ภายในร้านเงียบกริบราวกับป่าช้า
ทุกคนมองไปยังดอกท้อแกะสลักของซูฮ่าวโดยพร้อมเพรียงกันหากในแววตาไม่ได้มีความหวาดกลัวก็มีความตกใจ
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเขากลับสามารถแกะสลักดอกท้อที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณหรือเสน่ห์ก็สามารถสลักออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
ดอกท้อแกะสลักชิ้นนี้สามารถทำให้พวกเขาเห็นภาพเหตุการณ์ของหวางเจาจวินตอนที่อยู่นอกด่าน
ต้องบอกเลยว่าการแกะสลักของซูฮ่าวนั้นอยู่ในขั้นเซียนของแท้เรียกได้ว่าฝีมือประณีตไม่ธรรมดา
หากเป็นก่อนหน้านี้คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะมีฝีมือแกะสลักที่ละเอียดลออขนาดนี้แน่นอน
แต่หลังจากที่พวกเขาเห็นการแกะสลักของซูฮ่าวแล้วพวกเขาก็เชื่อและยอมรับ อีกทั้งยังเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ซูฮ่าววิจารณ์จงรั่วฉิงไปก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นเพราะเขาพูดไปมั่วซั่ว แต่เขาเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ
จงรั่วฉิงตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปนานแล้วขนลุกชูชันไปทั้งร่างกาย เขายืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า
ผลงานชิ้นเอก!
นี่ต้องเป็นผลงานชิ้นเอกแน่นอน!
ดอกท้อแกะสลักดอกนี้ได้ทำลายขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วและหลุดพ้นจากสภาวะของตาย กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมา
หากนำดอกท้อแกะสลักดอกนี้ไปประมูลเกรงว่าราคาจะต้องไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ซูฮ่าวเรียกว่าจิตวิญญาณและเสน่ห์มันหมายถึงอะไรและยิ่งเข้าใจว่าการแกะสลักหลายสิบปีที่ผ่านมาของเขาเป็นเพียงแค่การลอกเลียนแบบเท่านั้นหากเมื่อเปรียบเทียบกับฝีมือการแกะสลักของซูฮ่าวแล้วเขาถือว่าเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการมาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยคุณพูดจาเสแสร้งได้ยอดเยี่ยมมาก รับรางวัลแต้มเสแสร้งสี่สิบแต้ม ปล.วันนี้โฮสต์เสแสร้งได้เก่งมาก แม้ว่าคำพูดและการกระทำจะเรียบง่ายแต่กลับกระชับได้ใจความคำพูดประโยคนั้นเป็นคำพูดที่ระบบคิดมาหลายปีแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเสแสร้งได้ลึกซึ้งและมีความนัยสำคัญยิ่ง”
“ระบบคิดว่าหากโฮสต์ไม่แสร้งทำตัวสูงส่ง ถ้าอย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทรยศต่อสัจธรรมและเป็นการประนีประนอมต่อคำวิจารณ์ที่เหลวไหลดังนั้นระบบจึงเดินหน้าสู่จุดสูงสุดเพื่อความยุติธรรมอย่างไม่ลังเล”
ซูฮ่าวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาและแอบกดไลก์ให้ระบบ
หาได้ยากมากที่เขาจะไม่แขวะตนเองตอนนี้ระบบกำลังจะเป็นผู้ชายอบอุ่นแล้ว
“แต่ว่าขอแนะนำให้โฮสต์พูดจาอะไรให้มีสมองสักหน่อย ท้ายที่สุดแล้วสมองก็เป็นของดีอย่าให้ขี้เลื่อยมาอยู่ในสมองได้”
ซูฮ่าว “... ”
ฉันขอเก็บคำพูดเมื่อครู่นี้คืน นายทิ้งปืน 98k แล้วมาสู้กันตัวต่อตัวเลยดีกว่า!
จงรั่วฉิงที่อยู่ด้านข้างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมหันไปมองทางซูฮ่าวและพูดเชื้อเชิญว่า “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์น้อยจะสามารถมาเป็นช่างแกะสลักของร้านแกะสลักหยกจวีชื่ออู๋ชวงได้ไหมฉันสามารถให้เถ้าแก่จ่ายเงินเดือนให้นายเดือนละสิบล้าน”
“โอ้!” ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เงินเดือนสิบล้านต่อเดือนหนึ่งปีก็เป็นเงินหนึ่งร้อยยี่สิบล้าน นี่มันส้มหล่นชัดๆ
ในตอนนั้นทุกคนก็อิจฉาตาร้อน พร้อมกับมองไปทางซูฮ่าวด้วยความริษยา
ซูฮ่าวตกตะลึง ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”
ปฏิเสธ!
เขาปฏิเสธอย่างไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!
ผู้คนโดยรอบต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมาทันที
คาดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะปฏิเสธตำแหน่งงานที่ได้เงินเดือนสูงขนาดนี้?
นี่สมองเขามีปัญหาหรือเปล่า?
“ทำไมล่ะ?” จงรั่วฉิงมองซูฮ่าวอย่างไม่เข้าใจเขารู้สึกร้อนรนเล็กน้อย “วางใจเถอะ ฉันไม่จำกัดอิสระของนายในหนึ่งอาทิตย์นายจะแกะสลักหนึ่งอันก็ได้แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินเดือนเราก็สามารถคุยกันได้”
เขารู้ว่าช่างแกะสลักระดับซูฮ่าวหากพลาดไปแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้เจออีก
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขอะไรเขาก็จะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ให้ได้
“ผมไม่ค่อยสนใจที่จะเป็นช่างแกะสลักและผมก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน ดังนั้นต้องทำให้คุณผิดหวังแล้ว” ซูฮ่าวโบกมือแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา
การ์ดประสบการณ์แกะสลักของระบบเสแสร้งสามารถใช้งานได้เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นหากผ่านช่วงเวลานี้ไป สภาวะในการแกะสลักของเขาก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งเขาไม่มีความรู้แม้แต่น้อยดังนั้นจึงไม่สามารถตอบรับคำเชื้อเชิญนี้ได้
“เอาเถอะ… ” จงรั่วฉิงถอนหายใจออกมาจากนั้นก็หยิบนามบัตรที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมา “นี่คือนามบัตรของฉันหากเปลี่ยนใจก็สามารถโทรมาหาฉันได้เลย ฉันยินดีต้อนรับนายทุกเมื่อ”
“ได้” ซูฮ่าวสบตากับจงรั่วฉิงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ เขาก็ไม่สามารถฉีกหน้าอีกฝ่ายได้ดังนั้นจึงรับนามบัตรนั้นมา
หลังจากนั้นเขาก็หยิบดอกท้อแกะสลักขึ้นมา ก่อนจะมอบพลังวิเศษตามที่ระบบแจ้ง
“ติ๊งต่องมอบพลังสำเร็จ พลังต้านทานการโจมตีระดับชีวิตได้หนึ่งครั้ง”
หลังจากได้ยินคำแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นข้างหูซูฮ่าวก็ตะลึงงัน
สามารถต้านทานการโจมตีระดับชีวิตนั่นก็หมายความว่าเขาสามารถรอดตายได้หนึ่งครั้ง?
หากเป็นเช่นนั้นจริงก็หมายความว่าดอกท้อแกะสลักชิ้นนี้เป็นของระดับศักดิ์สิทธิ์
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูฮ่าวก็รีบดูเวลาที่เหลือภายในการ์ดประสบการณ์เสแสร้งแกะสลักอย่างรวดเร็ว
“ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงสามารถแกะสลักเพิ่มได้อีกสองสามอัน”
เขาตัดสินใจได้แล้วจากนั้นก็หันไปถามเถ้าแก่ร้านว่า “เถ้าแก่ไม่ทราบว่าในร้านยังมีหยกมันแพะเหลืออยู่อีกหรือเปล่า ผมขอซื้อหน่อยได้ไหม ผมอยากจะแกะสลักอีกสักสองสามอัน”
เถ้าแก่ร้านชะงักไป แล้วหันหน้ามองไปทางจงรั่วฉิง
“มีๆๆ ปรมาจารย์อยากได้หยกมันแพะอีกกี่อัน ฉันจะรีบให้คนเอามาให้” จงรั่วฉิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกเม็ดข้าว
เขาหวังว่าซูฮ่าวจะแกะสลักหยกอีกหลายอันหากเป็นเช่นนั้นละก็เขาที่ยืนอยู่ด้านข้างก็สามารถเรียนรู้เทคนิคการแกะสลักได้มากขึ้น
“ขอหยกมันแพะที่มีขนาดเท่าเดิมอีกสองก้อน” ซูฮ่าวครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็พูดออกไป
เมื่อนับจากเวลาที่เหลืออยู่เขาสามารถแกะสลักได้อีกสองก้อนเท่านั้น ก้อนหนึ่งมอบให้กับเจิงจื่อโหยวให้เขาเอาไปให้แฟนสาวของเขาส่วนอีกสองก้อนเขาจะเก็บเอาไว้เอง
“ไม่มีปัญหา” จงรั่วฉิงขยิบตาให้กับพนักงานคนที่อยู่ด้านหลังก็เข้าใจในทันทีและรีบนำหยกมันแพะสองก้อนออกมาให้
ซูฮ่าวกวาดสายตามองหยกมันแพะทั้งสองก้อนครู่หนึ่งเขาออกแบบลวดลายหยกทั้งสองก้อนไว้ในใจเป็นอันดับแรกจากนั้นก็หันกลับไปมองเจิงจื่อโหยวก่อนถามด้วยรอยยิ้มว่า “นายอยากจะเอาหยกแกะสลักแบบไหนให้แฟนของนาย?”
“หยกแกะสลักลายดอกกุหลาบ!” เจิงจื่อโหยวเหมือนคิดเอาไว้ตั้งนานแล้วเขาจึงขมวดคิ้วแล้วพูดออกมา
ความจริงแล้วเขาอยากให้ซูฮ่าวแกะสลักหยกลายเพชรท้ายที่สุดแล้วเพชรก็เป็นตัวแทนของความจริงใจแต่เมื่อเขาเห็นจิตวิญญาณและเสน่ห์ของดอกท้อที่ซูฮ่าวเป็นคนแกะสลักทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าดอกกุหลาบน่าจะเหมาะกับเจิ้งซือซือมากกว่า
ในขณะเดียวกันเขาก็อยากเห็นว่าผลงานการแกะสลักหยกลายดอกกุหลาบของซูฮ่าวจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร