เมิ่งเสวี่ยไป๋กลับมาถึงโรงแรมก็เหวี่ยงกระเป๋าถือลงบนเตียง ครั้งนี้ลูกสาวเธอทำเธอขายหน้ามาก และอาจจะกระทบกับงานของบริษัทได้ แฟนหนุ่มของชิงชิงได้หักหน้าเธอกับหยางเค่อจนแตกละเอียด ซ้ำยังดึงเมิ่งตงที่เป็นพ่อสามีไปเป็นพวกอีกด้วย
“ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ขืนให้คบกับมัน ชีวิตฉันต้องไม่สงบสุขแน่ นี่ขนาดคบกันเป็นแฟนยังสร้างความเดือดร้อนให้ฉันได้ขนาดนี้ แล้วถ้าชิงชิงแต่งออกไป มันจะไม่ทำฉันเส้นเลือดสมองแตกตายรึไงกัน” เมิ่งเสวี่ยไป๋กำลังคิดแผนจะทำให้ทั้ง 2 คนนี้เลิกกัน
'แต่ว่าเรารู้แค่ชื่อ ข้อมูลอะไรก็ไม่มี แล้วจะหาตัวมันได้ยังไงนะ ไม่ได้ฉันต้องสืบเรื่องนี้' เมิ่งเสวี่ยไป๋คิดได้ดังนั้นก็ตัดสินใจโทรหาเลขาส่วนตัวทันที
[สวัสดีค่ะ คุณนายเมิ่ง มีอะไรให้ฉันรับใช้รึเปล่าคะ' เสียงปลายสายกล่าว เธอคือเลขาของเมิ่งเสวี่ยไป๋นั่นเอง
“ติดต่อหานักสืบมาสักหลาย ๆ คนมาให้ฉัน ฉันต้องการจ้างพวกเขาสืบอะไรสักหน่อย” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว
[ทราบแล้วค่ะ ฉันจะรีบดำเนินการให้ ฝันดีค่ะคุณนายเมิ่ง] เลขาสาวกล่าวก่อนจะวางสายไป
“หึ ฉันจะขุดโคตรแกมาแฉให้ดู แกเตรียมตัวไว้เถอะอวี้หยาง” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว เธอต้องกำจัดอวี้หยางออกไปจากชีวิตเธอและชิงชิงให้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น
ไป่ฉีตื่นนอนมา เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นไปเตรียมอาหารให้พ่อกับแม่ ส่วนเมิ่งชิงชิงเมื่อได้ยินเสียงในห้องครัว เธอก็ตื่นขึ้นมาเพื่อดูว่าแม่ของไป่ฉีตื่นมาทำอาหารรึเปล่า เธอจะได้ไปช่วย แต่สิ่งที่เธอเห็นคือไป่ฉีกำลังทำอาหารอยู่ ด้วยช่วงหลังไป่ฉีมีงานค่อนข้างมาก ทำให้ไม่ค่อยได้เห็นเขาเข้าครัวสักเท่าไหร่
“นายทำอะไรกินน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“อาหารคลีนครับ กินไปรับรองไม่มีของเสียแน่ ๆ” ไป่ฉีกล่าว เมิ่งชิงชิงมองดูก็เห็นเพียงผัดผักใส่กุ้งธรรมดาเท่านั้น
'ใส่น้ำมันนี่มันคลีนตรงไหนกัน' เมิ่งชิงชิงคิด
หลังจากอาหารเสร็จแล้ว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเข้าไปอาบน้ำ ส่วนพ่อกับแม่ของไป่ฉีนั้นออกมาจากห้องและล้างหน้าตรงห้องครัว
มื้อเช้าของบ้านไป่ฉีวันนี้ทำให้พ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงต้องแปลกใจ เพราะผัดผักใส่กุ้งธรรมดากลับอร่อยมาก เมิ่งชิงชิงนั้นกล้าบอกได้เลยว่าผัดผักจานนี้อร่อยกว่าทุกจานที่เธอเคยกินมา
“นายใส่อะไรลงไปน่ะ ทำไมมันอร่อยแบบนี้ล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“นั่นสิ แม่ก็อยากรู้” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“ความลับครับ” ไป่ฉียิ้มเจ้าเล่ห์
“ชิ เจ้าลูกคนนี้นี่ ถ้าฉันอยากกินแล้วแกไม่ทำให้กิน ฉันเอาเรื่องแกแน่รู้ไหม” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“ได้เลยครับ” ไป่ฉีรับคำ
'หญ้าจินตรส (จิน-ตะ-รด) ที่ปลูกไว้ใช้ได้ผลดีมากจริง ๆ แม้มาอยู่ที่โลกนี้ ผลของมันยังดีเยี่ยมเหมือนเดิม ต่อให้รสชาติอาหารแย่ขนาดไหนยังกลายเป็นอร่อยได้ทั้งสี กลิ่น รส และรสสัมผัส แต่ว่าถ้าทำอาหารเป็นจริง ๆ คงดีกว่านี้ล่ะนะ' ไป่ฉีคิด ใช่แล้วอาหารที่เขาทำนั้นผ่านกระบวนการทำให้กลายเป็นอาหารลมปราณ แต่ยังคงสภาพของพวกมันไว้เหมือนเดิม ซึ่งมันไม่มีรสชาติ มีเพียงรสสัมผัสของวัตถุดิบที่ยังคงเดิม ความกรุบกรอบเวลาเคี้ยวยังคงไว้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้หญ้าจินตรสเพื่อให้มันมีรสชาติ แต่ปราศจากสิ่งตกค้างในร่างกายนั่นเอง
หลังมื้อเช้า ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินทางไปคุยงานกับทีมรายการ Ghost Hunt ที่สำนักงานใหญ่ของ LSA
เมื่อไป่ฉีเดินเข้ามา พนักงานแผนกธุรการกับแผนกประชาสัมพันธ์เข้ามาทักทายเขาราวกับเป็นเพื่อนร่วมงาน สร้างความแปลกใจไม่น้อยให้กับพนักงานจากแผนกอื่น ๆ ที่อยู่ตรงทางเข้าบริษัท
“ขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อวานนะครับ” ไป่ฉีกล่าวกับพนักงานที่เข้ามาทักทายเขา
“เห็นค่าตอบแทนและน้ำใจของเธอ พวกเราก็หายเหนื่อยแล้ว” พนักงานชายคนหนึ่งกล่าว
“นั่นสิ อาหารที่สั่งมาก็อร่อยมาก เพราะเมื่อวานเธอกลับไปก่อนเลยยังไม่มีโอกาสขอบคุณ ขอบคุณสำหรับอาหารนะ” พนักงานหญิงกล่าว
“เช่นกันครับ ผมขอตัวก่อน วันนี้มีคุยงานกับทีมรายการ Ghost Hunt” ไป่ฉีกล่าว
“ตามสบายเลย พวกเราเองก็ขอตัวไปทำงานเหมือนกัน” จากนั้นพนักงานก็แยกย้ายกันไป ทิ้งให้พนักงานที่ไม่รู้เรื่องต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อมีคนไปถามพนักงานจากทั้ง 2 แผนก ก็ได้รู้สิ่งที่เกิดขึ้นในแผนกธุรการกับแผนกประชาสัมพันธ์ พวกเขาต่างอิจฉากับเงินพิเศษที่พนักงานทั้ง 2 แผนกได้จากประธานเทียนเผิงและไป่ฉี ทำให้ในสายตาของพวกเขาตอนนี้มองไป่ฉีต่างไปจากศิลปินคนอื่นในค่าย และคิดว่าหากมีโอกาสก็อยากจะร่วมงานด้วย เพราะไป่ฉีไม่ถือตัว ใจกว้างและมีน้ำใจ
ด้านไป่ฉีตอนนี้เขาเดินมาถึงห้องรับรองห้องหนึ่ง ซึ่งมีไว้สำหรับให้นายจ้างนัดคุยงานกับศิลปิน เพื่อตกลงสัญญาว่าจ้างกัน ไป่ฉีไม่รอช้าเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เขาพบคือคน 2 คนที่อยู่ในห้องก่อนแล้ว เป็นคุณคิวและ PD ของรายการ Ghost Hunt นั่นเอง
“สวัสดีครับ ขอโทษที่มาช้าครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวขอโทษ
“ยังไม่ถึงเวลานัด เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง ไม่ต้องขอโทษหรอก” PD รายการ Ghost Hunt กล่าว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม เขารับรู้ได้ว่าคุณคิวจ้องมองเขาไม่วางตาทีเดียว
'กำลังใช้พลังวิญญาณตรวจสอบเราเหรอ คงไปฝึกมาเพิ่มสินะ แต่ก็ก้าวหน้าช้ามาก เพราะไม่รู้หลักนั่นแหละ' ไป่ฉีคิด
“จากที่ผมได้อ่านสัญญาว่าจ้างไม่ต่างจากคราวก่อน แต่ขอทราบเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ได้รึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม
“ขอเสียมารยาทนะไป่ฉี ฉันมีรูปสถานที่ให้ดู นายพอจะบอกได้ไหมว่าที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้น” คุณคิวนำภาพคฤหาสน์หลังหนึ่งมาให้ไป่ฉีดู
“นี่คือคฤหาสน์หุ่นผีที่โด่งดังมากในเพจของคนลองของนี่ครับ” ไป่ฉีตอบกลับมาทันที
“นายเคยได้ยินเรื่องของมันไหม” คุณคิวถาม ยังไงคฤหาสน์นี้ก็ดังมากในกลุ่มคนชอบลองของ ที่จริงรายการจะไปถ่ายทำหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของคฤหาสน์ที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้แล้ว
“คุณอัมรา เจ้าของคฤหาสน์คนปัจจุบัน กับคุณอาร์ท เขายอมแล้วเหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“เขาบอกว่านายต้องไปร่วมรายการ เขาถึงจะยอมอนุญาตให้พวกเราเข้าไปถ่ายทำน่ะ” PD รายการกล่าว
“ที่จริงคุณอัมรา กับคุณอาร์ทเขาเป็นแฟนคลับนิยายของนาย จะไม่ถือโอกาสนี้พบปะแฟนคลับหน่อยเหรอ” คุณคิวถาม
“ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าคำถามที่คุณคิวถามเรื่องประวัติคฤหาสน์หลังนี้น่าจะหาอ่านจากในอินเทอร์เน็ตได้นี่ครับ” ไป่ฉีตอบ
“แค่อยากรู้ว่านายรู้จักสถานที่นี้มากแค่ไหนน่ะ” คุณคิวกล่าว
“ถ้าจำไม่ผิด คุณเดชา ที่เป็นพ่อของคุณอัมราเป็นคนสร้างธุรกิจขึ้นมา โดยรับปั้นหุ่นแทบทุกชนิด ยกเว้นหุ่นคนที่ยังไม่เสียชีวิต ดูเหมือนจะมีอาถรรพ์ที่ทำให้คนที่เป็นแบบตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ เมื่อหุ่นของพวกเขาปั้นเสร็จได้ไม่นาน ซึ่งต่อมาคุณเดชากับภรรยาได้ปั้นหุ่นของตนเองและก็ตาย โดยภรรยาหัวใจวายตาย ส่วนคุณเดชาเพราะเสียใจมากจึงดื่มเหล้าหนักจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและเสียชีวิตตามภรรยาไปภายในเวลาไม่นาน ซึ่งอดีตภรรยาของคุณเดชาได้เข้ามาดูแลบ้านหลังนี้แทน ทั้งกดขี่ข่มเหง รังแกคุณอัมรากับคุณอาร์ท และทุกครั้งที่เธอทำ เธอมักจะโดนผีหุ่นที่อยู่ในห้องจัดแสดงลับของคุณเดชาเล่นงาน แต่ก็ยังไม่สำนึก สุดท้ายวันหนึ่งในตอนเช้ามีคนพบศพอดีตภรรยาคุณเดชา ตายอยู่ตีนบันไดชั้น 1 จากที่ชันสูตรพลิกศพดูพบว่าน่าจะตกลงมาจากบันไดชั้น 2 แล้วคอหักตาย หลังจากนั้นคุณอัมรากับคุณอาร์ทก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะกลัววิญญาณของแม่เลี้ยงที่ตายยังอยู่ในบ้านและตามหลอกหลอนพวกเธอ จากนั้นบรรดาคนรับใช้ที่คุณอัมราจ้างให้อยู่ดูแลบ้านก็ลาออกเพราะเจอผีหุ่นหลอกกันจนอยู่ไม่ได้ คุณอัมราเลยจ้างบริษัททำความสะอาดไปทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ละครั้ง และให้ทำเฉพาะตอนกลางวัน โดยห้ามลงไปยังห้องจัดแสดงหุ่นเด็ดขาด” ไป่ฉีร่ายยาวจนจบ ก็หยิบรูปภาพที่คุณคิวให้มาแล้วส่งกลับไปให้เขา
“รู้ละเอียดเหมือนกันนะครับ” คุณคิวกล่าว
“จะละเอียดกว่านี้ถ้าคุณคิวสื่อสารกับพวกเขาได้ แต่อย่าเป็นแบบคราวที่แล้วนะครับ คราวนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด” ไป่ฉีกล่าว
“ครั้งนี้ผมจะรอบคอบขึ้นแน่นอนครับ” คุณคิวกล่าว
“งั้นเรามาคุยรายละเอียดรายการครั้งนี้กัน ครั้งก่อนให้คุณคิวพาผู้ร่วมรายการชมจุดที่สมาชิกในบ้านตายทีละห้อง ๆ ใช่ไหม แต่ครั้งนี้เราจะลงไปที่ห้องจัดแสดงหุ่นกันเลย” PD รายการกล่าว
“ไหวเหรอครับ” ไป่ฉีหันไปถามคุณคิว
“ไม่แน่ใจครับ” คุณคิวกล่าว
“ฟังดูเหมือนทางคุณไม่มีหลักประกันความปลอดภัยเลยนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ไม่ต้องห่วงครับ ครั้งนี้เราเชิญคนทรงชื่อดังไปด้วย หากเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีร่างทรงคอยช่วยครับ” PD รายการกล่าว
“แล้วจะลงไปทำอะไรในห้องจัดแสดงล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“ลองทำพิธีส่งวิญญาณน่ะครับ แล้วดูซิว่าพวกเขาจะโผล่มารึเปล่า” PD รายการกล่าว
“คุณคิวทำได้เหรอครับ พิธีส่งวิญญาณน่ะ” ไป่ฉีถาม
“ได้ครับ แต่ก็ใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้งนะครับ มันขึ้นกับวาระกรรมของพวกเขาด้วย” คุณคิวกล่าว
หลังจากนั้นการคุยรายละเอียดงานก็จบลง คุณคิวกับ PD รายการ Ghost Hunt ขอตัวกลับทันที เพราะถ้าจะลงไปยังห้องจัดแสดงหุ่น พวกเขาต้องจ้างบริษัททำความสะอาดลงไปทำความสะอาดซะก่อน เพราะฝุ่นจะเป็นปัญหากับกล้องและอุปกรณ์หลายตัวทีเดียว
ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินออกมาจากบริษัท LSA เพื่อหาอะไรทานริมทาง ซึ่งห่างออกไปจากทั้ง 2 คน มีชายที่มองมาที่เขากับเมิ่งชิงชิง ไป่ฉีจึงทำการตรวจสอบดู และก็พบว่าแม่ยายของเขาเริ่มส่งคนมาสืบหาตัวอวี้หยางเพื่อหาทางเล่นงานเขาแล้ว
'ยัยเด็กนี่กล้ามาก หึ โชคดีที่คราวก่อนเจอกัน เราดึงความทรงจำออกมาดูเพื่อหาเรื่องเลว ๆ ที่ยัยนั่นทำเอาไว้ ตอนนี้เหลือแค่หาหลักฐานพวกนั้นให้พบก็เท่านั้น' ไป่ฉีคิด
ช่วงเย็น เมิ่งเสวี่ยไป๋ เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อฟังผลการสืบข้อมูลอวี้หยางวันแรกจากนักสืบหลายคนที่เธอว่าจ้างไป
[วันนี้ไม่พบตัวชายหนุ่มที่ชื่ออวี้หยางครับ คุณเมิ่งชิงชิงตอนนี้เดินออกมาทานข้าวกับชายชื่อไป่ฉีครับ เท่าที่สืบมาเขาเป็นดารานักแสดงที่คุณเมิ่งชิงชิงดูแลอยู่ ส่วนอวี้หยางนั้นไม่พบตัวเลยครับ] นักสืบคนแรกรายงานผล
[ส่วนผมจากที่ลองสืบดูพบว่าคุณเมิ่งชิงชิงย้ายไปอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ดูเหมือนเธอจะอาศัยอยู่กับไป่ฉีครับ ผมเลยสันนิฐานว่าไป่ฉีกับอวี้หยางอาจจะเกี่ยวข้องกันหรือเป็นคน ๆ เดียวกันครับ] นักสืบคนที่ 2 รายงานพร้อมกับส่งรูปห้องเช่าและรูปของไป่ฉีให้ดู
“หืม เด็กนี่ไม่ใช่อวี้หยางหรอก ถึงส่วนสูงรูปร่างจะใกล้เคียงกัน แต่ใบหน้าเขาดูยังไงก็เด็กอายุ 16-17 ปีเอง อวี้หยางเป็นชายอายุราว 30 ปี ใบหน้าก็ไม่คล้ายกันสักนิด ข้อมูลนี้ใช้ไม่ได้” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว
หลังจากนักสืบหลายคนรายงานความคืบหน้า เมิ่งเสวี่ยไป๋พอสรุปได้ว่า ชิงชิงย้ายไปอยู่ห้องเช่าของครอบครัวไป่ฉี ซึ่งเป็นนักแสดงที่ลูกสาวเธอดูแล ภายในบ้านมีพ่อกับแม่ของไป่ฉี จึงวางใจได้ระดับหนึ่งว่าลูกสาวของเธอจะไม่ถูกล่วงเกิน (ไปอยู่ไหนมา รีดเดอร์เขารู้กันหมดแล้วว่าลูกสาวป้าโดนล่วงเกินอะไรไปบ้าง)
เมิ่งเสวี่ยไป๋ตัดสินใจโทรหาชิงชิง ซึ่งครั้งนี้เธอนัดชิงชิงทานข้าวที่ภัตตาคารหลันฮวา โดยบอกว่าอยากพบดาราที่ชิงชิงดูแลอยู่ โดยบอกว่าอยากทำความรู้จัก ถ้าหากเธอเห็นว่านิสัยไม่ดี เธอจะสั่งสอนซะตรงนั้นเลย ดูเหมือนชิงชิงจะเงียบไป เมิ่งเสวี่ยไป๋คาดว่าชิงชิงคงจะถามไป่ฉีว่าจะไปหรือไม่
[ไป่ฉีบอกว่าไปค่ะ คุณแม่] เมิ่งชิงชิงกล่าว
“อืม งั้นแค่นี้นะ พรุ่งนี้เจอกัน” เมิ่งเสวี่ยไป๋จบบทสนทนาและวางสายของลูกสาวทันที
ทางด้านไป่ฉี หลังเห็นเมิ่งชิงชิงวางสายจากแม่ของเธอ เธอก็ถอนหายใจยาว ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเหม่อเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว
“คุณแม่พี่ชิงชิงเริ่มส่งคนมาสืบเรื่องอวี้หยางแล้วสินะครับ ที่อยากเจอผมเพราะคงจะสืบรู้แล้วว่าพี่อยู่ห้องเช่าเดียวกับผม” ไป่ฉีกล่าว
“เอ๋ ส่งคนมาสืบเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เมิ่งชิงชิงถาม
“ตั้งแต่เช้าแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ความจะไม่แตกแน่นะ” เมิ่งชิงชิงถาม เธอขยับเข้ามามาใกล้ไป่ฉีจนเขาหลังติดกำแพงห้อง
“ความไม่แตกครับ แต่ถ้าพี่ชิงชิงยังเอาหน้าอกพี่มาเบียดผมมากกว่านี้ เกรงกว่าอย่างอื่นผมจะแตกซะก่อน” ไป่ฉีกระซิบให้เมิ่งชิงชิงได้ยิน
“เดี๋ยวเถอะ ยังจะมาลามกอีกนะนายเนี่ย” เมิ่งชิงชิงกล่าว ก่อนจะรีบผละออกจากไป่ฉีทันที
'หึ เล่นไม้นี้เหรอคุณแม่ยาย ได้สิ คราวก่อนให้ปู่ลงดาบไปยังแค่ถาก ๆ ถ้าอยากขุดคุ้ยเรื่องเก่า ๆ เดี๋ยวข้าจะขุดเรื่องของแกบ้าง งานนี้คงต้องยึดอำนาจของยัยนี่ซะหน่อยแล้ว' ไป่ฉีกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง
___________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
