งชีวิต โอทาเคมารุก็รีบนำร่างสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพูลงไปแช่ในแอ่งน้ำพุตรงบริเวณที่มีน้ำตกไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อทำการรักษาและเยียวยาอาการบาดเจ็บทันที ในขณะเดียวกันนั้น ตัวเขาเองก็ได้ลงไปยืนหลับตาพริ้มพลางแช่ในแอ่งน้ำพุตรงบริเวณเดียวกันพร้อมกับดื่มน้ำพุในแอ่งนั้นด้วย เพื่อการชำระล้างมลทินให้สะอาดบริสุทธิ์ทั้งกายสังขารและจิตใจ พร้อมกับรับพลังแห่งการเสริมอายุวัฒนะที่จะทำให้ผู้ที่ดื่มน้ำพุเข้าไปนั้นไร้ซึ่งความแก่ชราเพราะการจะเป็นนักบวชในศาลเจ้าชินโตหรือบริวารของมิโกะปราบอสูรนั้น จะต้องมีกายสังขารและจิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์ทั้งภายนอกและภายในด้วย เช่นเดียวกับมิโกะปราบอสูรในวัยทารกที่ได้รับเลือกมาจากเทพเจ้าให้ทำหน้าที่คอยปราบเหล่าอสูรโยไค และหญิงสาวที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกนักบวชแต่มีความต้องการที่จะเป็นมิโกะปราบอสูรด้วยพลังแห่งการชำระล้างมลทินที่อยู่ในแอ่งน้ำพุแห่งชีวิต และพลังแห่งการรักษาเยียวยา หลังจากที่แช่มาได้สักพัก ร่างสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพูก็ได้เรือนแสงสีชมพูอ่อนๆ ออกมา ก่อนที่จะกลายเป็นสร้อยอัญมณีมากะทามะและลอยขึ้นมาจากแอ่งน้ำพุ ซึ่งมันเรือนแสงอ่อนๆ สีชมพูออกมา หลังจากที่การชำระล้างมลทินนั้นเสร็จสิ้นลง โอทาเคมารุก็นำมันมามอบให้กับสุซุกะ“ท่านมิโกะขอรับ โปรดรับสิ่งนี้ไว้ด้วยขอรับ”โอทาเคมารุยื่นสร้อยอัญมณีให้กับสุซุกะ ทันทีที่สวมใส่สร้อยอัญมณีเส้นนั้น มันก็ได้เรือนแสงออกมา จากนั้นก็ได้มีบางสิ่งลอยออกมาจากตัวอัญมณีที่ติดอยู่กับสร้อยเส้นนั้น มันคือสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวกับที่ทั้งสองได้ช่วยชีวิตไว้ ซึ่งได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบที่มีนามว่า ‘คิทสึเนะ’หลังจากที่ออกมาจากได้สักแป๊บ ร่างจิ้งจอกคมดาบก็ได้สลบลงที่พื้นตรงริมแอ่งน้ำพุ ดาบคาตานะที่คาบไว้ในปากนั้นก็ได้หลุดออกมา คิทสึเนะก็ได้กลายสู่ร่างหญิงสาวเยาว์วัยในขณะที่เธอนอนหลับหญิงสาวเยาว์วัยผู้นี้มีใบหน้าหวาน ผมดัดลอนยาวสลวยสีชมพูที่ยาวมาถึงสะโพกที่ผายกว้างออกมานิดๆ ดวงตากลมโตสีคราม มีรูปร่างที่คล้ายกับเด็กสาวที่มีอายุประมาณ 16-17 ปี และมีขนาดเตี้ยกว่าสุซุกะอยู่เล็กน้อย1 สัปดาห์ต่อมา ทางด้านคิทสึเนะที่อยู่ในร่างหญิงสาวนั้นก็ได้ฟื้นขึ้นที่กลางห้องนอนในบ้านพักที่อยู่ภายในศาลเจ้าสุซุกะ และได้พบกับสุซุกะและโอทาเคมารุที่กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่ข้างๆ ในลักษณะท่านั่งทับส้นเท้าตามแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม“พวกเจ้าเป็นใคร และข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“เมื่อสัปดาห์ก่อน พวกข้าเห็นเจ้านอนบาดเจ็บอยู่ในป่าที่อยู่ในภูเขาแห่งนี้ ก็เลยนำไปรักษาบาดแผลด้วยการนำร่างของเจ้าไปแช่ในแอ่งน้ำพุแห่งชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำลึกที่อยู่ใกล้ๆ แล้วนำมาพักฟื้นที่นี่”โอทาเคมารุเอ่ยตอบคิทสึเนะเป็นคนแรก“เจ้าพอจะจำได้ไหม ว่าช่วงก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง”สุซุกะเอ่ยถามคิทสึเนะ เธอส่ายหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยตอบไปว่า “ข้านึกอะไรไม่ออกเลย”“งั้นก็แสดงว่า เจ้าจำเรื่องราวในช่วงก่อนหน้านั้นไม่ได้เลยอย่างงั้นหล่ะสินะ”โอทาเคมารุเอ่ยถามในเชิงสันนิษฐาน คิทสึเนะพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ“งั้นพอจะจำชื่อของเจ้าได้ไหม ว่าเจ้ามีชื่อว่าอะไร”สุซุกะเอ่ยถามชื่อ คิทสึเนะทำหน้านิ่งเหมือนกำลังจะนึก แต่ทันใดนั้น ก็ได้มีน้ำเสียงที่อ่อนโยนของหญิงสาวนางหนึ่งดังขึ้นจากในหัว“เจ้ามีนามว่าคิทสึเนะ นับจากนี้เป็นต้นไป เจ้าคือภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบที่มีนามว่าคิทสึเนะ”หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นน้ำเสียงของเทพีอินาริ เมื่อได้ยินเช่นนั้นจากน้ำเสียงที่ดังก้องกังวาลอยู่ในหัว คิทสึเนะจึงได้กล่าวแนะนำตัวออกมาว่า“คิทสึเนะ...ข้ามีนามว่าคิทสึเนะ ข้าคือ...ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบ”“ยินดีที่ได้รู้จักนะ คิทสึเนะ ข้ามีนามว่าสุซุกะ โกเซ็น ข้าคือมิโกะปราบอสูร ผู้พิทักษ์หมู่บ้านแห่งนี้”“ส่วนข้าก็นามว่าโอทาเคมารุ ข้าคือบริวารแห่งมิโกะสุซุกะ”หลังจากทั้งสามได้แนะนำตัวกัน หลังจากนั้นเป็นต้นมา คิทสึเนะก็ได้กลายเป็นศิษย์มิโกะฝึกหัด และภูติพิทักษ์ประจำกายของสุซุกะ โกเซ็น คิทสึเนะได้มาอาศัยอยู่ร่วมกับพวกเขาทั้งสองที่บ้านพักในศาลเจ้าสุซุกะ หลังจากนั้นไม่นาน คิทสึเนะกับโอทาเคมารุก็ได้สนิทสนมกันราวเป็นเพื่อนรักกันคิทสึเนะมักจะคอยติดตามสุซุกะกับโอทาเคมารุในการร่วมเดินทางไปปราบเหล่าอสูรโยไคที่ออกเพ่นพ่านไปตามที่ต่างๆ ภายในหมู่บ้านชนบท และคอยช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านที่ถูกคุกคามโดยสิ่งเหนือธรรมชาติเรื่องราวก็ได้ตัดกลับมาที่ทางด้านโทโมเอะ หลังจากที่ร่างกายและจิตใจของเธอนั้นได้กลับมาใสสะอาดบริสุทธิ์อีกครั้ง โทโมเอะก็ได้กลายมาเป็นศิษย์มิโกะฝึกหัด และได้รับการฝึกสอนอย่างเข้มงวดทั้งในด้านวิชาเวทย์มนต์ และการต่อสู้ด้วยอาวุธจากสุซุกะเช่นเดียวกับคิทสึเนะในเวลาต่อมาหลังจากนั้นไม่นาน โทโมเอะกับคิทสึเนะก็ได้สนิทสนมกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน จนถึงขั้นที่คิทสึเนะเรียกว่า ‘พี่โทโมเอะ’ กันเลยทีเดียว อันเนื่องมา จากร่างหญิงสาวของคิทสึเนะนั้นมีอายุที่ค่อนข้างจะเด็กกว่าอยู่นิดๆ และโอทาเคมารุก็ได้กลายมาเป็นมิตรสหายของโทโมเอะด้วยความที่โทโมเอะนั้นเคยมีประสบการณ์ในด้านการสู้รบมาก่อน เมื่อครั้งที่เธอเคยเป็นนักรบหญิงแห่งตระกูลมินาโมโตะ โทโมเอะจึงเป็นมิโกะฝึกหัดเพียงคนเดียวที่มีทักษะความชำนาญในด้านการต่อสู้ด้วยอาวุธในระยะประชิด และการยิงธนูติดตัวมาด้วย7 เดือนต่อมา ในช่วงที่ญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยคามากุระ โทโมเอะกับคิทสึเนะก็ได้กลายมาเป็นมิโกะปราบอสูรอย่างเต็มตัว ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ทางด้านโยริโตโมะก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลมินาโมโตะคนใหม่ พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้นำโชกุนคนแรก ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดของรัฐบาลโชกุนคามากุระที่เขาได้สถาปนาขึ้นมา“วิชาอาชณเวทย์ค่อนข้างอันตรายมาก โทโมเอะ เจ้าจงระลึกไว้เสมอว่า หากเจ้าเริ่มมีอาการใดๆ ก็ตามแต่ในระหว่างที่กำลังฝึกวิชาเวทย์นี้ ขอให้เจ้าหยุดฝึกตั้งแต่เดี๋ยวนั้นเลย เพราะมันอาจจะทำให้เจ้าถึงตายได้ ถ้าหากฝึกวิชาเวทย์นี้ล้มเหลวขึ้นมา ข้าไม่อยากไม่เจ้าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกับมันด้วย”สุซุกะกล่าวเชิงคำสั่งแบบทางอ้อมด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วงที่มีต่อโทโมเอะ“ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ข้าจะต้องกลัวเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ เพราะตัวข้าเองก็เคยเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงตายกับการสู้รบในศึกสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเจ้าค่ะ”ด้วยความที่เคยร่วมสู้รบในศึกสมรภูมิต่างๆ มานับครั้งไม่ถ้วน โทโมเอะจึงกลายเป็นคนที่กล้าหาญ และไม่รู้สึกหวั่นเกรงเมื่อต้องเข้าเผชิญหน้ากับความตาย“แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ข้าก็อยากจะขอให้พี่โทโมเอะจงระลึกไว้เสมอ ว่าพี่โทโมเอะก็เป็นเหมือนกับคนในครอบครัวที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของเรา และพี่โทโมเอะก็เป็นเหมือนกับพี่สาวเพียงคนเดียวของข้า”“โปรดวางใจเถอะ คิทสึเนะ ข้าจะไม่มีวันทำอะไรเสี่ยงๆ อย่างไม่คิดชีวิตแน่นอน เพราะทุกคนในศาลเจ้าแห่งนี้ก็เป็นเหมือนกับครอบครัวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า และเจ้าก็เป็นเหมือนกับน้องสาวเพียงคนเดียวที่ข้ามี คิทสึเนะ”หลังจากที่เสร็จสิ้นการสนทนา โทโมเอะก็เริ่มทำการฝึกวิชาอาชณเวทย์ทันที“เริ่มกันเลยเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”หลังจากที่เริ่มฝึกวิชาอาชณเวทย์มาได้สักระยะ ทางด้านโทโมเอะกลับไม่แสดงสีหน้าหรืออาการใดๆ เลยในช่วงระหว่างการฝึก สร้างความประหลาดใจให้กับสุซุกะ คิทสึเนะ และโอทาเคมารุเป็นอย่างมากนี่หน่ะหรืออาชณเวทย์โทโมเอะกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเรือนโถงที่อยู่ข้างๆ บ้านพักทางด้านซ้ายมือ ซึ่งใช้สำหรับการฝึกวิชาเวทย์และการต่อสู้ด้วยอาวุธ รวมไปถึงการฝึกสมาธิของมิโกะปราบอสูรอีกด้วย เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อย จนได้มาเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาที่ตรงหน้าอย่างไม่ขาดสายจากนั้นก็ได้เกิดแสงวาบขึ้น แล้วโทโมเอะค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อย จนได้มาพบว่าตัวเธอนั้นได้มานั่งทำสมาธิอยู่ในเรือนโถงตรงจุดเดิม เธอได้เห็นสุซุกะ คิทสึเนะ และโอทาเคมารุ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเรียงรายกันเป็นแถวหน้ากระดาน