หลังจากวันนั้น ไป่ฉีลุยงานต่ออีก 2 สัปดาห์เต็ม จนถึงวันที่เขาจะต้องไปถ่ายรายการ Ghost Hunt ที่จะถ่ายทำกันแบบออกอากาศสดเหมือนครั้งที่แล้ว ในตอนเช้าจนถึงเที่ยงไป่ฉีเคลียร์งานทั้งหมด 2 งาน และค่อยเดินทางมายังคฤหาสน์หุ่นผี ระหว่างทางไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็นอนเอาแรงไว้ก่อน อย่างน้อยต้องเดินทาง 3-4 ชั่วโมงกว่าจะถึงสถานที่ถ่ายทำ
“คุณไป่ฉีคะ ถึงแล้วค่ะ” คนขับรถหญิงปลุกไป่ฉีทันทีที่ถึงสถานที่ถ่ายรายการ
“อืม ขอบคุณที่ปลุกครับ” ไป่ฉีลุกขึ้นพร้อมกับมองเมิ่งชิงชิงที่มานอนอิงอกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำให้เขาอดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้
“ถึงแล้วเหรอ” เมิ่งชิงชิงที่นอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมานั่ง เพราะสิ่งที่เธอเห็นคือเธอกำลังซบอกของไป่ฉีอยู่
‘มิน่าทำไมหลับลึกขนาดนี้ เพราะคุ้นกลิ่นนี่เอง เผลอไปได้ยังไงเนี่ย นับวันยิ่งติดกลิ่นหมอนี่จนถอนตัวไม่ขึ้นทุกที สติ ๆ ๆ’ เมิ่งชิงชิงพยายามตั้งสติ ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่เธอช่วยไป่ฉีในห้องน้ำคราวก่อน เธอเอามือขึ้นมาพัดหน้า ที่ตอนนี้รู้สึกร้อนขึ้นมา
ไป่ฉีที่เห็นเมิ่งชิงชิงทำท่าทางเหมือนนึกอะไรได้ เขาจึงลองอ่านความคิดของเธอดู และก็ได้พบภาพเหตุการณ์ในห้องน้ำคราวนั้น ทำให้เขาหน้าแดงตามไปด้วย
“ไม่สบายกันรึเปล่าคะทั้ง 2 คน หน้าแดงเชียว ยังมีเวลาก่อนจะถ่ายรายการ หายากินก่อนไหมคะ” คนขับรถหญิงเห็นไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงยังไม่ลงจากรถและเห็นว่าทั้ง 2 หน้าแดงแล้วพยายามใช้มือพัดเพื่อคลายความร้อน เธอจึงคิดว่าทั้งคู่อาจจะมีไข้เล็กน้อยก็ได้ (โหย เจ๊ดูไม่ออกเหรอ รีดเดอร์เขาดูแวบเดียวก็รู้แล้ว)
“ปะ...เปล่าครับ พี่ชิงชิงพวกเราลงไปกันเถอะ อย่างน้อยก็จะได้นอนต่ออีกนิดหน่อย” ไป่ฉีกล่าว
“อือ” เมิ่งชิงชิงพยักหน้า ก่อนที่ไป่ฉีกับเธอจะลงจากรถและเดินไปหาทีมงานรายการ Ghost Hunt ทันที
“โอ้ ไป่ฉี เธอมาแล้ว” ผู้กำกับกล่าวทักทายไป่ฉีทันทีที่เห็นไป่ฉีเดินมา
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครับ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับยื่นอาหารกล่องให้กับทีมงานที่เดินเข้ามาเหมือนรู้งาน
“หวังว่าการออกอากาศสดวันนี้จะโด่งดังเหมือนคราวก่อนนะ” ผู้กำกับกล่าว
“แต่น่าจะเสี่ยงอันตรายเหมือนเดิมนะครับ ได้ยินว่าที่นี่แรงใช่เล่น” ไป่ฉีกล่าว
“ไม่ต้องห่วงหรอก ก่อนมาที่นี่ คุณคิวไปฝึกภาวนาในป่าช้ามาอย่างหนักเลยล่ะ เขาบอกว่าพลังจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก สามารถรับมือพวกวิญญาณได้ดีขึ้น เพียงแต่ครั้งนี้จะมีเพียงแค่เธอกับคุณคิวเท่านั้นที่เข้าไปข้างในน่ะ” ผู้กำกับกล่าว
“เอ๋ แบบนี้มันไม่อันตรายไปเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงถาม เธออดเป็นห่วงไป่ฉีไม่ได้
“คุณคิวบอกว่า ถ้าหากคนเยอะ มันยากที่เขาจะปกป้องได้หมดทุกคน ดังนั้นไปคนน้อย ๆ จะปลอดภัยที่สุด” ผู้กำกับกล่าว
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องแบบนี้สิ ฝากด้วยนะ” ผู้กำกับกล่าว ตอนที่เขาบอกรายละเอียดเอาหน้างานที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้ นึกว่าไป่ฉีจะไม่ตกลงซะอีก
“ว่าแต่รถนอนคันไหนของผมครับ” ไป่ฉีถาม
“คันที่อยู่กลางกองถ่ายเลย” ผู้กำกับตอบพร้อมกับชี้มือไปยังรถนอนคันหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางกองถ่ายพอดี พวกเขาไม่อยากพลาดเจอไป่ฉีตัวปลอม (ผี) อีก
“ครับ” ไป่ฉีพยักหน้าก่อนจะจูงเมิ่งชิงชิงไปยังรถนอนคันนั้นทันที
“ผู้กำกับครับ หน่วยกู้ภัย กับรถพยาบาลจะมาประจำที่ตอน 2 ทุ่มครับ ผมโทรไปยืนยันให้แล้ว” ทีมงานชายเดินเข้ามารายงานผู้กำกับ
“ดีแล้ว ว่าแต่คุณคิวอยู่ไหนล่ะ” ผู้กำกับถาม
“เห็นคุยกับ PD อยู่น่ะครับ ให้ไปตามไหมครับ” ทีมงานชายถาม
“ไม่ต้องหรอก” ผู้กำกับตอบ
“งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับผู้กำกับ” ทีมงานชายขอตัวไปนอนทันที
“อืม ฉันก็จะนอนเหมือนกัน” ผู้กำกับกล่าวก่อนจะเดินไปยังรถบ้านที่ทางรายการเตรียมไว้ให้เขากับ PD รายการ
หลังเข้ามาในรถบ้าน เมิ่งชิงชิงถูกไป่ฉีลากไปขึ้นเตียง ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปกอดราวกับหมอนข้าง แม้เธอจะบอกว่าอึดอัด แต่ไม่รู้ทำไมความอึดอัดที่เธอรู้สึกกลับค่อย ๆ กลายเป็นอุ่นสบายและผ่อนคลายจนทำให้เธอหลับไปอย่างรวดเร็ว
'พี่ชิงชิงหลับไปแล้ว เราต้องไปตรวจดูสถานที่จริงสักหน่อย' ไป่ฉีคิดได้ดังนั้นเขาก็แยกจิตของตนออกจากร่างแล้วตรงไปยังคฤหาสน์หุ่นผีทันที
เมื่อจิตของไป่ฉีมาถึงประตูคฤหาสน์ เขาก็พบกับดวงวิญญาณของคนแก่ที่แต่งตัวเหมือนขุนนางสมัยก่อน มีวิญญาณของชาวนา เจ้าหญิง นางแบบ นางรำ นักดาบ นักมวยและเด็ก รวมถึงวิญญาณของคู่สามีภรรยาที่ไป่ฉีรู้ทันทีว่าวิญญาณคู่รักนี้คือคุณเดชาและภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง
“เจ้ามาที่นี่มีธุระอะไร” ชายแก่ในชุดขุนนางถาม
“ผมมาถ่ายรายการ Ghost Hunt น่ะครับ ผมแยกจิตออกมาเพื่อหวังจะมาคุยกับพวกคุณ” ไป่ฉีกล่าว
“พวกลองของงั้นเหรอ พวกเราไม่ต้อนรับ หากยังเข้ามา อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ” คุณเดชา (วิญญาณ) กล่าว
“มีการทำสัญญาขออนุญาตจากคุณอัมราและคุณอาร์ทแล้วครับ” ไป่ฉีตอบกลับ
“เป็นไปไม่ได้ หนูอัมกับคุณอาร์ทไม่เคยยอมให้ใครมาลองของที่คฤหาสน์แห่งนี้” นางรำกล่าว
“ใช่แล้ว แกโกหกพวกเรา อย่าอยู่เลย” ชาวนาพุ่งเข้าหาไป่ฉีทันที ไป่ฉีไม่ได้แตกตื่น เขากลับจ้องไปยังชาวนาที่ง้างเคียวเกี่ยวข้าวมาหาเขา
“หากเรามิได้คิดร้ายแก่ท่าน ขอให้ท่านไม่สามารถทำอะไรเราได้” ไป่ฉีกล่าว ผลก็คือเคียวที่เหวี่ยงมาสลายกลายเป็นอากาศธาตุในทันที
“เป็นไปได้ยังไง” ชาวนาตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“คนคนนี้ต้องใช้คาถาอาคมแน่ พวกเราระวังกันด้วย” นางแบบเตือน
“ไม่มีอาคมอะไรทั้งนั้น ผมแค่ทำตามที่หลวงจีนท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ หากไม่คิดร้ายต่อผู้อื่น มีแต่ความเมตตาให้ ผู้ที่หมายจะทำร้าย แม้น้ำมันร้อนราดรดก็สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำเย็นจากลำธารได้” ไป่ฉีกล่าว
“อืม ฉันเห็นแล้ว เธอไม่ใช่คนไม่ดี แล้วพวกเธอจะเข้ามากันกี่คนล่ะ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางถาม
“แค่ 2 ครับ มีอีกคนที่เขามีพลังจิตค่อนข้างสูง พลังของเขาพอจะกระแทกพวกคุณให้บาดเจ็บได้ ระวังเขาเอาไว้หน่อยก็ดีครับ เป็นไปได้ผมไม่อยากให้เขาทำร้ายพวกคุณ” ไป่ฉีกล่าว
“เข้ามาทำอะไรบ้าง” ชายแก่ที่เป็นขุนนางถาม
“เห็นว่าจะลงไปที่ห้องเก็บหุ่นของคุณเดชาเลยครับ พวกเขาทำรายการขึ้นมาเพื่อต้องการพิสูจน์ว่าผีมีอยู่จริงรึเปล่า โลกหลังความตายมีอยู่จริงไหม เพื่อไว้เตือนสติคนให้ทำแต่ความดี เมื่อสิ้นชีพลงไปจะได้ไม่ต้องมีวิบากกรรมที่จะต้องถูกจองจำ ถูกขังหรือไปเกิดไม่ได้” ไป่ฉีอธิบาย เพราะวิญญาณที่นี่นั้นไม่ใช่วิญญาณไม่ดีเหมือนที่คฤหาสน์ทิ้ง 1 ชีวิต
“หากเพื่อจุดประสงค์นั้นพวกเราไม่ว่า เพียงแต่การปรากฏตัวแต่ละครั้งใช้กำลังบุญมาก เกรงว่า.....” ชายแก่ที่เป็นขุนนางทำท่าหนักใจ
“พวกท่านไม่ต้องห่วง ผมจะทำการรวบรวมพลังหยินให้มารวมกันที่นี่ ซึ่งพลังหยินจะเป็นพลังงานให้กับพวกคุณใช้สำหรับปรากฏตัวแทนกำลังบุญที่พวกคุณมีอยู่ ให้กล้องของทางรายการสามารถถ่ายติดพวกคุณได้ ส่วนพวกคุณจะแสดงให้น่ากลัวขนาดไหนก็แล้วแต่เลยครับ หรือจะให้เห็นกรรมที่ทำและผลของกรรมที่ได้รับเป็นทานก็ได้ หากพวกท่านทำแบบนี้ หากมีคนคิดได้ พวกท่านจะได้กุศลจากตรงนี้ ไม่ต้องกลัวว่าพวกผมที่เข้ามาจะตกใจครับ เพราะผมเห็นจนชินแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“อ้อ มีวิธีด้วยรึ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางกล่าว
“ครับ นอกจากนี้ผมมีคัมภีร์ปรภพของพระรูปหนึ่ง สามารถที่จะปลดปล่อยพวกท่านให้หลุดพ้นจากการจองจำในหุ่นนี้ได้ ส่วนใครจะไปยังภพภูมิไหนก็แล้วแต่แรงกรรมของแต่ละท่าน ผมเข้าใจว่าที่พวกท่านคอยมาหลอกหลอนและทำร้ายผู้คนที่มาลองดีเพื่อปกป้องหุ่นที่พวกท่านใช้อาศัยอยู่ แต่กลายเป็นว่าคุณอัมรากับคุณอาร์ทรู้สึกกลัวจึงย้ายออกไป และมีพวกลองของหรือโจรลักลอบเข้ามาแทน ทำให้พวกท่านต้องเล่นงานพวกนั้นอย่างหนักใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม
“ถูกต้อง” นางรำกล่าว
“ตกลงพวกท่านจะให้ความร่วมมือไหมครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ตกลงตามนั้น แต่เธอต้องทำตามสัญญา ไม่อย่างนั้นพวกเราจะตามไปเล่นงานเธอ” ชายแก่ที่เป็นขุนนางกล่าว
“ได้ครับ ผมไม่มีทางผิดคำสัญญา ขอใช้ชื่อปู่เป็นเดิมพัน (วลีนี้ใครคุ้นบ้าง) เอ้ย ขอใช้ชื่อเจ้ายุทธภพแห่งต้าเซียนเป็นประกัน” ไป่ฉีกล่าว พร้อมทั้งลงอักขระลมปราณเพื่อรวบรวมพลังหยินโดยรอบเหมือนคราวที่ใช้กับคฤหาสน์ทิ้ง 1 ชีวิต
หลังจากตกลงกับผีหุ่นแล้ว เขาก็ดึงจิตกลับมาเข้าร่างเหมือนเดิม ก่อนจะรีบนอนเพื่อฟื้นพลังจิตวิญญาณที่ใช้ไปเมื่อครู่
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วง 3 ทุ่ม ไป่ฉีถูกปลุกด้วยเสียงเคาะและเรียกจากทีมงาน เขาค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะเอาผ้าห่มอีกผืนมาห่มให้กับเมิ่งชิงชิง และออกไปพบกับทีมงาน
เมื่อไป่ฉีเดินออกมา ทีมงานแหงนหน้าเข้าไปดูเพื่อให้แน่ใจว่าที่เดินออกมาเป็นไป่ฉีตัวจริง ก่อนจะปิดประตูอย่างเบามือ
“ขอโทษที่ให้คอยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว เขาเผลอหลับนานไปจริง ๆ แต่นี่ยังอีกกว่า 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาถ่ายทำรายการ
“ไม่เป็นไรครับ พอดีคุณอัมรากับคุณอาร์ทมาถึงแล้วอยากพบคุณน่ะครับ” ทีมงานกล่าว
“ได้สิครับ ทั้ง 2 คนอยู่ที่ไหนล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“ตามผมมาครับ” ทีมงานเดินนำทางไป่ฉีไปทันที
เดินมาไม่ไกล เบื้องหน้าไป่ฉีคือ PDของรายการ ผู้กำกับ และคุณคิว กำลังยืนสนทนากับหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่ง ซึ่งไป่ฉีไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็นคุณอัมรากับคุณอาร์ทแน่นอน
“ยินดีที่ได้พบครับคุณอัมรา คุณอาร์ท” ไป่ฉีกล่าวทักทาย
“คุณไป่ฉีจริง ๆ ด้วย” อัมราโผเข้ากอดไป่ฉีทันที ไป่ฉีได้แต่อ้าแขนรับร่างของคุณอัมราที่โผเข้ามา หากเป็นปกติเขาคงหลบแล้วปล่อยให้หน้าทิ่มกับพื้น แต่ด้วยคุณอัมราเป็นเจ้าของสถานที่ เขาจึงเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จึงยอมให้คุณอัมราเข้าถึงตัวเขาได้ง่าย ๆ แบบนี้
“เอ๋ พี่ได้ไงเนี่ย ผมบ้างสิ” คุณอาร์ทเข้ามากอดไป่ฉีบ้าง แต่ต่างกันตรงที่คุณอาร์ทเข้ามากอดไป่ฉีจากทางด้านหลัง
“เอ่อ คือ ทั้ง 2 คน ผมไม่ใช่ญาติผู้พลัดพรากจากกันมานานขนาดต้องโผเข้ามากอดแบบนี้นะครับ” ไป่ฉีกล่าว ก่อนที่จะได้ยินเสียงสูดดมเสื้อผ้าของเขาจากคนทั้งคู่
'คุณอัมรายังพอว่า แต่ไอ้คุณอาร์ทยังทำด้วย หรือว่า.....คงไม่ใช่ใช่มะ'’ ไป่ฉีคิด
“ตัวคุณไป่ฉีหอมมาก ใช้น้ำหอมหรือสบู่เหลวยี่ห้อไหนคะ” คุณอัมราถาม
“มะ...ไม่ได้ใช้น้ำหอมครับ สบู่ก็ใช้แค่สบู่ก้อนธรรมดาครับ” ไป่ฉีตอบ
“ไม่อยากเชื่อเลยครับว่าคุณไม่ได้ใช้น้ำหอม” คุณอาร์ทพูด แต่จมูกยังคงสูดกลิ่นหอมเย็นไม่หยุด กลิ่นนี้ทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างแปลกประหลาด
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่ครับ แต่คุณอาร์ทรบกวนปล่อยผมได้แล้วครับ ผมจะได้เซ็นหนังสือนิยายให้” ไป่ฉีรีบหาทางออกให้ตัวเองทันที
“ใช่ ๆ ตาอาร์ท เราน่ะทำให้คุณไป่ฉีลำบากใจรู้ไหม” คุณอัมรากล่าว
‘เธอก็ด้วยยัยหนู นี่จะสิงข้าอยู่แล้ว’ ไป่ฉีหรี่ตามองคุณอัมราที่ยังทำตัวติดเขาราวกับเป็นปรสิต
“ชิ ก็ได้” คุณอาร์ทคลายกอดแล้วไปหยิบหนังสือนิยายของไป่ฉีมาทันที ซึ่งคุณอัมราก็ทำเช่นเดียวกัน
ไป่ฉีเซ็นหนังสือนิยายให้ทั้ง 2 และพูดคุยกันอยู่นานจนกระทั่งถึงเวลาถ่ายทำ ตอนแรกไป่ฉีถามว่าทั้ง 2 คนอยากจะเข้าไปด้วยรึเปล่า แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากทั้ง 2 คนทันที
“ไปกันเถอะไป่ฉี มีแค่คุณกับผม 2 คน น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” คุณคิวกล่าว
ทั้ง 2 คนไปยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์หุ่นผี ทางด้านคุณคิวนั้นทำหน้าที่พูดเปิดรายการ ระหว่างนี้จะใช้กล้องจากทางทีมงานถ่ายทำ แต่ถ้าเข้าไปแล้วจะเป็นกล้องที่ติดอยู่กับหมวกบนหัวของไป่ฉีกับคุณคิวแทน
“เฮ้ย ๆ เห็นด้านหลังคุณคิวไหม” มีทีมงานคนหนึ่งตาดีชี้ไปที่ด้านหลังคุณคิวที่เป็นประตูใหญ่ของคฤหาสน์ โดยใช้เสียงให้เบาพอจะได้ยินกันกับเพื่อนทีมงานที่อยู่ข้าง ๆ กัน
หลังจากที่ทีมงานคนข้าง ๆ เห็นก็สะกิดและบอกต่อ ๆ กัน สิ่งที่พวกเขาเห็นเหมือนกันคือชายแก่ในชุดขุนนางโบราณ กำลังจ้องมาที่กล้อง ซึ่งผู้กำกับที่สังเกตเห็นและจ้องไปที่ชายแก่คนนั้นถึงขับขนลุกขึ้นทันที แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ชายแก่คนนั้นยังชี้มาที่กล้อง พร้อมกับมองด้วยสายตาดุ ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป
“นั่นมันหุ่นขุนนางในห้องหุ่นของคุณพ่อ” คุณอัมราที่นั่งข้างผู้กำกับพูดเบา ๆ แน่นอนว่าทีมงานนี้ทำงานออกอากาศสดมาหลายครั้ง พวกเขาไม่มีทางพลาดสิ่งที่คุณอัมราพูดเมื่อกี้แน่นอน
“ใช่ครับพี่อัม นั่นใช่หุ่นขุนนางแน่ ๆ อาร์ทกลัว” คุณอาร์ทเข้าไปเกาะแขนคุณอัมราทันที ซึ่งภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นทีมงานได้ถ่ายให้ผู้ชมได้เห็นกันสด ๆ ไม่มีการตัดต่อกันเลยทีเดียว ขณะที่คุณคิวยังคงพูดเล่าประวัติของคฤหาสน์หลังนี้อยู่ แม้เขาจะสัมผัสถึงวิญญาณชายแก่ได้ แต่เขาก็ไม่เสียสมาธิหันไปมองและทำหน้าที่ดำเนินรายการต่อไป
ตอนนี้คอมเมนต์ในช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก (ใช้ ก.ไก่ ไม่ใช่ ค.ควาย) เด้งกันรัว ๆ เรตติงตอนนี้เริ่มขยับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
______________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
