การเดินทางไปยังหมู่บ้านของหลินเทียนนั้นนับว่าไม่ห่างไกลจากสถานที่แห่งนี้มากนักเพียงไม่กี่ชั่วยามพวกเขาก็เดินทางไปถึงหากเป็นคนปกติสามัญทั่วไปพวกเขาอาจจะใช้ระยะเวลาเป็นวันกว่าที่จะไปถึงแต่ผู้คนกลุ่มนี้นั้นไม่ใช่ตัวตนธรรมดาพลังฝีมือของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีฝีมือที่สูงส่งยิ่ง นี่คือคณะสาวงามแห่งยุคทั้งอดีตและปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นท่านย่าของมู่หลานหลาน หรือจะเป็นยายเฒ่าผู้ติดตามของมู่ชิงพวกนางนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีร่องรอยแห่งความงดงามเหลืออยู่ทั้งสิ้น เมื่อครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสาวงามแห่งยุคทั้งสิ้น แล้วไหนจะสาวน้อยทั้งสองอีกที่ติดตามท่านผู้เฒ่าของตนหากจะให้พูดพวกนางทั้งสองในยามนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นสาวงามแห่งยุคนี่คือคำพูดที่ออกจะดูไม่เกินจริงไปนัก ไม่ว่าคณะสาวงามพวกนี้จะเดินทางไปไหนต่างก็ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายแม้แต่อิสตรีด้วยกันเองยังคงแอบที่จะรู้สึกอิจฉาในความงดงามของพวกนาง“แขกผู้มาเยือน พวกท่านต้องการมาพบผู้ใดอย่างงั้นเหรอ” ผู้ใหญ่บ้านเห็นผู้คนกลุ่มนี้ด้วยความบังเอิญแม้แต่ตัวของเขาเองยังอดรู้สึกตื่นตะลึงในความงดงามของบรรดาหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ แต่ความงดงามนี้นั้นก็แอบซ่อนเร้นไปด้วยความอันตราย เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่นั้นเต็มเปรี่ยมไปด้วยสิ่งของที่มีราคาแม้แต่คนโง่ก็ดูออกพวกนางอาจจะเป็นแขกผู้สูงศักดิ์ที่มาจากแดนไกลที่ไหนสักแห่งเป็นแน่“ท่านพอที่จะรู้จักบ้านของเจ้าหนูน้อยหลินเทียนรึไม่” ท่านย่าของมู่หลานหลานกล่าวถามอย่างเป็นกันเองต่อเฒ่าผู้ชราที่อยู่ตรงหน้าหากนางคาดเดาไม่ผิดชายผู้นี้นั้นน่าจะเป็นผู้นำของหมู่บ้านแห่งนี้“ฮ่า ฮ่า ผู้คนภายในหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวแห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนี้บุญคุณเขา หากมันผู้ใดไม่รู้จักหลินเทียนก็นับว่ามันไม่ใช่ผู้คนของหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจในเวลาที่พูดถึงหลินเทียนเพราะตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นช่วยแก้ปัญหาต่างๆภายในหมู่บ้านแห่งนี้มากมายเมื่อท่านย่าของมู่หลานหลานได้ยินคำพูดที่ยกยอเจ้าเด็กน้อยผู้นี้จึงทำให้ตัวของนางนั้นอดแปลกใจมิได้หลังพูดกันไปสักพักผู้นำหมู่บ้านจึงนำแขกผู้มาเยือนไปที่บ้านของหลินเทียนในทันที ในระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงบ้านของหลินเทียนนั้นเปิดหูเปิดตาให้กับคณะผู้เดินทางไม่น้อยพวกนางพบเห็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายภายในหมู่บ้านรวมทั้งอุปกรณ์ในการเพาะปลูกที่พวกนางไม่เคยพบเห็น
“นี่พวกท่านคิดเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้ที่แปลกตานี้ขึ้นมาเองอย่างงั้นเหรอ แม้แต่สถานที่ที่พวกข้าจากมาก็ยังไม่มีมันเลย” ท่านย่าของมู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดสิ่งของแปลกตามากมายที่ตัวของนางได้พบเห็นอยู่ขณะนี้นั้นไม่ว่าจะมองอย่างไรมันก็คือวิทยาการขั้นสูง นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วสถานที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้กับมีความล้ำหน้ายิ่งกว่าเมืองหลวงเสียอีกถึงแม้ว่าผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้จะไม่ได้มีทรัพย์สินเงินทองอะไรมากนัก แต่ผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นก็ไม่พบเจอกับความอดยาก แม้แต่ทางเมืองหลวงเองก็ไม่สามารถที่จะดูแลผู้คนได้อย่างทั่วถึงเท่าเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ“ทุกสิ่งที่ท่านพบเห็นอยู่นี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของหลินเทียนทั้งสิ้น” ผู้นำหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจสูงสุดราวกับว่าหลินเทียนผู้นี้นั้นเป็นบุตรชายของเขาเอง“อะไรกันที่พวกข้าเห็นอยู่นี้นั้นเป็นฝีมือของเด็กผู้หนึ่งงั้นเหรอ” นางกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าของนางนี้นั้นจะเป็นฝีมือของเด็กผู้หนึ่งตัวของเขานั้นไม่ได้มีดีเพียงแค่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวเท่านั้น แต่ตัวของเด็กชายผู้นี้นั้นยังมีความเป็นผู้นำอีกด้วย หากจะให้พูดตามตรงนั้นความสามารถในการเป็นผู้นำคนของหลินเทียนนั้นมากเสียยิ่งกว่าบุตรชายของนางอีกหลังจากนั้นไม่นานผู้นำหมู่บ้านพยัคฆ์ก็พาคณะผู้มาเยือนมาถึงบ้านของหลินเทียน บ้านของหลินเทียนนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ก็จัดได้ว่าดูดีสำหรับผู้พบเห็น“ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าอยู่กันพอดีข้าพบเจอคนพวกนี้อยู่ที่นอกหมู่บ้าน เห็นว่าพวกเขานั้นรู้จักกันกับหลินเทียน” ผู้นำหมู่บ้านกล่าวแนะนำตัวผู้คนพวกนี้ให้กับพวกพ่อและแม่ของหลินเทียนได้รู้จัก“ขอบคุณท่านผู้นำหมู่บ้าน” พ่อหลินเทียนกล่าวขอบคุณต่อผู้นำหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวหลังจากนั้นเขาก็ให้ความสนใจต่อผู้คนตรงหน้า ทำให้พ่อของหลินเทียนถึงกับเสียศูนย์เล็กน้อยนี่มันคณะสาวงามหรือไงทำไมถึงได้มาบ้านของเขามากมายถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่าคนพวกนี้นั้นมีธุระอะไรกันกับพวกตนสองผัวเมียกันแน่“พวกท่านเป็นใครอย่างงั้นเหรอ หรือจะเป็นคนรู้จักของหลินเทียน” เมื่อปรับสภาพอารมณ์ของตนเองได้แล้วหลินตงพ่อของหลินเทียนกล่าวกับแขกผู้มาเยือนด้วยความสุภาพ ดูท่าทางคนตรงหน้าจะเป็นคนใหญ่คนโตไม่น้อยโดยเฉพาะหญิงชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตน“อีกไม่นานพวกเราก็จะเกี่ยวดองกันแล้วไม่ต้องสุภาพกับข้ามากถึงเพียงนั้น เจ้าอาจจะไม่รู้หลินเทียนและหลานสาวของข้าได้ทำสัญญาใจต่อกันเมื่อเติบใหญ่ขึ้นพวกเขาจะต้องแต่งงานกันนี่คือหลานสาวตัวน้อยของข้ามู่หลานหลาน เจ้ายังไม่มาทักทายท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าอีก” ท่านย่าของมู่หลานหลานเข้าเรื่องได้อย่างรวดเร็วนักถึงกับทำให้พ่อและแม่ของหลินเทียนถึงกับมึนงงไปช่วงใหญ่“ท่านพ่อท่านแม่” มู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ตัวของนางนั้นจะยอมก้มหัวให้ และพ่อแม่ของหลินเทียนคือคนที่นางรู้สึกเคารพจากใจจริง“คิ๊ก คิ๊ก เชิญเข้ามาด้านในก่อน นับว่าเป็นบุญวาสนาของหลินเทียนนักที่ได้เคียงคู่กับเจ้า” ซีซิวท่านแม่ของหลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบิกบานใจสาวน้อยตรงหน้าช่างน่ารักน่าชังอยู่ไม่น้อย ตัวของนางนั้นไม่เข้าใจบุตรชายของนางเสียเลยว่ามันไปใช้วิธีไหนถึงไปมัดใจสาวน้อยผู้งดงามเช่นนี้ได้“ท่านพ่อท่านแม่” มีหรือที่มู่ชิงจะยอมน้อยหน้ามู่หลานหลานตัวของนางนั้นจึงรีบกล่าวทักทายตนเองต่อหน้าพ่อแม่ของหลินเทียนในทันทีไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องแย่งชิงชายหนุ่มมาเป็นของนางให้จงได้“เจ้าคือ” ท่านแม่ของหลินเทียนกล่าวถามต่อสาวงามตรงหน้าด้วยความมึนงงว่าสตรีนางนี้นางเป็นใครกัน“ข้าคือพี่สาวของมู่หลานหลาน มีนามว่ามู่ชิง” ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของนางนั้นจะมีความเรียบร้อยอ่อนหวานแต่ก็ปกปิดความถือดีถือหยิ่งของนางไม่พ้น ถึงแม้ว่าท่านพ่อท่านแม่ของหลินเทียนจะมิใช่ยอดฝีมือแต่มีหรือที่ตัวของเขานั้นจะคาดเดาจิตใจของผู้คนไม่ออก“เชิญ จ๊ะ เชิญเข้ามาก่อนมู่ชิงแล้วก็พวกท่านด้วย” ท่านแม่ของหลินเทียนกล่าวเชิญแขกทุกคนให้เข้ามาพักผ่อนภายในบ้านในเรื่องของการดูแลนั้นนับว่าตัวของนางเองนั้นทำหน้าที่ได้ดีอยู่ไม่น้อย“เรื่องของเจ้ากับหลินเทียนเป็นอย่างไรกันแน่พอที่จะเล่าให้ท่านแม่ผู้นี้ได้รับฟังเรื่องราวของเจ้าได้ไหม” ท่านแม่ของหลินเทียนกล่าวกับสาวน้อยตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น“เป็นข้าเองที่เป็นฝ่ายบังคับหลินเทียน แต่สักวันหนึ่งข้าจะต้องทำให้เขาชอบข้าจากใจจริงให้จงได้” มู่หลานหลานเล่าทุกเรื่องระหว่างนางกับหลินเทียนอย่างไม่ปิดบัง รวมถึงอักขระที่ตัวของนางขอร้องให้ท่านย่าของนางร่ายบนกายของหลินเทียนด้วยทางด้านพ่อแม่ของหลินเทียนถึงกับตื่นตะลึงไปสักพักหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองถึงกับระเบิดหัวเราะออกมาราวกับว่าเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันอย่างถึงที่สุด“คิ๊ก คิ๊ก มู่หลานหลานท่านแม่ผู้นี้จะเอาใจช่วยนะ” ท่านแม่ของหลินเทียนถึงกับหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“พวกท่านไม่โกรธข้าเหรอที่ตัวของข้าทำกับบุตรชายของท่านมากมายถึงเพียงนี้” สาวน้อยกล่าวออกมาด้วยความเป็นกังวลใจอยู่ไม่น้อย“ไม่เห็นมีอะไรต้องโกรธ การที่เจ้ากล้าบอกเราเช่นนี้แสดงว่าเจ้าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ท่านพ่อผู้นี้ก็ขอเอาใจช่วยเจ้าเช่นกัน” ในเมื่อภรรยาของตนไฟเขียวแล้วตนเองจะทำตัวเป็นก้างขวางคอได้อย่างไร และดูเหมือนว่าสาวน้อยนางนี้นั้นก็ดูเหมือนไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรที่นางทำไปก็คงเป็นเพียงเพราะความหึงหวงเท่านั้น