สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่แปดสิบหก สามผู้ยุ่งเหยิง

    ตอนที่แปดสิบหก สามผู้ยุ่งเหยิง

    สปินนิ่งเทล มนุษย์หนูเดมิฮิวแมนมีสายตาหวาดระแวงรอบข้าง มองไปราวกับว่าจะมีใครมาจับตัวเขา

    บาบารัสกลับยิ้มกว้างส่งสายตาไปให้พี่กล้ามของผมอย่างท้าทาย

    เวเฮเมียร์ให้บรรยากาศที่ต่างออกไปนักล่าเงินรางวัลผู้นี้อยู่กลางผู้คนแต่ก็เหมือนกับอยู่คนเดียวการเดนเหินแปละการวางตัวของเขาไม่ยอมเปิดช่องโหว่ให้กับใคร

    เหมือนกับดาบที่พร้อมที่จะชักมาฟันตลอดเวลา

    แต่ด้วยสายตาของผมกลับมองว่าบาบารัสต่างหากที่เก่งที่สุดในสามคนนี้

    อาจจะเพราะผมได้ประสบการจากเกมส์ที่บาบารัสสามารถเพิ่มพลังตนเองได้ในตอนที่ต่อสู้กันด้วยความบ้าคลั่งของบาบาเรี่ยนแต่เวเฮเมียร์โจมตีแรงก็จริงแต่ตัวเปราะกว่า

    แน่นอนในโลกความจริงผลลัพธ์อาจจะต่างไปจากในเกมส์แต่ตามตัวเลขบาบารัสพลังเยอะกว่านั่นเอง

    อ๊ะแล้วผมกลายเป็นพระเอกโชวเน็นที่ประเมินพลังคนแค่ความรู้สึกได้ตั้งแต่เมื่อไร?

    หรือความสามารถของดยุกหมูอ้วนที่เห็นในเกมส์คือความสามารถแบบไม่เคยฝึกสักวันและที่พลังเพิ่มขึ้นทักษะมากขึ้นเพราะมาจากการต่อสู้จริงกับพวกมาเรียและเหล่าองค์ชาย?

    นี่ตกลงที่จริงเราเป็นฟรีซเซอร์เรอะ?

    ที่ไม่ต้องฝึกเลยก็เก่งอยู่แล้วเลยมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องลำบากอย่างพวกคนทั่วไป?

    อาจจะเป็นเพราะว่าคนแต่งเนื้อเรื่องเกมส์ต้องการสร้างดยุกหมูอ้วนให้เป็นตัวแทนของ

    ”ความชั่วร้ายของมนุษย์”

    แบบเดียวกับที่ปราบจอมมารไปแล้วต้องมาเจอกับดยุกหมูอ้วนที่เป็นความชั่วร้ายที่ไม่ใช่ความชั่วร้ายของจอมมารและปีศาจชั่วร้ายนั่นเอง

    เลยไม่มีฉากที่ดยุกหมูอ้วนขยายร่างเป็นปีศาจขนาดยักษ์เมื่อได้พลังของปีศาจมาในร่างกาย

    แต่สู้ด้วยกองทัพล้วนๆที่คนที่เน้นไปทางสายแสงที่มีผลในการปราบปีศาจจอมารจะลำบากพอสมควรเพราะกองทัพของมนุษย์ที่ดยุกหมูอ้วนมีไม่ใช่กองทัพที่แพ้ธาตุแสงอย่างกองทัพมอนสเตอร์ของจอมมาร

     

    “สิ่งที่โหดร้ายที่สุดคือมนุษย์นั่นเอง”คือแนวทางที่คนแต่งเนื้อชอบเล่นกัน

    ไม่ล่ะผมยังมองว่าเทพปีศาจนั้นร้ายกว่าอยู่ดี

    ดยุกหมูอ้วนอยู่ตามปรกติก็จับสาวไปเป็นทาสอุ่นเตียงตามเรื่องตามราวของมันแต่เทพปีศาจจะทำให้โลกตกอยู่ในความมืดมิด

    มันเทียบกันไมได้อยู่แล้วตามความเห็นของผม

    แน่นอนมันละเมิดสิทธิมนุษยชนสารพัดแต่คนเรียนการเมืองสมัยใหม่มาจะรู้ว่าให้เลือกระหว่างความมั่นคงกับสิทธิมนุษยชนจะเลือกอย่างแรกร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะความไม่มั่นคงนั้นน่ากลัวกว่ามหาศาลนั่นเอง

    การตัดสินใจตามตรรกะและการเมืองตามความเป็นจริงก็อย่างนี้นั่นล่ะไม่ใช่เรื่องสวยงามแต่ประการใด

    หากให้วิเคราะห์ด้วยแนวคิดทางการเมืองของดยุกหมูอ้วน

    สปินนิ่งเทลคือพวกเดมิฮิวแมนที่ทางการเมืองอาจจะมีคนยอมรับยาก

    บาบารัสคือคนเถื่อนแดนเหนือ

    เวเฮเมียร์คือนักดาบนักล่าเงินรางวัลเลื่องชื่อ

    แต่อย่างที่เคยกล่าวมาก่อนหน้านี้กริฟกาเรี่ยนหรือตำแหน่งเดิมคือเคาท์กริฟกาเรี่ยน

    คือตัวตนที่ไม่ใช่แค่เรื่องเสียชื่อเสียงบถ้าทำงานร่วมด้วยเท่านั้นยังเป็นเรื่องของการเมือง

    แต่ว่าหากได้กริฟกาเรี่ยนมา

    ผมแทบไม่ต้องกลัวกองทัพไหนอีกแล้วในการสู้รบกันซึ่งๆหน้า

    แผนการของผมเหมือนกับการรวมตัวของอเวนเจอร์หรือลีเจี้ยนออฟดูมของเล็กซ์ลูเธอร์นั่นล่ะนะ

    ขึ้นอยู่กับมุมมองของคน ตัวร้ายก็สามารถมาอยู่ในกองทัพเดียวกันทำงานร่วมกันได้หากสถานการณ์เรียกร้อง

    เราต้องสามารถสร้างหลักประกันได้ว่าเราสามารถเลี้ยงดูแต่ละคนได้ตามที่สัญญาเอาไว้

    ผมต้องทำให้พวกเขาอยู่กับผมอย่างน้อยก็ไม่อยู่ฝ่ายศัตรูที่หวังจะทำลายโลกนั่นเอง

    “ข้าดีใจอย่างยิ่งที่พวกเจ้ามาตามคำเชิญของข้าบอกความทะเยอทะยานของเจ้าออกมาและข้าจะช่วยทำให้สมปรารถนาที่ข้าต้องการคือได้คนที่ทะเยอทะยานมาร่วมงานกับข้าคนที่จะช่วยข้าบรรลุเป้าหมายได้ครอบครองสิ่งที่คนอื่นไม่เคยมี”

    ผมกล่าวกับเหล่าบรรดา”ตัวละครมีชื่อ”เหล่านี้พวกนี้เป็นระดับมินิบอสและบอสของฉากพวกเขาน่าจะมีฝีมือที่ไม่ธรรมดาแม้จะในโลกของความเป้นจริงก็ตาม

    สปินนิ่งเทล ท่าทางหลุกหลิกกัดหางตนเองส่งเสียงจี๊ด จี๊ดไม่กล้าบอกออกมา

    “ฮา ข้าต้องการสุราชั้นดี อาวุธชั้นดีผู้หญิงชั้นดี”

    บาบารัสกล่าวมาอย่างร่าเริง

    เวเฮเมียร์

    กล่าวอย่างราบเรียบว่า

    “ขอเพียงท่านดยุกจ่ายเงินมาข้าก็จะทำตามคำสั่งไม่บิดพลิ้ว”

    เวเฮเมียร์ยังส่งสายตาแบบไม่ให้คนเห็นในการคำนวณเรื่องของการสู้กันขึ้นมาหากทุกคนในที่นี้เป็นศัตรูเขาไม่เปิดช่องว่างทางด้านหลังให้แก่ใครและพยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด

    นี่คือสาเหตุที่เวเฮเมียร์มีค่าอัตราการหลบหลีกสูงมากหรือเปล่านะแม้พลังชีวิตอาจจะน้อยกว่าบอสตัวอื่นๆและเป้นสายหลบหลีกนั่นเอง

    “เวเฮเมียร์นักล่าเงินรางวัลผู้แข็งแกร่งที่สุด ยินดีต้อรับสู่แคว้นของข้า บุฮิ บุฮิ บุฮิ”

    เวเฮเมียร์มองไปทางท่านดยุกและคิดว่าจะจับท่านดยุกเป็นตัวประกันหรือสังหารอย่างไรดีหากมีการต่อสู้เกิดขึ้น

    โจมตีไปทางดยุกที่นั่งอยู่บนพี่กล้ามใช้แขนข้างหนึ่งป้องกันบอร์ดี้การ์ดของดยุกใช้ดาบที่ซ่อนอยู่จ่อดาบใส่คอท่านดยุก

    (โอ้เจ้าคิดว่ามีเจ้าเองคนเดียวหรือที่คำนวณการต่อสู้ได้ล่วงหน้า?)

     เวเฮเมียร์กัดกรามกรอดเมื่อเห็นท่านดยุกเอาขวดเหล้าโยนมาทางเขา

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน