ร่างจิตของไป๋ฉีนั่งทบทวนทักษะแยกจิตวิญญาณอยู่สักพักในที่สุดเขาก็เข้าใจความสามารถของมัน ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาหัวใจสั่นสะท้าน
"พระเจ้า! มันถึงกับเป็นทักษะที่สะดวกสบายขนาดนี้"ไป๋ฉีเอ่ยปากกล่าวด้วยความตกตะลึงราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้มา
ทักษะแยกจิตวิญญาณทักษะนี้เกิดจากการประสมประสานสามทักษะเข้าด้วยกันนั่นคือ
หนึ่งทักษะแยกร่างจิต ความสามารถก็ตรงตามชื่อของมัน ผู้ใช้สามารถแยกร่างจิตออกมาได้ทั้งหมดสิบร่างซึ่งจะมีลักษณะเหมือนดังร่างหลักทุกประการ ทว่าในแต่ละร่างจะมีพลังเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างหลักเท่านั้น
สองทักษะสลับร่าง สามารถใช้ในการสลับร่างจิตกับร่างหลักได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัดระยะทาง ขอเพียงมีร่างจิตเท่านั้นไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถสลับร่างได้
ส่วนทางด้านของทักษะสุดท้ายมีชื่อว่าทักษะหลอมรวมจิตวิญญาณ ทักษะนี้คือการเรียกร่างจิตกลับมาหลอมรวมกับร่างหลักอีกครั้ง ทั้งพลังและประสบการณ์ต่างๆที่ร่างจิตได้รับจะถูกส่งให้กับร่างหลักในทันทีหลังจากหลวมรวมเสร็จสิ้น นี่คือทั้งหมดของทักษะแยกจิตวิญญาณ
"เมื่อมีทักษะนี้อยู่ ข้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียนรู้กฏเกณฑ์แห่งธาตุอีกต่อไป" ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ใช่! เขามีความคิดที่จะใช้ร่างจิตเพื่อที่จะเรียนรู้กฏเกณฑ์แห่งธาตุไปพร้อมๆกัน
ทว่าเมื่อคิดถึงการสร้างร่างจิตมันก็ทำให้ไป๋ฉีรู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา เนื่องจากว่าร่างจิตแต่ละร่างมันไม่ใช่อะไรที่สร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ เพราะมันต้องใช้พลังจิตที่มหาศาล
ลำพังพลังจิตของเขาตอนนี้คงจะแยกร่างจิตออกมาได้เพียงสามร่างเท่านั้น แถมยังใช้พลังจิตของหรงหรงมาช่วยไม่ได้ เนื่องจากว่ามันเป็นร่างจิตของตัวเขาเองดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้พลังดั่งเดิมของตัวเองเท่านั้นในการสร้าง
"ถึงท่านเจ้าของทักษะ ข้าขอโทษนะขอรับที่ปากไม่ดีบ่นท่านไปเมื่อครู่ ได้โปรดอย่าได้โกรธเคืองเด็กตาดำๆเช่นข้าเลยนะขอรับ"ไป๋ฉีตบปากตัวเองโดยฉับไว หากไม่ใช่มรดกที่เจ้าของทักษะทิ้งไว้เกรงว่าเขาคงจะใช้ทักษะแยกจิตวิญญาณไม่ได้ด้วยซ้ำ
แม้อีกฝ่ายจะไม่รับรู้ก็ตามแต่ไป๋ฉีก็ยังทำการขอขมาอย่างจริงใจ จากนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบควบแน่นพลังจิตให้อยู่ในระดับเดียวกับพลังอื่นๆของตัวเองในทันที
วันเวลาล่วงเลยไปถึงเจ็ดวันในที่สุดไป๋ฉีก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ดวงตาของเขาจากสีดำกลับกลายเป็นสีทองเป็นประกาย เมื่อกวาดสายตามองรอบข้างสิ่งที่เขาเห็นคืออุปกรณ์การฝึกซ้อมที่ตอนนี้ลอยกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ไป๋ฉีค่อยๆใช้พลังจิตทำให้สิ่งของเหล่านั้นกลับเข้าที่ จากนั้นปิดใช้งานมันในทันทีทำให้ดวงตากลับกลายมาเป็นสีดำ
ชายหนุ่มยกกำไลข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูเวลา "นี่ข้าควบแน่นพลังจิตถึงเจ็ดวันเลยอย่างนั้นหรือ! ว่าแต่ร่างของอสรพิษบรรพกาลมาส่งหรือยัง"
ไป๋ฉีไม่รอช้ารีบไล่ดูการแจ้งเตือนในระยะเวลาเจ็ดวันที่ผ่านมา ก่อนที่จะยิ้มร่า "มีข้อความมาจากท่านพ่อ"
ว่าแล้วชายหนุ่มก็เปิดอ่าน "เจ้าหนู พ่อจะรออยู่ที่ตึกผู้อำนวยการ"
ไป๋ฉีรีบวิ่งออกจากห้องไปเพียงไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงยังตึกผูอำนวยการอันเป็นที่หมาย ก่อนที่จะโค้งตัวทำความเคารพไป๋เฉินและฟางถงที่อยู่ชั้นบนสุดของตึกนี้
"ท่านพ่อ ท่านแม่สี่" ได้ยินคำทักทายนี้ฟางถงก็พุ่งเข้าไปประคองลูกชายในทันใด
"ไม่ต้องมากพิธี นี่คือสิ่งที่ท่านปู่ของลูกฝากมาให้" ว่าแล้วฟางถงก็ยื่นแหวนมิติไห้ ไป๋ฉีรับแหวนนั้นโดยฉับไว ก่อนที่จะเรียกผลโพธิ์ออกมายี่สิบผลด้วยกัน ทำให้ทั้งฟางถงและไป๋เฉินถึงกับดวงตาเบิกกว้างในทันที แน่นอนพวกเขารู้มาจากไป๋เทียนซินแล้วว่าไป๋ฉีมีผลโพธิ์อยู่แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเยอะขนาดนี้
"ท่านพ่อ ผลโพธิ์พวกนี้ข้าฝากท่านนำไปส่งให้กับท่านปู่ด้วยนะขอรับ ข้าลองคำนวนมูลค่าดูแล้วน่าจะพอๆกับร่างอสรพิษบรรพกาล"
กล่าวจบเขาก็นำผลโพธิ์ออกมาอีกสิบผลด้วยกัน "ส่วนนี่ข้าให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพวกท่านลุงท่านป้าเอาไปแบ่งกัน พวกท่านจะได้แข็งแกร่งยิ่งๆขึ้นไป"
"เจ้าหนู ของพวกนี้มันล้ำค่ามากนะรู้ไหม พวกเราเป็นพ่อและแม่ของเจ้าจะให้รับของฟรีๆแบบนี้ได้อย่างไรกัน"ไป๋เฉินกล่าวขัด ฟางถงเองก็เหมือนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้นของสามี
"หากพวกท่านไม่อยากรับฟรีๆก็เพิ่มจำนวนในการใช้แบล็คการ์ดให้กับข้าก็ได้"ไป๋ฉีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ไป๋เฉินที่เห็นใบหน้าสบายๆของลูกชายก็พยักหน้าตอบรับ "ได้ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะเพิ่มจำนวนใช้แบล็คการ์ดให้เจ้าอีกสองครั้ง"
ว่าแล้วไป๋เฉินก็เก็บผลโพธิ์เข้าแหวนมิติเนื่องจากกลัวว่ามันจะเสียหายหากอยู่บนโลกภายนอกนานๆ
"จริงสิ! ท่านปู่ของลูกฝากมาขอโลหิตของอสรพิษบรรพกาลประมาณสิบหยด ลูกสามารถมอบให้เขาได้หรือไม่"ไป๋เฉินที่คิดขึ้นได้จึงกล่าวถามออกมา
"อืม....ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะขอรับ ว่าแต่ท่านปู่จะเอาโลหิตอสรพิษบรรพกาลไปทำอะไรอย่างนั้นหรือ?"ชายหนุ่มตอบกลับด้วยคำถาม
ไป๋เฉินยิ้ม "ดูเหมือนว่าจ้าวจักรวาลนิรันดร์ของสหพันธ์หวูหมิงต้องการจะซื้อมัน ซึ่งจุดประสงค์นั้นก็คาดเดาได้ไม่ยาก หัวหน้าใหญ่ของอีกฝ่ายเป็นเผ่านาคา ดังนั้นพวกเขาก็น่าจะใช้โลหิตอสรพิษบรรพกาลเป็นตัวกระตุ้นเพื่อที่จะวิวัฒนาการไปอีกขั้น"
"โห แล้วพวกเขาจะซื้อมันในราคาเท่าไรงั้นหรือขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวถามอีกครั้ง ของที่สำคัญต่อการวิวัฒนาการขนาดนี้เกรงว่าราคาน่าจะสูงเสียดฟ้า
ไป๋เฉินส่ายหน้า "นี่ไม่ใช่การซื้อด้วยเงินตรา แต่เป็นการติดหนี้บุญคุณหนึ่งครั้ง"
ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้าง ท่านปู่ของเขาช่างมีความคิดที่ไม่ธรรมดา การติดหนี้บุญคุณมีค่ากว่าเงินตราเป็นไหนๆ
ถ้าหากสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียนเกิดปัญหาที่ไม่อาจรับมือได้ สหพันธ์จักรวาลหวูหมิงก็จะต้องยื่นมือเข้าช่วยในทันที ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็หยิบขวดแก้วชนิดพิเศษออกมาและนำโลหิตของอสรพิษบรรพกาลใส่เข้าไป ก่อนที่จะยื่นให้กับไป๋เฉินโดยไม่มีท่าทีลังเลเลยสักนิดซึ่งไป๋เฉินก็รับมันโดยฉับไว
"ท่านพ่อก่อนกลับช่วยอะไรข้าสักอย่างได้หรือไม่"ไป๋ฉีเหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้จึงตัดสินใจกล่าวถามอีกครั้ง
"หือ ว่ามาสิ" ไป๋เฉินตอบกลับลูกชายเพียงสั้นๆ
"ข้าอยากให้ท่านช่วยปลูกถ่ายดวงตาของอสรพิษหยกขาวให้กับชิงชิงน่ะขอรับ พอดีข้าได้มันมาโดยบังเอิญจากแดนลับเมื่อไม่นานมานี้"ไป๋ฉีกล่าว ทางด้านผู้เป็นพ่อก็พยักหน้าอย่างยินดี
"ได้สิ แต่ถ้าจะให้ทำที่นี่ก็คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก พ่อว่าเราย้ายสถานที่กันก่อนจะดีกว่า"
ว่าแล้วไป๋เฉินก็เปิดมิติและพาไป๋ฉีกับฟางถงเดินเข้าไปด้านในนั้น แล้วมาโผล่อีกทีบริเวณใจกลางมหาสมุทรของดาวเบิกฟ้า