ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่26 เช่าตึกสำนักงาน

    เงินห้าแสนไม่ใช่น้อยๆ นะ สำหรับคนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำเช่นนี้แล้ว อย่างว่าต้องใช้เวลาสองปีถึงจะมีเงินสักก้อน หรืออาจจะมากกว่านั้น
    เพราะงั้นสำหรับพ่ออาทิตย์และแม่มะปรางแล้ว มันไม่ใช่น้อยๆ เลย ต่างจากศิลปินอย่างดิว เล่นคอนเสิร์ตแค่หนึ่งชั่วโมงก็ได้เท่ากับคนทำงานมากกว่าครึ่งปี นับว่าเป็นการหาเงินที่รวดเร็วและน่าอัศจรรย์
    แต่ว่านะ ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ การร้องเพลงต้องใช้ทั้งพรสวรรค์รวมถึงโชคลาภที่จะทำให้เราดัง ซึ่งหากว่าตรงจุดนี้แล้ว ดิวคงมีเพียงคู่มือเสริมที่ทำให้โลดแล่นได้ ซึ่งนั่นทำให้เขาเหมือนกับพยัคฆ์ติดปีก
    และไม่ใช่ว่าเขาขี้เหนียวตระหนี่หรอกนะ เพียงแต่จำนวนเงินที่มีอยู่ยังต้องใช้ เอาไปจ้างบุคลากรรวมถึงตึกสำนักงานบริษัท เพราะงั้นจึงให้ได้แค่ห้าแสน
    ปีใหม่ แน่นอนว่าไม่มีใครทำงานหรอก ช่างภพที่พ่ออาทิตย์จะจ้างหยุดงาน ปีใหม่ผ่านไปแล้วสองสามวันนู่นถึงจะกลับมารับงาน ตอนนี้คงกำลังกินเหล้าเมาแอ๋กับญาติๆ และที่บ้านแต่มีการคุยกันไว้คร่าวๆ แล้ว ถึงราคาที่จะทำ โดยประมาณมีเงินเหลือหลังจากงานฉาบ ทาสีทำฝ้าทำห้องนอน ทำห้องน้ำห้องครัวใหม่ เอาไว้ไปซื้อของตกแต่งเก๋ๆ ประดับบ้านหนึ่งแสน
    แต่ดิวไม่มีเวลามาหยุดอยู่ที่นี่นัก เขากล่าวลากับพ่ออาทิตย์แม่มะปราง เพราะวันนี้เคาท์ดาวน์ปีใหม่ เขาได้รับงานจึงต้องรีบกลับไปเล่นคอนเสิร์ตที่แห่งหนึ่งในจังหวัด แน่นอนว่าดิวไม่ปฏิเสธงานนี้ ถึงแม้ว่าจะเหลือเงินเก้าล้านกว่า แต่ใช่ว่าเขาจะไม่คิดหาเงินเพิ่ม
    พ่ออาทิตย์กับแม่มะปรางเข้าใจในเหตุผลนั้น พวกเขาไม่ได้ว่าอะไร เพียงพยักหน้าแล้วอวยพรเท่านั้น ส่วนเพชรพลอยเหรอ ยายเด็กสาวทั้งสองนี่งอแงชะมัด ดิวจึงซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้เป็นของขวัญ ทำเอาหายงอลเลยแหละ
    กว่าจะกลับมาถึงก็เป็นช่วงค่ำ แน่นอนว่ารถขากลับช่วงนี้ไม่ติดหรอก จะติดคงพรุ่งนี้แหละ เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านพลันต้องปะทะกับกลิ่นอับเหม็นๆ ดึวถึงกลับเอามือปิดจมูก
    “กลิ่นอะไรวะเนี่ย!”
    เขาแค่ออกจากบ้านไปเพียงสามวันเท่านั้น แต่ดูสินี่มันอะไรกัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายถ้วยที่กองอยู่บนโต๊ะ รวมถึงพิชซ่าหลายถาด คงกินกันทั้งวันคืนไม่รู้จักเก็บสินะ
    “ช้าง ข้าวปั้น พวกมึงออกมาเลยนะ!” โดยปกติดิวจะไม่พูดกับพวกเขาหยาบๆ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ก็ดูสิเนี่ยเป็นใครก็โกรธจริงมั้ย เวลาแค่สามวันพวกมันถึงกลับทำให้บ้านรกขนาดนี้ แล้วหากปล่อยให้อยู่ถึงหนึ่งเดือนใช่ว่ากลายเป็นรังของแมลงสาบมั้ย?
    ข้าวปั้นกับช้างสะดุ้งเฮือก พวกเขารีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมก่อนจะยิ้มแหะๆ ให้ดิว
    “หึหึ ทำหน้าระรื่นเลยนะครับเนี่ย? ดูสิพวกคุณทำอะไร ผมไปแค่สามวันเองก็เป็นอย่างนี้แล้ว”
    “ไม่ใช่ผมนะครับ เป็นเพราะข้าวปั้น ถ้าไม่ใช่เพราะมันชวนกันล่ะก็ มีหรอที่ผมจะกินโดยไม่เก็บ!” ช้างรีบผลักไสเรื่องทุกอย่างให้ข้าวปั้น
    ดิวเผยรอยยิ้มมุมปาก ช้างดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ที่คางของเขามีชีสเลอะอยู่ แน่ะแถมยังจ้อไม่หยุดด้วย น่าขันจริงๆ
    “เห้ยพูดอย่างนี้ได้ไงวะครับ!” ข้าวปั้นไม่ยินยอม “ไอ้ช้าง เพราะแกนั่นแหละหิวพิชซ่า ดูสิเนี่ยเต็มโต๊ะไปหมดเลย บอกยังไง๊ยังไงก็ไม่ฟังว่าให้เพลาๆ บ้าง จะตะกละไปถึงไหน!”
    ดิวส่ายหน้าน้อยๆ ทั้งสองไม่ต่างกัน ข้าวปั้นมีเส้นบะหมี่ติดอยู่ที่ปลายผม ดูแล้วอย่างกับเส้นสาหร่ายของฝรั่ง หากบอกว่าเขาไปดำปะการังมาดิวก็จะเชื่อ
    “หยุด! เลิกเถียงกันได้แล้ว ช้างรีบไปอาบน้ำแล้วไปกับผม ส่วนนาย...ข้าวปั้น เก็บที่นี่ให้สะอาดก่อนผมจะกลับมา ถ้าไม่รู้ใช่มั้ยว่าจะเป็นยังไง”
    คราวแรกข้าวปั้นต้องการแย้งว่าทำไมถึงมีแต่เขาคนเดียวที่ต้องเก็บ แต่พอเห็นสายตาของดิวที่มองมา เขาถึงต้องกลืนคำเหล่านั้นลงไป หากไม่ทำคงถูกจับโยนออกจากที่นี่แน่
    ข้าวปั้นไม่อยากออกไป ที่นี่เหมือนกับสวรรค์ คอมเครื่องละหลายแสน เป็นใครจะไม่ชอบ
    ช้างเบะปากอย่างคนชนะใส่ข้าวปั้น แต่เขาไม่สามารถรีรอชักช้าได้ รีบอาบน้ำอาบท่าพาดิวไปงานคอนเสิร์ตก้อนเที่ยงคืน โชคดีที่งานอยู่ไม่ไกลนัก ไม่อย่างนั้นดิวคงมาไม่ทัน และเครดิตของเขาคงเสีย มันจะมีผลต่อการว่าจ้างงานอื่นๆ
    มีวงดนตรีหลายวงในค่ำคืนนี้ แต่ละวงต่างมีชื่อเสียงหรือไม่ก็เป็นวงหน้าใหม่ รวมถึงนักร้องเดี่ยวเช่นดิวก็มีเหมือนกัน แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีวงไอดอลที่มีนักร้องหลายสิบคน เล่นเอาแค่ขึ้นไปเต้นก็ทำให้เวทีดูแคบลง
    “วงไอดอล...”
    ในอนาคตของดิวก็มีวงไอดอลเหมือนกัน แต่น่าเศร้า เพลงประเภทนี้ไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่นัก เป็นกระแสแค่ปีสองปีแล้วแผ่วไปตามยุคสมัย ต่างจากเกาหลีใต้ซึ่งคงความนิยมไว้แต่ไหนแต่ไรมา นั่นคือวงการเคป็อปนั่นเอง
    “ถ้าหากเราบุกตลาดเกาหลี มันจะเป็นยังไงกันนะ?” ดิววาดฝันถึงตัวเอง ผลันตัวไปเป็นเคป็อป ไม่ใช่ว่าไม่สามารถทำได้ ด้วยคู่มือเสริมมีภาษาอยู่ทั่วโลก ดิวสามารถพูดได้ทุกภาษาเมื่อใช้เงินดิจิทัลซื้อ
    และหากรวมถึงการแสดงที่อยู่ในคู่มือเกี่ยวกับการเต้นล่ะก็ ทักษะของดิวจะไม่เป็นสองรองใคร บางทีเขาอาจกลายเป็นคิงก็เป็นได้
    “ยูอิน ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างนะ”
    เมื่อนึกถึงเกาหลี พลันนึกถึงยายอ้วนคนหนึ่ง ตอนนั้นเธอบอกว่ากลับเกาหลีแล้ว เห็นว่าไปช่วยบริหารบริษัทของพ่อ ดิวไม่รู้ว่าบริษัทนั้นทำอะไร เขาไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ บวกกับช่วงนี้ยุ่งๆ ยูอินเองก็เหมือนกัน นานครั้งถึงจะได้คุย จึงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
    มาถึงช่วงท้ายของงาน ดิวขึ้นไปร้องต่อจากไอดอลสาวหลายสิบคน เขามาพร้อมกับกีตาร์สุดเจ๋ง เพียงเดินขึ้นไปก็โซโล่กีตาร์อย่างหนักหน่วง ทำเอาสาวๆ ที่ยืนอยู่หน้าเวทีกร๊ดกร๊าดเป็นบ้าเป็นหลัง
    ถึงแม้ว่าดิวจะไม่ค่อยรับงานนัก แต่ว่าทุกคนยังไม่ลืมเขา กระแสของเขายังคงแรงต่อเนื่อง มีงานเข้ามาไม่ขาด เรียกได้ว่าถึงแม้จะรับงานเพียงที่เดียวต่อเดือน ก็อยู่ได้อย่างสบาย
    เขากระโดดอยู่บนเวที สปอร์ตไลท์ก็สาดส่องไปบนตัว บนท้องฟ้าก็จุดพลุหลากสี สนุกสนานกับค่ำคืนนี้อย่างเมามันส์ โชคดีที่ไม่มีใครตีกัน หากทำอย่างนั้นคอนเสิร์ตคงต้องหยุดเล่น
    ดิวปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขารู้สึกสุดยอดกับค่ำคืนนี้จริงๆ อาจจะผลันตัวเองไปเป็นประธานบริษัท แต่ยังไม่ทิ้งความเป็นศิลปิน เพราะมันทั้งสนุกและหาเงินได้นั่นเอง
    “สุดยอดไปเลยนะครับคุณดิว คอนเสิร์ตวันนี้เยี่ยมจริงๆ” เมื่อแจกจ่ายลายเซ็นหลังวีขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับการประจบเอาใจจากช้าง
    ดิวที่นั่งอยู่ข้างหลังปรายตามอง ”คุณช้างนะคุณช้าง ผมล่ะชอบคำพูดของคุณจริงๆ แต่อย่าลืมไปว่าคุณได้ทำอะไรไว้ในก่อนหน้านี้!”
    ช้างหาทางกลบเกลื่อนกับเรื่องที่ทำไว้ในบ้าน คิดว่าดิวต้องลืมแล้วแน่ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น ถึงกลับหลั่งเหงื่อเย็นเลยทีเดียว
    “แต่เอาเถอะ ผมเหนื่อยมากแล้ว กลับไปถึงยังไงก็ทำความสะอาดด้วยล่ะ” ดิวไม่เชื่อว่าข้าวปั้นจะทำความสะอาดได้ดี มันต้องมีเศษเหลือบ้างละ เพราะงั้นช้างจึงต้องจัดการอีกทีหนึ่ง
    “เข้าใจแล้วครับ!”
    กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาตีสองแล้ว เวลานี้ข้างนอกยังคึกคักด้วยเสียงเพลงและสีสัน แต่ที่นี่กลับสงบมาก
    ข้าวปั้นเมื่อรู้ว่าดิวกลับมาถึงก็รีบมาต้อนรับ แต่ดิวเหนื่อยเกินไป มาถึงนี่แล้วยังต้องไปเล่นคอนเสิร์ต เพราะงั้นหลังจากที่หัวถึงหมอนจึงหลับไปในทันที
    หลังจากนั้นข้าวปั้นก็เอ็ดช้างไปชุดใหญ่ รีบทำความสะอาดด้วยกันอย่างเร่งรีบ ดิวตื่นขึ้นมาตอนสองโมงเช้า พอเห็นว่าที่โต๊ะอาหารและห้องทำงานสะอาดขึ้น ก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
    “ทำได้ดีมาก แต่หากมีอีกครั้งล่ะก็ รู้ใช่มั้ยว่าจะเป็นยังไง!”
    “มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นครับ!”
    “สาบานเลยครับ!”
    ดิวส่ายหน้าน้อยๆ จากท่าทางที่พวกเขาแสดง ดูน่าเชื่อถือตายล่ะ แต่ดิวคร้านที่จะใส่ใจ รีบเคลียร์งานให้เสร็จจะดีกว่า
    มอสมาถึงที่นี่ในอีกวัน เขาเมาเละกับสาวๆ และยังไม่สร่างดีนัก ไม่รู้เหมือนกันว่าฟันสาวไปกี่คน แต่ว่าคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งคนแน่ ดิวอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนคนนี้จะไปติดโรค แต่ครั้นจะไปก้าวก่ายก็ยังไงอยู่ จึงปล่อยเลยตามเลย
    “มอส ผมอยากให้คุณไปรับสมัครพนักงานเพิ่ม รวมถึงตึกสำนักงานด้วย ขอเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ ส่วนตึกสำนักงานก็ไม่ต้องแพงมาก เน้นถูกเข้าไว้”
    การสร้างบริษัทไม่ใช่ทำแบบขอไปที จำเป็นต้องมีสำนักงานเป็นชิ้นเป็นอัน รวมถึงบุคลากรที่จำเป็น เพราะงั้นที่นี่จึงไม่เหมาะนัก มันเป็นบ้านส่วนตัว จะเอามาเป็นบริษัทได้อย่างไร สิ่งที่ดิวต้องการคือ โปรแกรมเมอร์ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายดําเนินงาน พนักงานบัญชี ฯลฯ
    “เข้าใจแล้วครับ” มอสพยักหน้า เสร็จจากงานเขาก็รีบไปทำหน้าที่ที่ได้รับ ไม่น่าเชื่อว่าหมอนี่จะได้พนักงานมาอย่างรวดเร็ว แต่พอดิวเห็นเป็นต้องผงะ เพราะมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นเลย
    ไม่บอกก็รู้ว่าเพราะอะไรจึงมีแต่ผู้หญิง สงสัยเลือกคนผิดแล้วให้ไปหา ถ้าหากเลือกช้างคงดีกว่านี้
    ส่วนสำนักงานที่เช่าคือตึกพีพี โดยชั้นที่ยังว่างอยู่คือขั้นที่ 11 ดิวได้ชั้นนั้น มันเป็นชั้นที่ไม่มีอะไรเลย มีเพียงแอร์ โต๊ะทำงานและระบบไฟที่ถูกวางไว้ แต่หากมองจากราคาแล้วก็โอเค

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย ที่คุณอ่าน