Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 110 เดทที่พระราชวังโตเกียว ?

    ตอนที่ 110            “ฮิคา...”            “เงียบก่อนดนัยฉันต้องใช้สมาธิ !!” ฮิคาริพูดออกมา            ยัยฮิคาริกำลังทำอะไรเธอเอาแต่ยืนจ้องแขนอย่างนี้มาเกือบห้านาทีแล้วนะเส้นเลือดกับกล้ามเนื้อก็เย็บเสร็จแล้วทำไมไม่รีบเย็บเส้นประสาทให้เรียบร้อยล่ะจะได้เย็บต่อแขนคนไข้เสียทีเวลาเหลือไม่ถึงสองชั่วโมงแล้วนะ ดนัยคิดสงสัยอยู่ในใจเพราะฮิคาริเอาแต่จ้องมองแขนของคนไข้มากว่าห้านาทีแล้วซึ่งพยาบาลและคนอื่นๆก็สงสัยเหมือนกันว่าฮิคาริกำลังทำอะไรอยู่            และในตอนนั้นเองดนัยที่จ้องมองฮิคาริอยู่ตลอดเวลาก็เห็นม่านตาของเธอขยายและมือของเธอก็เริ่มเคลื่อนไหว            ควับ !! คีบจับของฮิคาริจิ้มลงไปที่แขนท่อนบนของคนไข้ที่ยังติดอยู่กับลำตัว            “ทำอะไ...” ดนัยที่กำลังจะถามว่าฮิคาริกำลังทำอะไรอยู่ตอนนั้นเองเขาก็เห็นว่าที่ปลายคีมของฮิคาริกำลังจับอะไรบางอย่างอยู่ขึ้นมาด้วย            “นั่นอ่ะไรครับน่ะ !!” หมอสุกิยามะอดสงสัยไม่ได้            “บ้าน่าท่อน้ำเหลืองงั้นเหรอ !!” ดนัยอุทานออกมาเขารู้ดีว่าสิ่งที่ฮิคาริคีบออกมานั้นคืออะไรเพราะปกติศัลยแพทย์จะเจอมันเป็นประจำอยู่แล้วเวลาที่ผ่าตัดรักษาโรคบวมน้ำเหลืองของผู้ป่วย            “ใช่กว่าจะหาเจอเล่นเอาซะเหนื่อยเลย” ฮิคาริพูดออกมา            “อย่าบอกนะว่าเธอจะต่อท่อน้ำเหลืองด้วยน่ะ” ดนัยถาม            “ใช่ฉันจะต่อท่อน้ำเหลืองเข้ากับหลอดเลือดดำฝอยเพื่อป้องกันอาการของโรคบวมน้ำเหลืองหลังผ่าตัดน่ะ” ฮิคาริตอบ            “นี่เธอหามันเจอได้ยังไงเนี่ยมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยนะเพราะแขนที่ถูกตัดขาดแบบนี้ท่อน้ำเหลืองมันก็จะขาดไปด้วยและเมื่อท่อน้ำเหลืองขาดน้ำเหลืองในท่อก็จะไหลออกมาหมดทำให้เหลือเพียงแต่ท่อใสๆที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยากแถมเธอยังหามันเจอจากในทะเลเลือดนั่นอีก” ดนัยพูดออกมา            “จริงด้วยท่อนี้ใสมากเลยถ้าไม่บอกว่าเป็นท่อน้ำเหลืองผมนึกว่าเป็นเศษพลาสติกใสนะครับเนี่ย” หมอสุกิยามะพูด            “ฉันหาเจอจากเศษน้ำเหลืองที่ตกค้างอยู่ในท่อแล้วถูกอากาศดันออกมาน่ะสินายเห็นตรงนี้มั้ยบริเวณที่เลือดออกอยู่เนี่ยมันจะมีจุดบอกอยู่ว่าท่อน้ำเหลืองอยู่ตรงไหน” ฮิคาริพูดพลางชี้ให้ดูดนัยและหมอสุกิยามะพยายามดูตามที่ฮิคาริบอกแต่ก็ยังมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง            ไม่เห็นเลยเราไม่เห็นจุดที่ฮิคาริบอกว่าเป็นจุดบอกว่าท่อน้ำเหลืองมันอยู่ตรงนั้นเลย ดนัยคิดในใจ            “เอาล่ะดนัยนายต่อท่อน้ำเหลืองเข้ากับหลอดเลือดดำฝอยได้ใช่มั้ย” ฮิคาริถาม            “อืม” ดนัยพยักหน้าเพราะท่อน้ำเหลืองที่มีขนาด 0.5 มิลนั้นมีขนาดใหญ่ขอแค่เป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์สักหน่อยก็ต่อมันได้ไม่ยาก            “ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะฉันจะเย็นเส้นประสาทต่อ” ฮิคาริพูดก่อนจะส่งคีบที่เธอจับอยู่ให้ดนัย            “ได้ฉันจะจัดการเองเธอรีบจัดการเส้นประสาทเถอะ” ดนัยพยักหน้าพลางรีบคีมนั่นมาจากนั้นเขาก็เริ่มเย็บท่อน้ำเหลืองเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำฝอยทันทีโดยระหว่างนั้นเขาก็คอยเหล่มองการเย็บเส้นประสาทของฮิคาริไปในตัวด้วย            ความเร็วในการเย็บเส้นประสาทของยัยฮิคารินั่นมันอะไรกันเส้นประสาทน่ะมีขนาดเล็กถึงขนาดที่ตาเปล่าแทบจะมองไม่เห็นเลยนะและที่สำคัญการเย็บเส้นประสาทจะต้องแม่นยำมากๆเพราะถ้าพลาดไปทำให้แกนเส้นประสาทเสียหายเข้าล่ะก็เป็นเรื่องใหญ่แน่ !! ดนัยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นการเย็บเส้นประสาทของฮิคาริที่ไม่มีการลังเลเลยแถมความเร็วนั่นยังเร็วกว่าเขาที่กำลังเย็บท่อน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่าฮิคาริหลายเท่าด้วย  เวลาต่อมา            ฉับ !! เสียงฮิคาริใช้กรรไกรตัดไหมที่พึ่งจะเย็บแขนเสร็จเป็นครั้งสุดท้าย            “เอาล่ะการผ่าตัดเสร็จสิ้นรบกวนพาไปที่ห้อง ICU เพื่อดูอาการสักสองสามวันนะคะจากนี้ถ้าคนไข้ตั้งใจทำกายภาพบำบัดไม่เกินครึ่งปีแขนคงกลับมาใช้งานได้เหมือนปกติแล้วก็เรื่องคุยรายละเอียดกับญาติคนไข้ฝากหมอสุกิยามะด้วยนะคะเพราะเคสนี้เป็นเคสของแผนกฉุกเฉิน” ฮิคาริพูด            “ครับ” หมอสุกิยามะพยักหน้าก่อนจะให้พยาบาลเข็นคนไข้ที่พึ่งจะผ่าตัดเสร็จแล้วออกไปส่วนเขาก็รีบไปแจ้งผลการผ่าตัดกับญาติคนไข้            ส่วนฮิคาริหลังจากผ่าตัดเสร็จเธอก็เดินไปถอดถุงมือผ่าตัดทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อยและเดินไปล้างมือ            “ขาไม่เป็นไรนะ” ดนัยมองดูขาของฮิคาริตอนนี้ในห้องผ่าตัดเหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น            “ไม่เป็นไรหรอกแค่ยืนผ่าตัดสามสี่ชั่วโมงไม่ได้ทำให้ขาอาการฉันแย่ลงหรอกแถมปกติฉันก็กายภาพบำบัดวันละสองชั่วโมงอยู่แล้วด้วย” ฮิคาริพูดเธอนั้นทำกายภาพบำบัดทุกวันอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ขาของเธอกลับมาใช้งานได้ปกติโดยไว            “แล้วแบบนี้จะบอกคนอื่นยังไงเนี่ยขาหักแท้ๆแต่ไม่ถึงเดือนก็ยืนได้แล้ว” ดนัยพูด            “ไม่รู้สิเดี๋ยวก็มีทางออกเองนั่นแหละเรื่องนี้นายไม่ต้องมากังวลหรอก” ฮิคาริบอก            “งั้นเหรอว่าแต่นี่เองสินะคือฝีมือการผ่าตัดที่แท้จริงของเธอน่ะ” ดนัยพูดออกมาพลางมองฮิคาริด้วยสายตาที่เดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่            “หึ...ฉันเก่งใช่มั้ยล่ะ” ฮิคาริหันมาพลางยิ้มแบบกวนๆ            “เหอะยังมีหน้ามาชมตัวเอง” ดนัยพูดก่อนจะถอดถุงมือทิ้งบ้างและเดินไปล้างมือ            เก่งงั้นเหรอไม่ใช่แค่เก่งธรรมดาแต่เก่งแบบโคตรๆเลยการผ่าตัดเย็บเส้นประสาทนั่นมันอะไรกันความเร็วในการเย็บนั่นมองแทบไม่ทันเลยแถมยังไม่มีการลังเลแล้วไหนจะตอนเย็บแผลนั่นอีกเย็บใต้ผิวหนังงั้นเหรอนั่นน่ะเป็นเทคนิคของแผนกศัลยกรรมตกแต่งนะยัยนี่เรียนรู้เทคนิคของศัลยกรรมตกแต่งด้วยงั้นเหรอเนี่ยแถมการเย็บและความเร็วในการเย็บแผลใต้ผิวหนังนั่นก็ไม่ใช้แบบคนที่เรียนรู้มาผิวเผินด้วยมันเป็นการเย็บของคนที่มีประสบการณ์และฝีมือในระดับสูง ดนัยคิดในใจเขาเองก็พยายามเรียนรู้เกี่ยวกับการเย็บแผลของแผนกศัลยกรรมตกแต่งอยู่เหมือนกันเพราะการเย็บใต้ผิวหนังนั้นมันทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนร่างกายของคนไข้น้อยกว่าเย็บแบบปกติแถมแผลยังหายเร็วกว่าด้วย            “เอาล่ะถ้ายังไงฉันกลับไปที่แผนกก่อนนะยังมีเอกสารต้องจัดการอีกมาก” ฮิคาริที่ล้างมือเสร็จแล้วพูดเธอเดินกลับไปนั่งที่รถเข็นของตัวเองใส่เฝือกให้เรียบร้อยเหมือนเดิมก่อนจะบังคับรถเข็นออกจากห้องไปแต่ก่อนที่รถเข็นจะพ้นประตูไปดนัยก็เรียกเธอ            “ฮิคาริ !!”            “หือ ??” ฮิคาริหันมาทำหน้าสงสัยว่าดนัยยังมีอะไรอีก            “ขอบใจนะถ้าไม่ได้เธอการผ่าตัดนี้คงแย่” ดนัยพูดเพราะฮิคาริถึงขนาดยอมทำให้ความลับของตัวเองที่ไม่ได้ขาหักแตกออกมา            “หึก็นึกว่าจะพูดอะไรคนเป็นหมอก็ต้องช่วยคนไข้อยู่แล้วสิ” ฮิคาริพูดออกมาทำเอาดนัยที่กำลังล้างมืออยู่ชะงักไป            อะไรของยัยนั่นทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเห็นชีวิตของคนไข้เป็นเหมือนสิ่งของที่ใช้เดิมพันแท้ๆทีตอนนี้พูดเหมือนกับให้ความสำคัญกับชีวิตของคนไข้ซะงั้น ดนัยคิดสงสัยในใจพลางนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ (ตอนที่ 89)  หลายวันผ่านไป            “ห๋านี่พรุ่งนี้จะให้ฉันไปเป็นหมอชั่วคราวในทริปทัศนะศึกษาของนักเรียนจากโอซาก้างั้นเหรอแต่นั่นมันวันหยุดฉันนะฮิคาริ !!” ดนัยอุทานออกมาเมื่อฮิคาริสั่งให้เขาไปเป็นหมอชั่วคราวของโรงเรียนที่กำลังจะเดินทางมาทัศนะศึกษาที่โตเกียวจากโอซาก้าแถมวันที่เขาต้องไปนั้นยังเป็นวันหยุดของเขาอีก            “ทำเพื่อเด็กแค่นี้ไม่ได้หรือไง” ฮิคาริพูด            “เหอะพูดขนาดนี้ก็ต้องได้สิแต่เธอก็โหดไปนะเล่นให้ฉันทำงานเกินเจ็ดวันแบบนี้” ดนัยบ่นกระปอดกระแปด  “เอาน่ายังไงนี่ก็เป็นโครงการของโรงพยาบาลในเครือของเรา” ฮิคาริพูด  “โครงการ ??” ดนัยไม่เข้าใจว่าโครงการอะไร  “โครงการให้ยืมหมอสำหรับทัศนะศึกษาน่ะถึงปกติการไปทัศนะศึกษาของเด็กนักเรียนจะมีอาจารย์จากห้องพยาบาลไปก็เถอะแต่อาจารย์เหล่านั้นก็มีความรู้อยู่จำกัดสู้หมอจริงๆแบบเราไม่ได้ดังนั้นจึงมีโครงการให้ยืมหมอสำหรับทัศนะศึกษาขึ้นมา” ฮิคาริพูด            “หือโครงการนี้ไม่เลวเลยเป็นความคิดใครกันเนี่ย” ดนัยพูดพลางทำหน้าสงสัย            “ความคิดของผู้อำนวยการจากสาขาโอซาก้าน่ะ” ฮิคาริบอก            “ผู้อำนวยการสาขาโอซาก้างั้นเหรอใครกันนะอยากขอบคุณแทนเด็กๆจังที่คิดโครงการดีๆแบบนี้ขึ้นมา” ดนัยพูดเพราะเขานั้นไม่ได้ติดตามข่าวของโรงพยาบาลในเครือเลยก็เลยไม่รู้ว่าหลังจากพ่อของหมอนากิสะออกไปใครขึ้นเป็นผู้อำนวยการสาขาโอซาก้าต่อ            “หือนี่นายไม่รู้สินะว่าผู้อำนวยการสาขาโอซาก้าก็คือหมอนากิสะน่ะ” ฮิคาริพูด            “ห๋า...นี่หมอนากิสะไปเป็นผู้อำนวยการงั้นเหรอฉันนึกว่าย้ายกลับไปเป็นหัวหน้าแผนกอะไรทำนองนั้นซะอีก !!” ดนัยอุทานออกมา (ไรท์ : ข้อมูลจากตอนที่ 60 นากิสะนั้นย้ายกลับไปทำงานที่โอซาก้านะครับ)            “แล้วก็ไม่ต้องห่วงงานนี้นายไม่ได้ไปคนเดียวหรอกฉันจะให้พยาบาลตามไปด้วย” ฮิคาริพูด  วันต่อมา            “ว้าวนั่นสะพานแว่นตานี่แล้วข้างหลังนั่นก็พระราชวังโตเกียวล่ะใหญ่มากคุณยูมิทางนี้เร็วครับมาถ่ายรูปผมให้หน่อยเอาให้เห็นพระราชวังโตเกียวแบบเต็มๆนะครับแล้วก็เอาให้เห็นสะพานแว่นตาด้วย !!” ดนัยเรียกยูมิที่ถูกคำสั่งให้มาด้วยกันกับเขา            “ดนัยคะเรามาทำหน้าที่เป็นหมอประจำทริปไม่ใช่เหรอคะทำไมดนัยถึงดูตื่นเต้นกว่าพวกเด็กๆที่มาทัศนะศึกษาอีกล่ะ !!” ยูมิพูดแต่ก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปให้ดนัยตามที่เขาขอ            “จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไงล่ะครับผมน่ะตั้งแต่มาทำงานที่ญี่ปุ่นยังไม่เคยได้ออกไปเที่ยวไหนเลยนะ” ดนัยพูดเพราะตั้งแต่มาญี่ปุ่นเขาก็ทำงานตลอดถึงแม้จะได้ออกไปไหนบ้างแต่ก็แค่ออกไปซื้อของใช้มาเก็บในห้องก็เท่านั้น

    นี่มันเหมือนกับเรากำลังมาเดทกับดนัยเลย !! ยูมิคิดในใจพลางหน้าขึ้นสี  “อ๊ะเป็นอะไรหรือเปล่าครับหน้าดูแดงๆนะหรือว่าร้อน” ดนัยเห็นหน้าของยูมิเริ่มแดงจึงถาม  “ปะ...เปล่าค่ะดะ...ดนัยถอยไปอีกนิดค่ะจะถ่ายแล้ว” ยูมิพูดก่อนจะบอกให้ดนัยถอยออกไปเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปเก็บภาพได้หมดทั้งเฟรม            แชะ !! แชะ !! แชะ !! ยูมิจัดการถ่ายรูปดนัยไปหลายรูปตอนนั้นเองเหล่าเด็กนักเรียนหญิงใจกล้าก็กรูกันเข้ามา            “พี่หมอคะหนูขอถ่ายรูปคู่กับพี่หมอได้มั้ยคะ !!”            “ไม่นะริกะฉันขอก่อนสิฉันเองก็อยากถ่ายคู่กับพี่หมออ่ะ”            “ฉันด้วย !!”            “อ๊ะฉันก็หาจังหวะถ่ายคู่กับพี่หมอมานานแล้วนะ !!”            “เอ่อ...น้องๆไม่ต้องแย่งกันก็ได้ครับมาๆเข้ามาถ่ายทีละคนเลย” ดนัยพูดออกมา            “ว้าวพี่หมอใจดีจังเลยแถมยังรูปหล่อด้วยพี่หมออยากมีแฟนเป็นเด็กนักเรียนบ้างมั้ยคะ” เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งถามดนัย            “เอ่อ...ไม่ดีมั้งครับมันผิดกฎหมาย” ดนัยยิ้มแห้งๆ            หนอยขอถ่ายรูปคู่งั้นเหรอเราเองยังไม่เคยถ่ายรูปคู่กับดนัยเลยนะ !! ยูมิที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มรู้สึกหงุดหงิด            “อ๊ะพี่พยาบาลรบกวนถ่ายรูปคู่กับพี่หมอให้หน่อยค่ะ” เด็กนักเรียนคนนั้นพูดก่อนจะเอามือถือมาให้ยูมิเป็นคนถ่ายรูปให้            “จะ...จ้า” ยูมิได้แต่ฝืนยิ้มออกไปจากนั้นมือถือของเด็กนักเรียนหญิงกว่าสิบเครื่องก็ถูกส่งมาให้ยูมิถือเพื่อถ่ายรูปพวกเธอคู่กับดนัย 

    error loadedภาพของสะพานแว่นตาและพระราชวัลโตเกียวอิมพีเรียลที่อยู่ด้านหลัง

     จบ...