จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 180 คฤหาสน์หุ่นผี 1 Re

            หลังจากวันนั้น  ไป่ฉีลุยงานต่ออีก 2 สัปดาห์เต็ม  จนถึงวันที่เขาจะต้องไปถ่ายรายการ Ghost Hunt ที่จะถ่ายทำกันแบบออกอากาศสดเหมือนครั้งที่แล้ว  ในตอนเช้าจนถึงเที่ยงไป่ฉีเคลียร์งานทั้งหมด 2 งาน และค่อยเดินทางมายังคฤหาสน์หุ่นผี  ระหว่างทางไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็นอนเอาแรงไว้ก่อน  อย่างน้อยต้องเดินทาง 3-4 ชั่วโมงกว่าจะถึงสถานที่ถ่ายทำ


            “คุณไป่ฉีคะ  ถึงแล้วค่ะ” คนขับรถหญิงปลุกไป่ฉีทันทีที่ถึงสถานที่ถ่ายรายการ


            “อืม ขอบคุณที่ปลุกครับ” ไป่ฉีลุกขึ้นพร้อมกับมองเมิ่งชิงชิงที่มานอนอิงอกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  ทำให้เขาอดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้


            “ถึงแล้วเหรอ” เมิ่งชิงชิงที่นอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาตื่น  ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมานั่ง  เพราะสิ่งที่เธอเห็นคือเธอกำลังซบอกของไป่ฉีอยู่


            ‘มิน่าทำไมหลับลึกขนาดนี้  เพราะคุ้นกลิ่นนี่เอง  เผลอไปได้ยังไงเนี่ย  นับวันยิ่งติดกลิ่นหมอนี่จนถอนตัวไม่ขึ้นทุกที  สติ ๆ ๆ’ เมิ่งชิงชิงพยายามตั้งสติ  ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่เธอช่วยไป่ฉีในห้องน้ำคราวก่อน  เธอเอามือขึ้นมาพัดหน้า ที่ตอนนี้รู้สึกร้อนขึ้นมา


            ไป่ฉีที่เห็นเมิ่งชิงชิงทำท่าทางเหมือนนึกอะไรได้  เขาจึงลองอ่านความคิดของเธอดู และก็ได้พบภาพเหตุการณ์ในห้องน้ำคราวนั้น  ทำให้เขาหน้าแดงตามไปด้วย


            “ไม่สบายกันรึเปล่าคะทั้ง 2 คน  หน้าแดงเชียว  ยังมีเวลาก่อนจะถ่ายรายการ  หายากินก่อนไหมคะ” คนขับรถหญิงเห็นไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงยังไม่ลงจากรถและเห็นว่าทั้ง 2 หน้าแดงแล้วพยายามใช้มือพัดเพื่อคลายความร้อน   เธอจึงคิดว่าทั้งคู่อาจจะมีไข้เล็กน้อยก็ได้ (โหย เจ๊ดูไม่ออกเหรอ  รีดเดอร์เขาดูแวบเดียวก็รู้แล้ว)


            “ปะ...เปล่าครับ  พี่ชิงชิงพวกเราลงไปกันเถอะ  อย่างน้อยก็จะได้นอนต่ออีกนิดหน่อย” ไป่ฉีกล่าว


            “อือ” เมิ่งชิงชิงพยักหน้า  ก่อนที่ไป่ฉีกับเธอจะลงจากรถและเดินไปหาทีมงานรายการ Ghost Hunt ทันที


            “โอ้ ไป่ฉี  เธอมาแล้ว” ผู้กำกับกล่าวทักทายไป่ฉีทันทีที่เห็นไป่ฉีเดินมา


            “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับยื่นอาหารกล่องให้กับทีมงานที่เดินเข้ามาเหมือนรู้งาน


            “หวังว่าการออกอากาศสดวันนี้จะโด่งดังเหมือนคราวก่อนนะ” ผู้กำกับกล่าว


            “แต่น่าจะเสี่ยงอันตรายเหมือนเดิมนะครับ  ได้ยินว่าที่นี่แรงใช่เล่น” ไป่ฉีกล่าว


            “ไม่ต้องห่วงหรอก  ก่อนมาที่นี่  คุณคิวไปฝึกภาวนาในป่าช้ามาอย่างหนักเลยล่ะ  เขาบอกว่าพลังจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก  สามารถรับมือพวกวิญญาณได้ดีขึ้น  เพียงแต่ครั้งนี้จะมีเพียงแค่เธอกับคุณคิวเท่านั้นที่เข้าไปข้างในน่ะ” ผู้กำกับกล่าว


            “เอ๋ แบบนี้มันไม่อันตรายไปเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงถาม  เธออดเป็นห่วงไป่ฉีไม่ได้


            “คุณคิวบอกว่า  ถ้าหากคนเยอะ มันยากที่เขาจะปกป้องได้หมดทุกคน  ดังนั้นไปคนน้อย ๆ จะปลอดภัยที่สุด” ผู้กำกับกล่าว


            “เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องแบบนี้สิ ฝากด้วยนะ” ผู้กำกับกล่าว  ตอนที่เขาบอกรายละเอียดเอาหน้างานที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้  นึกว่าไป่ฉีจะไม่ตกลงซะอีก


            “ว่าแต่รถนอนคันไหนของผมครับ” ไป่ฉีถาม


            “คันที่อยู่กลางกองถ่ายเลย” ผู้กำกับตอบพร้อมกับชี้มือไปยังรถนอนคันหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางกองถ่ายพอดี  พวกเขาไม่อยากพลาดเจอไป่ฉีตัวปลอม (ผี) อีก


            “ครับ” ไป่ฉีพยักหน้าก่อนจะจูงเมิ่งชิงชิงไปยังรถนอนคันนั้นทันที


            “ผู้กำกับครับ  หน่วยกู้ภัย กับรถพยาบาลจะมาประจำที่ตอน 2 ทุ่มครับ  ผมโทรไปยืนยันให้แล้ว” ทีมงานชายเดินเข้ามารายงานผู้กำกับ


            “ดีแล้ว  ว่าแต่คุณคิวอยู่ไหนล่ะ” ผู้กำกับถาม


            “เห็นคุยกับ PD อยู่น่ะครับ  ให้ไปตามไหมครับ” ทีมงานชายถาม


            “ไม่ต้องหรอก” ผู้กำกับตอบ


            “งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับผู้กำกับ” ทีมงานชายขอตัวไปนอนทันที


            “อืม  ฉันก็จะนอนเหมือนกัน” ผู้กำกับกล่าวก่อนจะเดินไปยังรถบ้านที่ทางรายการเตรียมไว้ให้เขากับ PD รายการ


            หลังเข้ามาในรถบ้าน  เมิ่งชิงชิงถูกไป่ฉีลากไปขึ้นเตียง  ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปกอดราวกับหมอนข้าง  แม้เธอจะบอกว่าอึดอัด  แต่ไม่รู้ทำไมความอึดอัดที่เธอรู้สึกกลับค่อย ๆ กลายเป็นอุ่นสบายและผ่อนคลายจนทำให้เธอหลับไปอย่างรวดเร็ว


            'พี่ชิงชิงหลับไปแล้ว  เราต้องไปตรวจดูสถานที่จริงสักหน่อย' ไป่ฉีคิดได้ดังนั้นเขาก็แยกจิตของตนออกจากร่างแล้วตรงไปยังคฤหาสน์หุ่นผีทันที


            เมื่อจิตของไป่ฉีมาถึงประตูคฤหาสน์  เขาก็พบกับดวงวิญญาณของคนแก่ที่แต่งตัวเหมือนขุนนางสมัยก่อน  มีวิญญาณของชาวนา  เจ้าหญิง  นางแบบ  นางรำ  นักดาบ  นักมวยและเด็ก  รวมถึงวิญญาณของคู่สามีภรรยาที่ไป่ฉีรู้ทันทีว่าวิญญาณคู่รักนี้คือคุณเดชาและภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง


            “เจ้ามาที่นี่มีธุระอะไร” ชายแก่ในชุดขุนนางถาม


            “ผมมาถ่ายรายการ Ghost Hunt น่ะครับ  ผมแยกจิตออกมาเพื่อหวังจะมาคุยกับพวกคุณ” ไป่ฉีกล่าว


            “พวกลองของงั้นเหรอ พวกเราไม่ต้อนรับ  หากยังเข้ามา  อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ” คุณเดชา (วิญญาณ) กล่าว


            “มีการทำสัญญาขออนุญาตจากคุณอัมราและคุณอาร์ทแล้วครับ”  ไป่ฉีตอบกลับ


            “เป็นไปไม่ได้  หนูอัมกับคุณอาร์ทไม่เคยยอมให้ใครมาลองของที่คฤหาสน์แห่งนี้” นางรำกล่าว


            “ใช่แล้ว  แกโกหกพวกเรา  อย่าอยู่เลย” ชาวนาพุ่งเข้าหาไป่ฉีทันที  ไป่ฉีไม่ได้แตกตื่น  เขากลับจ้องไปยังชาวนาที่ง้างเคียวเกี่ยวข้าวมาหาเขา


            “หากเรามิได้คิดร้ายแก่ท่าน  ขอให้ท่านไม่สามารถทำอะไรเราได้” ไป่ฉีกล่าว  ผลก็คือเคียวที่เหวี่ยงมาสลายกลายเป็นอากาศธาตุในทันที


            “เป็นไปได้ยังไง” ชาวนาตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น


            “คนคนนี้ต้องใช้คาถาอาคมแน่  พวกเราระวังกันด้วย” นางแบบเตือน


            “ไม่มีอาคมอะไรทั้งนั้น  ผมแค่ทำตามที่หลวงจีนท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้  หากไม่คิดร้ายต่อผู้อื่น  มีแต่ความเมตตาให้  ผู้ที่หมายจะทำร้าย  แม้น้ำมันร้อนราดรดก็สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำเย็นจากลำธารได้” ไป่ฉีกล่าว


            “อืม  ฉันเห็นแล้ว  เธอไม่ใช่คนไม่ดี  แล้วพวกเธอจะเข้ามากันกี่คนล่ะ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางถาม


            “แค่ 2 ครับ  มีอีกคนที่เขามีพลังจิตค่อนข้างสูง  พลังของเขาพอจะกระแทกพวกคุณให้บาดเจ็บได้  ระวังเขาเอาไว้หน่อยก็ดีครับ  เป็นไปได้ผมไม่อยากให้เขาทำร้ายพวกคุณ” ไป่ฉีกล่าว


            “เข้ามาทำอะไรบ้าง” ชายแก่ที่เป็นขุนนางถาม


            “เห็นว่าจะลงไปที่ห้องเก็บหุ่นของคุณเดชาเลยครับ  พวกเขาทำรายการขึ้นมาเพื่อต้องการพิสูจน์ว่าผีมีอยู่จริงรึเปล่า  โลกหลังความตายมีอยู่จริงไหม  เพื่อไว้เตือนสติคนให้ทำแต่ความดี  เมื่อสิ้นชีพลงไปจะได้ไม่ต้องมีวิบากกรรมที่จะต้องถูกจองจำ  ถูกขังหรือไปเกิดไม่ได้” ไป่ฉีอธิบาย  เพราะวิญญาณที่นี่นั้นไม่ใช่วิญญาณไม่ดีเหมือนที่คฤหาสน์ทิ้ง 1 ชีวิต


            “หากเพื่อจุดประสงค์นั้นพวกเราไม่ว่า  เพียงแต่การปรากฏตัวแต่ละครั้งใช้กำลังบุญมาก  เกรงว่า.....” ชายแก่ที่เป็นขุนนางทำท่าหนักใจ


            “พวกท่านไม่ต้องห่วง  ผมจะทำการรวบรวมพลังหยินให้มารวมกันที่นี่  ซึ่งพลังหยินจะเป็นพลังงานให้กับพวกคุณใช้สำหรับปรากฏตัวแทนกำลังบุญที่พวกคุณมีอยู่  ให้กล้องของทางรายการสามารถถ่ายติดพวกคุณได้  ส่วนพวกคุณจะแสดงให้น่ากลัวขนาดไหนก็แล้วแต่เลยครับ หรือจะให้เห็นกรรมที่ทำและผลของกรรมที่ได้รับเป็นทานก็ได้  หากพวกท่านทำแบบนี้  หากมีคนคิดได้  พวกท่านจะได้กุศลจากตรงนี้  ไม่ต้องกลัวว่าพวกผมที่เข้ามาจะตกใจครับ  เพราะผมเห็นจนชินแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “อ้อ มีวิธีด้วยรึ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางกล่าว


            “ครับ  นอกจากนี้ผมมีคัมภีร์ปรภพของพระรูปหนึ่ง  สามารถที่จะปลดปล่อยพวกท่านให้หลุดพ้นจากการจองจำในหุ่นนี้ได้  ส่วนใครจะไปยังภพภูมิไหนก็แล้วแต่แรงกรรมของแต่ละท่าน  ผมเข้าใจว่าที่พวกท่านคอยมาหลอกหลอนและทำร้ายผู้คนที่มาลองดีเพื่อปกป้องหุ่นที่พวกท่านใช้อาศัยอยู่  แต่กลายเป็นว่าคุณอัมรากับคุณอาร์ทรู้สึกกลัวจึงย้ายออกไป และมีพวกลองของหรือโจรลักลอบเข้ามาแทน  ทำให้พวกท่านต้องเล่นงานพวกนั้นอย่างหนักใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม


            “ถูกต้อง” นางรำกล่าว


            “ตกลงพวกท่านจะให้ความร่วมมือไหมครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ตกลงตามนั้น  แต่เธอต้องทำตามสัญญา  ไม่อย่างนั้นพวกเราจะตามไปเล่นงานเธอ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางกล่าว


            “ได้ครับ  ผมไม่มีทางผิดคำสัญญา  ขอใช้ชื่อปู่เป็นเดิมพัน (วลีนี้ใครคุ้นบ้าง) เอ้ย  ขอใช้ชื่อเจ้ายุทธภพแห่งต้าเซียนเป็นประกัน” ไป่ฉีกล่าว  พร้อมทั้งลงอักขระลมปราณเพื่อรวบรวมพลังหยินโดยรอบเหมือนคราวที่ใช้กับคฤหาสน์ทิ้ง 1 ชีวิต


            หลังจากตกลงกับผีหุ่นแล้ว  เขาก็ดึงจิตกลับมาเข้าร่างเหมือนเดิม  ก่อนจะรีบนอนเพื่อฟื้นพลังจิตวิญญาณที่ใช้ไปเมื่อครู่


            เวลาล่วงเลยจนถึงช่วง 3 ทุ่ม  ไป่ฉีถูกปลุกด้วยเสียงเคาะและเรียกจากทีมงาน  เขาค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น  ก่อนจะเอาผ้าห่มอีกผืนมาห่มให้กับเมิ่งชิงชิง และออกไปพบกับทีมงาน


            เมื่อไป่ฉีเดินออกมา  ทีมงานแหงนหน้าเข้าไปดูเพื่อให้แน่ใจว่าที่เดินออกมาเป็นไป่ฉีตัวจริง  ก่อนจะปิดประตูอย่างเบามือ


            “ขอโทษที่ให้คอยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว  เขาเผลอหลับนานไปจริง ๆ  แต่นี่ยังอีกกว่า 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาถ่ายทำรายการ


            “ไม่เป็นไรครับ  พอดีคุณอัมรากับคุณอาร์ทมาถึงแล้วอยากพบคุณน่ะครับ” ทีมงานกล่าว


            “ได้สิครับ  ทั้ง 2 คนอยู่ที่ไหนล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “ตามผมมาครับ” ทีมงานเดินนำทางไป่ฉีไปทันที


            เดินมาไม่ไกล  เบื้องหน้าไป่ฉีคือ  PDของรายการ  ผู้กำกับ และคุณคิว  กำลังยืนสนทนากับหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่ง  ซึ่งไป่ฉีไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็นคุณอัมรากับคุณอาร์ทแน่นอน


            “ยินดีที่ได้พบครับคุณอัมรา  คุณอาร์ท” ไป่ฉีกล่าวทักทาย


            “คุณไป่ฉีจริง ๆ ด้วย” อัมราโผเข้ากอดไป่ฉีทันที  ไป่ฉีได้แต่อ้าแขนรับร่างของคุณอัมราที่โผเข้ามา  หากเป็นปกติเขาคงหลบแล้วปล่อยให้หน้าทิ่มกับพื้น  แต่ด้วยคุณอัมราเป็นเจ้าของสถานที่  เขาจึงเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จึงยอมให้คุณอัมราเข้าถึงตัวเขาได้ง่าย ๆ แบบนี้


            “เอ๋ พี่ได้ไงเนี่ย  ผมบ้างสิ” คุณอาร์ทเข้ามากอดไป่ฉีบ้าง  แต่ต่างกันตรงที่คุณอาร์ทเข้ามากอดไป่ฉีจากทางด้านหลัง


            “เอ่อ  คือ  ทั้ง 2 คน  ผมไม่ใช่ญาติผู้พลัดพรากจากกันมานานขนาดต้องโผเข้ามากอดแบบนี้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนที่จะได้ยินเสียงสูดดมเสื้อผ้าของเขาจากคนทั้งคู่


            'คุณอัมรายังพอว่า  แต่ไอ้คุณอาร์ทยังทำด้วย  หรือว่า.....คงไม่ใช่ใช่มะ'’ ไป่ฉีคิด


            “ตัวคุณไป่ฉีหอมมาก  ใช้น้ำหอมหรือสบู่เหลวยี่ห้อไหนคะ” คุณอัมราถาม


            “มะ...ไม่ได้ใช้น้ำหอมครับ  สบู่ก็ใช้แค่สบู่ก้อนธรรมดาครับ” ไป่ฉีตอบ


            “ไม่อยากเชื่อเลยครับว่าคุณไม่ได้ใช้น้ำหอม” คุณอาร์ทพูด  แต่จมูกยังคงสูดกลิ่นหอมเย็นไม่หยุด  กลิ่นนี้ทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างแปลกประหลาด


            “ไม่เชื่อก็แล้วแต่ครับ  แต่คุณอาร์ทรบกวนปล่อยผมได้แล้วครับ  ผมจะได้เซ็นหนังสือนิยายให้” ไป่ฉีรีบหาทางออกให้ตัวเองทันที


            “ใช่ ๆ ตาอาร์ท  เราน่ะทำให้คุณไป่ฉีลำบากใจรู้ไหม” คุณอัมรากล่าว


            ‘เธอก็ด้วยยัยหนู  นี่จะสิงข้าอยู่แล้ว’ ไป่ฉีหรี่ตามองคุณอัมราที่ยังทำตัวติดเขาราวกับเป็นปรสิต


            “ชิ  ก็ได้” คุณอาร์ทคลายกอดแล้วไปหยิบหนังสือนิยายของไป่ฉีมาทันที  ซึ่งคุณอัมราก็ทำเช่นเดียวกัน


            ไป่ฉีเซ็นหนังสือนิยายให้ทั้ง 2 และพูดคุยกันอยู่นานจนกระทั่งถึงเวลาถ่ายทำ  ตอนแรกไป่ฉีถามว่าทั้ง 2 คนอยากจะเข้าไปด้วยรึเปล่า  แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากทั้ง 2 คนทันที


            “ไปกันเถอะไป่ฉี  มีแค่คุณกับผม 2 คน  น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” คุณคิวกล่าว


            ทั้ง 2 คนไปยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์หุ่นผี  ทางด้านคุณคิวนั้นทำหน้าที่พูดเปิดรายการ  ระหว่างนี้จะใช้กล้องจากทางทีมงานถ่ายทำ  แต่ถ้าเข้าไปแล้วจะเป็นกล้องที่ติดอยู่กับหมวกบนหัวของไป่ฉีกับคุณคิวแทน


            “เฮ้ย ๆ เห็นด้านหลังคุณคิวไหม” มีทีมงานคนหนึ่งตาดีชี้ไปที่ด้านหลังคุณคิวที่เป็นประตูใหญ่ของคฤหาสน์  โดยใช้เสียงให้เบาพอจะได้ยินกันกับเพื่อนทีมงานที่อยู่ข้าง ๆ กัน


            หลังจากที่ทีมงานคนข้าง ๆ เห็นก็สะกิดและบอกต่อ ๆ กัน  สิ่งที่พวกเขาเห็นเหมือนกันคือชายแก่ในชุดขุนนางโบราณ  กำลังจ้องมาที่กล้อง  ซึ่งผู้กำกับที่สังเกตเห็นและจ้องไปที่ชายแก่คนนั้นถึงขับขนลุกขึ้นทันที  แต่มันยังไม่จบแค่นั้น  ชายแก่คนนั้นยังชี้มาที่กล้อง  พร้อมกับมองด้วยสายตาดุ  ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป


            “นั่นมันหุ่นขุนนางในห้องหุ่นของคุณพ่อ” คุณอัมราที่นั่งข้างผู้กำกับพูดเบา ๆ  แน่นอนว่าทีมงานนี้ทำงานออกอากาศสดมาหลายครั้ง  พวกเขาไม่มีทางพลาดสิ่งที่คุณอัมราพูดเมื่อกี้แน่นอน


            “ใช่ครับพี่อัม  นั่นใช่หุ่นขุนนางแน่ ๆ  อาร์ทกลัว” คุณอาร์ทเข้าไปเกาะแขนคุณอัมราทันที  ซึ่งภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นทีมงานได้ถ่ายให้ผู้ชมได้เห็นกันสด ๆ ไม่มีการตัดต่อกันเลยทีเดียว  ขณะที่คุณคิวยังคงพูดเล่าประวัติของคฤหาสน์หลังนี้อยู่  แม้เขาจะสัมผัสถึงวิญญาณชายแก่ได้  แต่เขาก็ไม่เสียสมาธิหันไปมองและทำหน้าที่ดำเนินรายการต่อไป


            ตอนนี้คอมเมนต์ในช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก (ใช้ ก.ไก่ ไม่ใช่ ค.ควาย) เด้งกันรัว ๆ  เรตติงตอนนี้เริ่มขยับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ______________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน