อังกฤษ, 1066
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับตน...
นาทีหนึ่ง บารอน รอยซ์ กําลังยกหลังมือที่คลุมอยู่ด้วยถุงหนังขึ้นปาดเหงื่อ ซึ่งชุ่มโชกอยู่บนหน้าผาก แต่ในอีกนาทีหนึ่งเขาก็ลงไปนอนหงายอยู่กับพื้นเสียแล้ว...
เธอนั่นเองที่เป็คนจัดการจนเขาลงไปนอนวัดพื้นอยู่เช่นนั้น เธอรอเวลาอยู่จนกระทั่งเมื่อเขาถอดหมวกเฮลเม็ทออกแล้ว จึงได้เหวี่ยงเชือกหนังที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ผูกอยู่ตรงกลางออกไป ความแรงเร็วของเชือกหนังยามที่ถูกเหวี่ยงนั้น ทําให้ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นก้อนหินด้วยตาเปล่าได้
เสียงที่เกิดขึ้นยามที่เชือกหนังตัดผ่านไปในอากาศ มันคล้ายเสียงคํารามของสัตว์ป่าที่หางเสียงหวีดหวิวอย่างบอกไม่ถูก และเหยื่อผู้นั้นของเธอก็อยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงดังกล่าว
อีกประการหนึ่งเธอยืนอยู่บนเชิงเทิน ส่วนเขานั้นยืนอยู่บนพื้นดินข้างล่าง ห่างกันโดยประมาณไม่ต่ำกว่าห้าสิบฟุต มันจึงเป็ไปไม่ได้อยู่แล้วที่เขาจะเห็นตัวเธอ หรือได้ยินเสียงที่เกิดขึ้น
เมื่อเป็เช่นนี้ ร่างสูงใหญ่ของเขาจึงเป็เป้าหมายอย่างดีที่สุด และกับความจริงที่ว่า เขาเป็ผู้นำกองทหารออกมาที่นี่เพื่อจะเข้ายึดครองปราสาท อันเป็ที่พำนักพักพิงมาชั่วชีวิต ยิ่งทำให้เธออยากจะแก้แค้นเขามากยิ่งขึ้น
ถ้าจะเปรียบร่างสูงใหญ่ราวั์ปักหลั่นเป็โกไลแอธ เธอก็คือเดวิดนั่นเอง...
แต่คงจะไม่เหมือนเื่ราวในตํานานเท่าไรนัก เพราะเธอไม่มีเจตนาที่จะเข่นฆ่าเขาให้ตายคามือ ถ้าคิดจะทําเช่นนั้นจริงเธอก็คงเล็งเป้าไปที่ขมับมากกว่า การที่เธอเลือกทำร้ายตรงหน้าผาก ก็เพียงเพราะอยากจะสร้างความตื่นตะลึงให้เกิดขึ้นกับเขาเท่านั้น อย่างน้อยมันก็จะได้ฝากรอยให้เขารําลึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ไปอีกหลายวันทีเดียว แม้เขาจะถือว่าวันนี้เป็วันแห่งชัยชนะก็ตาม
ในการสู้รบครั้งนี้ พวกนอร์มันเป็ฝ่ายได้ชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัย และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็คงจะบุกทะลวงเข้ามาถึงบริเวณชั้นในของตัวปราสาทได้
เธอรู้อยู่แก่ใจว่า นั่นเป็สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทหารชาวแซ็กซอนของเธอถูกฆ่าพันล้มตายลงเป็จํานวนมาก ทางออกที่ฉลาดที่สุดในยามนี้ก็คือล่าถอยและหลบหนีไปเสีย
ั์ใหญ่ชาวนอร์มันผู้นี้ เป็นายทหารคนที่สี่แล้วที่วิลเลียมแห่งนอร์มังดีส่งมาเพื่อให้ยึดปราสาทแห่งนี้ของเธอใน่เวลาเพียงแค่สามอาทิตย์
แต่สําหรับนายทหารผู้นี้ดูจะแปลกกว่าคนอื่น ที่นําทหารมาก่อนหน้า ดูเขาจะมีไหวพริบปฏิภาณสูง ทั้งที่ทหารในกองของเขามิได้มีประสบการณ์มากไปกว่าคนที่เคยบุกปราสาทแห่งนี้มาแล้ว แต่อาจจะเป็เพราะเขาเป็บุคคลที่มีหลักการ และมีความเข้มงวดในเื่ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ จึงทําให้เขาสามารถควบคุมผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ทําการรบอย่างเต็มขีดความสามารถได้
เธอรู้ว่าชัยชนะที่เขาจะต้องตกเป็ของเขาก่อนจะถึงพลบค่ำของวันนี้...
และขณะที่เขาลําพองใจกับชัยชนะที่ได้รับ เขาก็จะต้องได้รับบทเรียนจากเธอด้วยเช่นกัน...
รอยยิ้มฉาบขึ้นบนใบหน้าขณะที่เธอปลดหินก้อนนั้นออก...
ตอนนั้นบารอน รอยซ์ ได้ลงจากหลังม้าเพื่อให้ความช่วยเหลือกับทหารคนหนึ่งที่ตกลงไปในคูน้ำรอบปราสาท จะเป็ด้วยเหตุบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ ทหารผู้นั้นเกิดลื่นไถลหัวทิ่มลงไปในน้ำลึก และเนื่องจากอาวุธที่หนักมาก และยังทั้งเสื้อเกราะและโล่ ทําให้ร่างเขาจมลงสู่ก้นคูอย่างรวดเร็ว
รอยซ์เห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี จึงเอื้อมมือลงไปคว้าเท้าข้างหนึ่งไว้ได้ทัน กระชากร่างทหารหนุ่มขึ้นมาจากคูน้ำ เหวี่ยงขึ้นสู่ตลิ่งที่เต็มไปด้วยพงหญ้า เสียงไอและอาการสําลักเกิดอยู่กับทหารหนุ่มผู้นั้น บอกให้รอยซ์รู้ว่าเขายังไม่ตาย และไม่จําเป็ต้องให้ความช่วยเหลืออะไรมากไปกว่านั้น รอยซ์ซึ่งหยุดรอดูเหตุการณ์อยู่อีกครู่ใหญ่ จึงได้ถอดหมวกเฮลเม็ทออก และตอนนั้นเองที่ก้อนหินเหวี่ยงมาถูกหน้าผากเขาเต็มแรง
รอยซ์ถึงกับผงะหงายหลังแทบจะสลบไป ตอนที่เขาเผยอเปลือกตาขึ้นนั้น กลุ่มฝุ่นยังลอยคลุ้งอยู่รอบตัว พวกทหารต่างกรูกันเข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือ
แต่เขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ใดทั้งสิ้น ลุกขึ้นนั่งสั่นศีรษะแรง ๆ เพื่อขับไล่ความมึนงง เป็ครู่ที่นึกไม่ออกเอาเลยว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับตน รู้แต่เพียงว่ามีหยดเืลามไหลลงมาจากหน้าผากเหนือขอบตาข้างขวา เมื่อยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ได้รับาเ็ จึงได้รู้ว่าผลจากแรงกระทบนั้นทําให้หน้ากผากแตกเป็รอยกว้าง
แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่นั่นเองว่ามันถูกอะไรฟาดเข้า จากาแที่ได้รับ พอจะรอยว่าต้องไม่ใช่าแที่เกิดจากปลายธนูแน่ แต่จะเป็อะไรก็ตามที ขณะนี้เขารู้สึกว่าในหัวสมองกําลังร้อนเป็ไฟทีเดียว
รอยซ์พยายามขจัดความเ็ปที่ได้รับออกไปเสียจากความรู้สึก พยายามประคองตัวขึ้นยืน บังเกิดความโกรธเคืองขึ้นมาอย่างรุนแรง สาบานกับตัวเองว่าเขาจะต้องจัดการกับคนที่ลอบทําร้ายตนให้สาสม
ซึ่งความคิดดังกล่าวช่วยเสริมสร้างกําลังใจให้เกิดขึ้นได้มาก...
นายทหารคนสนิทยืนจับบังเหียนม้าไว้ให้ และรอยซ์ก็เหวี่ยงร่างขึ้นบนอาน ขณะนี้ความสนใจทั้งหมดของเขากําลังมุ่งอยู่ที่กําแพง ซึ่งรายล้อมรอบตัวปราสาทไว้ ถามตัวเองอยู่ว่า ศัตรูของเขาเล็งเป้ามาจากบนนั้นใช่หรือไม่ แต่ระยะทางที่ห่างไกลกันมากนั้น ทําให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย
เขาหยิบเฮลเมทขึ้นมาสวมลงบนศีรษะอีกครั้ง
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาก็ได้เห็นว่า่เวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งไม่เกินยี่สิบนาที บรรดาทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาทั้งหลาย ดูจะลืมไปหมดแล้วว่า แผนการที่เขาได้วางไว้ก่อนหน้านี้มันเป็อย่างไร...
อินเจลแรม นายทหารภายใต้บังคับบัญชาของเขาคนหนึ่งกําลังนําทหารเข้าต่อสู้กับฝ่ายแซ็กซอนอยู่ทางป้อมด้านทิศใต้ แต่เนื่องจากมันเป็กลยุทธ์ที่ขาดความชำนาญ ลูกธนูที่พุ่งออกมาจากบนกําแพงราวห่าฝน ทําให้การรุกคืบหน้าเป็ไปได้ยาก
รอยรู้สึกหวั่นใจกับภาพที่เห็นอยู่ ทหารเ่าั้ต่างยกโล่ขึ้นกําบังลูกธนูอยู่เหนือศีรษะ ขณะที่ต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองอยู่ สภาพการณ์ที่เห็นอยู่ในตอนนี้มันเหมือนกับตอนเช้าที่เขาต้องวิ่งม้าเข้าไปช่วยไม่มีผิด
มันทําให้รอยซ์ต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะตัดสินใจเข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเองอีกครั้ง
เขาเปลี่ยนยุทธวิธีในการต่อสู้ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายของตนต้องสูญเสียพื้นที่ซึ่งยึดครองอยู่ไปได้ เขาสั่งการให้ทหารที่ไว้ใจได้สิบคนติดตามเขาขึ้นไปบนแนวเนิน และด้วยธนูที่ปล่อยออกไปด้วยความแม่นยํา เขาได้สังหารทหารแซ็กซอนคนหนึ่ง ก่อนที่ทหารซึ่งติดตามมาจะทันตั้งหลักเสียด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นแล้วเขาก็ปล่อยให้ทหารทั้งสิบรับหน้าที่ดังกล่าว และในชั่วเวลาเพียงครู่เดียว กําแพงด้านนั้นก็ว่างเปล่าปราศจากทหารที่จะคุ้มกันอีกครั้ง
ทหารภายใต้บังคับบัญชาของรอยซ์ห้าคนได้ปีนขึ้นไปบนกําแพงตัดเชือกที่ผูกสะพานไว้ลง และรอยซ์ก็เป็คนแรกที่ขี่ม้าข้ามสะพานชักนั้นเข้าไปพร้อมกับดาบในมือ ซึ่งที่จริงมันก็ไม่จำเป็อะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะทั้งลานกว้างเบื้องหน้าปราสาทและด้านในว่างเปล่า ปราศจากผู้คนราวกับเป็ปราสาทร้างก็ไม่ปาน
พวกทหารต่างเข้าค้นตามกระท่อม และอาคารบ้านเรือนที่อยู่รอบนอก แต่ไม่พบทหารชาวแซ็กซอนเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับรายงานรอยซ์รู้ได้ทันทีว่า ศัตรูได้หลบหนีไปตามช่องทางลับจนหมดสิ้นแล้ว เขาจึงออกคําสั่งให้ทหารจํานวนหนึ่งค้นหาช่องทางดังกล่าว เพื่อจัดการปิดเสียในทันที
หลังจากที่ตรวจค้นจนทั่วทุกหนแห่ง และไม่พบผู้ใดแล้ว ทหารนอร์มันทั้งหลายก็ได้นําธงประจําพระองค์ของวิลเลียมแห่งนอร์มังดีขึ้นไปปักไว้บนยอดเสาธงเหนือกำแพง เพื่อประกาศให้เป็ที่รู้โดยทั่วกันว่า บัดนี้ปราสาทแห่งนี้ได้ตกอยู่ในอารักขาของนอร์มันแล้ว
รอยซ์ตระหนักว่า ขณะนี้หน้าที่ของเขาเสร็จไปเพียงแค่ครึ่งเท่านั้น เขายังจะต้องกุมตัวเชลยสาวเพื่อกลับไปยังลอนดอนอีกด้วย
และขณะนี้มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องค้นหาตัวเลดี้นิโคล่า