Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    SS2 No.62 เปลี่ยนไป [1]

    จักรพรรดินีที่ทรงพลังอำนาจจนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า คงไม่มีตัวตนหรือสิ่งมีชีวิตใดในโลก ณ เวลานี้ ที่จะสามารถเอาชนะได้เธอผู้นี้ได้ มันผิดตรงที่ตอนนี้เธอกลับมาสิงสู่อยู่ในร่างของกันต์ และกำลังมองไปการต่อสู้ที่รุนแรงเหนือน่านฟ้า ด้วยแววตาราวกับนั่นเป็นเพียงการต่อสู้ของเหล่าเด็กน้อย
    ก่อนที่จักรพรรดินีผู้นี้จะเลิกสนใจการต่อสู้นั่น แล้วหันมาจับจ้องหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าของเธอแทน หรือก็คือคริสที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นคู่พันธะสัญญา ของราชันย์ที่กำลังจะถือกำเนิดใหม่ก็เป็นได้
    ในขณะเดียวกันนั้นเองในมือของจักรพรรดินี ก็ปรากฏพลังสีดำที่หนาแน่นจนแลดูคล้ายคลึงกับกริซ ที่มีความคมกริบจนสามารถตัดผ่านเนื้อของสัตว์อสูร ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกได้อย่างง่ายดาย ทำเอาคริสถึงกับหลับตาปี๋ ราวกับว่าเธอนั้นคงไม่อาจหนีเอาชีวิตรอด จากสถานการณ์ตรงหน้าได้เป็นแน่ ก่อนที่ความรู้สึกที่เย็นวาบๆ จะพัดผ่านใบหน้าของเธอ.....
    ตัดฉากมาทางเรย์ร่าที่กำลังโหมกระหน่ำโจมตีพรีอุสอย่างโกรธแค้น ทว่าพรีอุสก็ตอบสนองการต่อสู้ได้อย่างเยือกเย็น แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ในระดับราชันย์เช่นเดียวกัน แต่ด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้ของพรีอุส ที่มากมายจนเรย์ร่านั้นไม่อาจเทียบได้ติด ทำให้เรย์ร่าค่อนข้างที่จะเสียเปรียบอย่างมาก
    "หึ หึ ก็แค่อสูรน้อยที่โชคดีได้รับสืบทอดพลัง กล้ากำแหงกับข้าขนาดนั้นเชียวรึ!?" พรีอุสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน เพราะเขาสามารถควบคุมการต่อสู้ในครั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้ได้
    "แล้วไงตาแก่ คิดว่าพลังของเจ้าจะฆ่าข้าได้รึไงกัน!!" เรย์ร่าเองก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาล
    ทว่าสีหน้าของเรย์ร่าเองก็ไม่สู้ดีนัก อาจเป็นเพราะเธอนั้นไม่ได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างโชกโชน เพราะแต่เดิมทีแล้วเรย์ร่าก็เป็นเพียงอสูรศักดิสิทธิ์ ที่มิได้ชื่นชอบการต่อสู้หรือเข่นฆ่าสักเท่าไหร่นัก แต่ด้วยสถานการณ์บังคับทำให้เธอกลายมาเป็นผู้รับสืบทอดพลังของจักรพรรดิอสูร จึงต้องมาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
    และในช่วงเวลานั้นเองเธอก็ได้ตรวจพบการจุติของราชันย์ตนที่ 8 หรือก็คือจอมมารรุ่นแรก เธอจึงไปยังสถานที่แห่งนั้นโดยเร็ว เพื่อยืนยันว่าราชันย์ตนที่ 8 คือมิตรหรือศัตรู ซึ่งก็คือท่ามกลางมหาสงครามครั้งที่ 3 ของสี่เผ่าพันธุ์นั่นเอง ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเธอได้พบกับพรีอุสที่นั่น และการจุติของราชันย์ตนที่ 8 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
    หากแต่ในระหว่างที่พลังของราชันย์รุ่นที่ 8 กำลังค่อยๆ ผสานกับร่างกายของจอมมารรุ่นแรก พรีอุสก็ได้อาศัยจังหวะที่ร่างกายของจอมมารรุ่นแรก ที่ไร้ซึ่งการป้องกันทำการโจมตีจนเกิดพลังทำลายล้างที่รุนแรง กวาดสิ่งมีชีวิตของทั้งสี่เผ่าพันธุ์ จนแทบไม่เหลือหลอ และผลจากพลังทำลายนั่นก็ทำให้เธอถึงกับบาดเจ็บปางตายเช่นกัน
    ราวกับว่าพรีอุสนั่นรู้ถึงสถานการณ์ในการทำลายการกำเนิดราชันย์เป็นอย่างดี ในจังหวะที่มันได้ขัดขวางการจุติของราชันย์ตนที่ 8 เสร็จ มันก็ได้สลับกับร่างแยกน้ำและหายไปจากพื้นที่นั้นในเสี้ยวพริบตา ด้วยความที่เรย์ร่าในเวลานั้นยังอ่อนประสบการณ์ ทำให้เธอไม่ล่วงรู้ถึงความคิดที่แสนชั่วร้ายของพรีอุส จนเกือบพาชีวิตของเธอไปจบลงยังสถานที่แห่งนั้น
    นั่นก็คือเหตุผลที่เรย์ร่าต้องหลบซ่อนตัวนานนับหมื่นๆ ปี เพื่อฟื้นฟูพลังและร่างกาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอได้แต่เก็บความรู้สึกคับแค้นไว้ภายในใจ และรอวันที่จะส่งมอบมันคืนให้กับพรีอุสอย่างสาสม ทว่าในเวลานี้ตัวเธอเองก็เริ่มที่จะไม่แน่ใจแล้วว่า ด้วยพลังและความสามารถของเธอตอนนี้ จะสามารถเอาชนะพรีอุสได้หรือไม่
    เมื่อพรีอุสเห็นสีหน้าและท่าทางของเรย์ร่า มันก็ยิ่งได้ใจพลางส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
    "รึเจ้าคิดว่าข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ หากไม่ใช่คราวก่อนข้าคำนวนผิดพลาด มีหรือที่วันนี้อสูรน้อยอย่างเจ้า จะสามารถมายืนตีฝีปากกับข้าได้"
    "เจ้า....." เรย์ร่าถึงกับพูดไม่ออกทันที หรืออาจพูดได้ว่าอายุหลายหมื่นปีของเธอ มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น ตัวเธอเองแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ตัดสินเป็นตายเลยสักครั้ง ทำให้เธอเริ่มที่จะมีอาการลังเลเผยออกมา และนั่น.....
    "สวบ!!"
    ในขณะที่เรย์ร่าเริ่มแสดงอาการลังเลออกมา พรีอุสที่จับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา ก็พลันหายไปจากสายตาและมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเธอ ทว่าเรย์ร่าเองก็ยังเรียกสติกลับมาได้ทัน หากแต่เงาร่างของพรีอุสที่โจมตีเธอทางด้านหลังนั้น มันเป็นเพียงแค่ร่างแยกน้ำที่อัดมวลพลังที่หนาแน่นลงไป เพื่อให้ดูเหมือนกับตัวจริงมากที่สุด
    เมื่อเรย์ร่าพลาดท่าทำการโจมตีร่างแยกน้ำของพรีอุสไป พริบตานั้นเองก็ปรากฏว่ามีมืออีกข้าง แทงทะลุจากทางด้านหลังของเธอ ซึ่งมันก็คือมือพรีอุสร่างจริงนั่นเอง ก่อนที่พรีอุสจะยกยิ้มขึ้นอย่างเลือดเย็นและดึงมือกลับ พร้อมๆ กับร่างของเรย์ร่าที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ลงมากระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง ราวกับเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาก็ไม่ปาน
    "อสูรมันก็เป็นแค่สัตว์เดรัจฉานที่ด้อยสติปัญญาเท่านั้น!!" พรีอุสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม พลางสาดส่องสายตาไปทางร่างของราชันย์ที่กำลังจะถือกำเนิด
    ทว่าในเวลานั้นเองดวงตาของพรีอุสก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้น เพราะชายหนุ่มที่ควรจะอยู่ในม่านพลังที่เขาได้สร้างเอาไว้ กลับมายืนอยู่ด้านนอกของม่านพลัง และกำลังยืนพูดคุยกับหญิงสาวที่เป็นคู่พันธะสัญญาหน้าตาเฉย ก่อนที่ชายหนุ่มผู้นั้นจะแหงนหน้ามามองเขา พร้อมกับอันตรธานหายไปจากขอบเขตสัมผัสของเขาในเสี้ยวพริบตา
    "หมับ!!"
    ก่อนที่จู่ๆ ชายหนุ่มผู้นั้นหรือก็คือกันต์ ที่โผล่มาหยุดอยู่ซึ่งๆ หน้าของพรีอุส และใช้มือขวาคว้าจับไปยังลำคอของพรีอุสได้อย่างง่ายดาย พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกไปถึงขั้วกระดูก
    "แกคือราชันย์แห่งท้องทะเลสินะ!!"
    สิ้นเสียงของกันต์เขาก็ออกแรงบีบคอของอีกฝ่าย จนคอของพรีอุสระเบิดออกมาในทันที แต่ทว่าร่างที่ระเบิดออกมากลับกลายเป็นเพียงแค่ร่างแยกน้ำเท่านั้น
    เพราะในจังหวะเดียวกันนั้นเองพรีอุสที่ตั้งสติกลับมาได้ทัน เขารีบสลับกับร่างแยกน้ำที่อยู่ห่างออกไปได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หวาดๆ
    "ท่านมหาจักรพรรดิ เหตุใดท่านถึงได้ลงมือกับข้าเช่นนี้!!"
    ตามความเป็นจริงแล้วเหล่ามหาจักรพรรดิทั้ง 9 เมื่อสิ้นสุดภาระหน้าที่ของตน จะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต หรือแม้แต่การต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ ได้ นอกเหนือไปจากการป้องกันตัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่พรีอุสไม่กล้าลงมือ ในช่วงขั้นตอนการทดสอบรับช่วงพลัง แต่เลือกที่จะอาศัยโจมตีในจังหวะสุดท้าย ก่อนที่พลังของราชันย์ตนใหม่จะสมบูรณ์แทน
    ทว่าในคราวนี้สถานการณ์กลับแตกต่างออกไป เพราะชายหนุ่มที่ยังคงแผ่ออร่าของมหาจักรพรรดิ กลับพุ่งเข้ามาจู่โจมมันซึ่งๆ หน้า แต่เมื่อพรีอุสได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ก็ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ทันที
    "ไอ้แก่!! แกมาที่นี่เพื่อฆ่าฉันไม่ใช่รึไง แล้วมันผิดตรงไหนถ้าฉันอยากจะฆ่าแกบ้าง" กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่กลับแฝงไปด้วยจิตสังหารที่เอ่อล้น
    ----------------------------------------------------------
    ย้อนกลับไปก่อนหน้า 10 นาที กันต์ที่ผ่านการทดสอบ และได้รับพลังของหนึ่งในมหาจักรพรรดิ ได้กลับเข้าสู่ร่างของเขาตามเดิม ด้วยสีหน้าที่เซงจัดราวกับกำลังผิดหวังอะไรบางอย่างอยู่ แต่เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับหญิงสาวที่ไม่คุ้นตา
    ทว่าใบหน้าของหญิงสาวที่งดงาม คิ้วเรียวบางที่ดูเฉียบคม ผมสีดำยาวคลาสสิคเข้ากับรูปหน้าเป็นอย่างดี จนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ผู้หญิงตรงหน้าของกันต์ในเวลานี้ งดงามอย่างไร้ที่ติจนถึงกับ ทำให้หัวใจของกันต์ที่เย็นชา เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
    แต่เมื่อกันต์ลองเลื่อนสายตาไปมองรอบๆ เรือนร่างของเธอ ก็ต้องสะดุดกับปีกสีดำคู่นึงที่ดูคุ้นตา จนเขาถึงกับเผลออุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง
    "คะ..คริส..นี่ใช่เธอจริงๆ หรอเนี่ย!!!!"
    ส่วนคริสเองเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย จากที่เธอกำลังหลับตาปี๋เมื่อครู่ก็รีบเปิดเปลือกตาขึ้น เพื่อมองให้แน่ชัดว่าบุคคลตรงหน้าของเธอตอนนี้ใช่กันต์คนเดิมหรือไม่ และด้วยสีหน้า แววตา ความรู้สึก รวมถึงอิริยาบถต่างๆ ก็ทำให้เธอถึงกับยิ้มออกมาอย่างยินดี ที่ได้เห็นกันต์คนเดิมกลับมาอีกครั้ง
    โดยหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มของคริสในเวลานี้ สามารถสะกดชายหนุ่มทั่วทั้งโลก ให้มาอยู่แทบเท้าเธอได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว แม้กระทั่งกันต์เองก็ยังเผลอเคลิบเคลิ้ม จนไม่ยอมละสายตาไปเช่นเดียวกัน แต่ทว่า.....
    "ตู้มมมมม!!!!"
    เสียงที่ดังออกมาขัดจังหวะนั่น ทำเอากันต์ถึงกับเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที และดูเหมือนคริสเองก็พึ่งจะนึกอะไรออกเหมือนกัน เธอจึงรีบเล่าสถานการณ์โดยรวมคร่่าวๆ ให้กันต์ฟังอย่างรวดเร็ว พอกันต์เข้าใจถึงสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เขาถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างยินดี พลางแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนที่กันต์จะเอ่ยพึมพัมกับตัวเองเบาๆ
    "หึ หึ!! ในที่สุดก็มีหนูทดลองพลังใหม่ของฉันสักที!!"
    ----------------------------------------------------------
    ภายในห้องโถงที่คุ้นตา เงาทมิฬทั้งหกต่างก็นั่งประจำที่ของตัวเอง ทว่าแต่ละตนกลับดูมีสีหน้าที่สลดลง เพราะเงาทมิฬหนึ่งตนที่ไม่ได้นั่ง และเงาทมิฬร่างนั้นกำลังชี้นิ้วกวาดไปมา ราวกับหญิงสาวที่กำลังด่ากราดไปทั่วอย่างไม่พอใจ ซึ่งเงาทิฬภายในห้องโถงเหล่านั้น ก็คืออดีตจักรพรรดิรุ่นก่อนๆ นั่นเอง
    "พอเถอะ!! เจ้าบ่นมาเกือบชั่วโมงแล้วนะ ไม่เหนื่อยบ้างรึไงกัน!?" เงาทมิฬที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เพลียๆ
    "เหอะ!! เจ้าก็พูดได้น่ะสิ ข้าพึ่งออกไปสูดอากาศที่โลกนั่นยังไม่ถึงชั่วโมง พวกเจ้าก็ดันรีบส่งเจ้าเด็กนั่นออกไปแล้ว ทั้งที่การจุติแต่ละรุ่นใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 วัน แต่ข้าได้กลับได้ออกไปไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ" เงาทมิฬตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด โดยไม่แม้แต่จะสนใจว่าเงาทมิฬรุ่นไหนก่อนหรือหลัง
    "ก็เด็กนั่นผ่านการทดสอบเรียบร้อยแล้ว จะให้พวกข้ารั้งตัวไว้ได้อย่างไงกัน" เงาทมิฬที่อยู่บนบัลลังก์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด พลางได้แต่คิดในใจ "ถ้าเจ้าเด็กนั่นเป็นลูกหลานของจักรพรรดินีรุ่นที่ 6 ข้าจะไม่แปลกใจเลยสักนิด!!"
    ในอดีตมีเหล่าจักรพรรดิทั้งหมด 9 ตน จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิอสูร จักรพรรดิแห่งแสง จักรพรรดิห้วงเวลา จักรพรรดินักล่า จักรพรรดิสงคราม จักรพรรดิแห่งท้องทะเล จักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง และจักรพรรดิแห่งดวงดาว ซึ่งก็คือพวกเขานั่นเอง และด้วยความที่จักรพรรดิแห่งดวงดาวนั้น มีพลังในการต่อสู้ที่ค่อนข้างต่ำ
    แต่ด้วยความสามารถเฉพาะ ก็ไม่มีจักรพรรดิตนไหนที่สามารถไล่ตามพวกเขาได้ทันเช่นกัน เพราะความสามารถที่แท้จริงของจักรพรรดิแห่งดวงดาวก็คือการหลบหนี ต่อให้จักรพรรดิห้วงเวลาจะสามารทำการบิดเบือนมิติ หรือสร้างมิติเพื่อกักขังจักรพรรดิอื่นๆ ได้ ทว่าพลังของจักรพรรดิห้วงเวลาเอง ก็ไม่สามารถกักขังจักรพรรดิแห่งดวงดาวได้เหมือนกัน
    จนทำให้จักรพรรดิแห่งดวงดาว ถูกจัดว่าเป็นจักรพรรดิไร้พลัง ที่ไม่มีจักรพรรดิตนไหนอยากสู้ด้วย จนกระทั่งการถือกำเนิดของจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 ด้วยพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว และความบ้าดีเดือดของเธอ จึงเที่ยวไปท้าสู้กับจักรพรรดิตนอื่นๆ และยังไม่มีศึกครั้งไหนที่เธอเอาชนะไม่ได้
    ขนาดจักรพรรดิทั้งแปดที่เหลือเข้ารุมเธอในการต่อสู้ ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 ได้ จนเธอถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียว แล้วมีหรือจักรพรรดิแห่งดาวรุ่นก่อนๆ จะกล้าหือกับเธอ
    เมื่อจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 เริ่มสงบใจลงได้ เธอก็ทำสีหน้าครุ่นคิดราวกับมีบางอย่างที่น่าสนใจ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง
    "เด็กนั่นเทียบกับข้าตอนเข้ารับการทดสอบ ใครใช้เวลามากกว่ากัน!?"
    คำถามที่แสนจะเรียบง่ายของจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 ทำเอาจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นอื่นๆ ในห้องพากันตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่า แน่นอนว่าต้องเป็นเด็กนั่นอยู่แล้ว ทั้งเวลาในการทดสอบ ยังมีความสามารถรอบด้าน ถ้าจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 คือจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุด เด็กนั่นจะต้องไปสู่จุดสูงสุดของโลกอย่างแน่นอน และอาจเป็นตัวแปรสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในการต่อกรกับ..........
    ทันทีที่รุ่นที่ 6 ได้ยินจักรพรรดิรุ่นอื่นๆ อวยเด็กหนุ่มขนาดนี้ เธอก็อดยิ้มชวนขนลุกอย่างเสียไม่ได้ จะเป็นอย่างไรกันนะถ้าหากเธอได้สู้กับเด็กหนุ่มนั่นตอนที่พลังเติบโตถึงขีดสุด มันคงเป็นอะไรที่น่าสนุกอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ก่อนที่สีหน้าของรุ่นที่ 6 จะเปลี่ยนเป็นเค่งขรึม และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
    "จะยังไงก็ตาม เวลาของเจ้าเด็กนั่นก็เหลือไม่มากแล้ว ก่อนที่เจ้าสิ่งนั้นจะปรากฏ พวกเราจะต้องทุ่มเททุกอย่าง ไปที่เจ้าเด็กนั่นให้ได้มากที่สุด" สิ้นเสียงของรุ่นที่ 6 จักรพรรดิรุ่นอื่นๆ ต่างก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่แพ้กัน
    ----------------------------------------------------------
    "แจ้งข่าว" เฮ้อ...ในที่สุดก็ได้พักสักที วันจันทร์งดอัพนะครับ ไรต์จะไปเที่ยวทะเลฉลองวันเกิดของตัวเอง ตามประสาคนโสด ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่าน ที่เข้ามาเม้นต์และคอยให้กำลังใจไรต์เสมอมานะครับ

    คล้ายกับเรื่องSurvival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด] ที่คุณอ่าน