ร้านแผงลอยของเกวินถูกเข็นมาเก็บที่ข้าง ๆ บ้านพัก บ้านพักที่นี่ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่ มันค่อนข้างเก่าและรกแต่อยู่ได้สบาย ภายในห้องของเขาเรี่ยราดไปด้วยเสื้อผ้า ข้าวกล่อง ขวดพลาสติก บางครั้งก็มีหนูวิ่งไปมาในห้องอย่างเริงร่า
ถ้ามีคนอื่นมาเห็นคงต้องกรีดร้องให้กับห้องของเขา เพราะมันรกเหลือเกิน! ไม่มีความพยายามในการทิ้งขยะด้วยซ้ำ
เกวินในตอนนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาเป้าหมายใหม่ ๆ เขาใช้ชีวิตอย่างว่างเปล่าเหลือเกิน วัยหนุ่มของเขาอุทิศให้กับการทำภารกิจที่โลกเวทมนตร์ไปแล้ว ตอนนี้เขาทำมันสำเร็จและกลับมายังโลกนี้อีกครั้ง แต่มันช่างว่างเปล่า เขาสูญเสียแรงจูงใจในการมีชีวิตอยู่ไป
เขาจึงต้องหามัน แต่เขาหามันมาหนึ่งปีแล้ว ถ้าไม่เพราะสนใจขายน้ำเต้าหู้เกวินคงใช้เวลาส่วนใหญ่ทิ้งไปกับการออกกำลังกายและท่องอินเทอร์เน็ต แต่วันนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ เพราะภาพของเอริสสลักอยู่ในสมองของเขาอย่างไม่รู้ลืม
‘ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนั้นนักนะ’ มันติดอยู่ในหัวของเขา เกวินไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคุ้นเคยยังไง ความรู้สึกเหมือนได้เจอเทพธิดาตัวน้อย เขาอยากกลายเป็เทพพิทักษ์ของเธอจริง ๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เกวินอยากทำอะไรสักอย่างหลังจากกลับมายังโลกนี้
‘เด็กคนนี้ต้องโดนลักพาตัวแน่ หวังว่าคุณลุงคนนั้นจะเชื่อฟังเรา เพราะเราคงหวังแม่หนูคนนั้นไม่ได้’ เกวินได้แต่ถอดถอนลมหายใจ ยังดีที่เขาได้ให้เครื่องรางติดตามให้เด็กน้อยคนนั้นไว้แล้ว ถ้าเอริสเสียขวัญ มันจะแจ้งเตือนผ่านััพิเศษให้เขาในทันที
ปกติเกวินจะไม่ยุ่งเื่ชาวบ้าน แต่เขาทำใจไม่ได้ที่เด็กคนนั้นต้องอยู่ในอันตราย
เกวินแช่อยู่หน้าคอมอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็เวลาผ่านไปจนพกค่ำ ท้องฟ้าถูกแทนที่ด้วยความมืด แต่แสงสีของมหานครยังคงสาดส่องให้ท้องฟ้าไร้ซึ่งหมู่ดาว วันนี้ยังน่าเบื่อเหมือนอย่างเคย แต่คืนนี้อาจเป็ค่ำคืนที่ต่างออกไปเมื่อััพิเศษตื่นขึ้น!
ดวงตาสีทับทิมเบิกกว้างและสะดุ้งขึ้นยืน
เอริสเสียขวัญแล้ว!
เกวินหลับตาตั้งสมาธิและค้นหาตำแหน่งของเอริสผ่านสายคล้องกุญแจที่เขามอบให้ ตำแหน่งของเด็กน้อยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอกำลังถูกลักพาตัวไม่ผิดแน่
‘สุดท้ายลุงคนนั้นก็ไม่เชื่อเรา!’ เกวินยกมือก่ายหน้าผาก เขาตัดสินใจวิ่งออกไปนอกห้องแล้วขับมอเตอร์ไซน์พุ่งออกสู่ถนนอย่างรวดเร็ว
กล้าทำร้ายเด็กที่ฉันคุ้มครองอยู่งั้นเหรอ พวกแกไม่ได้ตายดีแน่
อีกทางหนึ่ง
“อาการาเ็เป็ยังไงบ้าง”
“ตาแก่นั่นฝีมือไม่เลว เสียดาย พวกเราคนเยอะกว่า”
“ลูกพี่ ทำไมเราไม่เอาตัวสาวสวยคนนั้นมาด้วยล่ะ”
“เหอะ มองตาเอ็งก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ไว้พาตัวนังเด็กนี่ไปส่งแล้วรีบเงินมาเมื่อไหร่แกค่อยไปซื้อกินก็แล้วกิน”
“โถ่ ลูกพี่ มันเทียบกันได้ที่ไหน ได้เล่นกับคุณหนูผู้ดีมันเทียบได้ยังไงกับโสเภณี ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“หึ ไอ้น้องระยำเอ้ย” ลูกพี่พูดตำหนิแต่มีรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รังเกียจจริง ๆ
“เราเฝ้ารอมาตั้งเป็เดือน ในที่สุดก็มีโอกาสลงมือสักที” รองหัวหน้ากลุ่มเอ่ย
“ดีแล้วนี่! ในที่สุดก็จะได้บอกลางานน่าเบื่อนี่สักที”
“ลักพาตัวเด็กคนเดียว ได้ตั้งร้อยล้าน ไม่รู้ผู้ว่าจ้างคิดอะไรอยู่”
“บ่นอะไรมาก ได้เงินก็พอแล้ว”
“ถ้าฉันได้เงิน ฉันจะเที่ยวกลางคืนให้หนำใจ”
“ฉันจะเอาไปดี่มให้ราบคราบ”
“คิดแต่จะดื่ม”
“ไอ้ขี้เมาอย่างแกมีหน้าพูดด้วยงั้นเรอะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของเหล่าโจรลักพาตัวทำให้เด็กหญิงตัวน้อยตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม เธอร้องไห้แต่ไม่มีเสียง มันมืดไปหมดแถมมีคนชั่วรายล้อมอยู่มากมาย เด็กน้อยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง แต่เธอก็กวาดกลัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและก็ไม่ใช่ครั้งที่สอง แต่ทุกครั้งที่เกิดเื่แบบนี้ เอริสจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
‘หม่ามี้ช่วยหนูด้วย ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย’ เอริสสั่นเทาไปด้วยความกลัวจับจิต ความเครียดครอบงำสมองของเด็กน้อยจนร่างกระตุก
“เฮ้ย ลูกพี่ เ้าเด็กนี่กระตุกใหญ่เลยว่ะ”
“ปล่อยมันไป ไม่ตายก็พอ ผู้ว่าจ้างบอกแค่ส่งมันไปให้เท่านั้น”
“นังเด็กนี่หน้าตาไม่เลว ไม่อยากจะคิดว่าคนแม่จะแจ่มสะเด็ดขนาดไหน หุหุ”
“แม่ง ขนาดกับเด็กยังคิดแบบนั้นได้ เอ็งมันเกินเยียวยาแล้ว”
“ไม่ได้กับเด็กมันสักหน่อย! แค่อยากรู้ว่าคนแม่มีดีขนาดไหนเท่านั้นเอง”
“เฮ้ย เลิกพูด พาตัวเด็กมันลงรถก่อน”
“ครับลูกพี่” ชายลึกลับพากันลงจากรถแล้วทำทีจะอุ้มเอริสลงจากรถ แต่แม่หนูน้อยดันขัดขืน
“ปล่อยนะ! อย่าจับ เ้าพวกคนชั่วร้าย”
“ฮ่า ๆ ตัวแค่นี้ก็รู้จักใช้คำแล้ว น่าจับตีก้นจริง ๆ ลูกพี่ ผมขอตีก้นนังเด็กนี่ได้ไหม”
“ที่จริงจะทำอะไรก็ได้ขอแค่อย่าตายก็พอ แต่ถ้าแกมีจิตสำนึกก็ไม่ควรรังแกเด็กสามขวบ” คิดรังแกเด็กสามขวบงั้นเหรอ ต่อให้ต่ำตมขนาดไหนก็ควรมีศีลธรรมมากกว่านี้นะ เข้าใจไหม แม้ว่าแกกับฉันจะเป็โจรลักพาตัวก็ตาม
“ชิ”
“ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง”
“หนวกหูโว้ย! เดี๋ยวปั้ดจับทุ่มซะเลยนี่”
“อึก..” เอริสสะอึกก่อนที่ใบหน้าจะเหี่ยวหย่อนแล้วร้องไห้ออกมา เสียงแสบแก้วหูดังไปทั่วจนชายเลวต้องใช้ปากปิดให้มิด มันทำให้เด็กน้อยร้องไห้หนักกว่าเดิม
“แกทำบ้าอะไร อยากให้เด็กมันขาดอากาศตายรึไง”
“เสียงมันน่ารำคาญมากนะลูกพี่”
“ที่นี่ไม่มีใคร ให้มันร้องไห้ไป”
“ครับลูกพี่” ชายเลวยกมือออก เสียงร้องไห้ของเอริสดังก้องไปทั่วอีกครั้ง
“ฮือ! ฮือ!! หม่ามี้! หม่ามี้ช่วยหนูด้วย แง!!”
“บัดซบ ยัยเด็กนี่น่ารำคาญชิบ ถ้ายังไม่หยุดร้องฉันจะต้มแก”
“อึก..” เอริสกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะบังคับให้พาเข้าไปยังโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ฝุ่นและลมเย็น ๆ ทำให้ร่างกายของเด็กน้อยสะท้านแล้วไอไม่หยุด สร้างความรำคาญให้ชายเลวไม่หยุด
“ลูกพี่ เมื่อไหร่ถึงจะมีคนรับนังเด็กนี่ไป”
“ยังมีเวลาอยู่ แต่..เราจะเรียกเงินให้มากกว่านั้น”
“หือ?” ลูกน้องทั้งสามหันมามองหน้าลูกพี่ใหญ่
“เราดักรอตั้งหลายเดือน จะได้ค่าตอบแทนแค่ร้อยล้านได้ยังไง ใช่ไหมพี่น้อง!”
“ใช่แล้ว! ลูกพี่พูดถูก”
“ร้อยล้านมันจะไปพอได้ยังไง พวกเราล่วงเกินแม่มดน้ำแข็งเชียวนะ”
“ฉันจะติดตามลูกพี่ไปชั่วชีวิต”
“เอาล่ะ โทรหาตัวแม่ดีกว่า” จากนั้นลูกพี่ใหญ่ก็นำเบอร์โทรที่ติดตัวของเอริสมากรอกลงในโทรศัพท์และโทรออก
อีกทางหนึ่ง ณ คฤหาสน์คอฟอร์ด
สถานการณ์บนโต๊ะกำลังตึงเครียด ใบหน้าของฮอลลี่ซีดเซียวราวกับซากศพ ชายหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอสักหน่อยทำมือสั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หญิงสาวผู้มีเส้นผมสีขาวหิมะที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ใบหน้าของเธอเยือกเย็นแต่กลับงดงามดุจดั่งภาพสลัก บรรยากาศอันหนักอึ้งทำให้เธอปล่อยความเย็นเข้าปกคลุมคฤหาสน์ทั้งหลังโดยไม่รู้ตัว
“พี่..ฉัน..มันเป็ความผิดของฉัน” ฮอลลี่กล่าวสารภาพผิดเสียงสะอื้น
“บัดซบ! พวกมันต้องรอโอกาสมานานแล้วแน่ ๆ แต่ทำไมฉันไม่เคยเอะใจเลย!!” ชายหนุ่มทุบโต๊ะอย่างแรงด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
“ใจเย็น..”
“จะให้ใจเย็นยังไงไหว! นั่นหลานรักของผมนะพี่”
“นั่นก็ลูกสาวฉัน”
ทั่วห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้งก่อนที่โทรศัพท์จะดังขึ้น แม่ของเอริสสูดลมหายใจแล้วมองเบอร์ที่ไม่รู้จักก่อนจะกดรับ
“ฮัลโหล”
“ฉันจะไม่พูดมาก ส่งเงินมาสามร้อยล้านภายในสี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นนังเด็กนี่ตาย!”
“....”
“ว่าไง หรือพวกแกอยากให้นังเด็กนี่ตาย”
“สามร้อยล้านไม่ใช่เงินก้อนเล็ก เรา้าเวลามากกว่านี้”
“ไม่สน! ถ้าภายในสี่ชั่วโมงฉันไม่เห็นสามร้อยล้าน นังเด็กนี่ตาย! อย่าแจ้งตำรวจ อย่าเรียกทหารมาช่วยด้วย ถ้าเรารู้ล่ะก็ ลูกแกไม่รอดแน่!”
“ฉันเข้าใจแล้ว ขอฉันได้ยินเสียงของลูกหน่อย”
“นังเด็กน้อย ร้องะโดัง ๆ หน่อย”
“หม่ามี้! ช่วยหนูด้วย”
“แกได้ยินแล้วใช่ไหม!”
“เข้าใจแล้ว..ขอเวลาสักหน่อย อย่าทำอะไรวู่วาม”
“ได้ อ้อ..แม่มดน้ำแข็ง แกห้ามมา ให้น้องชายแกมาแทน เข้าใจไหม อีกสามชั่วโมงฉันจะแจ้งสถานที่อีกที ตู้ด” สายถูกตัดไป พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนมีน้ำแข็งมาเกาะกุมเข้าที่หัวใจของทุกคน
คาเทียร์แม่ของเอริสปลดปล่อยความโกรธออกมาจนแช่แข็งโทรศัพท์มือถือจนใช้งานไม่ได้ เคิร์ทผู้เป็น้องชายลุกขึ้นยืนในบัดดล
“พี่สาว ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันอาจชอบเที่ยวเล่นและไม่เอางานเอาการ แต่ฉันไม่อ่อนแอหรอกนะ”
“ติดต่อบริษัท รวบรวมเงินมาให้ได้มากที่สุด”
“พี่ เวลามีจำกัดมาก เรารวบรวมเงินก้อนโตขนาดนั้นในสามชั่วโมงไม่ได้!” ฮอลลี่กล่าวอย่างสิ้นหวัง
“โทรไปขอยืมเฟคเกอร์”
“ได้..ค่ะ”
“อย่าบอกพ่อแม่ เราต้องจัดการปัญหานี้ให้ได้ เอริสจะต้องปลอดภัย” คาเทียร์พูดเช่นนี้ไม่เพียงให้น้อง ๆ สงบจิตใจ แต่ยังปลอบโยนตัวเองอีกด้วย
หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เธอคงต้องผิดหวัง เพราะวันนี้จะต้องเกิดเื่ขึ้นมากมายแน่นอน