Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 90 ผลงานชิ้นเอก

            ภายในร้านเงียบกริบราวกับป่าช้า 


            ทุกคนมองไปยังดอกท้อแกะสลักของซูฮ่าวโดยพร้อมเพรียงกันหากในแววตาไม่ได้มีความหวาดกลัวก็มีความตกใจ

            ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเขากลับสามารถแกะสลักดอกท้อที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณหรือเสน่ห์ก็สามารถสลักออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

            ดอกท้อแกะสลักชิ้นนี้สามารถทำให้พวกเขาเห็นภาพเหตุการณ์ของหวางเจาจวินตอนที่อยู่นอกด่าน

            ต้องบอกเลยว่าการแกะสลักของซูฮ่าวนั้นอยู่ในขั้นเซียนของแท้เรียกได้ว่าฝีมือประณีตไม่ธรรมดา

            หากเป็นก่อนหน้านี้คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะมีฝีมือแกะสลักที่ละเอียดลออขนาดนี้แน่นอน

            แต่หลังจากที่พวกเขาเห็นการแกะสลักของซูฮ่าวแล้วพวกเขาก็เชื่อและยอมรับ อีกทั้งยังเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ซูฮ่าววิจารณ์จงรั่วฉิงไปก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นเพราะเขาพูดไปมั่วซั่ว แต่เขาเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ 

            จงรั่วฉิงตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปนานแล้วขนลุกชูชันไปทั้งร่างกาย เขายืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า 

            ผลงานชิ้นเอก!

            นี่ต้องเป็นผลงานชิ้นเอกแน่นอน!

            ดอกท้อแกะสลักดอกนี้ได้ทำลายขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วและหลุดพ้นจากสภาวะของตาย กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมา 

            หากนำดอกท้อแกะสลักดอกนี้ไปประมูลเกรงว่าราคาจะต้องไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน

            ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ซูฮ่าวเรียกว่าจิตวิญญาณและเสน่ห์มันหมายถึงอะไรและยิ่งเข้าใจว่าการแกะสลักหลายสิบปีที่ผ่านมาของเขาเป็นเพียงแค่การลอกเลียนแบบเท่านั้นหากเมื่อเปรียบเทียบกับฝีมือการแกะสลักของซูฮ่าวแล้วเขาถือว่าเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการมาอย่างไม่ต้องสงสัย

            “ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยคุณพูดจาเสแสร้งได้ยอดเยี่ยมมาก รับรางวัลแต้มเสแสร้งสี่สิบแต้ม ปล.วันนี้โฮสต์เสแสร้งได้เก่งมาก แม้ว่าคำพูดและการกระทำจะเรียบง่ายแต่กลับกระชับได้ใจความคำพูดประโยคนั้นเป็นคำพูดที่ระบบคิดมาหลายปีแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเสแสร้งได้ลึกซึ้งและมีความนัยสำคัญยิ่ง”

            “ระบบคิดว่าหากโฮสต์ไม่แสร้งทำตัวสูงส่ง ถ้าอย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทรยศต่อสัจธรรมและเป็นการประนีประนอมต่อคำวิจารณ์ที่เหลวไหลดังนั้นระบบจึงเดินหน้าสู่จุดสูงสุดเพื่อความยุติธรรมอย่างไม่ลังเล”

            ซูฮ่าวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาและแอบกดไลก์ให้ระบบ

            หาได้ยากมากที่เขาจะไม่แขวะตนเองตอนนี้ระบบกำลังจะเป็นผู้ชายอบอุ่นแล้ว 

            “แต่ว่าขอแนะนำให้โฮสต์พูดจาอะไรให้มีสมองสักหน่อย ท้ายที่สุดแล้วสมองก็เป็นของดีอย่าให้ขี้เลื่อยมาอยู่ในสมองได้”

            ซูฮ่าว “... ”

            ฉันขอเก็บคำพูดเมื่อครู่นี้คืน นายทิ้งปืน 98k แล้วมาสู้กันตัวต่อตัวเลยดีกว่า!

            จงรั่วฉิงที่อยู่ด้านข้างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมหันไปมองทางซูฮ่าวและพูดเชื้อเชิญว่า “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์น้อยจะสามารถมาเป็นช่างแกะสลักของร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงได้ไหมฉันสามารถให้เถ้าแก่จ่ายเงินเดือนให้นายเดือนละสิบล้าน”

            “โอ้!” ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ 

            เงินเดือนสิบล้านต่อเดือนหนึ่งปีก็เป็นเงินหนึ่งร้อยยี่สิบล้าน นี่มันส้มหล่นชัดๆ 

            ในตอนนั้นทุกคนก็อิจฉาตาร้อน พร้อมกับมองไปทางซูฮ่าวด้วยความริษยา 

            ซูฮ่าวตกตะลึง ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”

            ปฏิเสธ!

            เขาปฏิเสธอย่างไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!

            ผู้คนโดยรอบต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมาทันที 

            คาดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะปฏิเสธตำแหน่งงานที่ได้เงินเดือนสูงขนาดนี้?

            นี่สมองเขามีปัญหาหรือเปล่า?

            “ทำไมล่ะ?” จงรั่วฉิงมองซูฮ่าวอย่างไม่เข้าใจเขารู้สึกร้อนรนเล็กน้อย “วางใจเถอะ ฉันไม่จำกัดอิสระของนายในหนึ่งอาทิตย์นายจะแกะสลักหนึ่งอันก็ได้แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินเดือนเราก็สามารถคุยกันได้”

            เขารู้ว่าช่างแกะสลักระดับซูฮ่าวหากพลาดไปแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้เจออีก 

            ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขอะไรเขาก็จะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ให้ได้ 

            “ผมไม่ค่อยสนใจที่จะเป็นช่างแกะสลักและผมก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน ดังนั้นต้องทำให้คุณผิดหวังแล้ว” ซูฮ่าวโบกมือแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา 

            การ์ดประสบการณ์แกะสลักของระบบเสแสร้งสามารถใช้งานได้เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นหากผ่านช่วงเวลานี้ไป สภาวะในการแกะสลักของเขาก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งเขาไม่มีความรู้แม้แต่น้อยดังนั้นจึงไม่สามารถตอบรับคำเชื้อเชิญนี้ได้ 

            “เอาเถอะ… ” จงรั่วฉิงถอนหายใจออกมาจากนั้นก็หยิบนามบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมา “นี่คือนามบัตรของฉันหากเปลี่ยนใจก็สามารถโทรมาหาฉันได้เลย ฉันยินดีต้อนรับนายทุกเมื่อ”

            “ได้” ซูฮ่าวสบตากับจงรั่วฉิงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ เขาก็ไม่สามารถฉีกหน้าอีกฝ่ายได้ดังนั้นจึงรับนามบัตรนั้นมา 

            หลังจากนั้นเขาก็หยิบดอกท้อแกะสลักขึ้นมา ก่อนจะมอบพลังวิเศษตามที่ระบบแจ้ง

            “ติ๊งต่องมอบพลังสำเร็จ พลังต้านทานการโจมตีระดับชีวิตได้หนึ่งครั้ง”

            หลังจากได้ยินคำแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นข้างหูซูฮ่าวก็ตะลึงงัน

            สามารถต้านทานการโจมตีระดับชีวิตนั่นก็หมายความว่าเขาสามารถรอดตายได้หนึ่งครั้ง?

            หากเป็นเช่นนั้นจริงก็หมายความว่าดอกท้อแกะสลักชิ้นนี้เป็นของระดับศักดิ์สิทธิ์ 

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูฮ่าวก็รีบดูเวลาที่เหลือภายในการ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลักอย่างรวดเร็ว 

            “ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงสามารถแกะสลักเพิ่มได้อีกสองสามอัน”

            เขาตัดสินใจได้แล้วจากนั้นก็หันไปถามเถ้าแก่ร้านว่า “เถ้าแก่ไม่ทราบว่าในร้านยังมีหยกมันแพะเหลืออยู่อีกหรือเปล่า ผมขอซื้อหน่อยได้ไหม ผมอยากจะแกะสลักอีกสักสองสามอัน”

            เถ้าแก่ร้านชะงักไป แล้วหันหน้ามองไปทางจงรั่วฉิง

            “มีๆๆ ปรมาจารย์อยากได้หยกมันแพะอีกกี่อัน ฉันจะรีบให้คนเอามาให้” จงรั่วฉิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกเม็ดข้าว

            เขาหวังว่าซูฮ่าวจะแกะสลักหยกอีกหลายอันหากเป็นเช่นนั้นละก็เขาที่ยืนอยู่ด้านข้างก็สามารถเรียนรู้เทคนิคการแกะสลักได้มากขึ้น 

            “ขอหยกมันแพะที่มีขนาดเท่าเดิมอีกสองก้อน” ซูฮ่าวครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็พูดออกไป 

            เมื่อนับจากเวลาที่เหลืออยู่เขาสามารถแกะสลักได้อีกสองก้อนเท่านั้น ก้อนหนึ่งมอบให้กับเจิงจื่อโหยวให้เขาเอาไปให้แฟนสาวของเขาส่วนอีกสองก้อนเขาจะเก็บเอาไว้เอง 

            “ไม่มีปัญหา” จงรั่วฉิงขยิบตาให้กับพนักงานคนที่อยู่ด้านหลังก็เข้าใจในทันทีและรีบนำหยกมันแพะสองก้อนออกมาให้ 

            ซูฮ่าวกวาดสายตามองหยกมันแพะทั้งสองก้อนครู่หนึ่งเขาออกแบบลวดลายหยกทั้งสองก้อนไว้ในใจเป็นอันดับแรกจากนั้นก็หันกลับไปมองเจิงจื่อโหยวก่อนถามด้วยรอยยิ้มว่า “นายอยากจะเอาหยกแกะสลักแบบไหนให้แฟนของนาย?”

            “หยกแกะสลักลายดอกกุหลาบ!” เจิงจื่อโหยวเหมือนคิดเอาไว้ตั้งนานแล้วเขาจึงขมวดคิ้วแล้วพูดออกมา 

            ความจริงแล้วเขาอยากให้ซูฮ่าวแกะสลักหยกลายเพชรท้ายที่สุดแล้วเพชรก็เป็นตัวแทนของความจริงใจแต่เมื่อเขาเห็นจิตวิญญาณและเสน่ห์ของดอกท้อที่ซูฮ่าวเป็นคนแกะสลักทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าดอกกุหลาบน่าจะเหมาะกับเจิ้งซือซือมากกว่า

            ในขณะเดียวกันเขาก็อยากเห็นว่าผลงานการแกะสลักหยกลายดอกกุหลาบของซูฮ่าวจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน