คนตัวเล็กทั้งหวาดกลัว ทั้งสับสนวิตกกังวล เธอกำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย มือบางสั่นระริกเมื่อกำลังจับอยู่ที่ตะขอบราเซียสีหวานซาฟไม่เอ่ยคำใด ไม่แม้แต่ห้ามปราม หญิงสาวกลั้นใจปลดมันออกทั้งน้ำตาแล้วปล่อยบราเซียตัวนั้นทิ้งลงกับพื้น
ซาฟนิ่งงันกับภาพที่เห็นตรงหน้า หัวใจกำลังเต้นตุบๆเืในกายฉีดพล่านไปทั่วร่าง เมื่อทรวงอกอวบอิ่มน่าัักำลังเผยต่อสายตา
แม้ใจอยากยกมือขึ้นปกปิดอับอายที่ต้องถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเขา เธอจำต้องช่วยตระกูลไว้ให้ได้ พ่อต้องไม่ผิดหวังในตัวเธอจับชิ้นส่วนสุดท้ายไว้แล้วรูดลงจนถึงปลายเท้าอย่างรวดเร็วกลั้นใจทำถึงเสียเกียรติแค่ไหนก็ตาม
เขากำลังจะบ้า อาการเกร็งแน่นเริ่มบั่นทอนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะทำยังไง เมื่อดัน้าเธอเวลานี้ เดี๋ยวนี้ แทบไม่อาจยับยั้งความ้าไว้ได้แล้ว
“ฉะ...ฉันจะทำให้ดีที่สุด”เธอบอก แล้วสาวเท้าเดินมาใกล้หัวใจกำลังเต้นโครมครามด้วยความกลัว และความอาย
เขามองภาพตรงหน้าราวกับต้องมนต์สะกดขยับไปไหนไม่ได้ ราวกับถูกยึดติดไว้ อยากละสายตาจากภาพตรงหน้าแต่กลับมองเห็นเธอชัดเจนขึ้นอีก หรือเขากำลังหลงโมนาเข้าแล้ว
มือบางโอบรัดรอบคอเขากดแนบริมฝีปากตนเองเข้ากับเขา ซาฟขบกรามกับจูบไม่ประสีประสาแต่เรียกอารมณ์ความ้าได้อย่างร้ายกาจมือหนาโอบรัดเอวบางเปลือยเปล่า ดันร่างเธอไปที่เตียงทันทีที่แผ่นหลังขาวเนียนแตะลง หญิงสาวสะอื้นน้ำตาไหลไม่ขาด
นี่คือหน้าที่ของเธอต้องทำให้ซาฟเชื่อให้ได้
ซาฟจ้องมองใบหน้าเรียวสวยต่อให้้าเธอมากเพียงใด เมื่อเห็นใบหน้าที่อาบด้วยน้ำตามันทำให้รู้สึกหัวเสียขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“โถ่เว้ย!”ชายหนุ่มสบถแล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที
เป็ครั้งแรกที่สบถออกมาด้วยความหงุดหงิดเดือดดาลใจ ทำไมต้องรู้สึกผิดทุกครั้ง เวลา้ามีอะไรกับว่าที่เ้าสาวในเมื่อมันอยู่ในสัญญา
“ฉะ...ฉันขอโทษ”โมนาลุกนั่งกลั้นน้ำตาเอาไว้ เพราะสิ่งนี้คงทำให้เขารำคาญ
ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งสูดหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความรู้สึก ปกติเคยควบคุมมันได้ไว้เขาไม่ควรเสียการควบคุมตัวเองแบบนี้ ความสุขุมเยือกเย็นมันต้องไม่เสียศูนย์เพียงเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว
“พอเถอะ!”ซาฟบอกแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง
แววตามองมาทำหัวใจเอ่อนยวบใจมันแข็งไม่ได้ มือกลับคว้าร่างบอบบางนั้นมากอดแแ่แทนกายสาวที่กำลังสะท้านไหว ส่งผลต่อความนึกคิด หากได้โอบรัดร่างนี้ไว้ตลอดไปคงดี
เขาคลายอ้อมกอดเช็ดน้ำตาให้กดริมฝีปากบนหน้าผากกลมมนแ่เบา
“ฉันขอโทษนะคะ” โมนาร้องบอกทั้งยังสะอื้นแ่อยู่
“ไม่ต้องขอโทษหรอก...ผมเชื่อคุณแล้วโมนาอย่าฝืนในสิ่งที่ตัวเองไม่้าเลยหากคุณยังไม่พร้อมผมจะไม่บังคับใจคุณอีก”
หญิงสาวสะอื้นกับแผงอกเขาอีกครั้งเธอได้รับรู้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้แล้ว ใครว่าเ็าเหมือนน้ำแข็งแค่ไหน แต่สำหรับเธอแล้วเขาอบอุ่นเหมือนเปลวไฟท่ามกลางหิมะโปรยปราย
เทียร่าเดินยิ้มเข้าคลับหรูแห่งหนึ่ง เธอร่วมมือกับมัลโก้เ้าของไนต์คลับเื่หลอกล่อน้องสาวให้กลายเป็ผู้หญิงขายตัวมาถึงข้างในเห็นเ้าของกำลังนั่งพักอยู่ เทียร่าก้าวยาวเพื่อทักทายแล้วหย่อนกายลงบนโซฟาตัวยาวในพื้นที่แขกวีไอพี
เธอยกไวน์ขึ้นจิบหลังจากพนักงานรินให้ แล้ววางลง ช้อนสายตามองมัลโก้ “เป็ไงสำเร็จไหมคะ?”
“ระดับนี้แล้วไม่สำเร็จได้ยังไงล่ะครับป่านนี้ยังไม่ออกมาจากห้องกันเลย” มัลโก้บอกแล้วคลี่ยิ้มกว้าง
“ดีมากค่ะนี่ค่าตอบแทน” เธอหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้
มัลโก้รับเงินจากเทียร่ามาแล้วรีบนับวันนี้เขาได้โชคสองชั้นจริงๆ ซาฟเองก็จ่ายหนัก แถมยังได้กำไรจากเทียร่าอีก
“ว่าแต่...ใครกันที่เป็แขกวีไอพีวันนี้” เทียร่าสอบถาม อยากรู้ว่าใครกันได้นอนกับน้องตัวดี
“ผมจะบอกคุณช่วยเก็บเป็ความลับด้วยนะครับ” เทียร่าพยักหน้า“คุณซาฟลูกชายคนโตของตระกูลอัลเล็นโซ่ครับ” มัลโก้กระซิบ
“อะไรนะ!”เทียร่าลุกพรวด ใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ
“เป็อะไรครับมีอะไรหรือเปล่า”
“บ้าบอคอแตกที่สุดอุตส่าห์จะหาทางกำจัดให้อีลูกเมียน้อยนั้นออกห่างจากอัลเล็นโซ่ป่านนี้มันคงเสวยสุขกันไปแล้ว!”
เทียร่ากระชากเงินในมือมัลโก้แล้วตวัดสายตาไม่พอใจเขางุนงงกับปฏิกิริยากะทันหันเช่นนี้
“อะไรกันครับนี่!”
“ฉันไม่ให้แกแล้วไอ้บ้าเอ้ย!” เทียร่าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากคลับไป
โมนายืนนิ่งอยู่ในห้องรับแขกของคฤหาสน์ จ้องมองเขาด้วยความกัลวลซาฟเห็นแววตาคู่นั้นมองมาพอรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรก้าวเข้ามาใกล้แล้วจับไหล่มนหันมาเผชิญหน้า
“ไปนอนเถอะดึกมากแล้ว...”เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ”
เธอทำตามอย่างว่าง่ายเดินขึ้นชั้นสองเพื่อเข้าห้องนอน เสียงฝีเท้าที่ตามติดมายิ่งทำใจเธอสั่นไหวเขาจะนอนห้องเดียวกับเธอหรือเปล่า หรือแค่มาส่งเธอ ยิ่งใกล้ถึงห้องนอนยิ่งประหม่าหนักขึ้นเื่ในโรงแรมยังสร้างความหวาดหวั่นอยู่เลย
มือจับลูกบิดเปิดเข้าห้องโดยมีเขายืนอยู่ด้านหลัง ก้าวเข้าห้องแล้วหันกลับมาเพื่อปิด แต่กลับถูกมือใหญ่ดันประตูไว้เสียก่อนใบหน้าซาฟโน้มลงมามอบจุมพิต เปลือกตาของเธอปิดลง มันอ่อนหวานและละมุนเหลือเกิน เขาถอนริมฝีปากแล้วยิ้มอ่อนโยนโมนาอิ่มเอมเป็ครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของเขา
“ฝันดีนะครับ”เขาบอก
โมนารีบปิดประตูลงไปยืนพิงผนังห้อง หัวใจสั่นระรัว มันเต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่เคยใกล้ชิดชายใดมาก่อนและซาฟเป็คนแรก เขา... ทำให้เข้าใจเพศตรงข้ามมากขึ้น
ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเดินลงมาด้านล่างในหัวเขาครุ่นคิดเื่มากมาย พยายามหาคำตอบเหตุใด เวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิงอย่าง โมนาดีกาลโน่ ถึงควบคุมตนเองไม่ได้อย่างใจ หากดีกาลโน่ยืนหยัดได้คงดีไม่เช่นนั้นโมนาคงไม่มีอะไรคู่ควรกับเขา
ซาฟโยนกายลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นติดต่อเดวิชให้เข้าพบ
“นายมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”บอดี้การ์ดหนุ่มมารายงานตัว
“ตามมัลโก้มาพบฉันที”
“ได้ครับ”
ไม่นานชายร่างสันทัดเ้าของไนท์คลับหรูถูกพาตัวมาเขาหดกายทำท่านอบน้อมกับชายหนุ่มราวกับาาก็ไม่ปาน
“นั่งลงก่อนสิ”เขาบอก
“คุณชายซาฟมีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับถึงเรียกผมมา”
“ฉันมีเื่จะถาม”บอกจุดประสงค์เสียงเย็น จ้องมองเ้าของไนต์คลับด้วยความสงสัยในหลายเื่
“มีเื่อะไรจะสอบถามกระผมหรือครับผมยินดีตอบทุกอย่างที่คุณชาย้าเลย”
“ผู้หญิงที่ส่งให้ฉันเมื่อคืนคุณได้ตัวเธอมาจากที่ไหน”
มัลโก้นิ่งชั่วชณะ หลุบตามองพื้นสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักหรือว่าซาฟจะรู้เื่ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช้หญิงขายบริการ
“เอ่อ... เธอเป็เด็กใหม่ครับทำไมเหรอครับ หรือว่าเธอบริการคุณไม่ดีพอ” มัลโก้แสร้งโกหก ตีหน้าใ
“อย่าโกหกผมมัลโก้ หากคุณทำแบบนั้น ผมจะทำให้ไนต์คลับคุณหายไป”
มัลโก้ตระหนกกับคำพูดของซาฟแววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกอะไร แต่นี้เป็สัญญาณอันตรายหากไม่พูดความจริงคงเกิดเื่แน่
“ผมสารภาพแล้วครับ!”
“พูดออกมา”
สีหน้าที่เรียบเฉยแววตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆกำลังจ้องมองมาริมฝีปากของมัลโก้สั่น
“คุณเทียร่า เธอจ้างผมให้พาน้องสาวเธอมาให้กับแขกที่ผมนัดเอาไว้ ซึ่งในตอนนั้นก็คือคุณชายครับ”
ซาฟนิ่งงันดวงตาเหม่อมองออกนอกหน้าต่างราวกับไม่ได้ฟังสิ่งที่มัลโก้เอ่ยออกมา แต่กลับได้ยินมันทุกคำ แม้หัวใจเขาตอนนี้ก็ยังกระตุกไหวอย่างประหลาดราวกับว่ามันมีความร้อนกำลังเดือดปุดๆ อยู่ ดั่งลาวารอการปะทุในอีกไม่นาน
“เดวิชส่งแขก จัดการให้เงินมันไปสักก้อนด้วย!”เขาสั่งเสียงเรียบ
ควรจัดการเื่นี้อย่างไรดี พยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากเข้าไปแทรกแซงปัญหาครอบครัวของดีกาลโน่แต่โมนาคือผู้หญิงที่กำลังอยู่ในความของเขา ช่างเป็การตัดสินใจที่ยากหาก เป็คนอื่นคงทำหน้าที่ปกป้องผู้หญิงของตนเองสุดชีวิตแต่เขาดันเป็คนมากหลักการและมักมองเห็นปัญหาที่ไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามวุ่นวาย พ่นลมหายใจหลายอย่างไม่ถูกต้องเอาเสียเลย กระนั้นก็อยากทำ
ทั้งหมด ทั้งมวลมันคือความรู้สึกแบบไหน จนตอนนี้ซาฟเองก็ยังไม่เข้าใจ
ร่างสูงใหญ่อ่านเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งสไตล์อิตาลีเสียงฝีเท้าและเสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องส่งผลให้เ้าของร่างที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารตรงหน้า
“นั่งลงก่อนสิไซน์”
ไซน์นั่งลงตามคำบอกของพี่ชาย
“พี่มีอะไรจะใช้ผมเหรอถึงได้เรียกผมมา”
“พี่จะให้ไซน์บินไปเมืองไทยอีกครั้งเพราะเรายังมีสัญญาสำคัญที่ต้องทำอีก”
“อะไรนะครับ” ไซน์ถามย้ำอีกครั้ง
“ทำไมหรือแกมีปัญหา” ซาฟถามเสียงเข้ม
ดูเหมือนนี่ไม่ใช่คำของร้องแต่เป็คำสั่ง หากไม่รับปากมีหวังพี่ชายคงไม่สบอารณ์แน่นอน
“ก็ได้ครับ จะให้บินไปวันไหนล่ะครับเ้านาย”เขาประชด
“วันนี้เลยได้ไหมล่ะ!”
“โอ้โห! ไม่มากไปหน่อยเหรอครับ แบบนี้ผมได้อ้วกแน่เล่นให้ผมบินไปบินมาตั้งหลายประเทศ ผมเพิ่งกลับมาจากอเมริกาไม่กี่วันมานี่เองพี่ก็มาใช้ให้ผมบินไปเมืองไทยต่อแล้ว”
“ถ้าแกไม่ทำแล้วจะให้เ้าเซ็ทกับเ้าเซย์ทำหรือไงกันสองคนนั้นมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว แกเองก็มีหน้าที่ต้องติดต่อประสานงานกับต่างประเทศแล้วแกจะบ่นเอาอะไร!” ซาฟหาเหตุผลมาขัดคำพูดน้องชาย
มาแล้วจอมเผด็จการซาฟ...เขาคงต้องยอมแพ้ทุกที
“ได้ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับเ้านาย”
ซาฟมองตามแผ่นหลังน้องชายซึ่งเดินออกจากห้องไปยังมีอีกเื่ต้องจัดการว่าจะไม่เข้าไปยุ่งแล้ว กลับอดไม่ได้ที่จะทำแบบนั้นพอคิดว่าโมนาต้องโดนทำร้ายอีกกี่ครั้ง เขาก็ยิ่งรู้สึกทุรนทุรายไม่อยากเห็นน้ำตาของเธออีก