นางมารจำเป็น

    โฉมงานแดนอสูร

    จ้าวหลงเยี่ยนและหลี่ฟงได้ออกจากป่ามายังที่วังเก่าเรียบร้อยพอไปถึงยังที่พักเขาก็ได้สั่งให้คณะรีบเร่งเตรียมขบวนเดินทางกลับทันทีที่เช้าเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาหลงเยี่ยนยังได้ข่าวน้องรองที่ออกมาก่อนหน้าเขาสองวันและก็ได้ล่วงหน้ากลับวังไปก่อนแล้วเช่นกัน

     

    คืนนี้ทั้งหลงเยี่ยนและหลี่ฟงเมื่อเข้าที่พักต่างก็หาได้พักผ่อนพวกเขายังต้องทำการเพิ่มขั้นพลังให้แก่อสูรทั้งสองตนเป็นการเร่งด่วนเพราะการกลับวังหลวงในครั้งนี้คงจะต้องมีเหตุการณ์ที่ต้องเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่นัก

     

    "นายท่านสบายดีนะขอรับ"

     

    จางฝูเอ่ยถามทันทีที่เห็นหลงเยี่ยนเดินเข้ามายังห้องรับรองมันชอบที่จะอยู่ข้างนอกมากกว่าเข้าไปอยู่ในตัวของนายท่าน มันจึงได้นั่งรอในห้องอย่างเงียบๆกับอสูรอีกตนเมื่อเหล่านายท่านของพวกมันได้ไปทำกิจธุระของตน

     

    "อืมข้าสบายดี เจ้ามานี่เถอะข้าจะใช้ผลึกปีศาจเพิ่มพลังให้"

     

    จางฝูถึงกับตาโตเมื่อหลงเยี่ยนเอาผลึกออกมาถึงสามสิบก้อนมาวางไว้ที่พื้นห้องยังหน้าของมัน

     

    "...เอ่อ....นายท่านข้าว่ามันมากเกินไป ข้าคงจะหลอมรวมพลังไม่หมดแน่ในคืนนี้"

     

    จางฝูถึงกับเหงื่อตกแม้มันจะเป็นถึงมังกรก็ใช่จะมีท้องมารที่สูบทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วมันหันไปมองทางต้ามูที่อยู่อีกด้าน....

     

    ต้ามูถูกหลี่ฟงเรียกให้เดินเข้าไปหาแต่มันก็ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งมันยังคงรับรู้ถึงแรงกดดันจากเจ้านายของมัน ซึ่งต้ามูก็พอรู้เดาได้ว่าเจ้านายของมันยังคงเคืองเรื่องที่มันเคยล่วงเกินจนเกือบเอาชีวิตของท่านแต่ความเป็นจริงที่ต้ามูไม่รู้คือนายท่านของมันหาได้ใส่ใจเรื่องที่เคยสู้กันครานั้นไม่เจ้านายของมันเคืองเรื่องที่ซีเหมยหญิงในดวงใจเอ่ยชมถึงหน้าตามันต่างหาก...

     

    "เจ้าก็ต้องฝึกเช่นเดียวกันกับจางฝูและของเจ้าข้าก็เพิ่มให้อีกนิดหน่อยด้วยความหวังดีที่จะเห็นเจ้าแข็งแกร่งกว่านี้"

     

    พูดจบหลี่ฟงก็เอาผลึกปีศาจออกมาถึงห้าสิบก้อน นี่ถือว่าเอาคืนซักเล็กน้อยและเขาจะไม่นึกถึงเรื่องนี้ต่อไป  ส่วนต้ามูถึงกับเหงื่อตกมันอยากจะเถียงแต่ก็ต้องกลืนคำลงคอไป.....ฮืออออออ

     

    เมื่อเป็นสิ่งที่นายท่านของพวกมันต้องการไหนเลยจะกล้าขัดพวกมันกลั้นใจก่อนจะเริ่มนำผลึกมาแตะที่หน้าผากทีละอัน ผลึกเมื่อถูกใช้ก็กลายเป็นแสงสีดำก่อนจะหายวับเข้าไปที่ตรงกึ่งกลางที่มีสัญญาลักษณ์อยู่

     

    พวกมันหยิบก้อนแล้วก้อนเล่าเพื่อสูบพลังงานและโคจรไปทั่วร่างเพื่อฝึกฝนขั้นพลังเม็ดเหงื่อเริ่มผุดทั่วทั้งหน้าให้เห็นแต่โชคของจางฝูดูเหมือนจะมีมากกว่า เมื่อก้อนสุดท้ายหายเข้าไปมันก็รีบนั่งลงทำสมาธิเดินพลังเพื่อทำการย่อยปราณอย่างรวดเร็วส่วนต้ามูก็รีบเร่งกว่าเดิมมันถึงกับหยิบครั้งละสองก้อนเพื่อที่จะได้เร่งเดินพลัง ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วยามที่มันจะกล้ำกลืนอดทนจนถึงก้อนสุดท้ายตอนนี้มันเร่งทำการย่อยพลังโดยด่วนหากช้ากว่านี้มันกลัวว่าร่างของมันคงจะระเบิดออกเป็นแน่

     

    "เจ้าทำเกินไปหรือเปล่าหลี่ฟง" หลงเยี่ยนเอ่ยเมื่อเขารู้สึกเห็นใจต้ามูอยู่นิดๆ

     

    "หากข้าไม่ทำเช่นนี้ มันคงจะก้าวข้ามขอบเขตของตัวเองไม่ได้แน่.....ละนี่คือคำของหลันฮวาที่ได้บอกข้าไว้ก่อนที่จะแยกกันขอรับ"

     

    หลงเยี่ยนพยักหน้าเข้าใจ หากเป็นสิ่งที่หลันฮวาบอกมาเยี่ยงนี้เขาคงจะได้แต่เห็นด้วยเท่านั้น

     

    สัตว์อสูรทั้งสองทำการหลอมรวมพลังไปเรื่อยๆเมื่อครบเวลาสองชั่วยามหลงเยี่ยนและหลี่ฟงก็ได้เดินเข้ามาใกล้ๆก่อนจะส่งพลังปราณไปที่ตราพันธสัญญาใช้เวลาสิบลมหายใจก็หยุดนี่ก็คือหนึ่งในคำแนะนำของหลันฮวาเช่นกัน

     

    สัตว์อสูรทั้งสองเมื่อได้รับพลังของเจ้านายก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะต้ามูที่สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดจากที่เมื่อครู่หน้ายังซีดขาวราวกับคนใกล้ตายเมื่อทำตามทุกขั้นตอนที่หลันฮวาแนะนำเสร็จพวกเขาทั้งสองก็ได้เวลาพักผ่อนเสียทีโดยปล่อยให้ต้ามูและจางฝูทำสมาธิเดินพลังต่อไป

     

     

     

     

    ทางด้านวังปีศาจ ทั้งสามสาวยังคงพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆกันอยู่แม้จะถึงเวลาค่อนคืนแล้วแต่ดูเหมือนทุกคนยังมีเรื่องที่ต้องถามไถ่ต่อกันมากมายอยู่ดี

     

    "ท่านพี่แม้พวกข้าจะได้ความทรงจำคืนมาแต่ความจริงพวกข้าก็ได้เกิดใหม่ในแผ่นดินด้านนอกอีกทั้งข้าทั้งสองยังคงมีท่านพ่อและท่านแม่บุญธรรมและพวกข้าก็ยังสำนึกถึงบุญคุณท่านทั้งสองเสมอ"

     

    ซีซีเอ่ยออกมาอย่างหนักใจนางรู้นิสัยของพี่สาวดีเมื่อชาติที่แล้วซีเหนียงเป็นคนที่รักพี่น้องยิ่งถึงขนาดยอมตายแทนมาถึงขนาดนี้นางก็ไม่กล้าที่จะหักหาญน้ำใจนางเช่นดั่งครั้งก่อนที่พวกนางยังไม่ได้ความทรงจำกลับคืนมา

     

    "ใยน้องของพี่ถึงกล่าวเช่นนี้ พวกเจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใดข้าเข้าใจดีอันที่จริงข้ามีความลับอย่างหนึ่งที่เพิ่งรู้จากท่านแม่เหมือนกัน"

     

    นางคิดถึงสิ่งที่ท่านเทพหนี่หวาได้บอกไว้เมื่อครั้งก่อนเป็นเรื่องที่ทำให้นางดีใจอย่างสุดแสนนางทั้งร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกัน

     

    "อ่า.....ท่านทำให้ข้าอยากรู้ท่านไม่ควรเอ่ยถึงความลับต่อหน้าน้องๆนะ"

     

    ซีเหมยทำหน้าตาเจ้าเล่ห์นางยังหรี่ตาที่โตให้เล็กเหมือนจับผิด....แต่ท่าทางนั้นมันชวนหัวเราะมากกว่าที่จะรู้สึกเป็นอย่างอื่น

     

    "ฮ่า ฮ่า เจ้านี่ก็ช่างเล่นตลกเสียจริงเอาเถอะสักวันพวกเจ้าก็จะรู้เมื่อถึงเวลาแต่ตอนนี้ข้าว่าพวกเรามานอนพักกันดีกว่าพวกเจ้าคงจะเดินทางมาเหนื่อยล้าทั้งวันแล้ว"

     

    "ก็ดีเหมือนกันข้าเริ่มง่วงแล้วต้องเก็บแรงไว้พรุ่งนี้อีก" ซีซีเอ่ยพร้อมกับล้มตัวลงที่นอนใช้เวลาไม่นานก็หลับลึกไป

     

    "อ้าวหลับซะแล้วงั้นข้าก็นอนแล้วเช่นกัน...หลับฝันดีนะท่านพี่ซีเหนียง"

     

    ตัวแสบนอนไปอีกหนึ่งซีเหนียงถอนหายใจก่อนจะสะบัดมือไปดับโคมไฟสงสัยพรุ่งนี้นางคงต้องเสียพลังงานมากกว่าใครเพราะคนกลางอย่างนางคงไม่กล้าที่จะออกหน้าแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เช่นในอดีตแล้ว

     

    หากเป็นแต่ก่อนนางคงพูดเต็มปากว่านางเข้าข้างน้องทั้งสองแต่ครั้งนี้มันต่างกันเพราะนางในตอนนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมมารภรรยาของเจ้าปีศาจแล้ว....ยิ่งคิดนางก็ยิ่งปวดหัวขอพักก่อนแล้วกันเมื่อเสียงลมหายใจของนางเริ่มคงที่พลันก็มีหนึ่งคนที่ลืมตาขึ้นมา

     

    'ข้าจะต้องสะสางเรื่องคู่หมั้นทั้งสามของอู๋เซียนให้ได้'

     

    ซีซีตั้งมั่นกับเรื่องนี้มากแม้นางจะไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดแต่ก็พอดูออกว่าอู๋เซียนหาได้อยากตบแต่งกับนางปีศาจทั้งสามไม่

     

    ความคิดวุ่นวายพักใหญ่ก่อนที่ซีซีจะหลับไปจริงๆดูเหมือนความสงบที่ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไรแต่อาจจะก่อพายุใหญ่ในไม่ช้านี้เป็นแน่นอน

     

    เช้านี้สามสาวและหนึ่งบุรุษกำลังนั่งเล่นอยู่ศาลาริมน้ำแม้บุรุษผู้นี้จะยิ้มแย้มแต่แววตาก็เศร้าหมองนัก

     

    "เราจะรออยู่อย่างนี้หรือท่านแม่ ข้าเกรงว่าท่านพ่ออาจจะลงมือทำอะไรสักอย่างไปแล้วแน่นอน"อู๋เซียนเอ่ยออกมาอย่างกังวล

     

    "อย่าห่วงเลยอู๋เซียนเรื่องนี้ยังหาข้อตกลงมิได้พ่อของเจ้าคงจะไม่กล้าทำสิ่งใดไปอีกหรอกในตอนนี้"

     

    "เรียนท่านจอมมาร คุณหนูต้วน คุณหนูอ้ายคุณหนูเจียงมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ"

     

    สาวใช้มารายงานต่อเจ้านายของตน แม้จะไม่อยากมาขัดความสำราญแต่ก็ต้องทำตาหน้าที่

     

    ซีเหนียงพยักหน้ารับก่อนจะโบกมือให้สาวใช้ออกไปส่วนอู๋เซียนก็หน้าบูดเสียแล้วเมื่อได้ยินว่าใครมา สองสาวก็เลยพอจะนึกออกว่าเป็นใครเมื่อเห็นอาการของท่านพี่อู๋เซียนขณะนี้

     

    "ท่านแม่ลูกรู้สึกเหนื่อยๆขอตัวไปพักนะขอรับ"

     

    "อู๋เซียนเจ้านั่งอยู่ตรงนี้แหละอย่ามัวแต่หลบหนีเจ้าเป็นชายจะต้องหนักแน่นเข้าไว้"

     

    สองสาวหัวเราะคิกคักกับท่าทีของอู๋เซียน ไม่นานก็เห็นร่างของสามนางเดินที่เข้ามาหาพวกนาง

     

    "โอ้....แม่เจ้า พวกนางระดับนางงามโลกเลยนะเนี้ย"

     

    ซีเหมยหันมากระซิบกับพี่สาวสองคน ซีซีจึงหยิกไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้

     

    "ที่นี่เขาเปรียบว่าดั่งเทพธิดาเดินดินต่างหาก พวกนางช่างมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามยิ่งนัก" ซีซีอดชื่นชมทั้งสามนางเสียไม่ได้

     

    "อย่าไปหลงกลกับสิ่งที่ตาเห็น พวกเจ้ายังไม่เคยเห็นนิสัยของพวกนางมันช่างต่างกับที่พวกเจ้าเห็นภายนอกยิ่งนัก"

     

    อู๋เซียนเข้ามาร่วมวงสนทนาตั้งแต่ตอนไหน พวกนางไม่ทันสังเกตเลย.....รวดเร็วจริงๆ

     

    "คารวะท่านจอมมาร ท่านพี่อู๋เซียน"

     

    ทั้งสามสาวเหมือนซ้อมกันมาทั้งคำพูดทั้งท่วงท่าที่ย่อกายคำนับช่างดูเหมือนกันไปทุกอย่าง

     

    "ไม่ทราบว่าแม่นางทั้งสองคือ...." คุณหนูต้วนเอ่ยพลางมองพวกนางทั้งสองอย่างประหลาดใจแต่แววตาหาได้ใสซื่ออย่างหน้าตาที่กำลังแสดงออกมา

     

    "นี่คือซีซีและซีเหมยพวกนางคือญาติผู้น้องของอู๋เซียน" หนิงเซียนแนะนำในฐานะที่สามีเคยประกาศไว้ด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย

     

    "อ้อ...ที่แท้ก็เป็นญาติผู้น้องเองหรือได้เห็นตัวจริงดูเหมือนจะต่างจากที่ร่ำลือนัก"

     

    คุณหนูต้วนยังคงเอ่ยวาจาต่อ นางเหลือบมองไปทางสองสาวก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

     

    "ต้วนอี้เจ้าหมายถึงสิ่งใด"

     

    อู๋เซียนได้ฟังคำของนางก็ชักสีหน้า...กล้าดีอย่างไรมาทำกิริยาอย่างนี้ใส่น้องทั้งสองของเขา

     

    "ท่านพี่อู๋เซียนอย่าเพิ่งเข้าใจน้องหญิงผิดสิ่งที่ข้าอยากจะบอกคือแม่นางทั้งสองช่างงดงามกว่าที่ข้าเคยได้ยินมากนัก"

     

    อู๋เซียนได้แต่นึกชังอยู่ในใจ เขานั้นเกลียดมารยาพวกนี้ของหญิงสาวนักปลิ้นปล้อนกลับกลอกไปมา หากเป็นน้องทั้งสองพวกนางอยากจะพูดอะไรก็จะพูดออกมาตรงๆโกรธก็ทำให้เห็นไม่มาปั้นหน้ายิ้มเช่นนี้หรอก

     

    สองสาวหันมองกันและมีความคิดเหมือนกันอย่างประหลาดปีศาจสาวตรงตรงหน้าคงจะไม่ต้องชะตากันเสียแล้ว

     

    "พวกข้าทั้งสองก็เพิ่งจะได้ยินเรื่องของพวกแม่นางไม่นึกว่ามาวันนี้จะได้เจอตัวจริงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นพวกแม่นางที่เป็นฝ่ายมาหาถึงที่ช่างแย่จริงๆที่ต้องทำให้พวกท่านเหนื่อยเดินทาง"

     

    อู๋เซียนเลิกคิ้วเมื่อได้ฟังวาจาตอบโต้กลับของซีซีเอ่อดูเหมือนเขาจะเข้าใจสตรีผิดไปนิดหน่อย...มั้ง

     

    คุณหนูทั้งสามถึงกับหน้าตึงโดยเฉพาะต้วนอี้ที่ถึงกลับถลึงตาใส่พวกนางแต่ก็รีบเก็บอาการทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอแสดงด้านไม่ดีออกมา

     

    "เป็นพวกข้าน้อยเองที่เสียมารยาทลืมแนะนำตัวไป....ข้าน้อยต้วนอี้ธิดาผู้อาวุโสที่1ขอคารวะ"

     

    นางย่อกายลงอย่างชดช้อยสวยงามก่อนจะชำเลืองตามาทางอู๋เซียนอย่างมีจริต

     

    "ข้าอ้ายหลินธิดาผู้อาวุโสที่สองขอคารวะแม่นางน้อยทั้งสอง"

     

    "ข้าเจียนเย่ธิดาของผู้อาวุโสที่สามของคารวะคุณหนูทั้งสอง"

     

    ซีซีและซีเหมยมองดูพวกนางทั้งสามก่อนจะค้อมตัวรับการคารวะพวกนางรู้สึกว่าสาวงามทั้งสามนางตรงหน้าดูเหมือนเจียงเย่จะดูจริงใจและเป็นมิตรที่สุด

     

    "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันคุณหนูทั้งสาม"

     

    ซีซีเอ่ยรับเสียงนิ่งและก่อนจะที่จะยืดเยื้อไปกว่านี้ก็มีทหารมาตามไปที่ห้องโถงซะก่อน

     

    เมื่อเข้ามาก็เห็นเจ้าปีศาจอู๋หลงที่นั่งหน้าเคร่งหน้าตึงอยู่และยังมีชายอีกสามคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว.....นี่คงเป็นผู้อาวุโสทั้งสามซินะ

     

    "ขออภัยท่านพี่และผู้อาวุโสทั้งสามที่ปล่อยให้รอนาน" ซีเหนียงรีบเอ่ยขอโทษอย่างมีมารยาท ก่อนจะเดินเข้าไปที่นั่งของตนที่อยู่ข้างๆสามีส่วนอู๋เซียนก็ไปนั่งข้างๆอีกด้านเช่นกัน ซีซีซีเหมยกับอีกสามนางก็นั่งลงอย่างมีระเบียบ

     

    "เอาล่ะเมื่อมากันครบข้าก็จะได้หาข้อสรุปเสียที" อู๋หลงพูดก่อนจะมองไปรอบๆจนมาหยุดอยู่ที่หน้าของลูกชาย

     

    "เหตุใดเจ้าจึงหนีการแต่งงานไป" เป็นคำถามที่ช่างตรงเป้าเสียจริง อู๋เซียนก็หาได้หวาดกลัวเขายังคงนั่งทำหน้านิ่งๆก่อนจะตอบแบบขอไปที

     

    "ก็ข้าไม่อยากแต่งกับนางทั้งสามนี่ ข้าเคยบอกท่านไปร้อยหนแล้วเป็นท่านเองที่ไม่ใส่ใจ"

     

    "จะ...เจ้า!!!"  อู๋หลงกัดฟันจบแทบแตกไอ้ลูกคนนี้นี่มัน…

     

    "ขออภัยไม่ทราบว่าลูกสาวของพวกข้าน้อยมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านรองเจ้าปีศาจไม่พอใจ"

     

    ผู้อาวุโสที่หนึ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่มืดครึ้ม

     

    "พวกนางนั้นหาได้ทีที่ติไม่ แต่เป็นข้าเองที่มิได้มีใจรักชอบพวกนางจึงไม่อาจฝืนทนที่จะร่วมหอลงโรงได้หากรั้นไปก็มีแต่พวกนางที่จะเสียใจ"

     

    เขาเป็นพวกปากตรงกับใจจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ส่วนผู้อาวุโสทั้งสามนั้นได้แต่อดกลั้นกับวาจาของเขาจนหน้าแดงเถือก

     

    "ท่านพ่อ ท่านเจ้าปีศาจเจียงเย่ขอพูดสักหน่อยนะเจ้าค่ะ"

     

    ทุกคนหันมองคุณหนูเจียงเย่ที่ลุกยืนขึ้นอู๋หลงพยักหน้าให้นาง

     

    "ขอบใจเจ้าค่ะ ข้าน้อยเองก็เพียงแต่ชื่นชมในความสามารถของท่านรองแค่นั้นหาได้มีใจในทางชู้สาวเพียงแค่อยากทำตามใจท่านพ่อ ข้าจึงได้เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการแต่งงานแต่ในเมื่อท่านรองเจ้าปีศาจเองก็ไม่ได้มีใจอยากจะแต่งงานอย่างนั้นข้าก็ขอถอนตัวและขอให้ท่านพ่อกับท่านเจ้าปีศาจสนับสนุนเจียงเย่ด้วย"

     

    นางพูดเสร็จก็คุกเข่าลงก้มหน้าลงพื้นทันที ส่วนทางด้านของผู้อาวุโสที่สามและเจ้าปีศาจดูตกใจกับการตัดสินใจของนางยิ่งนัก

     

    ทุกอย่างนิ่งเงียบในทันที ซีซีหรี่ตามองทุกคน ดูเหมือนคุณหนูเจียงเย่จะพูดจริงนางรับรู้ได้ถึงความจริงใจเมื่อมองไปทางคุณหนูต้วนอี้และอ้ายหลินก็เห็นแววตาที่ดูสมใจอย่างมากและทางผู้อาวุโสที่หนึ่งและผู้อาวุโสที่สองก็เช่นกัน

    คล้ายกับเรื่องนางมารจำเป็น ที่คุณอ่าน