“คุณหนู?” ตู้เจวียนมองไป๋เซียงจู๋ที่เหม่อลอย และเรียกออกมาเบาๆ
"ไม่เป็นไร พักผ่อนเถอะ"
นางปิดกล่องอย่างรวดเร็ว ไป๋เซียงจู๋หันกายและเตรียมที่จะพักผ่อน
ทันใดนั้น ข้างนอกก็มีเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้นคล้ายกับเสียงร้องของเด็ก เสียงร้องนั้นช่างน่าสังเวชพาให้คนที่ได้ยินตื่นตระหนกตกใจ
ไป๋เซียงจู๋มองออกไปนอกหน้าต่างและพูดว่า"เสียงข้างนอกเป็นเสียงอันใด?"
ตู้เจวียนเองก็ขมวดคิ้ว นางฟังอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า"เป็นเสียงของแมวเจ้าค่ะ บ่าวก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดวันนี้ถึงได้ยินเสียงของแมวตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนกลางคืนนั่นทำให้ตื่นตระหนกยิ่งนักเจ้าค่ะ" แมวเป็นสัตว์ธาตุหยินการที่แมวร้องกลางดึกย่อมไม่ใช่เรื่องมงคล
และการร้องครวญครางนั้นช่างน่าสังเวชจนทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจตู้เจวียนยังออกไปข้างนอกเพื่อมองดูและเดินวนอยู่หลายครั้งแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ทว่าตอนที่นางเดินกลับถึงห้องเสียงร้องของแมวก็ดังขึ้นอีก
เมื่อเวลาผ่านไป นางรู้สึกแปลกยิ่งนักแต่นางไม่กล้าที่จะออกไปดูอีกครั้ง ช่างน่าตื่นตระหนกเกินไปแล้ว
ได้ยินเสียงลมพัดแรงขึ้นนอกหน้าต่าง คิ้วของไป๋เซียงจู๋กระตุกรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น นางพูดอย่างเคร่งขรึมว่า"ตู้เจวียน ตามข้าออกไปดูเถิด"
“ข้างนอกลมแรงและฝนกำลังจะตกดังนั้นอย่าออกไปข้างนอกเลยเจ้าค่ะคุณหนู”
ตู้เจวียนเอ่ยไปพลางก็หยิบเสื้อคลุมเดินตามรอยเท้าของไป๋เซียงจู๋ไปพลาง
เมื่อเห็นว่ามิอาจหยุดคุณหนูของนางได้ตู้เจวียนจึงรีบหยิบเสื้อคลุมและตามออกไปด้วยกัน
สวนไห่ถังในเวลานี้นอกจากจะอ้างว้างมากขึ้นกว่าปกติแล้วยังมีดอกไห่ถังสีขาวอีกหลายดอกที่บานสะพรั่งพร้อมกลิ่นหอมอันละเอียดอ่อนแต่ดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นเลือดจางๆ แฝงมากับกลิ่นหอมของดอกไม้ด้วย
ไป๋เซียงจู๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปในส่วนลึกของต้นไห่ถังและเห็นแอ่งเลือดสีม่วงดำและศพแมวดำตายใต้ต้นไห่ถัง!
แมวดำและหมาดำเป็นสิ่งที่ขับไล่วิญญาณชั่วร้ายดังนั้นแมวดำจึงมักเป็นสิ่งที่โชคร้าย และทุกคนก็หลีกเลี่ยงเมื่อพบเห็น จึงย่อมไม่กล้าลงมือทำร้ายพวกมันแต่ตอนนี้แมวดำตายในเรือนของนาง อีกทั้งยังเป็นความตายที่น่าสลดใจ แปลกเหลือเกินและคงไม่ดีหากมีใครมาเห็นเข้า
ตู้เจวียนที่เดินตามหลังเห็นชัดเจนว่าแมวดำที่ตายแล้วนอนอยู่ที่นั่นนางอ้าปากค้างด้วยความตกใจ "แมวตาย!" แมวที่ตายในบ้านย่อมเป็นลางร้าย!
หากจัดการไม่ดี คนทั้งเรือนจะถูกมองว่าเป็นตัวอัปมงคลหากเรื่องราวแพร่กระจายออกไป นับประสาอะไรกับพวกนางที่จะถูกลากออกไปและถูกทุบตีด้วยไม้จนตายแม้แต่คุณหนูก็จะถูกขังไว้เหมือนสัตว์ประหลาดแน่
ในสายตาของคนสมัยนี้ เรื่องนี้เป็นสิ่งต้องห้ามอย่างยิ่ง
“อย่าเอ็ดไป อย่าส่งเสียงเชียว!”ไป๋เซียงจู๋เอื้อมมือไปปิดปากตู้เจวียน
ตู้เจวียนพยักหน้าด้วยความหวาดกลัวและถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“คุณหนู เราควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ”
ดวงตาของไป๋เซียงจู๋เปลี่ยนไปสองสามครั้งแววเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า "ตู้เจวียนเจ้าเข้าไปจัดการแมว นำมันออกไปฝังไว้ในที่ที่ห่างไกล นอกเหนือจากนั้นไว้ค่อยกลับไปคุยกัน”
“เจ้าค่ะ”ตู้เจวียนสงบลงอย่างรวดเร็วและทำในสิ่งที่ไป๋เซียงจู๋ต้องการ
คุณหนูคงมีวิธีรับมือในการทำเช่นนี้ดังนั้นนางจึงรีบทำตามและทำความสะอาดรอยเลือดอย่างรวดเร็ว
กลางดึกมีลมแรง ฟ้าร้อง ฟ้าแลบฝนเทลงมาคราวนี้กินเวลาทั้งวันทั้งคืน พอตกเย็นของวันรุ่งขึ้นข้างนอกยังคงมืดครึ้มและมีฝนตกปรอยๆ
โดยทั่วไปในสภาพอากาศเช่นนี้ ผู้คนในเรือนแต่ละหลังมักจะไม่ออกไปไหนทว่าในเวลานั้นเอง
อย่างไรก็ตาม มีเสียงเคาะประตูเรือนไห่ถัง ผสมกับเสียงกรีดร้องแหลมเล็ก
“เปิดประตู ไป๋เซียงจู๋เปิดประตู!”
คิ้วของไป๋เซียงจู๋ในเรือนไห่ถังขมวดมุ่น นางสั่งให้ตู้เจวียนเปิดประตูเรือน
ทันทีที่ประตูเรือนเปิดออก นางเห็นแม่เฒ่าเฉินบ่าวรับใช้ข้างกายอวี๋ซื่อพร้อมกับบ่าวของฮูหยินเฒ่าสองสามคนในเสื้อกันฝนที่ทำจากใยมะพร้าวล้อมรอบไป๋ชิงโหรวบุกเข้ามาในเรือนไห่ถังด้วยแรงกดดันมหาศาลโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ
ไป๋เซียงจู๋ขดริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม ไป๋ชิงโหรวอดใจให้นิ่งเฉยไม่ไหว อวี๋ซื่อไม่ได้มาด้วย คิดว่านางคงจะติดตามฮูหยินเฒ่าไปสวดมนต์แล้ว หากถูกนางรู้เข้าว่ามีแมวดำโชคร้ายในเรือนของนางผลที่ตามมานั้นสามารถจินตนาการได้มากมายหลากหลายเหลือเกิน
เป็นการวางแผนที่ดีจริงๆ
มองไปที่ใบหน้าที่มั่นใจของไป๋ชิงโหรว ไป๋เซียงจู๋กล่าวเบาๆว่า "น้องหญิงรอง มิใช่ว่าเจ้าต้องอยู่ในเรือนเพื่อคัดคัมภีร์สอนหญิงหรือเจ้าวิ่งโร่มาที่นี่มาทำอันใดกัน หรือว่าต้องการให้ข้าชี้แนะหรือ”
ต้องรู้ว่าการคัดคัมภีร์สอนหญิงร้อยครั้งคือการตบหน้านาง ไป๋เซียงจู๋ต้องการเปิดเผยรอยแผลเป็นของนางในยามนี้
แน่นอนว่าใบหน้าของไป๋ชิงโหรวน่าเกลียดนัก ยามที่นางได้ยินเรื่องนี้นางตะโกนกลับไปว่า "ไป๋เซียงจู๋ อย่ากลั่นแกล้งรังแกกันเกินไปนักหากเจ้าไม่ได้ใส่ร้ายข้า ข้าจะถูกลงโทษจากท่านยายได้อย่างไร!"
“นั่นคือสิ่งที่เจ้าทำตนเอง”ไป๋เซียงจู๋ยังคงนิ่งเฉย เหมือนเมฆสีขาวบนท้องฟ้า เมฆเบาสายลมบางยิ่งนัก
ไป๋ชิงโหรวเกลียดไป๋เซียงจู๋ที่เป็นเช่นนี้มากที่สุดนางกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง
“ยังไงก็เถอะวันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับเจ้า” ไป๋ชิงโหรวเลิกคิ้วขึ้นไม่อ่อนแอเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม ทุกคนในเรือนรู้นิสัยของนางดี และในตอนนี้ เวลานี้นางต้องการจะป่าวประกาศความอัปมงคลของไป๋เซียงจู๋ให้แพร่กระจายออกไปยิ่งก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่เท่าไรก็ยิ่งดี ยิ่งให้ทุกคนรู้ก็จะยิ่งดี
เช่นนี้แล้วไป๋เซียงจู๋ก็นับว่าถูกบดขยี้ทำลายลงอย่างสิ้นเชิงพระโพธิสัตว์ที่มีชีวิตก็ไม่อาจช่วยชีวิตนางได้
“ผู้ใดจะต่อปากต่อคำกับเจ้ากันท่านย่าเป็นคนสั่งการ สำหรับเรื่องที่จะเกิดขึ้น หากพี่หญิงไปถึงก็จะรู้เอง”ใบหน้าของไป๋ชิงโหรวบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้ม ความตื่นเต้นในดวงตาของนางเปล่งประกายแพรวพราวยิ่งนัก
ก่อนที่ไป๋เซียงจู๋จะพูดแม่เฒ่าเฉินที่อยู่ข้างหลังนางดันแม่เฒ่าสองสามคนเข้ามาในห้องแม่เฒ่าเฉินยิ้มเสมือนไม่ยิ้มกล่าวว่า “คุณหนู เชิญเถิดเจ้าค่ะ อย่าทำให้พวกบ่าวต้องลำบากใจเลย”
ทันทีที่พูดจบ ตู้เจวียนที่ยืนอยู่ข้างนางก็ตบนางทันทีก่อนจะตำหนิว่า “ท่านเอ่ยกับคุณหนูเช่นนี้ได้อย่างไรข้านับถือท่านในฐานะแม่เฒ่าเฉิน ทว่าพวกเราที่เป็นบ่าวก็ต้องปฏิบัติตัวอย่างบ่าวท่านอยู่ในจวนมากว่า 20 ปีแล้ว และอีกทั้งอยู่ข้างกายฮูหยินรอง ท่านน่าจะรู้กฎเกณฑ์มากกว่าข้าท่านว่าเป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่”
การตบของตู้เจวียนทำให้ไป๋เซียงจู๋รู้สึกตื่นตะลึงเล็กน้อยแม่นางน้อยผู้นี้ นางมิได้สอนไปอย่างเสียเปล่าจริงๆ หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนนางจะต้องเป็นมือขวาของตนในอนาคตอย่างแน่นอน
บางคนเป็นเจ้านายที่ชอบใช้ไม้อ่อนไม่ใช้ไม้แข็ง แต่ว่าหากเจ้าอ่อนแอกว่าพวกเขาจะกระทืบหัวเจ้าอย่างแรง โดยไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตาม
สำหรับแม่เฒ่าเฉิน นางคือแม่เฒ่าคนสนิทที่อวี๋ซื่อเพิ่งดึงมาติดตามข้างกายยามนี้นางกระตือรือร้นที่จะแสดงฝีมือ นางต้องการแสดงสีหน้าให้ใครดูหรือ?
แม่เฒ่าเฉินไม่คาดคิดว่าตู้เจวียนที่ดูขี้กลัวราวกับหนูจะกล้าทุบตีใครได้หน้าเหี่ยวของนางสั่นสะท้านเมื่อถูกตบ ความเย่อหยิ่งบนกายสลายหายไปอย่างสิ้นเชิงแม้กระทั่งสีหน้าที่ก้าวร้าวดังเดิมของไป๋ชิงโหรวก็กลายเป็นสีของตับหมู
คนที่โดนตบหน้าคือแม่เฒ่าเฉิน ทว่าคนที่โดนด่าคือมารดาของนาง
หน้าเหี่ยวของแม่เฒ่าเฉินบิดเบี้ยว นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มขอโทษ“ตู้เจวียนพูดถูก เป็นบ่าวที่สับสน อย่าได้ถือสาบ่าวเลยเจ้าค่ะ”
ไป๋เซียงจู๋มองไปที่รูปลักษณ์ของแม่เฒ่าเฉินคนเจ้าเล่ห์คนนี้เก่งมากในการหาทางลงให้ตัวเองเก่งกว่าไป๋ชิงโหรวที่อายุน้อยและโง่เขลานัก
ไป๋เซียงจู๋ไม่แม้แต่จะมองแม่เฒ่าเฉิน นางยิ้มบางลุกขึ้นแล้วจัดเสื้อผ้าของนางช้าๆจากนั้นก็พาตู้เจวียนออกไปภายใต้ดวงตาที่หงุดหงิดและเกลียดชังของไป๋ชิงโหรว