The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 47 ของขวัญข้าอยู่ไหน?

            บนหลังอินทรีเกล็ดเพชรที่บินจากไปไกล เฟรเกียที่อยู่หน้าสุดถอนหายใจส่ายหัวอย่างปลงตก จิตใจเต็มไปด้วยความเวทนาสงสาร มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงจิตสังหารท่วมฟ้า ที่แผ่ออกมาจากสถานที่ห่างไกลทางเบื้องหลังที่พึ่งจากมา...



            หลังจากแยกตัวจากมา ในขณะเดินมายังร้านเหล้าซัลวาโตเร มิเนอร์วาได้แวะไปร้านขายสมุนไพรเพื่อซื้อวัตถุดิบมากมายที่จำเป็น อีกทั้งยังเหมาซื้อขวดยาเปล่าจำนวนมากจนเกือบหมดร้าน



            "พวกมาร์ตี้น่าจะมาถึงหลังจากนี้ประมาณ 3 ชั่วโมง ข้าสั่งงานเสร็จแล้วจะไปที่ไหนต่อดีระหว่างบ้านกับห้องทดลอง? หืม..."



            มิเนอร์วาที่กำลังเดินไปคิดไปเป็นต้องชะงักเท้าหยุดกึก เพราะสัมผัสได้ถึงบุคคลมากมายที่บ้างยืนบ้างนั่ง ในมือของแต่ละคนคีบบุหรี่ที่ติดไฟแดง มีควันจางๆ ลอยฟุ้งคลุ้งไปทั่ว



            'ไม่คุ้นหน้าเลยแฮะ… สงสัยจะย้ายมาใหม่'



            มิเนอร์วาที่เข้าใจผิดคิดในใจ กำลังจะเดินแหวกฝ่าตรงกลางพวกมันเพื่อเข้าไปยังร้านเหล้า แต่ก็มีสองมือกางขวางหน้าเอาไว้ปิดทางเดิน



            "เด็กเข้าไม่ได้… ไปเล่นไกลๆ ไปไอ้หนู… แต่ถ้าอยากจะเข้าจริงๆ ก็เอามาให้ข้า 2 เหรียญทอง แล้วพี่ชายจะใจดีสอนความเป็นลูกผู้ชายให้หนูเอง"



            ผู้ที่เอ่ยแลบลิ้นเลียปากน่าขยะแขยง มิเนอร์วาหันหน้ามองไป แล้วเผยสีหน้าหวาดกลัวตกใจ ร่างเซถอยหลังออกมาสองสามก้าว



            "เท่าที่รู้ที่นี่ไม่เคยกรรโชกทรัพย์ข่มขู่ผู้คนนี่… หรือเดี๋ยวนี้หัวหน้าของซัลวาโตเรจะเปลี่ยนไปแล้ว?"



            "ซัลวาโตเร?... ฮ่าๆ ๆ เจ้าคงจะหมายถึงพวกกระจอกที่เคยเฝ้าที่นี่ใช่ไหม?... พวกมันน่าจะยังอยู่ข้างใน ที่นี่กลุ่มแมงมุมหัวกะโหลกคือกฎ และบังเอิญข้าก็เป็นหนึ่งในแมงมุมหัวกะโหลกที่ว่านั่นพอดี หากอยากเจอพวกมันก็จ่ายมา 2 เหรียญทอง แล้วจะยอมให้เข้าไปเที่ยวเล่นได้รอบหนึ่ง"



            ชายผู้นี้ยกหลังมือที่มีรอยสักรูปแมงมุมขึ้นมาพร้อมกับแลบลิ้นขู่ ที่ส่วนล่างของลำตัวมีรูปร่างคล้ายหัวกะโหลกมีขางอกออกมา มิเนอร์วาพอจะคาดเดาสถานการณ์ได้บ้างแล้ว อาจจะเป็นเพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มตั๊กแตนมรณะเป็นผู้ลงมือ อาศัยช่วงที่คนส่วนใหญ่ตามมิเนอร์วาไปสถาบันหลวง ฉวยโอกาสเข้ายึดทุกกิจการของซัลวาโตเร หากเดาไม่ผิด เวลานี้พื้นที่ของอดีตกลุ่มตั๊กแตนมรณะที่ยึดมาได้ ก็ถูกอีกฝ่ายชิงไปแล้วเช่นกัน แต่พวกมันกลับไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังยุแหย่ยั่วโมโหภุมรีตัวหนึ่ง โดยนิสัยแล้วแม้จะดุร้ายหวงถิ่น หากไม่เข้ามาใกล้มากจนเกินไป มันก็จะไม่ทำอันตรายใดให้ แต่หากเลือกลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของมันเมื่อไหร่ ภุมรีตัวนี้ก็ไม่เคยขลาดกลัวที่จะลงมือสั่งสอนผู้บุกรุก



            ในขณะที่ชายผู้นี้กำลังแบมือขอเงินอย่างหน้าด้าน สิ่งที่มันได้กลับไม่ใช่เหรียญทอง แต่เป็นแข้งขวาที่เตะเข้าที่เอวบริเวณตับอย่างเต็มแรง อีกฝ่ายถึงกับล้มลงไปนอนกุมท้องอย่างจุกเสียด ในขณะที่คนที่เหลืออีกสามถึงสี่คนกำลังตกใจ มิเนอร์วาย่อมไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ ผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกโน้มคอกระชากแทงเข่าเข้าไปเต็มลิ้นปี่ นอนไอแค่กๆ สภาพไม่ต่างจากสหายทางด้านข้างที่นอนอยู่สักเท่าไหร่ กว่าพวกมันจะได้สติรีบลุกขึ้นได้ ก็เห็นสหายวิ่งหายเข้าไปในร้านแล้ว



            มิเนอร์วาไม่ได้รีบร้อนวิ่งตามเข้าไป เหลียวซ้ายแลขวาก็ถอดสูท และสิ่งของไม่จำเป็นเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของ ปลดกระดุมข้อมือทุกเม็ดพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงบริเวณเหนือข้อศอก เนื่องจากไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต และเปลืองกระสุนโดยใช่เหตุ ปืนคู่ใจทั้งสองกระบอกก็ถูกเก็บเข้าแหวนไปด้วย จัดแจงร่างกายเสร็จก็เดินเข้าไปในร้านเหล้า เดิมตามกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มแมงมุมหัวกะโหลก ที่นำไปก่อนหน้านี้อย่างสุขุมไม่บุ่มบ่าม



            แต่เมื่อเห็นสิ่งที่รอต้อนรับอยู่หลังประตูนั้น กลับทำลายความสุขุมก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น อารมณ์พลุ่งพล่านดุเดือดอยากจะปะทะเต้นเร่าๆ อยู่ในอก ทันทีที่ได้เห็นคนของซัลวาโตเรที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ ถูกมัดมือมัดเท้าปิดตาขังอยู่ในกรง ไม่ต่างอะไรกับการขังสัตว์ สาเหตุที่เด็กหนุ่มมั่นใจมากว่านี่คือคนของซัลวาโตเรแน่นอนไม่ใช่ตัวปลอมเป็นเพราะกลีบบัวในร่างอีกฝ่าย และการทำร้ายคนของอีกฝ่ายในครั้งนี้ก็ได้กระตุ้นอารมณ์ของเด็กหนุ่มให้เดือดดาลมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม สายตาสอดส่องมองหาหัวโจกคนก่อเรื่อง



            "ใช่ว่าท่านกำลังมองหาข้าอยู่หรือไม่?... มีอะไรให้แมงมุมหัวกะโหลกรับใช้ก็สามารถบอกข้าได้"



            ชายหัวโล้นเดินหัวเราะอารมณ์ดีมาพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนมาก มิเนอร์วาที่เห็นภาพนี้แม้ในใจจะเดือดดาล แต่ก็ต้องฝืนข่มกลั้นเอาไว้ หมอกสวรรค์อนธการที่แผ่ออกไป ถูกพลังวิญญาณของอีกฝ่ายต้านเอาไว้ได้ หากประเมินอย่างคร่าวๆ ดูเหมือนชายหัวโล้นคนนี้ ต้องเป็นผู้วิเศษชั้นสูง หรือไม่ก็เป็นเหนือมนุษย์ขั้นต้นเป็นอย่างน้อย การที่เด็กหนุ่มฝืนข่มอารมณ์เอาไว้ ไม่ได้เป็นเพราะว่ากลัวอีกฝ่ายที่มีพลังเหนือกว่า หากแต่เป็นเพราะกลุ่มคนจำนวนมากทางด้านหลังชายหัวโล้นเหล่านั้นต่างหาก ที่เด็กหนุ่มระแวดระวังตัว



            สองหมัดหรือจะสู้สิบแขน มิเนอร์วารีบหาทางออกอื่น เอ่ยเสนอโดยใช้หลักทางการทูต แม้ในใจจะไม่ยินยอมแต่ก็ต้องทำ จะอย่างไรด้วยสภาพในตอนนี้ย่อมไม่เหมาะจะสู้กับคนหมู่มาก มีเพียงต้องถอยกลับไปตั้งหลักให้มั่นคงเสียก่อน หลังจากนั้นจะกลับมาเอาคืนก็ยังไม่สาย



            "ข้าเพียงแค่ต้องการช่วยเหลือสหายเท่านั้น เอาแบบนี้ดีหรือไม่… ปล่อยคนแล้วพวกข้าจะจากไป ไม่ก่อเรื่องใดให้วุ่นวาย"



            ชายหัวโล้นที่ได้ยินได้ฟังยิ่งยิ้มกว้างมากกว่าเดิม มันยืดอกยืนเอามือไพล่หลัง เอ่ยอธิบายจำแนกแจงรายละเอียดของแต่ละสิ่งอย่าง



            "หลายวันมานี้พวกเขากินข้าวดื่มน้ำของพวกข้าไปมากมาย ยังมีหนี้ค้างชำระนั่นคือสาเหตุที่พวกเขาถูกคุมขัง รวมดอกเบี้ยด้วยแล้วตกหัวละ 100 เหรียญทอง 7 คน 700 เหรียญทอง ราคานี้เท่านั้น หากต้องการให้ปล่อยคนก็ต้องปลดหนี้เสียก่อน"



            "ตกลง! นี่ทอง 800 เหรียญ ไม่ต้องทอน! ปล่อยคนแล้วพวกข้าจะจากไป"



            มิเนอร์วาโยนแหวนที่มีทองจำนวน 800 เหรียญออกไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนแถมยังเพิ่มเงินเผื่อไปให้อีก 100 เหรียญทอง เพื่อตัดปัญหาวุ่นวาย ไม่ให้อีกฝ่ายอ้างเหตุผลไร้สาระยั่วยุตนเอง เหล่าแมงมุมหัวกะโหลกหลายคนต่างพากันตาลุกวาว ทองจำนวน 800 เหรียญสำหรับพวกมันนั้น เป็นจำนวนที่ในชีวิตพวกมันบางคนยังไม่เคยได้จับสัมผัส ชายหัวโล้นพยักหน้าอยู่สองถึงสามที เหล่าลูกสมุนด้านหลังหลายคนก็รีบวิ่งไปเปิดประตูกรง และปลดเครื่องพันธนาการของผู้ถูกขังที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ พวกมันทุกคนได้ยินเสียงของมิเนอร์วาอย่างชัดเจน รู้สึกซาบซึ้งในตัวหัวหน้าคนใหม่นี้อย่างมาก ที่ยอมเสียสละทองจำนวนมากเพื่อไถ่ตัวพวกมัน แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้อ้าปากพูดขอบคุณอะไร มิเนอร์วาก็ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน



            "ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง… ข้ามารับพวกเจ้ากลับบ้านแล้ว ไปกันเถอะ"



            เหล่าซัลวาโตเรพยักหน้ารับคำสั่งอย่างเชื่อฟัง เตรียมจะก้าวเท้าเดินตามหลังมิเนอร์วาออกไป แต่ใครจะคาดคิด ความละโมบโลภมากของใจคนย่อมมีไม่เท่ากัน ทองก็ได้ไปแล้วแต่ความต้องการกลับยิ่งมายิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิม ชายหัวโล้นกำลังขบคิด ขณะมองไปยังแผ่นหลังของมิเนอร์วา ที่กำลังจะเปิดประตูเดินจากไป



            ในอดีตจากประวัติศาสตร์ที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ เกี่ยวกับการล่าสัตว์ของมนุษย์นั้น ว่ากันว่าหากอยากได้ปลาก็ต้องลงทุนขุดบ่อ เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่หลงเข้ามา ก็จะเริ่มขยายแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวน จากนั้นจึงค่อยปิดปากบ่อที่เป็นทางเชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ และลงมือเก็บเกี่ยวปลาในบ่อที่หลงเข้ามาโดยที่ไม่อาจจากไปได้



            100 เหรียญทองที่จ่ายเกินไปนั้น ถ้าหากอีกฝ่ายยอมจบแต่โดยดี วันนี้มิเนอร์วาก็จะยังไม่เอาความอะไร แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายกลับเป็นปลาโง่ หลงว่ายเข้ามาในบ่อที่มิเนอร์วาได้ขุดเอาไว้



            "สหาย! ได้พบถือว่ามีวาสนาไม่อยากเข้าไปชมดูด้านในหรืออย่างไรกัน ที่นั่นมีทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ แม้แต่คนของซัลวาโตเรที่อยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้หมดลมหายใจ ก็มีให้เจ้าเลือกสรรมากมาย!"



            ชายหัวโล้นตะโกนขึ้นเสียงดัง ตั้งใจให้ทุกผู้คนภายในร้านเหล้าได้ยิน เวลานี้ถึงจะยังไม่มืดค่ำ แต่ภายในร้านเหล้าแห่งนี้ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ มิเนอร์วาชะงักเท้าหยุดยืนอยู่หน้าประตู กลุ่มคนเบื้องหลังชายหัวโล้นกระหยิ่มยิ้มย่อง พากันเดินเรียงแถวโอบล้อมเด็กหนุ่ม และลูกน้องที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ พยายามจะขวางทางเขาเอาไว้



            "หมายความว่าอย่างไร?"



            มิเนอร์วาที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูถามขึ้นด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ จ้องมองชายผู้หนึ่งที่เดินมาขวางบังประตูทางออก



            "แค่อยากจะผูกมิตรก็เท่านั้น ฮี่ๆ ๆ"



            ผู้ที่ตอบมิเนอร์วาไม่ใช่ชายตรงหน้า หากแต่เป็นชายหัวโล้นเบื้องหลังที่ยังยืนอยู่ตรงที่เดิม ตอนนี้เมื่อมันมองมาที่มิเนอร์วา ในสายตาก็ไม่ปิดบังความละโมบ เจตนาชั่วร้ายแผ่ออกมาเต็มไปหมด เหล่าผู้คนรอบด้านต่างนั่งมองผู้อื่นทะเลาะกัน เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าเด็กหนุ่มจะจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร



            "ผูกมิตร?"



            มิเนอร์วาพยักหน้าราวกับเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย อารมณ์ราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ขณะที่จ้องมองชายผู้ยืนขวางประตูตรงหน้า ร่างกายก็ปะทุพลังที่ซุกซ่อนเอาไว้ออกมาทันที มันเหนือกว่าก่อนหน้านี้มากนัก แทบจะในชั่วพริบตาขณะที่ผู้คนทั้งหมดยังไม่ทันตั้งตัว มิเนอร์วายกมือซ้ายคว้าจับลำคอของอีกฝ่าย กดถอยไปจนติดประตูทางออก และประเคนหมัดขวาหลายหมัด ที่ห่อหุ้มด้วยหมอกสวรรค์อนธการอันเข้มข้น ซ้ำลงไปบนใบหน้าโดยเน้นย้ำบริเวณจมูกเป็นพิเศษ



            "มารยาทมีหรือไม่?... ทำไมถึงได้มายืนขวางทางเดินผู้อื่นแบบนี้… เจ้าคิดว่าอายุมากกว่าข้าแค่ไม่กี่ปี แล้วจะสามารถมาขวางทางข้าได้?"



            จิตสังหารท่วมฟ้าที่ข่มเก็บเอาไว้ปะทุท่วมขึ้นมา แม้แต่เฟรเกียที่จากไปไกลแล้วยังต้องส่ายหน้าถอนหายใจ เด็กหนุ่มเอ่ยสั่งสอนชายตรงหน้าด้วยเสียงหมั่นไส้กัดฟันพูด โดยประโยคสุดท้ายเน้นเสียงตั้งใจเตือนให้ชายหัวโล้นโดยเฉพาะ และปิดท้ายด้วยการแทงเข่าเข้าไปที่บริเวณหว่างขาอย่างเต็มแรง แม้จะถูกกุมลำคอเอาไว้ แต่เมื่อกล่องดวงใจถูกกระแทกอย่างเต็มแรง ชายผู้นี้ก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ทำให้บุรุษทุกผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันยกมือบังหว่างขาตัวเองโดยอัตโนมัติ เส้นขนทั่วร่างของแต่ละคนต่างก็พากันลุกชี้ชัน



            ราวกับเป็นสัญชาตญาณในการป้องกันจุดสำคัญตามธรรมชาติ มิเนอร์วายังคงยืนกุมลำคอของอีกฝ่ายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด สายตาของมันล่องลอยคล้ายปลาที่กำลังจะตาย เด็กหนุ่มเอียงศีรษะมองไปรอบตัว ทุกผู้คนต่างพากันหน้าเปลี่ยนสีไม่กล้าเข้าไปใกล้ การลงมือครั้งนี้เหี้ยมโหด อำมหิต และรวดเร็วมากเกินไปจนหลายคนไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเขาหันกลับไปก็เห็นชายหัวโล้นที่ยืนนิ่งเหม่อลอยทำอะไรไม่ถูก ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นกันเองให้แก่อีกฝ่าย



            เด็กหนุ่มกระชากคอของอีกฝ่ายที่ถูกบีบจับเอาไว้ โยนล้มกลิ้งหน้าไถลไปหยุดอยู่เบื้องหน้าอีกฝ่ายแทบเท้า ชายผู้นี้หลังจากกรีดร้องเสร็จก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น



            "จะผูกมิตร… ก็ต้องมีมารยาทยามพบปะ ตัวข้ามิเนอร์วา ผู้นำแห่งซัลวาโตเรรีบร้อนเดินทางกลับมา จึงไม่ทันได้เตรียมตัว เช่นนั้น 8,000 เหรียญทองที่ข้าจ่ายไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งค่าบริการตอนให้คนผู้นี้อีก 2,000 เหรียญทอง ก็ถือว่าเป็นของขวัญจากข้าก็แล้วกัน แน่นอนหากไม่พึงพอใจข้าสามารถตอนเพิ่มให้ได้!"



            บรรดาผู้คนมากมายจากกลุ่มแมงมุมหัวกะโหลก ต่างพากันก้าวเท้าถอยหลังตามสัญชาตญาณ สายตาที่มองมิเนอร์วาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระแวดระวัง แม้แต่ชายหัวโล้นคนที่ยืนห่างออกไปก็ยังต้องรีบคิดรีบตัดสินใจใหม่ แน่นอนมันก็เคยหยั่งเชิงเด็กหนุ่มด้วยพลังวิญญาณแล้วเช่นกัน ถึงแม้จะไม่สามารถข่มอีกฝ่ายได้ แต่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าตัวมันเองย่อมไม่ต้องกลัวอะไร แต่การลงมือในครั้งนี้ของเด็กหนุ่มอำมหิตมากเกินไป จนผู้คนฝ่ายมันพากันเสียขวัญไม่กล้าลงมือ จิตต่อสู้ถูกทุบทำลายจนย่อยยับ แต่มิเนอร์วาย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงรีบเอ่ยทวงถาม



            "การผูกมิตรจำเป็นต้องมีมารยาทในการพบปะ ของขวัญเจ้าก็ได้แล้ว… แล้วไหนของขวัญข้าล่ะ?"



            กล่าวจบเด็กหนุ่มก็แบมือไปข้างหน้า มองไปยังหว่างขาของกลุ่มคนพวกนั้นที่ถอยร่นไปไม่เป็นท่า เมื่อเห็นสายตาของมิเนอร์วา ผู้คนจากกลุ่มแมงมุมหัวกะโหลกที่ถูกจับจ้องก็หน้าเปลี่ยนสี สองเท้าพากันถอยหลังออกไปอีก บางคนถึงขั้นชักมีดถือดาบออกมาเตรียมพร้อม หมายจะต่อสู้แลกชีวิต พวกมันคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า



            'ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ยอมถูกทุบทำลายหัวใจดวงที่ 2 ตรงหว่างขานี้เป็นอันขาด'



            เด็กหนุ่มยกยิ้มเป็นกันเอง ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างใจเย็น ส่วนอีกฝ่ายถึงจะมีจำนวนมากกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายืนรอให้คนบ้าผู้หนึ่งมาตอนตนเอง พวกมันพากันถอยหลังไปทีละก้าวตามจังหวะก้าวเดินของเด็กหนุ่ม



            "ไอ้เด็กเวร!... เห็นข้าใจดีด้วยหน่อยแล้วย่ามใจงั้นสินะ มันมีแค่ตัวคนเดียวพวกเจ้ามีกันตั้งหลายสิบคน จะหวาดกลัวอะไรกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง รุมมันสิวะ! หากมีใครกล้าถอยมาอีกก้าว ข้าก็จะตอนมันผู้นั้นเช่นกัน!"



            ชายหัวโล้นใบหน้าบิดเบี้ยว มันไม่เคยถูกเด็กหยามหน้าต่อหน้าธารกำนัลมากมายขนาดนี้มาก่อน เดิมทีมันใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นใต้การดูแลสอดส่องของพยัคฆ์บูรพาอย่างมีความสุข จู่ๆ ก็ได้รับคำสั่งให้มาจับตาดูสอดส่องการใช้ชีวิตของมิเนอร์วาอย่างกะทันหัน แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบเจอผู้ใด จึงลงมือยึดครองทุกอย่างจากอีกฝ่าย หวังจะเรียกค่าไถ่ให้พอหอมปากหอมคอแล้วจากไป แต่ขึ้นชื่อว่าโจรตัวมันย่อมต้องหวังเล็กหวังน้อยติดมือกลับไปด้วย



            แต่ตอนนี้ตัวมันกำลังโมโหหนักเลือดขึ้นหน้า มันโดนปล้นซึ่งหน้าอย่างเปิดเผย โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีความหวาดกลัวในตัวตนของมันที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เลยแม้แต่น้อย ภายใต้ความเลิ่กลั่กลังเลใจของกลุ่มแมงมุมหัวกะโหลก ในวินาทีนั้นเองพวกมันก็ตัดสินใจหยุดถอย หมายจะกระโจนเข้าไปรุมจับเด็กหนุ่มที่กำลังก้าวเดินเข้าหา



            "เป็นแมงมุมมันต้องมีพิษซิ อย่างพวกเจ้าน่ะเค้าเรียกแมงมุมสวะ คอยพึ่งพาแต่ใยใช้วิธีสกปรก มีแต่ภาพขู่ไร้พิษสง ต่อหน้าข้าเพียง 1 ฝ่ามือก็สามารถตบบี้พวกเจ้าให้ตายได้แล้ว พวกตัวตลก!"



            เป็นเสียงมิเนอร์วาที่ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุบทำลายการเตรียมใจที่พวกมันพึ่งรวบรวมมาได้อย่างยากลำบาก จนร่างกายส่วนล่างต้องกลับไปย้อนคิดอีกครั้งว่าจะเข้าปะทะดีหรือไม่ มิเนอร์วาเดินมาหยุดต่อหน้าพวกมัน รอยยิ้มยิ่งจริงใจเป็นมิตรสวนกับการกระทำเมื่อก่อนหน้า



            "ไร้สี ไร้รส ไร้กลิ่น ไร้เสียง ไร้สัมผัส นั่นแหละคือพิษพิสดาร วันนี้ต่อให้เจ้าเป็นแมงมุมระดับครึ่งเทพ ข้าก็จะตบเจ้าให้ตายคามือ"



            มิเนอร์วาหงายมือขึ้นมามอง ง้างมือจำลองวิถีการตบในท่วงท่าต่างๆ เอ่ยเล่าจ้องตาอีกฝ่ายอย่างอหังการไร้ความขลาดกลัว



            "เจ้ามันไม่มีมารยาทในการผูกมิตร ผู้อื่นให้แล้วทำไมไม่ให้กลับ?... หากไม่คืนเงินข้ามา ก็เอาหัวกลมๆ นั่นมามอบให้ข้าเสียเดี๋ยวนี้!"



            ภายใต้สายตาจับจ้องมากมาย ชายหัวล้านเต้นเร่าๆ อย่างโมโหโกรธา แต่ชั่วอึดใจเดียวหลังจากสิ้นเสียงมิเนอร์วา กลุ่มคนเบื้องหน้าหลายคนต่างก็ทรุดเซลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น ถึงส่วนใหญ่จะสามารถรักษาสติเอาไว้ได้ แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงไร้พลัง ฝืนได้อย่างมากก็แค่คลานหนีตาย เป็นดั่งหนอนแมลงยั้วเยี้ยดิ้นรนอย่างหวาดผวา



            "เมื่อไหร่กัน? เจ้า!... เจ้าลอบวางยาพิษ ต่ำช้าหน้าไม่อาย!"



            ชายหัวล้านชี้นิ้วด่ามิเนอร์วา ในขณะที่ร่างกายก็ฝืนต้านทานพิษ ตัวมันเป็นถึงเหนือมนุษย์ที่พึ่งทะลวงขั้นขึ้นมาได้ จึงยังพอประคับประคองใช้พลังป้องกันตัวเองได้บางส่วน ในแง่โจมตีก็พอจะประคองให้อยู่ในระดับผู้วิเศษชั้นสูงระดับสูงสุดได้อย่างยากลำบาก



            "ต่ำช้า? หน้าไม่อาย? สหายเจ้าล้อข้าเล่นแล้ว! ดูเจ้าทำสิ… ลอบบุกยึดกิจการบ้านเรือนของผู้อื่นยามเจ้าของไม่อยู่ ทำตัวราวกับหนูท่อสกปรก! จับคนอ่อนแอมากักขังทำร้ายข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ใช้คนมากรังแกเด็กผู้หนึ่ง สับปลับสับปลี้หลอกให้ผู้อื่นมอบของขวัญผูกมิตร แต่ตัวเองกลับไม่ยอมมอบของขวัญตอบแทน และที่สำคัญเป็นพวกเจ้าเองสินะ ที่บงการตั๊กแตนสวะพวกนั้นในคราวที่แล้ว เป็นโชคดีของเจ้าแล้วที่ยังไม่ได้ลงมือฆ่าคน เพราะหากว่าคนของข้าตายไปแม้เพียงศพเดียว ข้าจะล้างบางรังแมงมุมสวะของพวกเจ้าด้วยไฟโลกันตร์ ผลาญมันให้สิ้น ทำให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ซะ!"



            มิเนอร์วาไม่ได้แค่ขู่ แต่คิดจะทำจริงแน่นอน คนอย่างเขาผู้ใดมอบไมตรีให้เขาย่อมมอบตอบกลับ แต่หากมันผู้ไหนกล้าปาหินขว้างมีดใส่ เด็กหนุ่มก็ไม่ลังเลที่จะทุ่มสุดกำลังทำสงครามเป็นตายด้วย



            "หึ! ปากดีนักนะ จะให้ข้าก้มหัวให้เจ้าตบ? จะล้างบางกลุ่มข้า? เจ้าคงวางแผนมาอย่างดีสินะ เด็กบ้าเจ้าหาที่ตายแล้ว!"

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน