จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 175 เมื่อไม่อยากจบ ข้าจะสนองให้ Re

            เมิ่งเสวี่ยไป๋กลับมาถึงโรงแรมก็เหวี่ยงกระเป๋าถือลงบนเตียง  ครั้งนี้ลูกสาวเธอทำเธอขายหน้ามาก และอาจจะกระทบกับงานของบริษัทได้  แฟนหนุ่มของชิงชิงได้หักหน้าเธอกับหยางเค่อจนแตกละเอียด  ซ้ำยังดึงเมิ่งตงที่เป็นพ่อสามีไปเป็นพวกอีกด้วย


            “ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย  ขืนให้คบกับมัน  ชีวิตฉันต้องไม่สงบสุขแน่  นี่ขนาดคบกันเป็นแฟนยังสร้างความเดือดร้อนให้ฉันได้ขนาดนี้  แล้วถ้าชิงชิงแต่งออกไป  มันจะไม่ทำฉันเส้นเลือดสมองแตกตายรึไงกัน” เมิ่งเสวี่ยไป๋กำลังคิดแผนจะทำให้ทั้ง 2 คนนี้เลิกกัน


            'แต่ว่าเรารู้แค่ชื่อ  ข้อมูลอะไรก็ไม่มี  แล้วจะหาตัวมันได้ยังไงนะ  ไม่ได้ฉันต้องสืบเรื่องนี้' เมิ่งเสวี่ยไป๋คิดได้ดังนั้นก็ตัดสินใจโทรหาเลขาส่วนตัวทันที


            [สวัสดีค่ะ  คุณนายเมิ่ง  มีอะไรให้ฉันรับใช้รึเปล่าคะ' เสียงปลายสายกล่าว  เธอคือเลขาของเมิ่งเสวี่ยไป๋นั่นเอง


            “ติดต่อหานักสืบมาสักหลาย ๆ คนมาให้ฉัน  ฉันต้องการจ้างพวกเขาสืบอะไรสักหน่อย” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว


            [ทราบแล้วค่ะ  ฉันจะรีบดำเนินการให้  ฝันดีค่ะคุณนายเมิ่ง] เลขาสาวกล่าวก่อนจะวางสายไป


            “หึ ฉันจะขุดโคตรแกมาแฉให้ดู  แกเตรียมตัวไว้เถอะอวี้หยาง” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว  เธอต้องกำจัดอวี้หยางออกไปจากชีวิตเธอและชิงชิงให้ได้


            เช้าวันรุ่งขึ้น

            ไป่ฉีตื่นนอนมา  เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นไปเตรียมอาหารให้พ่อกับแม่  ส่วนเมิ่งชิงชิงเมื่อได้ยินเสียงในห้องครัว  เธอก็ตื่นขึ้นมาเพื่อดูว่าแม่ของไป่ฉีตื่นมาทำอาหารรึเปล่า  เธอจะได้ไปช่วย  แต่สิ่งที่เธอเห็นคือไป่ฉีกำลังทำอาหารอยู่  ด้วยช่วงหลังไป่ฉีมีงานค่อนข้างมาก  ทำให้ไม่ค่อยได้เห็นเขาเข้าครัวสักเท่าไหร่


            “นายทำอะไรกินน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “อาหารคลีนครับ  กินไปรับรองไม่มีของเสียแน่ ๆ” ไป่ฉีกล่าว  เมิ่งชิงชิงมองดูก็เห็นเพียงผัดผักใส่กุ้งธรรมดาเท่านั้น


            'ใส่น้ำมันนี่มันคลีนตรงไหนกัน' เมิ่งชิงชิงคิด


            หลังจากอาหารเสร็จแล้ว  ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเข้าไปอาบน้ำ  ส่วนพ่อกับแม่ของไป่ฉีนั้นออกมาจากห้องและล้างหน้าตรงห้องครัว


            มื้อเช้าของบ้านไป่ฉีวันนี้ทำให้พ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงต้องแปลกใจ  เพราะผัดผักใส่กุ้งธรรมดากลับอร่อยมาก  เมิ่งชิงชิงนั้นกล้าบอกได้เลยว่าผัดผักจานนี้อร่อยกว่าทุกจานที่เธอเคยกินมา


            “นายใส่อะไรลงไปน่ะ  ทำไมมันอร่อยแบบนี้ล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “นั่นสิ แม่ก็อยากรู้” ไป่เหลียนฮวากล่าว


            “ความลับครับ” ไป่ฉียิ้มเจ้าเล่ห์


            “ชิ เจ้าลูกคนนี้นี่  ถ้าฉันอยากกินแล้วแกไม่ทำให้กิน  ฉันเอาเรื่องแกแน่รู้ไหม” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “ได้เลยครับ” ไป่ฉีรับคำ


            'หญ้าจินตรส (จิน-ตะ-รด) ที่ปลูกไว้ใช้ได้ผลดีมากจริง ๆ  แม้มาอยู่ที่โลกนี้  ผลของมันยังดีเยี่ยมเหมือนเดิม  ต่อให้รสชาติอาหารแย่ขนาดไหนยังกลายเป็นอร่อยได้ทั้งสี  กลิ่น  รส และรสสัมผัส  แต่ว่าถ้าทำอาหารเป็นจริง ๆ คงดีกว่านี้ล่ะนะ' ไป่ฉีคิด ใช่แล้วอาหารที่เขาทำนั้นผ่านกระบวนการทำให้กลายเป็นอาหารลมปราณ  แต่ยังคงสภาพของพวกมันไว้เหมือนเดิม  ซึ่งมันไม่มีรสชาติ  มีเพียงรสสัมผัสของวัตถุดิบที่ยังคงเดิม  ความกรุบกรอบเวลาเคี้ยวยังคงไว้  ดังนั้นเขาจึงต้องใช้หญ้าจินตรสเพื่อให้มันมีรสชาติ  แต่ปราศจากสิ่งตกค้างในร่างกายนั่นเอง


            หลังมื้อเช้า  ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินทางไปคุยงานกับทีมรายการ Ghost Hunt ที่สำนักงานใหญ่ของ LSA


            เมื่อไป่ฉีเดินเข้ามา  พนักงานแผนกธุรการกับแผนกประชาสัมพันธ์เข้ามาทักทายเขาราวกับเป็นเพื่อนร่วมงาน  สร้างความแปลกใจไม่น้อยให้กับพนักงานจากแผนกอื่น ๆ ที่อยู่ตรงทางเข้าบริษัท


            “ขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อวานนะครับ” ไป่ฉีกล่าวกับพนักงานที่เข้ามาทักทายเขา


            “เห็นค่าตอบแทนและน้ำใจของเธอ  พวกเราก็หายเหนื่อยแล้ว” พนักงานชายคนหนึ่งกล่าว


            “นั่นสิ  อาหารที่สั่งมาก็อร่อยมาก  เพราะเมื่อวานเธอกลับไปก่อนเลยยังไม่มีโอกาสขอบคุณ  ขอบคุณสำหรับอาหารนะ” พนักงานหญิงกล่าว


            “เช่นกันครับ  ผมขอตัวก่อน  วันนี้มีคุยงานกับทีมรายการ Ghost Hunt” ไป่ฉีกล่าว


            “ตามสบายเลย  พวกเราเองก็ขอตัวไปทำงานเหมือนกัน” จากนั้นพนักงานก็แยกย้ายกันไป  ทิ้งให้พนักงานที่ไม่รู้เรื่องต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น


            เมื่อมีคนไปถามพนักงานจากทั้ง 2 แผนก  ก็ได้รู้สิ่งที่เกิดขึ้นในแผนกธุรการกับแผนกประชาสัมพันธ์  พวกเขาต่างอิจฉากับเงินพิเศษที่พนักงานทั้ง 2 แผนกได้จากประธานเทียนเผิงและไป่ฉี  ทำให้ในสายตาของพวกเขาตอนนี้มองไป่ฉีต่างไปจากศิลปินคนอื่นในค่าย และคิดว่าหากมีโอกาสก็อยากจะร่วมงานด้วย  เพราะไป่ฉีไม่ถือตัว  ใจกว้างและมีน้ำใจ


            ด้านไป่ฉีตอนนี้เขาเดินมาถึงห้องรับรองห้องหนึ่ง  ซึ่งมีไว้สำหรับให้นายจ้างนัดคุยงานกับศิลปิน  เพื่อตกลงสัญญาว่าจ้างกัน  ไป่ฉีไม่รอช้าเปิดประตูเข้าไป  สิ่งที่เขาพบคือคน 2 คนที่อยู่ในห้องก่อนแล้ว  เป็นคุณคิวและ PD ของรายการ Ghost Hunt นั่นเอง


            “สวัสดีครับ  ขอโทษที่มาช้าครับ” ไป่ฉีเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวขอโทษ


            “ยังไม่ถึงเวลานัด  เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง  ไม่ต้องขอโทษหรอก” PD รายการ Ghost Hunt กล่าว  ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม  เขารับรู้ได้ว่าคุณคิวจ้องมองเขาไม่วางตาทีเดียว


            'กำลังใช้พลังวิญญาณตรวจสอบเราเหรอ  คงไปฝึกมาเพิ่มสินะ  แต่ก็ก้าวหน้าช้ามาก  เพราะไม่รู้หลักนั่นแหละ' ไป่ฉีคิด


            “จากที่ผมได้อ่านสัญญาว่าจ้างไม่ต่างจากคราวก่อน  แต่ขอทราบเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ได้รึเปล่าครับ” ไป่ฉีถาม


            “ขอเสียมารยาทนะไป่ฉี  ฉันมีรูปสถานที่ให้ดู  นายพอจะบอกได้ไหมว่าที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้น” คุณคิวนำภาพคฤหาสน์หลังหนึ่งมาให้ไป่ฉีดู


            “นี่คือคฤหาสน์หุ่นผีที่โด่งดังมากในเพจของคนลองของนี่ครับ” ไป่ฉีตอบกลับมาทันที


            “นายเคยได้ยินเรื่องของมันไหม” คุณคิวถาม  ยังไงคฤหาสน์นี้ก็ดังมากในกลุ่มคนชอบลองของ  ที่จริงรายการจะไปถ่ายทำหลายครั้งแล้ว  แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของคฤหาสน์ที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้แล้ว


            “คุณอัมรา เจ้าของคฤหาสน์คนปัจจุบัน กับคุณอาร์ท  เขายอมแล้วเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “เขาบอกว่านายต้องไปร่วมรายการ  เขาถึงจะยอมอนุญาตให้พวกเราเข้าไปถ่ายทำน่ะ” PD รายการกล่าว


            “ที่จริงคุณอัมรา กับคุณอาร์ทเขาเป็นแฟนคลับนิยายของนาย  จะไม่ถือโอกาสนี้พบปะแฟนคลับหน่อยเหรอ” คุณคิวถาม


            “ไม่มีปัญหาครับ  แต่ว่าคำถามที่คุณคิวถามเรื่องประวัติคฤหาสน์หลังนี้น่าจะหาอ่านจากในอินเทอร์เน็ตได้นี่ครับ” ไป่ฉีตอบ


            “แค่อยากรู้ว่านายรู้จักสถานที่นี้มากแค่ไหนน่ะ” คุณคิวกล่าว


            “ถ้าจำไม่ผิด  คุณเดชา ที่เป็นพ่อของคุณอัมราเป็นคนสร้างธุรกิจขึ้นมา  โดยรับปั้นหุ่นแทบทุกชนิด  ยกเว้นหุ่นคนที่ยังไม่เสียชีวิต  ดูเหมือนจะมีอาถรรพ์ที่ทำให้คนที่เป็นแบบตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ เมื่อหุ่นของพวกเขาปั้นเสร็จได้ไม่นาน  ซึ่งต่อมาคุณเดชากับภรรยาได้ปั้นหุ่นของตนเองและก็ตาย  โดยภรรยาหัวใจวายตาย  ส่วนคุณเดชาเพราะเสียใจมากจึงดื่มเหล้าหนักจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและเสียชีวิตตามภรรยาไปภายในเวลาไม่นาน  ซึ่งอดีตภรรยาของคุณเดชาได้เข้ามาดูแลบ้านหลังนี้แทน  ทั้งกดขี่ข่มเหง  รังแกคุณอัมรากับคุณอาร์ท และทุกครั้งที่เธอทำ  เธอมักจะโดนผีหุ่นที่อยู่ในห้องจัดแสดงลับของคุณเดชาเล่นงาน  แต่ก็ยังไม่สำนึก  สุดท้ายวันหนึ่งในตอนเช้ามีคนพบศพอดีตภรรยาคุณเดชา ตายอยู่ตีนบันไดชั้น 1 จากที่ชันสูตรพลิกศพดูพบว่าน่าจะตกลงมาจากบันไดชั้น 2 แล้วคอหักตาย  หลังจากนั้นคุณอัมรากับคุณอาร์ทก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะกลัววิญญาณของแม่เลี้ยงที่ตายยังอยู่ในบ้านและตามหลอกหลอนพวกเธอ  จากนั้นบรรดาคนรับใช้ที่คุณอัมราจ้างให้อยู่ดูแลบ้านก็ลาออกเพราะเจอผีหุ่นหลอกกันจนอยู่ไม่ได้  คุณอัมราเลยจ้างบริษัททำความสะอาดไปทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ละครั้ง และให้ทำเฉพาะตอนกลางวัน  โดยห้ามลงไปยังห้องจัดแสดงหุ่นเด็ดขาด” ไป่ฉีร่ายยาวจนจบ  ก็หยิบรูปภาพที่คุณคิวให้มาแล้วส่งกลับไปให้เขา


            “รู้ละเอียดเหมือนกันนะครับ” คุณคิวกล่าว


            “จะละเอียดกว่านี้ถ้าคุณคิวสื่อสารกับพวกเขาได้  แต่อย่าเป็นแบบคราวที่แล้วนะครับ  คราวนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด” ไป่ฉีกล่าว


            “ครั้งนี้ผมจะรอบคอบขึ้นแน่นอนครับ” คุณคิวกล่าว


            “งั้นเรามาคุยรายละเอียดรายการครั้งนี้กัน  ครั้งก่อนให้คุณคิวพาผู้ร่วมรายการชมจุดที่สมาชิกในบ้านตายทีละห้อง ๆ ใช่ไหม  แต่ครั้งนี้เราจะลงไปที่ห้องจัดแสดงหุ่นกันเลย” PD รายการกล่าว


            “ไหวเหรอครับ” ไป่ฉีหันไปถามคุณคิว


            “ไม่แน่ใจครับ” คุณคิวกล่าว


            “ฟังดูเหมือนทางคุณไม่มีหลักประกันความปลอดภัยเลยนะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ไม่ต้องห่วงครับ  ครั้งนี้เราเชิญคนทรงชื่อดังไปด้วย  หากเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีร่างทรงคอยช่วยครับ” PD รายการกล่าว


            “แล้วจะลงไปทำอะไรในห้องจัดแสดงล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “ลองทำพิธีส่งวิญญาณน่ะครับ  แล้วดูซิว่าพวกเขาจะโผล่มารึเปล่า” PD รายการกล่าว


            “คุณคิวทำได้เหรอครับ  พิธีส่งวิญญาณน่ะ” ไป่ฉีถาม


            “ได้ครับ  แต่ก็ใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้งนะครับ  มันขึ้นกับวาระกรรมของพวกเขาด้วย” คุณคิวกล่าว


            หลังจากนั้นการคุยรายละเอียดงานก็จบลง  คุณคิวกับ PD รายการ Ghost Hunt ขอตัวกลับทันที  เพราะถ้าจะลงไปยังห้องจัดแสดงหุ่น  พวกเขาต้องจ้างบริษัททำความสะอาดลงไปทำความสะอาดซะก่อน  เพราะฝุ่นจะเป็นปัญหากับกล้องและอุปกรณ์หลายตัวทีเดียว


            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินออกมาจากบริษัท LSA เพื่อหาอะไรทานริมทาง  ซึ่งห่างออกไปจากทั้ง 2 คน  มีชายที่มองมาที่เขากับเมิ่งชิงชิง    ไป่ฉีจึงทำการตรวจสอบดู และก็พบว่าแม่ยายของเขาเริ่มส่งคนมาสืบหาตัวอวี้หยางเพื่อหาทางเล่นงานเขาแล้ว


            'ยัยเด็กนี่กล้ามาก  หึ โชคดีที่คราวก่อนเจอกัน  เราดึงความทรงจำออกมาดูเพื่อหาเรื่องเลว ๆ ที่ยัยนั่นทำเอาไว้  ตอนนี้เหลือแค่หาหลักฐานพวกนั้นให้พบก็เท่านั้น' ไป่ฉีคิด


            ช่วงเย็น  เมิ่งเสวี่ยไป๋ เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อฟังผลการสืบข้อมูลอวี้หยางวันแรกจากนักสืบหลายคนที่เธอว่าจ้างไป


            [วันนี้ไม่พบตัวชายหนุ่มที่ชื่ออวี้หยางครับ  คุณเมิ่งชิงชิงตอนนี้เดินออกมาทานข้าวกับชายชื่อไป่ฉีครับ  เท่าที่สืบมาเขาเป็นดารานักแสดงที่คุณเมิ่งชิงชิงดูแลอยู่  ส่วนอวี้หยางนั้นไม่พบตัวเลยครับ] นักสืบคนแรกรายงานผล


            [ส่วนผมจากที่ลองสืบดูพบว่าคุณเมิ่งชิงชิงย้ายไปอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง  ดูเหมือนเธอจะอาศัยอยู่กับไป่ฉีครับ  ผมเลยสันนิฐานว่าไป่ฉีกับอวี้หยางอาจจะเกี่ยวข้องกันหรือเป็นคน ๆ เดียวกันครับ] นักสืบคนที่ 2 รายงานพร้อมกับส่งรูปห้องเช่าและรูปของไป่ฉีให้ดู


            “หืม เด็กนี่ไม่ใช่อวี้หยางหรอก   ถึงส่วนสูงรูปร่างจะใกล้เคียงกัน  แต่ใบหน้าเขาดูยังไงก็เด็กอายุ 16-17 ปีเอง  อวี้หยางเป็นชายอายุราว 30 ปี  ใบหน้าก็ไม่คล้ายกันสักนิด  ข้อมูลนี้ใช้ไม่ได้” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว


            หลังจากนักสืบหลายคนรายงานความคืบหน้า  เมิ่งเสวี่ยไป๋พอสรุปได้ว่า  ชิงชิงย้ายไปอยู่ห้องเช่าของครอบครัวไป่ฉี  ซึ่งเป็นนักแสดงที่ลูกสาวเธอดูแล  ภายในบ้านมีพ่อกับแม่ของไป่ฉี  จึงวางใจได้ระดับหนึ่งว่าลูกสาวของเธอจะไม่ถูกล่วงเกิน (ไปอยู่ไหนมา  รีดเดอร์เขารู้กันหมดแล้วว่าลูกสาวป้าโดนล่วงเกินอะไรไปบ้าง)


            เมิ่งเสวี่ยไป๋ตัดสินใจโทรหาชิงชิง  ซึ่งครั้งนี้เธอนัดชิงชิงทานข้าวที่ภัตตาคารหลันฮวา  โดยบอกว่าอยากพบดาราที่ชิงชิงดูแลอยู่  โดยบอกว่าอยากทำความรู้จัก  ถ้าหากเธอเห็นว่านิสัยไม่ดี  เธอจะสั่งสอนซะตรงนั้นเลย  ดูเหมือนชิงชิงจะเงียบไป  เมิ่งเสวี่ยไป๋คาดว่าชิงชิงคงจะถามไป่ฉีว่าจะไปหรือไม่


            [ไป่ฉีบอกว่าไปค่ะ  คุณแม่] เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “อืม งั้นแค่นี้นะ พรุ่งนี้เจอกัน” เมิ่งเสวี่ยไป๋จบบทสนทนาและวางสายของลูกสาวทันที


            ทางด้านไป่ฉี  หลังเห็นเมิ่งชิงชิงวางสายจากแม่ของเธอ  เธอก็ถอนหายใจยาว ๆ ครั้งหนึ่ง  ก่อนจะเหม่อเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว


            “คุณแม่พี่ชิงชิงเริ่มส่งคนมาสืบเรื่องอวี้หยางแล้วสินะครับ  ที่อยากเจอผมเพราะคงจะสืบรู้แล้วว่าพี่อยู่ห้องเช่าเดียวกับผม” ไป่ฉีกล่าว


            “เอ๋  ส่งคนมาสืบเหรอ  ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ตั้งแต่เช้าแล้วครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ความจะไม่แตกแน่นะ” เมิ่งชิงชิงถาม  เธอขยับเข้ามามาใกล้ไป่ฉีจนเขาหลังติดกำแพงห้อง


            “ความไม่แตกครับ  แต่ถ้าพี่ชิงชิงยังเอาหน้าอกพี่มาเบียดผมมากกว่านี้  เกรงกว่าอย่างอื่นผมจะแตกซะก่อน” ไป่ฉีกระซิบให้เมิ่งชิงชิงได้ยิน


            “เดี๋ยวเถอะ  ยังจะมาลามกอีกนะนายเนี่ย” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ก่อนจะรีบผละออกจากไป่ฉีทันที


            'หึ เล่นไม้นี้เหรอคุณแม่ยาย  ได้สิ  คราวก่อนให้ปู่ลงดาบไปยังแค่ถาก ๆ  ถ้าอยากขุดคุ้ยเรื่องเก่า ๆ เดี๋ยวข้าจะขุดเรื่องของแกบ้าง  งานนี้คงต้องยึดอำนาจของยัยนี่ซะหน่อยแล้ว' ไป่ฉีกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง

    ___________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน