Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 149 กักตัว

    ตอนที่ 149            “ดนัยทางนี้ !!” ฮิคาริโบกมือเรียกดนัยที่มาช้า            “แค่ก...โทษทีพอดีตื่นสายไปหน่อย” ดนัยรีบขอโทษเพราะเขานั้นตื่นสายจึงนั่งรถตามมาสนามบินทีหลัง            “ให้ตายสิจะให้รอนายที่โรงแรมแล้วมาพร้อมกันก็ไม่ยอม” ฮิคาริบ่นเพราะหลังจากรู้ว่าดนัยตื่นสายพวกเธอจะรอดนัยก็ไม่ยอมซะงั้น            “แค่ก...แค่ก...ก็ถ้ามัวแต่รอแล้วไม่มาจัดการเรื่องเอกสารก่อนมีหวังตกเครื่องกันหมดพอดี” ดนัยพูดพลางไอค่อกแค่กไปด้วย            “เฮ้อ...ก็จริงล่ะนะถ้ารอนายคงมาจัดการเอกสารขาออกไม่ทันอ่ะนี่เอกสารของนายว่าแต่เป็นอะไรของนายเป็นหวัดเหรอ” ฮิคาริถามเพราะเห็นดนัยไอไม่หยุด            “อือน่าจะเป็นหวัดแหละ” ดนัยพยักหน้า            “ไหวมั้ยคะดนัยเอายามั้ย” ยูมิที่อยู่ข้างหน้าดนัยถามอย่างเป็นห่วง            “หวะ...ไหวครับแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยตอนอยู่ที่โรงแรมกินยาไปแล้วล่ะครับ ดนัยพยายามพูดบอกว่าไม่เป็นอะไรทั้งที่เขานั้นแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้วเพราะเวียนหัวจากพิษไข้ที่กำลังเป็น            “นี่ดนัยให้ฉันเลื่อนไฟล์ทให้มั้ย” ฮิคาริเห็นอาการของดนัยไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่จึงคิดจะเลื่อนไฟล์ทให้            “แค่ก...แค่ก...ไม่ต้องหรอกเที่ยวบินจากอินเดียไปญี่ปุ่นมันมีแค่วันละ 2 เที่ยวเองนะถ้าเลื่อนไปก็กลับไม่ทันพรุ่งนี้น่ะสิฉันน่ะไม่เท่าไหร่แต่หมอมิโฮะกับคุณรินะมีงานต้องกลับไปทำนะแถมคิวนัดผ่าตัดของหมอมิโฮะพรุ่งนี้เลื่อนไม่ได้เสียด้วยว่าแต่พวกคุณรินะกับหมอมิโฮะล่ะ” ดนัยพูดทั้งที่ไอไปด้วย            “เข้าไปในเกทก่อนแล้วล่ะเหลือแต่ฉันกับยูมิเนี่ยแหละที่อยู่รอนาย” ฮิคาริบอก            “งั้นเหรองั้นเข้าไปในเกทกันเถอะ” ดนัยพูดก่อนจะเดินนำไปที่เกทและเมื่อมาถึงเกทขาออกของสนามบินเจ้าหน้าที่ก็ขอเอกสารของดนัย            “ขอพาสปอร์ทด้วยค่ะ” เจ้าหน้าที่ของสนามบินขอเอกสารของดนัย            “แค่ก...แค่ก...นี่ครับ” ดนัยหยิบพาสปอร์ทออกมาให้เจ้าหน้าที่            “หือคุณป่วยงั้นเหรอคะ !!” เจ้าหน้าที่เห็นดนัยไอก็แสดงสีหน้าแตกตื่นและเมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตุสีหน้าของดนัยก็เห็นว่าดนัยนั้นมีสีหน้าแย่มากไม่รอช้าเจ้าหน้าที่รีบหยิบเอาหน้ากากอนามัยมาใส่และหยิบเอาเครื่อวัดอุณหภูมิออกมา            “ขอโทษนะคะขอวัดไข้หน่อยค่ะ” เจ้าหน้าที่บอก            “ได้ครับ” ดนัยพยักหน้าและก็ยื่นหน้าผากออกไปให้เจ้าหน้าที่ทำการวัดไข้ของเขา            ติ๊ด !! เสียงเครื่องวัดอุณหภูมิแสดงอุณหภูมิที่วัดได้            “38.7 !!” เจ้าหน้าที่เมื่อเห็นตัวเลขที่แสดงบนเครื่องก็ตกใจเพราะอุณหภูมิของดนัยนั้นค่อนข้างสูง            “แหะๆ” ดนัยได้แต่ยิ้มแห้งๆเพราะเขาเองก็เป็นหมอจึงรู้ตัวเองดีว่าตัวเองนั้นมีไข้สูงมากแต่ทว่าเจ้าหน้าที่นั้นไม่ขำกับดนัยด้วยเธอรีบหยิบวิทยุขึ้นมาและพูดเป็นภาษาอินเดียซึ่งดนัยฟังไม่ออก            “ขอโทษนะคะคุณช่วยหลบมายืนรอตรงนี้สักเดี๋ยวเชิญคุณผู้หญิงด้านหลังขึ้นมาก่อนเลยค่ะ” เจ้าหน้าที่บอก            “ได้ครับ” ดนัยพยักหน้าและก็หลบไปยืนข้างๆตามที่เธอบอกส่วนฮิคาริด้านหลังก็เดินขึ้นมาแทนและก็ยื่นเอกสารแต่ทว่าเมื่อเห็นจุดหมายปลายทางในเอกสารที่ฮิคาริจะไปเจ้าหน้าที่ก็แสดงสีหน้าตกใจ            “คะ...คุณผู้หญิงคุณมาด้วยกันกับคุณผู้ชายคนนี้ใช่มั้ยคะ” เจ้าหน้าที่รีบถามฮิคาริ                    “ใช่ค่ะเรามาด้วยกัน 6 คนแต่ว่า 3 คนก่อนหน้านี้ผ่านไปก่อนแล้วเหลือแต่ฉันกับเธอและก็เขา” ฮิคาริบอกพลางชี้ไปที่ยูมิที่อยู่ข้างหลังและดนัยที่ยืนอยู่ข้างๆ            “ตายแล้ว...ถ้าอย่างนั้นขอฉันสอบถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ” เจ้าหน้าที่อุทานออกมา            “ได้สิคะ” ฮิคาริพยักหน้าพลางสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น            “พวกคุณทั้ง 6 คนได้พักห้องเดียวกันกับผู้ชายคนนี้หรือเปล่าคะ” เจ้าหน้าที่พูดพลางชี้มาที่ดนัย            “เปล่าค่ะพวกเราไม่ได้พักห้องเดียวกัน” ฮิคาริส่ายหน้า            “แล้วคุณผู้ชายคนนี้เริ่มมีอาการเป็นไข้เมื่อไหร่คะ” เจ้าหน้าที่ถามต่อ            “ดนัยนายมีไข้เมื่อไหร่เหรอ” ฮิคาริไม่ใช่ดนัยจึงตอบไม่ได้            “อืม...รู้สึกจะเมื่อคืนน่าจะสักตอนตี 2 ได้” ดนัยพยายามนึก            “ตี 2 สินะคะแล้วก่อนจะมาถึงสนามบินพวกคุณได้นั่งรถคันเดียวกับคุณผู้ชายคนนี้หรือเปล่าคะ” เจ้าหน้าที่ถาม            “เปล่าค่ะพอดีเขาตื่นสายพวกเราเลยมาสนามบินกันก่อนเพราะต้องมาจัดการเอกสารให้เรียบร้อยถ้ามัวแต่รอเขาพวกเราคงตกเครื่องกันหมด” ฮิคาริตอบ            “แสดงว่าเขาพึ่งจะมาเจอพวกคุณที่สนามบินถูกต้องมั้ยคะ” เจ้าหน้าที่ถามเจาะลึกลงไปอีก            “ใช่ค่ะเขาพึ่งมาถึงเมื่อ 5 นาทีที่แล้วนี่เอง” ฮิคาริพูด            “เข้าใจแล้วค่ะถ้าอย่างนั้นคงมีแต่พวกคุณสินะคะที่สัมผัสใกล้ชิดกับเขา” เจ้าหน้าที่พยักหน้าเข้าใจ            ตอนนั้นเองก็มีเจ้าหน้าที่หลายคนใส่ถุงมือใส่หน้ากากเดินเข้ามาหากลุ่มของดนัยหลายคนกลุ่มคนข้างหลังที่ต่อแถวอยู่เมื่อเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาก็รีบหลบกันใหญ่            “เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค !!” ฮิคาริมองสัญลักษณ์ที่เสื้อของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็ขมวดคิ้วเพราะเธอรู้จักสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่พวกนี้ดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอะไร            “ทางนี้เลยค่ะ 3 คนนี้” เจ้าหน้าที่ที่คุยกับฮิคาริหันไปคุยกับเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคและก็ชี้มาที่ดนัย ฮิคาริและยูมิ            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเหรอฮิคาริ” ยูมิยังตามสถานการณ์ไม่ทัน            “ฉันเองก็ไม่แน่ใจแต่อย่าให้ใช่อย่างที่คิดเลยเพราะถ้าใช่อย่างที่ฉันคิดล่ะก็พวกเรา 3 คนตกเครื่องแน่” ฮิคาริพูด            “ขอโทษนะครับเชิญพวกคุณมากับพวกเราทางนี้ด้วยครับ” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคเดินมาล้อมดนัยและพวกฮิคาริเอาไว้            “ครับ/ค่ะ !!x2” ทั้งสามคนได้แต่พยักหน้าและเดินตามเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคไป  ห้องควบคุมโรค            “คุณเป็นไข้เมื่อตอนไหนครับ...แล้วหลังจากเป็นไข้ได้ไปที่ไหนบ้าง” เจ้าหน้าที่ใส่ชุดควบคุมโรคทั้งตัวถามดนัย            “อือ...ก็น่าจะประมาณตี 2 ครับตอนนั้นผมตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วก็พึ่งจะรู้ตัวว่ามีไข้จึงกินยาเข้าไปแล้วก็ตื่นมาตอนเกือบ 9 โมงนี่แหละครับแล้วผมก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารีบนั่งแท็กซี่ตรงมาสนามบินเลยเพราะสายแล้ว” ดนัยตอบ            “งั้นเหรอครับแล้วคุณพอจะจำทะเบียนของรถแท็กซี่ได้มั้ย” เจ้าหน้าที่ถาม            “ครับผมจำได้ทะเบียน A4762” ดนัยบอก            “A4762 นะครับถ้ายังไงขอเก็บตัวอย่างเสมหะหน่อยนะครับ” เจ้าหน้าที่พูดก่อนจะหยิบเอาไม้ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บเสมหะออกมา            “แค่ก...แค่ก...ได้ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะอ้าปากให้เจ้าหน้าที่เก็บเสมหะของเขาไป            นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำยังกับเรากำลังเป็นโรคระบาด ดนัยคิดในใจเพราะมาตราการต่างๆมันเหมือนกับเขาติดโรคระบาดมายังไงยังงั้นมีกักตัวถามอาการ ถามสถานที่และก็เก็บเสมหะ  ทางด้านฮิคาริ            “ช่วยบอกพวกฉันมาได้หรือเปล่าคะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แยกตัวพวกเราออกมาแบบนี้แถมยังถามคำถามมากมายเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเราอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับเพื่อนของฉันที่เป็นไข้นั่นขั้นตอนแบบนี้ไม่ว่ามองยังไงก็เป็นวิธีการที่ใช้รับมือโรคระบาดชัดๆ” ฮิคาริพูดกับเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรค            “เอ่อ...คือว่า” เจ้าหน้าที่นั้นไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของฮิคาริอย่างไรเพราะพวกเขาถูกสั่งมาว่าให้ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดหลีกเลี่ยงการแตกตื่นของประชาชนและนักท่องเที่ยว            “คุณเจ้าหน้าที่คะพวกฉันเป็นหมอเหมือนกันค่ะพวกฉันเองก็รู้ดีว่าขั้นตอนเหล่านี้ใช้สำหรับรับมือโรคระบาดบอกความจริงมาเถอะค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะได้รู้และคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดีเพราะถ้าเป็นโรคระบาดอย่างที่ฉันคิดจริงๆล่ะก็พวกเราสองคนคงโดนกักตัวเป็นแน่ถ้าโดนกักตัวฉันจะได้รีบจัดการเคลียธุระต่างๆให้เสร็จ” ฮิคาริบอกออกไปเจ้าหน้าที่พอได้ยินแบบนั้นก็หยิบเอกสารของฮิคาริ ยูมิและดนัยขึ้นมาดูและก็เห็นว่าในช่องอาชีพที่ใส่ในเอกสารนั้นทุกคนระบุกันว่าเป็นหมอกันหมด            “เฮ้อ...เข้าใจแล้วครับผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มเล่าว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศอินเดีย  ไม่กี่นาทีต่อมา            “นิปาห์ที่มีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 40% นั่นน่ะเหรอคะ !!” ยูมิอุทานออกมาเมื่อรู้ว่าตอนนี้ประเทศอินเดียกำลังเกิดโรคระบาดนิปาห์อยู่            “แถมยังเป็นชนิดกลายพันธ์เสียด้วยแบบนั้นความรุนแรงของมันก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีกไม่แน่ว่าอัตราการเสียชีวิตอาจจะมากกว่า 40% ไปแล้วก็ได้” ฮิคาริพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียด            “หมายความว่าดนัยเขา...” ยูมิไม่อยากจะคิดว่าดนัยนั้นอาจจะติดไวรัสนิปาห์            “อย่าพึ่งคิดมากน่าไม่แน่ว่าบางทีดนัยอาจจะเป็นแค่หวัดธรรมดาก็ได้” ฮิคาริบอกให้ยูมิใจเย็น            “นั่นสินะว่าแต่จะรู้ผลตรวจเมื่อไหร่คะ” ยูมิถามเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค            “สำหรับคนไม่มีไข้ก็จะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมงครับส่วนทางด้านเพื่อนคุณที่มีไข้นั้นคงต้องกักตัวไว้อย่างน้อย 3 วันเพราะบางทีไวรัสมันก็ตรวจหาไม่เจอจนกว่าจะผ่านไปหลายวันครับ” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคบอก            “เฮ้อ...แสดงว่าเราตกเครื่องแล้วสินะว่าแต่เพื่อนเราอีก 3 คนที่ผ่านเกทไปก่อนหน้านี้ล่ะคะ” ฮิคาริถาม            “เพื่อนคุณอีก 3 คนน่าจะไม่มีปัญหาครับ” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคพูดเพราะกลุ่มของหมอมิโฮะนั้นไม่ได้อยู่ใกล้ชิดดนัยในช่วงที่ดนัยมีไข้            “เข้าใจแล้วค่ะยังไงฉันขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้มั้ยคะต้องโทรไปแจ้งสามคนนั้นแล้วก็ต้องโทรกลับไปญี่ปุ่นเพื่อให้จัดการเรื่องตารางงานด้วย” ฮิคาริบอก            “ได้ครับเชิญทางนั้นเลย” เจ้าหน้าที่พยักหน้าก่อนจะชี้ไปที่ห้องว่างห้องหนึ่ง            เมื่อฮิคาริได้รับอนุญาตเธอก็ลุกขึ้นไปใช้โทรศัพท์เพื่อโทรไปแจ้งพวกหมอมิโฮะว่าเกิดอะไรขึ้นและก็โทรกลับไปญี่ปุ่นเพื่อแจ้งผู้อำนวยการโฮชิและหมออิจิโนเสะว่ามีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาดจึงถูกกักตัวไว้และฝากให้ทั้งสองคนช่วยจัดการงานในส่วนของเธอให้ส่วนทางยูมิฮิคาริก็จัดการโทรไปแจ้งหัวหน้าแผนกรังสีวิทยาเพื่อแจ้งรายละเอียดและทำเรื่องหยุดงานให้ยูมิ            “ขอโทษนะคะคุณเจ้าหน้าที่คือว่าพอจะทราบคนที่ติดไวรัสนิปาห์ในตอนนี้มั้ยคะ” ยูมิถามเพราะถ้าจำนวนมันน้อยล่ะก็คงควบคุมได้ไม่ยากและโอกาสที่ดนัยจะติดไวรัสนิปาห์คงน้อยด้วย            “ตอนนี้จากที่ตรวจพบมีผู้ป่วยติดไวรัสนิปาห์เป็นจำนวน 7,725 คนแล้วครับ” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคบอกตัวเลขของผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์            “กะ...เกือบ 8,000 นี่มันภายในกี่วันคะเนี่ย !!” ยูมิอุทานออกมาเพราะจำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อนั้นถือว่าเยอะมาก            “วันนี้นับเป็นวันที่ 5 จากวันที่เรารู้ตัวว่ามีการระบาดของโรค !!” เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคบอก            เพียงแค่ 5 วันก็มีผู้ติดเชื้อสูงเกือบ 8,000 เลยงั้นเหรอแบบนี้แย่แน่เลย ยูมิได้ยินว่าพึ่งจะเป็นเพียงวันที่ 5 ก็มีผู้ติดเชื้อเกือบ 8,000 คนก็ถึงกับหน้าซีดเพราะสำหรับตัวเลขการระบาดแล้วนี่ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมากและมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ตัวเลขจะพุ่งขึ้นแบบทวีคูณ  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน