กว่าจะเห็นแม่นางน้อยทั้งสี่ออกนอกกระโจมกันได้ ก็ต้องได้ยินเสียงพวกท่านแม่ร้องเรียกหานั่นแหละ ว่า…..
“เด็กๆ เตรียมตัวนะอีกไม่เกินครึ่งเค่อ (1 เค่อ 15 นาที) ได้เวลาอาหารเช้ากันนะจ๊ะ..”ท่านแม่
“อาหารเช้า….!!!!??”แม่นางน้อยทั้งสี่
“โคร๊กกกก….คร๊ากกกกก……”
“อ้าาาา….ช่างได้เวลาจริงๆเลยพี่สาวท้องน้อยๆของยวี่ยวี่ร้องหาอาหารแล้วล่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“พี่สาวก็ด้วยเหมือนกันกับเจ้าเลยล่ะ”พี่สาวเจินจู
“อิ…อิ….อิ….”
“ตึก….ตัก……”
และไม่รอช้าพากันซอยขาสั้นๆออกจากกระโจมกันอย่างรวดเร็วทันทีทันใดเลย วิ่งออกมากันตั้งแต่ได้ยินเสียงเรียกเพียงแค่รอบแรกเท่านั้นเอง เรื่องกินเนี่ยไม่จำเป็นจะต้องให้พวกบรรดาท่านแม่เรียกซำหลากๆครั้งแต่อย่างใด…!!!!!
“ท่านแม่เจ้าค่ะะะะะ……ท่านแม่เจ้าคะะะะ…..”
แม่นางน้อยซุนทั้งสองที่หน้าตาก็ยังไม่ได้เช็ดได้ล้างแต่อย่างใดเลย
“นั่นไงเจ้าคะ มาโน้นกันแล้วจริงๆเลย เฮ้อออ..”ท่านแม่
“พอล่อด้วยของกินนี่เห็นหน้า เห็นตา เรียกได้ว่าเห็นทั้งตัวอย่างรวดเร็วทันทีเลย ถึงตัวจะมาไม่ถึงก็ส่งเสียงแหลมๆเล็กๆมาก่อนตัวเลยล่ะ”ท่านป้าสะใภ้ซุน
“ดูแล้วพวกนางน่าจะพากันตื่นนอนกันได้สักพักแล้วนะ แต่ว่ายังไม่พากันออกมากันน่ะ”ท่านป้าสะใภ้หม่า
“ที่พวกท่านแม่บางคนพวกนางกังวลใจว่าลูกๆหลานๆ จะงอแงกันน่ะ คิดผิดกันจริงๆนะ ดูหน้าตาแต่ละคนสิยิ้มแย้มอย่างชอบใจที่ได้นอนนอกหมู่บ้านฯ กันทั้งนั้นเลยนะ”ท่านอาสะใภ้ใหญ่ไป่
“จริง…”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้
“แต่อาจจะเป็นเพราะว่าพอเช้ามาตื่นนอนกันแล้ว ก็เจอหน้าพวกท่านแม่กันด้วยเลยไม่ได้กังวลใจด้วยนะเจ้าคะข้าว่า”ท่านแม่
“ก็จริงนะ อย่างไรเด็กเล็กๆก็ติดท่านแม่ของพวกเขานั่นแหละ นี่ไม่ได้ว่าห่างหายเจอกันนานเป็นวันๆนี่หน่า ก่อนนอนก็เจอ พอตื่นนอนมาก็เจอท่านแม่ของพวกเขาน่ะ”ท่านอาสะใภ้รองไป่
“ก็จริงนะ…”ท่านป้าสะใภ้ ท่านแม่
พอมาถึงก็กระโจนพุ่งหลาวเข้ามาหาท่านแม่เลย ท่านแม่ลุกรับแทบไม่ทัน ท่านแม่อุ้มลูกสาวคนเล็กไว้ในอ้อมอกและหอมแก้ม และผลัดอุ้มพี่สาวเจินจูด้วยให้อุ้มทีเดียวทั้งสองคนคงจะไม่ไหวแล้ว เด็กๆน้ำหนักขึ้นกันมากพอควรเลย
“ไปล้างหน้า แปรงฟังกันก่อนนะเด็กๆ อาหารเช้าใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วลูก”ท่านแม่
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่”แม่นางน้อยทั้งสอง
จริงๆแล้วอาหารเช้ารอบแรกเสร็จไปก่อนแล้วนี่คือรอบสายสำหรับพวกเด็กที่ตื่นช้ากว่าผู้ใดนั่นเอง พวกท่านไม่ได้ทำเยอะเผื่อเหลือแต่อย่างใด อยากจะได้พวกเด็กๆได้กินกันร้อนๆมากกว่า เพราะอากาศที่ริมแม่น้ำยามเช้าแบบนี้อากาศค่อนข้างเย็นมากเลยทีเดียวเสียเวลาทำอาหารเพียงครู่เดียวเท่านั้นเอง และพวกท่านเองก็กะว่าเวลาได้ถูกด้วยว่าพวกเด็กๆที่เหลือจะพากันตื่นช่วงยามไหนกันอีกนั่นเอง และในส่วนการทำอาหารนั้นก็ได้ตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ เตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้วแค่ใส่ลงหม้อเท่านั้น
ในระหว่างรออาหารเช้ารอบสอง พวกเจ้าตัวซนก็พากันวิ่งไล่เล่นกันบ้าง นั่งเล่นกันบ้างแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เพื่อรอเวลาเหล่าบรรดาท่านแม่เรียกพวกเขากันอีกครั้งนั่นเอง
“เด็กๆมากินข้าวกันได้แล้วลูก”บรรดาท่านแม่ของพวกเด็กๆ พากันส่งเสียงช่วยกันตะโกนเรียกพวกเด็กๆกัน
“เจ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเด็กเล็ก
อาหารเช้ารองที่สองได้ตั้งโต๊ะอีกรอบที่ชายริมแม่น้ำหลังหมู่บ้านเลี่ยงฮวง แต่ก็เรียกว่าตั้งโต๊ะก็ไม่ได้เพราะอาหารวางบนโขดหินใหญ่ริมแม่น้ำกัน ไม่จำเป็นที่จะต้องหาโต๊ะมาใช้เลย
“เอ๋….???? ท่านตา ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอา ไม่มีผู้ใดอยู่เหรอเจ้าคะ…????”ยวี่ยวี่น้อย
“พวกท่านพากันจัดคนไปขายไข่มุกแม่น้ำกันในเมืองใหญ่แล้วล่ะจ้ะลูกรัก”ท่านแม่
“อ้อ…..เจ้าค่ะ”แม่นางน้อยซุน
“ส่วนที่เหลือบางส่วนก็พากันไปงมหาหอยแม่น้ำต่อแต่ว่าไกลจากบริเวณนี้กัน รวมถึงพวกท่านพี่ของพวกเจ้าด้วย”ท่านแม่
“พวกข้าพากันตื่นไม่ทันพวกท่านพี่อีกแล้วเหรอเนี่ย???”พี่สาวเจินจู
“พวกท่านพี่ชายน่ะ ห่วงเล่นกันด้วยเสียมากกว่านะพี่สาว ขยันน่ะน้อยนักเจ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“................”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้
“อ้าาา….จริงด้วยสินะน้องเล็กพวกท่านพี่มักจะทำออกตัวว่าขยันมว๊ากกกกก แต่จริงๆแล้วนะอยากเล่นเสียมากกว่าเนอะๆ”พี่สาวเจินจู
“.............”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้
ทำท่ากระซิบพูดใกล้ๆกัน แต่ท่านแม่ๆของพวกท่านพี่ก็ได้ยินกันหมด เลยไม่รู้จะทำสีหน้ากันอย่างไรดีจริงๆ เจ้าสองตัวเล็กนี่แสบจริงๆเลย ช่างว่าช่างตำหนิติเตียนพวกท่านพี่เสียจริงๆ แต่พวกเด็กๆทั้งสามตระกูลก็รัก และดูแลเป็นห่วงซึ่งกันและกันดี ในบางครั้งพวกท่านจึงจำเป็นทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในเรื่องบางสิ่งบางอย่างบ้างให้พวกเด็กๆจัดการกันเอาเอง แต่ถ้าเกินเลยมากไปก็จะสอนกันแบบอ้อมๆ โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว แต่มันเหมือนการซึมซับคำสอนในแต่ละวันกันไปเอง
ส่วนทางด้านเหล่าบุรุษของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง ก็ถึงรอบจัดหาคนนำไข่มุกแม่น้ำทั้งหมดไปขายในตัวเมืองกัน เริ่มแรกอยากจะไปเพียงแค่สอบถามราคาเท่านั้น แต่ก็พากันตัดสินใจกันใหม่โดยการที่นำไข่มุกแม่น้ำที่คัดไว้ขายทั้งหมดไปด้วย เพียงแต่วาเมื่อไปถึงเมืองใหญ่แล้วนำไข่มุกแม่น้ำไปสอบถามราคาเพียงไม่กี่เม็ดก่อนเท่านั้นเอง
และถ้าได้ทราบราคาของตลาดอัญมณีแล้ว ก็จะนำไปขายทันทีทันใดเลย เพราะรอบนี้นำรถม้าออกมาเพียงแค่หมู่บ้านละคันเท่านั้นเอง เพราะหลังจากทราบกันว่าม้าตัวเมียกำลังตั้งท้องอยู่ ก็ไม่ได้ต้องการที่จะใช้งานมันหนักอย่างพ่วงรถเกวียนให้พวกมัน จะให้มันออกแรงเบาๆรอบๆใกล้ๆหมู่บ้านเลี่ยงฯเพียงเท่านั้น เน้นม้าตัวผู้ที่จะนำออกไปใช้งานและเทียมรถเกวียน
“ถึงเสียทีเอาล่ะข้ากับพวกเจ้าแยกออกเป็นกลุ่ม 4-5 กลุ่มแยกกันเอาไข่มุกแม่น้ำไปสอบถามราคากัน เลือกร้านที่มีคุณธรรมและซื่อสัตย์ สอบถามจากคนภายในเมืองนี้น่าจะพอรู้เบื้องต้นกันบ้าง กับการที่ข้ากับพวกเจ้าเองก็มาที่เมืองใหญ่บ่อยคงจะรับรู้ข่าวสารกิจการของแต่ละตระกูลไม่น่าจะผิดพลาดมากนัก”ท่านลุงหม่า
“ได้ๆ งั้นข้าแยกตัวไปทางทิศใต้ของเมืองเองนะขอรับ”ท่านพ่อ
“ส่วนทางข้าไปทางทิศเหนือของเมืองเอง”ท่านอารองไป่
“งั้นแยกย้ายไปให้ครบทุกเส้นทางหลักของเขตย่านการค้าอัญมณีกันเลย ที่นั่นมีร้านอัญมณีที่มีชื่อเสียงตั้งกันเยอะแยะเลย แล้วมาเจอกันตรงจุดนัดหมายกัน”ท่านลุงหม่า
“ขอรับ….”บุรุษตัวแทนหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
ย่านการค้าอัญมณีง
“ข้าไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้มาซื้อขายในเขตย่านการค้าอัญมณีแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆนะขอรับ…!!!”ท่านพ่อ
“ก็ใช่น่ะสิ เขตการค้าย่านนี้คงจะมีแต่ผู้มีฐานะร่ำรวยกันนั่นแหละที่จะสามารถเดินเที่ยวเล่นเที่ยวหาซื้อเครื่องประดับกันน่ะ”ท่านลุงหม่า
“ดูแต่ละคนสิตั้งแต่หัวจรดเท้ามีแต่เครื่องประดับของมีค่าใส่ประดับร่างกายกันแบบเต็มเลยนอขอรับ…!!!! ขนาดเด็กตัวเล็กขนาดนั้นยังมีใส่กันเลย ดูน่ารักดีนะขอรับ ข้าอยากให้ลูกสาวทั้งสองของข้ามีใส่บ้างจังขอรับข้อเท้ากระดิ่งทองคำแบบนั้นน่ะขอรับ..!!!”ท่านพ่อ
“กริ่งงงง….กริ่งงงงง……”
เสียงกระดิ่งที่ข้อเท้าเด็กน้อยที่บรรดาเหล่าพี่เลี่ยง แม่นม ท่านพี่ ท่านแม่ของพวกเขาพากันอุ้มแต่ตีขาไปมา หรือไม่ก็เด็กที่พอจะเดินแข็งแล้วเดินเองก็ส่งเสียงกระดิ่งที่กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งงง น่ารักๆ
ดึงดูดความสนใจจากท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอารองไป่ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงยวี่ยวี่น้อย กับพี่สาวเจินจูถ้าพวกนางได้ใส่แบบนี้บ้างคงจะน่ารักมากๆเช่นกัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกินที่มีราคาแพงพวกท่านไม่เคยมองหรือแม้แต่จะกล้าคิดที่จะอยากซื้อหากัน แต่พอมีรายได้เข้ามาถี่ๆ มีเงินในมือหลายตำลึงทำให้พวกท่านกล้าที่จะคิด และกล้าที่จะพูดว่าต้องการหาซื้อของที่มีราคาแพงแสนแพงอย่างเต็มใจ
“ร้านข้างหน้านี้แล้ว ไปกัน”ท่านลุงหม่า
“ขอรับ”ท่านพ่อ ท่านอารองไป่
“สวัสดีขอรับ….มาซื้อหรือมาขายขอรับ..???”เด็กในร้านอัญมณี
“พวกข้ามีของมาขายน่ะขอรับ ถ้าอย่างไรแล้วรบกวนช่วยเรียกหลงจู๊มาดูให้ด้วยนะขอรับ”ท่านลุงหม่า
“ได้เลยขอรับ เชิญทางด้านขวามือด้านโน้นเลยเป็นในส่วนรับซื้อของน่ะขอรับ”เด็กในร้านอัญมณี
“ขอรับ…”ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอา
พวกท่านใส่เสื้อผ้าชุดใหม่กันแล้วแต่ว่าก็ไม่ได้เป็นชุดผ้าไหมอย่างดีมีราคาแต่อย่างใด เป็นเสื้อผ้าที่ชาวบ้านทั่วๆไปใส่กัน เพียงแต่ดูดีกว่าผ้าฝ้ายราคาถูกที่สุดเท่านั้นเอง แต่บอกได้เลยว่าคนที่ร้านขายอัญมณีแห่งนี้ไม่ได้ดูถูกคนที่เข้ามาในร้านอย่างพวกท่านเลยที่ดูแล้วจะดูไม่มีเงินมากที่สุดตั้งใจมีลูกค้าเข้าร้านค้าแห่งนี้มาก็ว่าได้….!!!!!
“หลงจู๊ขอรับพวกข้ามีของนำมาขายขอรับ”ท่านลุงหม่า
“มาๆ มานั่งด้านนี้เลย แล้วต้องการขายอะไรเหรอพ่อหนุ่ม..????”หลงจู๊ของร้านที่ดูมีอายุรุ่นราวคราวนี้กับท่านปู่ ท่านตา
“นี่ขอรับ….”ท่านลุงหม่ายื่นกล่องใส่ไข่มุกแม่น้ำให้หลงจู๊ร้านค้าขายอัญมณีแห่งนี้
“นะนะนี่มัน….ไข่มุกแม่น้ำนี่…!!!!”หลงจู๊
หลังจากที่เห็นไข่มุกแม่น้ำทุกๆสี และแต่ละสีมีถึงสามขนาดให้หลงจู๊ได้ดู บอกได้เลยว่าหลงจู๊ของร้านอัญมณีแห่งนี้แทบจะตะครุบกล่องไม้ที่ใส่ไข่มุกแม่น้ำนี้อย่างรวดเร็ว กลัวว่าท่านลุงหม่าจะเอาคืนไปเสียอย่างนั้นเแหละ
“ไม่น่าเชื่อเลย ไข่มุกแม่น้ำพวกนี้มีสีสันมากมายขนาดนี้เลย และดูขนาดใหญ่นี่สิ รูปร่างและเนื้อผิวของไข่มุกไม่มีที่ติเลยจริงๆ ข้ารับซื้อทั้งหมดเลย…!!!”หลงจู๊
“จริงหรือขอรับ…???”ท่านลุงหม่า
“จริงสิพ่อหนุ่มข้าจะกล้าพูดเล่นกับเจ้าได้รึ ทางร้านค้าอัญมณีตระกูลซูของข้านั้น เป็นตระกูลใหญ่และค้าขายเกี่ยวกับอัญมณีเครื่องประดับมาช้านานแล้ว และให้ราคาเป็นธรรมเสมอเจ้าสามารถสอบถามผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตตัวเมืองแห่งนี้ได้เลยนะ”หลงจู๊
“ขอบคุณขอรับ”ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอา
“และทางร้านของเถ้าแก่ข้า กับอีกสองตระกูลที่เหลือที่เป็นร้านค้าอัญมณีใหญ่ที่ในตัวเมืองนี่ ก็เป็นคู่ค้าร่วมกันไม่ว่าเจ้าจะขายให้ร้านค้าใดก็ได้เช่นกัน”หลงจู๊
“ขอรับ…!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงหม่า ท่านอารองไป่
“เอาล่ะมาพูดเรื่องราคาไข่มุกแม่น้ำพวกนี้กันก่อนเลยนะ เนื่องจากไข่มุกที่พวกเจ้านำมานั้นเป็นสีที่หายากมากทั้งหมด และมีสามขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ข้าจะให้ตามราคานี้นะก็คือว่า…..
ราคาไข่มุกแม่น้ำ
สีชมพู สีขาว สีดำ สีฟ้า สีแดง สีเหลือง สีม่วง สีเขียว
สีไข่ไก่ เป็นสีปรกติที่ส่วนมากเจอ ราคา 5,000 ตำลึงทอง
ขนาดใหญ่เม็ดละ 20,000 ตำลึงทอง
ขนาดกลางเม็ดละ 10,000 ตำลึงทอง
ขนาดเล็กเม็ดละ 5,000 ตำลึงทอง
หลงจู๊ร้านค้าอัญมณีตระกูลซูก็ค่อยๆบอกราคาของไข่มุกแม่น้ำแต่ละสี แต่ละขนาดอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ เพราะกำลังเพลิดเพลินตรวจสอบไข่มุกแต่ละเม็ดอยู่
“...............!!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงหม่า ท่านอารองไป่ ที่ได้ยินราคาไข่มุกแม่น้ำแทบจะสติหลุดลอยไปไกลอีกแล้ว พากันนั่งนิ่งอึ้งกันไปหมดเลย ได้แต่มองหน้ากันไปมาด้วยความเหลือเชื่อกัน…!!!
*****************
ราคาไข่มุกแม่น้ำหลักตำลึงทองเป็นขั้นต่ำเสียด้วย…!!! เล่นเอาพวกท่านพ่อ ท่านลุงหม่า ท่านอารองไป่ ตกใจกันสติหลุดไปเลย มันคือตำลึงทองพวกท่านได้แต่เห็นเงินตำลึงทองลอยไปลอยมาอยู่ในตอนนี้….!!!!!