จักรพรรดิอสูรกลืนนภาที่ถูกสะกดจิตและได้เล่าทุกอย่างที่มันรู้ออกมา
ไม่นาน
เย่เทียนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
ที่แท้โลกวานรมังกรนี้เป็นโลกที่เคยถูกสัตว์อสูรวานรปกครองแต่อยู่มาวันหนึ่งเผ่ามังกรกลุ่มหนึ่งก็ได้มาถึง หลังจากนั้นเผ่าวานรส่วนใหญ่ก็ล้วนถูกสังหารตั้งแต่นั้นมาในโลกแห่งนี้จึงถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์มังกร นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมถึงมีสายเลือดของมังกรอยู่มากมายในโลกใบนี้
ด้วยเหตุนี้โลกของสัตว์อสูรนี้จึงถูกเรียกว่าโลกวานรมังกร
ครั้งหนึ่งในโลกวานรมังกรนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากในโลกนี้มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอยู่มากมาย และยังมีสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าจักรพรรดิอยู่จำนวนเล็กน้อย
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้โลกวานรมังกรนี้ตกต่ำลงนั่นก็เพราะเผ่ามังกรได้วางค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อดูดซับพลังปราณของโลกทั้งใบเพื่อให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ปราณปฐมแห่งฟ้าดินของโลกใบนี้ก็ค่อยๆถูกซึมซับไป ทำให้พลังปราณของโลกลดลงเป็นอย่างมาก สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันก็ยังยากที่จะปรากฏขึ้นตอนนี้โลกใบนี้แทบจะกลายเป็นเพียงตำนานไปแล้ว
โลกวานรมังกรค่อยๆ ตกต่ำลงและเผ่ามังกรก็ได้จากไปนานแล้ว
ทุกๆ 10,000 ปี โลกวานรมังกรนี้จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นหลังจากนั้นจะมีมังกรตัวหนึ่งมาเก็บสิ่งมหัศจรรย์นั้นแล้วจากไป
“พลังปราณของโลกเดิมทีสมควรที่มันจะเป็นพลังของดาวดวงนี้เมื่อพลังแห่งดวงดาวถูกดูดกลืนดวงดาวจะค่อยๆ เสื่อมสภาพ หากไม่ถอนค่ายกลนั้นออกไปแล้วละก็โลกวานรมังกรนี้อีกไม่นานคงจะกลายเป็นดาวมรณะ!” เย่เทียนคาดเดา
เมื่อสอบถามตี้หลิง เย่เทียนก็ค้นพบความลับที่สำคัญอย่างรวดเร็ว
นั่นคือที่มาของศิลาแห่งการรู้แจ้ง!
ศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่เผ่ามังกรให้กำเนิดขึ้น!
ศิลาแห่งการรู้แจ้งปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อ13,000 ปีก่อนเนื่องจากมันอยู่ในอาณาเขตของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ มันจึงถูกสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ยึดครองและตั้งแต่นั้นมาสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้น สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ก็ไม่กล้าขยับแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งเพราะพวกมันต่างรู้ดีว่าศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้เป็นของเผ่าพันธุ์มังกร พวกมันจึงทำเพียงใช้งานศิลาแห่งการรู้แจ้งแต่ไม่กล้าเคลื่อนย้ายมัน
แต่หลังจาก 10,000 ปีผ่านไป เผ่ามังกรยังไม่ปรากฏตัวสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์จึงมีความคิดที่จะครอบครองมันอย่างถาวร ในขณะเดียวกันสัตว์อสูรตัวอื่นๆก็เริ่มมีความคิดที่จะแย่งชิงมัน
เพียงแต่ว่า
พวกมันยังคงกังวลว่าเผ่ามังกรอาจจะมาช้ากว่ากำหนดพวกมันจึงไม่กล้าแย่งชิงแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้ง เพราะหากเผ่ามังกรปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆแล้วละก็ เผ่าของสัตว์อสูรเหล่านั้นอาจจะได้รับผลกระทบ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องการ
ดังนั้นพวกมันจึงรอต่อไป!
แต่หลังจาก 3,000 ปีผ่านไป ท้ายที่สุดความอดทนของเหล่าสัตว์อสูรก็หมดลง
เผ่าวานรสามตาจึงเริ่มเคลื่อนไหวก่อสงครามแย่งชิงศิลาแห่งการรู้แจ้ง
สุดท้ายมันก็ตกมาอยู่ในมือของตี้หลิง!
ตี้หลิงคิดว่าเผ่ามังกรคงจะละทิ้งโลกวานรมังกรไปแล้วหรืออาจจะเกิดปัญหาขึ้นภายในเผ่าของพวกมัน ทำให้พวกมังกรไม่ได้เดินทางมานำศิลาแห่งการรู้แจ้งไป
“สิ่งมหัศจรรย์อย่างนั้นหรือ!”
เย่เทียนจ้องมองที่แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนา
เขาได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่งแยกระดับของสิ่งมหัศจรรย์จากปากของตี้หลิงสิ่งของล้ำค่าเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติที่แปลกประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นจากปราณปฐมแห่งฟ้าดินระดับของสิ่งมหัศจรรย์จะแบ่งเป็น 1 ดาวถึง 9 ดาวตามความสามารถและหน้าที่ของพวกมัน
และศิลาแห่งการรู้แจ้งมีระดับ5 ดาว!
จากที่เย่เทียนคาดเดา ศิลาเทพสงครามน่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับ4 ดาว ซึ่งด้อยกว่าศิลาแห่งการรู้แจ้งที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 5 ดาวเล็กน้อย
“ไม่ว่าโลกไหนก็ตามถ้ามีพลังปราณก็สามารถให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ได้อย่างนั้นเหรอ?”
เย่เทียนคาดเดา
แต่โลกใบนี้มีขนาดใหญ่มากพื้นที่ที่เขาเคยเข้ามาเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น หากเขาต้องการตามหาสิ่งมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ให้เจอแล้วล่ะก็มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อย่างไรก็ตาม สิ่งมหัศจรรย์ระดับ 5 ดาวนั้นมีค่ามาก ใครก็ตามที่ได้ครอบครองสิ่งมหัศจรรย์ระดับ5 ดาว ก็นับได้ว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ได้รับกำไรมากมายมหาศาล
“เก็บ!”
เย่เทียนพยายามเก็บศิลาแห่งการรู้แจ้งไว้ในมิติส่วนตัวแต่เขาก็ต้องแปลกใจ
ศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์เขาไม่สามารถส่งมันเข้าไปในมิติส่วนตัวได้
“ไม่สามารถเก็บไว้ในมิติส่วนตัวได้?”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
เขาถามตี้หลิงอีกครั้งก่อนที่จะรู้ถึงสาเหตุของเรื่องนี้
มันเป็นเพราะสิ่งมหัศจรรย์ไม่สามารถเก็บในมิติได้ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีกฎเกณฑ์อันแปลกประหลาด ไม่ว่าจะต้องการส่งมันเข้ามิติอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้มิฉะนั้นตี้หลิงคงเก็บมันไว้ในมิติของมันนานแล้ว ไม่มีทางที่มันจะทิ้งไว้ในถ้ำเช่นนี้
“ยุ่งยากจริงๆ!”
เย่เทียนถอนหายใจ
ทันใดนั้น
เขาเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวปลอมตัวเป็นวานรยักษ์ที่สูงกว่าพันเมตร คว้าแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งขนาด 100 เมตรแล้วจากไป
สำหรับตี้หลิง เขาทำลายจิตวิญญาณของมันด้วยหนามวิญญาณไปแล้ว
สำหรับศัตรูของเขา เย่เทียนไม่มีทางเห็นใจอีกฝ่ายเด็ดขาด
วานรยักษ์ที่แบกศิลาแห่งการรู้แจ้งไว้มันดูดึงดูดหายนะเกินไปใครจะรู้ว่าโลกวานรมังกรนี้อาจจะมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่น่ากลัวซ่อนอยู่หรือไม่ดังนั้นเย่เทียนจึงเปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหน
ด้วยวิธีนี้แทบจะไม่มีสัตว์อสูรตนใดสังเกตถึงการคงอยู่ของเย่เทียนเลย
ไม่นาน
เย่เทียนก็มาถึงรอยแยกของมิติและในตอนนี้เขาก็พบวานรยักษ์ขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่ใกล้ๆ รอยแยกราวกับภูเขาลูกใหญ่ดวงตาคู่นั้นของมันเป็นสีทอง
ข้างกายวานรยักษ์ตัวนี้มีสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์และสัตว์อสูรระดับราชาอยู่มากมาย
“ดวงตาสีทองของมันช่างคุ้นเคยยิ่งนักมันคงจะเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่โจมตีเราด้วยหอกสีทอง!”
เย่เทียนจดจำมันได้ในทันที
ตรวจสอบ!
พรสวรรค์ในการคัดลอกปกคลุมอีกฝ่ายและไม่นานพรสวรรค์ของวานรยักษ์ก็ปรากฏขึ้นบนจอประสาทตาของเย่เทียน
[ประเภท : คิงคองเนตรโทสะ
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับจันทรา
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูง
พรสวรรค์หอกทอง : ระดับปานกลาง]
“พรสวรรค์ของมันต่ำเกินไปหรือเปล่า?”
ตอนแรกเย่เทียนคิดว่าเจ้าของดวงตาสีทองนั้นต้องมีพรสวรรค์ที่น่ากลัวอย่างแน่นอนแต่เขาไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ของมันจะไร้ค่าขนาดนี้!
แม้แต่สัตว์อสูรจำนวนมากที่เป็นลูกน้องของมันยังมีพรสวรรค์พิเศษที่มากกว่ามันข้อได้เปรียบอย่างเดียวของคิงคองเนตรโทสะก็คือพลังบ่มเพาะ ไม่เช่นนั้นมันคงจะเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรทั่วไป
ในขณะเดียวกัน
เย่เทียนยังพบสัตว์อสูรพิเศษอีกตัว
[ประเภท : วานรโลหิตอมตะ
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูง
พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ: ระดับสูง]
“พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงวานรวิญญาณทองที่ถูกหยุนเมิ่งหลีสังหารไปก่อนหน้านี้น่าจะเป็นร่างที่วานรโลหิตอมตะที่ยึดครองร่างมันแล้วเข้าสู่โลกของมนุษย์วานรวิญญาณทองในเวลานั้นมีพรสวรรค์พละกำลัง ด้านการป้องกัน ด้านความเร็วอยู่ในระดับปานกลางซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขของพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ ที่หากยึดครองร่างเป้าหมาย เมื่ออยู่ในร่างนั้นพรสวรรค์จะลดลงหนึ่งระดับ”
เย่เทียนคิดในใจ
แม้ว่าวานรโลหิตอมตะจะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์แต่ด้วยพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูง มันเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์อย่างแท้จริงตราบเท่าที่มันมีเวลามากพอในการเติบโต มันจะสามารถยึดครองร่างของสัตว์อสูรตัวอื่นบุกไปยังโลกได้ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อมัน
เพราะตราบใดที่วิญญาณยังไม่ถูกทำลายมันก็สามารถกลับเข้าสู่ร่างจริงได้
“สัตว์อสูรเช่นนี้เป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงเราไม่สามารถปล่อยมันไปได้!”
เย่เทียนเปิดใช้งานทักษะหนามวิญญาณ
พรูดดด!!!!
หนามวิญญาณพุ่งทะลุวิญญาณของวานรโลหิตอมตะ
วานรโลหิตอมตะอยู่ในร่างจริงของมันแต่ถึงแม้ว่ามันจะใช้ร่างของสัตว์อสูรตัวอื่นอยู่ การโจมตีของเย่เทียนก็สามารถทำลายวิญญาณของมันได้โดยตรง
“เกิดอะไรขึ้น?”
คิงคองมองไปที่วานรโลหิตอมตะซึ่งเป็นลูกน้องคนสำคัญของมันในขณะที่มันล้มลงและตอนนี้ลมหายใจของมันหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นมันก็ตกใจมาก
ทำไมจู่ๆ สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ถึงตายอย่างกะทันหันได้?
“มีศัตรูโจมตี!”
ทันใดนั้นคิงคองก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้เอง
คมดาบมิติเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นและโจมตีเข้ามา
“ตี้หลิง!!!!”
คิงคองเข้าใจผิดคิดว่าตี้หลิงเป็นสัตว์อสูรที่ลงมือเพราะสัตว์อสูรที่มีพลังมิติที่มันรู้จักมีเพียงตี้หลิงเท่านั้น
หากตี้หลิงยังมีชีวิตอยู่มันจะต้องสบถด่าคิงคองอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่ตี้หลิงไม่รู้ว่ามันถูกคิงคองเข้าใจผิด
แต่ก่อนที่คิงคองกำลังจะตายเบื้องหน้ามันกลับเป็นวานรยักษ์ที่มันไม่รู้จักปรากฏตัวขึ้น
ใครกัน? ร่างของคิงคองถูกคมดาบมิติฟันขาดเป็นสองส่วนและตายไปทั้งอย่างนั้น
“กักขังมิติ!”
เสียงราบเรียบดังขึ้นจากความว่างเปล่า
วินาทีถัดมา สิ่งแวดล้อมทั้งหมดก็หยุดชะงักสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนถูกกักขัง
ในขณะเดียวกันทะเลเพลิงก็ปรากฏขึ้นแผดเผาสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนสลายกลายเป็นเถ้าธุลี