ตอนที่ 28
ผู้กล้าหนึ่งในตัวตนที่เป็นตำนานแห่งยุคเคียงข้างกับจอมมารตำนานได้เล่านขานไว้ว่าเมื่อความมืดมิดได้กลืนกินโลกเมื่อนั้นแสงสว่างจักจุติลงมาเพื่อทำลายล้างความมืดมิดนี่คือคำทำนายที่ได้กล่าวไว้ แต่ความจริงแล้วก็แค่เป็นไปตามกลไกของระบบนิเวศโลกเท่านั้นเมื่อมีสิ่งที่จะทำลายโลก โลกก็ย่อมสร้างสิ่งที่จะมาหยุดยั้งสิ่งนั้นเหมือนกระบวนการจัดการเชื้อโรคของร่างกายนั่นเอง
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
“เจ้าโจรชั่วเจ้ากล้าสังหารลูกชายข้า!!”
“ทหารรรรรรรรรรรรรรรรรรร”
“เล็งงงงงงงง”
“ยิงงงงงงงงงงงงง”
ตูมมมมมมมมมมมมมมม
ซีโร่ที่ถือปืนกลระเบิดมองไปยังฉากตรงหน้าอย่างเฉยเมย
เมื่อกี้เหมือนเห็นใครก็ไม่รู้ใส่ชุดเกราะทองๆตะโกนบอกว่าจะฆ่าตูอยู่เลย
ถ้าจะมาฆ่าตูก็ช่วยเอาคนเก่งมาหน่อยเหอะ
เอ๊ะแต่เมื่อกี้เหมือนบอกว่าเราฆ่าลูกชายมัน??
เราไปฆ่าตอนไหนว่ะ??
ปลักปลำกันป่าวเนี่ย?หรือว่าพวกอัศวินวายุ??
เป็นไปไม่ได้เจ้าพวกนั้นเป็นทหารของอีกอาณาจักรนึงจะมีพ่อมาเป็นผู้บัญชาการอยู่ที่นี่ได้ยังไง
อ่ะ
ซีโร่เหมือนจะจำได้ลางๆขึ้นมา
ไอ้บักฟายเผือกที่เราฆ่าตายไปก่อนหน้าป่าวว่ะ?
น่าจะใช่เพราะเหมือนชาวบ้านที่กำลังซุบซิบโฟวฟายจะพูดทำนองว่าพ่อของไอ้บักฟายเผือกจะเป็นผู้บัญชาการ
ช่างเถอะๆเรื่องของพวกตัวประกอบจะไปสนใจทำไม
“ทุกคนสู้”
“ลุยยยยยยยยยยยยยย”
ซีโร่มองไปยังทหารที่กูมาที่เขาอย่างไม่หยุดยั้ง
โอ้โหขนาดเราถล่มไปขนาดนั้นยังมีใจสู้ขนาดนี้เลย?
แล้วทำไมกองทัพแบบนี้ถึงได้มีผู้บัญชาการที่โง่ได้ขนาดนี้ว่ะ??
โลกเรานี่มีเรื่องแปลกๆอยู่เยอะเลยแฮะ
“แต่ว่า.....หมดเวลาสนุกแค่นี้แหละ”
เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะออกจากเมืองเงียบๆเพื่อเห็นแก่พ่อครัวเทวะ.....
“ช่วยไม่ได้....ถล่มสักครึ่งเมืองแล้วกัน”
ซีโร่เอามือวางบนพื้นก่อนจะใช้สกิล วงจรเวท
หึหึไม่ได้ใช้ความสามารถวงจรเวททำอย่างอื่นนอกจากเสริมพวกอาวุธเลยนะ
นานจนคนอ่านยังลืมไปแล้วว่า....
วงจรเวทสามารถปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของวัตถุได้
วงจรเวท!!
[ไฟ]
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
ลวดลายวงจรเวทแพร่ขยายไปทางพื้นด้วยความรวดเร็ว
“นะ...นี่คือ...”
“สวรรค์! นี่คือวงจรเวท?”
“บ้าไปแล้วใครกันที่มีความสามารถที่จะใช้วงจรเวทได้ใหญ่ขนาดนี้??”
“พลังเวทย์ของคนผู้นี้มันมากมายเพียงใดกัน??”
“หรือ..ว่ามหาจอมเวทย์มา??”
“เป็นไปไม่ได้มหาจอมเวทย์กำลังรับศึกอยู่ที่ ประตูสู่ตะวันตก”
“แล้...อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”
“ร้อนนนนนนนนนนนนนนนนอ้ากกกกกกกกกก”
ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรต่อก็ถูกไฟลุกท่วมร่างเผาตายทั้งเป็น
ครึ่งนึงของเมืองถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ
“ใจสู้มันก็ดีแต่ต้องรู้จักประมาณตนบ้าง”
ซีโร่มองไปยังร่างของเหล่าทหารที่ลุกท่วมด้วยเปลวไฟอย่างสงบ
ตั้งแต่แรกเขาเองก็ได้คิดแผนที่จะเชือดไก่ให้ลิงดูอยู่แล้ว
ความจริงกะจะเอาเป็นพวกโจรไม่ก็กองกำลังทหารของทวีปกลาง...
แต่ช่างมันในเมื่อทหารพวกนี้อยากตายมากนักก็คงต้องกลายเป็นหมากใช้แล้วทิ้งของผมไป
“กลับป่าก็อบบลินดีกว่า”
พรึ่บๆๆๆ
พริบตาหลังจากที่ซีโร่เปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นเปลวเพลิงเขาก็หายตัวไป