บทที่ 13 ส่งโลงศพ
เย่จื่อเมิ่งอ้าปากค้าง มองดูซูช่านที่อุ้มเสี่ยวเสี่ยวด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือหิ้วร่างของนักเลงที่สลบไปแล้วเดินมาที่รถ
ซูช่านโยนร่างนักเลงเข้าไปในท้ายรถ จากนั้นก็อุ้มเสี่ยวเสี่ยวนั่งที่เบาะหลัง
"ซูช่าน คุณจะไปโรงพยาบาลไหม? จมูกคุณมีเืออกนะ" เย่จื่อเมิ่งหันหน้าไป เตรียมจะนำทางไปโรงพยาบาล แต่พลันเห็นซูช่านมีเืไหลออกจากจมูก
แต่ซูช่านไม่ได้ใส่ใจ ยกมือขึ้นเช็ดเื แล้วถามเสี่ยวเสี่ยวว่า "เมื่อกี้ลูกเรียกพ่อว่าอะไร"
เสี่ยวเสี่ยวซุกหน้าลงบนไหล่ของซูช่าน ร่างเล็ก ๆ ของเธอยังคงสั่นไหว
สีหน้าของซูช่านหม่นลง มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหาเบอร์ของเย่จื่อเมิ่งแล้วพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว จากนั้นเงยหน้าขึ้นพูดว่า "ไปร้านขายยาก่อน ผมส่งใบสั่งยาไปให้แล้ว คุณไปซื้อตามนั้นก็พอ พิษขยะแบบนี้ไม่มีทางเอาชีวิตผมไปได้หรอก"
แม้ว่าในสายตาของซูช่าน พิษร้ายที่ตระกูลหลูหาผู้เชี่ยวชาญมาปรุงจะเป็แค่ขยะ และเขาก็ใช้เข็มเงินปกป้องเส้นลมปราณหัวใจไว้ แต่ตลอดทางมานี้ ความเ็ปรุนแรงในช่องท้องก็ไม่เคยหยุดลงเลย
โชคดีที่ช่วยเสี่ยวเสี่ยวกลับมาได้อย่างปลอดภัย
เย่จื่อเมิ่งขมวดคิ้ว รีบสตาร์ตรถแล้วขับมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว
เธอแวะร้านขายยาก่อน ซื้อยาสมุนไพรจีนมาหนึ่งห่อใหญ่ตามใบสั่งยาที่ซูช่านส่งมาทางโทรศัพท์ จากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์
เมื่อกลับถึงบ้าน ซูช่านเริ่มเดินโซเซแล้ว แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่เย่จื่อเมิ่งก็เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาดูทรมานมาก
ซูช่านถือยาเข้ามาในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นลุงจ้าวอยู่บ้าน เขารีบเดินเข้าไปขอให้ลุงจ้าวช่วยต้มยา ส่วนตัวเขาเองรีบเข้าไปในห้องนอน
เมื่อลุงจ้าวเห็นเย่จื่อเมิ่งอุ้มเสี่ยวเสี่ยวที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเข้ามา เขาก็ใถามทันที "คุณหนู พวกคุณเป็อะไรมาเหรอครับ?"
"คุณไปต้มยาให้เขาก่อนเถอะ เขาถูกวางยาพิษมา" เย่จื่อเมิ่งถอนหายใจเบา ๆ แล้วอุ้มเสี่ยวเสี่ยวรีบขึ้นไปชั้นบน
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ลุงจ้าวถือถ้วยยาที่กำลังร้อน ๆ เดินเข้ามาในห้องของซูช่าน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นซูช่านนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง คิ้วขมวดแน่นพร้อมหลับตา
ในจังหวะที่เขาหายใจเข้าออก ดูเหมือนจะมีไอสีทองอ่อน ๆ ลอยออกมา
ลุงจ้าวเบิกตาโพลง ในใจร้องอุทานด้วยความใ ‘หรือว่าคุณซูจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมปราณแล้ว?’
‘เป็ไปไม่ได้ ฉันเคยได้ยินนายท่านพูดว่า ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมปราณในเมืองหลวงมีไม่เกินสิบคน แต่คุณซูยังหนุ่มมากเลยนะ!’
"ขอบคุณครับ" ก่อนที่ลุงจ้าวจะทันได้ตั้งตัว ซูช่านก็ลืมตาขึ้นและยื่นมือไปรับยาจากมือของเขา
"ผมจะนอนสักหน่อย ภายในสองชั่วโมงนี้อย่ารบกวนนะครับ" ซูช่านมองลุงจ้าวแวบหนึ่ง แล้วก็ล้มตัวลงนอน
เมื่อลุงจ้าวเดินมาถึงห้องรับแรก เขาก็เห็นเย่จื่อเมิ่งเดินลงมาด้วยสีหน้าเ็า
"คุณหนู คุณซู..."
"ลุงเฉา ฉันจะทำลายตระกูลหลูแห่งเมืองไห่"
เย่จื่อเมิ่งเอ่ยปากขึ้นมา ทำให้ลุงจ้าวขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
ลุงจ้าวขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงต่ำ "คุณหนู ผมเพิ่งได้รับข่าวเมื่อ่เช้าว่า พี่ชายของหลูเต๋อจี้ หลูอวิ๋นไห่ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการที่กองบัญชาการทหารประจำมณฑล"
"อย่าว่าแต่ตระกูลหลูเลย พวกเราเพิ่งมาถึงจงโจว ถ้าหากไปผิดใจกับตระกูลเหวินก่อน แล้วยังไปมีเื่กับหลูอวิ๋นไห่อีก ปัญหาที่ตามมาอาจจะมากกว่าเดิมนะครับ"
"เขาเป็แค่รองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารประจำมณฑล เก่งมากหรือไง งั้นฉันจะโทรหาคุณอาของฉัน แล้วรอดูว่าตระกูลหลูจะเก่งแค่ไหน" เย่จื่อเมิ่งพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เดินขึ้นบันไดไปด้วยใบหน้าเ็า
ลุงจ้าวยืนอยู่ในห้องรับแขกด้วยความสับสน เขาสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงได้หุนหันพลันแล่นขนาดนี้
คงเป็เพราะคุณซูสินะ? ถ้าเป็อย่างนั้น...
ลุงจ้าวถึงกับหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว
แสงไฟเริ่มสว่าง เมื่อซูช่านตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว หลังจากล้างหน้าเสร็จก็เดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ซูช่านเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น เสียงของเย่จื่อเมิ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง "คุณจะไปไหน? จะไปแก้แค้นที่บ้านตระกูลหลูเหรอคะ"
"มันเป็เื่ของผม คุณอย่าเข้ามายุ่งเลย" ซูช่านหันหน้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เย่จื่อเมิ่งรู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ซูช่าน อย่าคิดว่าน้องชายของคุณโจวซื่อฉยงเก่งกาจนักหนา ตอนนี้หลูอวิ๋นไห่จากตระกูลหลูเพิ่งถูกย้ายมาประจำการที่กองทัพมณฑลจงโจว"
"ถ้าคุณวิ่งไปแบบนี้ แม้แต่น้องชายของคุณก็ต้องพลอยซวยไปด้วย คุณเข้าใจไหม"
ซูช่านยักไหล่ ส่งเสียงอืมออกมาเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินลงบันไดต่อไป
"ซูช่าน คุณเป็ผู้ชายที่ไม่มีทางเยียวยาแล้วจริง ๆ ไม่มีทางรักษาได้แล้ว" เสียงโกรธเกรี้ยวของเย่จื่อเมิ่งดังมาจากห้องรับแขก ในขณะที่ซูช่านรีบออกจากคฤหาสน์ไป
ในสายตาของเย่จื่อเมิ่ง ซูช่านแค่อาศัยความสัมพันธ์กับโจวซื่อฉยง แต่ในสายตาของนายทหารผู้มีอำนาจแล้ว มหาเศรษฐีท้องถิ่นคนหนึ่งจะมีค่าอะไร
เขาก็แค่คนที่เพิ่งออกจากคุก นอกจากมีความรู้ด้านการแพทย์บ้างเล็กน้อย ทั้งทรัพย์สินและเส้นสายก็ไม่มีอะไรที่น่าภาคภูมิใจเลย
ตอนนี้ไปแก้แค้นตระกูลหลู มันไม่ใช่การไปหาความตายแล้วจะเป็อะไรล่ะ?
ลุงจ้าวยืนอยู่ในห้องรับแขก มองเห็นคุณหนูเดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางโกรธจัด เขายิ้มพลางพูดว่า "คุณหนู ถ้าคุณเป็ห่วงคุณซูว่าจะเป็อันตราย ก็ไปกับเขาสิครับ"
"เขาอยากตายเอง แล้วฉันจะต้องไปตายเป็เพื่อนเขาด้วยหรือไง?" เย่จื่อเมิ่งพูดด้วยสีหน้าเ็า
แต่เมื่อเดินมาถึงบันได เย่จื่อเมิ่งหยุดกึก เธอกัดริมฝีปากพลางพูดเสียงเบาว่า "น่าสงสารเ้าตัวเล็กจริง ๆ ที่มีพ่อโง่แบบนี้"
"ลุงจ้าว ช่วยดูแลเสี่ยวเสี่ยวด้วยนะ ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย" เย่จื่อเมิ่งพูดพลางหมุนตัว ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ออกไปข้างนอก
ลุงจ้าวได้ยินเสียงรถที่แล่นห่างออกไปอย่างรวดเร็ว จึงเกาศีรษะพลางพูดกับตัวเองว่า "ชะตาัหงส์... จะเป็ความจริงเหรอ"
ที่คฤหาสน์ตระกูลหลู ภายในห้องอาหารหรูหรา เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว ตอนนี้หลูเต๋อจี้กำลังชูแก้วไวน์ มองแขกผู้มีชื่อเสียงจากเมืองไห่ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "งานแต่งงานของลูกชายผมคราวที่แล้วทำให้ทุกท่านขบขันแล้ว วันนี้ผมจึงตั้งใจจัดงานเลี้ยงขอโทษพวกท่านโดยเฉพาะ"
"ฮ่า ๆ เหล่าหลูนี่มีจิตใจกว้างขวางเหมือนท้องทะเล ตอนนี้พี่ชายคุณได้เลื่อนตำแหน่ง ยิ่งเป็เื่น่ายินดีซ้อนเื่ยินดี แก้วนี้ต้องดื่ม!"
ชายวัยกลางคนหลายคนที่อยู่รอบ ๆ เริ่มประจบประแจง เพราะข่าวที่หลูอวิ๋นไห่จะไปรับตำแหน่งที่จงโจวแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว
เมื่อหลูเต๋อจี้ได้ยินคำพูดนั้นก็ยิ่งดีใจจนบอกไม่ถูก
ในตอนนั้นเอง มีเสียงะโด้วยความโกรธดังมาจากด้านนอก "พวกคุณกำลังทำอะไรกัน รู้หรือเปล่าว่าที่นี่คือที่ไหน กล้าดีจริง ๆ หยุดเดี๋ยวนี้!"
ตูม!
เสียงดังทุ้มหนักดังต่อเนื่องเข้ามาในร้านอาหาร
หลูเต๋อจี้ขมวดคิ้ว ก้าวเดินออกไปยังห้องรับแขกด้านนอก ตามด้วยชนชั้นสูงหลายคนที่เดินตามออกมา
เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับแขก ก็เห็นชายร่างกำยำสองคนหามโลงศพสีดำมะเมื่อมมาวางไว้กลางห้องรับแขก
เมื่อเห็นภาพนั้น หลูเต๋อจี้แทบจะเป็ลมล้มพับไปเพราะความดันพุ่งขึ้นสูง เขาชี้นิ้วไปที่ชายร่างกำยำทั้งสองคนนั้น เนื้อตัวสั่นด้วยความโกรธ "พวก พวกนาย พวกนายอยากตายหรือไง? ดึกดื่นป่านนี้เอาโลงศพมาส่งที่บ้านฉัน?"
ชนชั้นสูงแห่งเมืองไห่ทั้งเจ็ดแปดคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ชี้นิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ชายร่างกำยำที่ยืนอยู่ด้านหน้ามีสีหน้างุนงงพูดว่า "นี่ไม่ใช่ของที่บ้านคุณสั่งซื้อเหรอครับ? ไม่มีใครตายนี่ พวกเราแค่รับผิดชอบส่งของเท่านั้น ไม่รู้เื่อื่น ถ้าไม่เอาก็โยนทิ้งเองก็แล้วกัน"
เมื่อชายทั้งสองพูดจบก็เตรียมจะเดินจากไป หลูเต๋อจี้ะโเสียงดังลั่น "ใครก็ได้ จับไอ้พวกโง่สองคนนี้โยนออกไป โลงศพนี่ก็โยนออกไปด้วย เดี๋ยวนี้!"
"โลงศพนี่ผมเป็คนส่งมา เป็แค่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่าตระกูลหลูควรจะรับไว้นะ" เสียงเ็าดังมาจากนอกห้องรับแขก ตามด้วยใบหน้าเ็าของซูช่านที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลูเต๋อจี้
เมื่อเห็นซูช่าน หลูเต๋อจี้ก็ตาเบิกโพลงราวกับเห็นผี ในชั่วพริบตาเดียว ขนทั่วร่างพลันลุกชันขึ้นมา
"ซูช่าน? ซูช่านเหรอ…จะเป็ไปได้ยังไง..."
ในตอนนั้น หลูเชาที่กำลังนอนหลับอยู่ชั้นสอง สวมชุดนอนเดินลงมาจากชั้นบนพลางขยี้ตา พร้อมบ่นพึมพำว่า "พ่อครับ ทำไมถึงได้เสียงดังตอนดึกดื่นจังเลย"
ในวินาทีถัดมา หลูเชาลืมตาขึ้นมาเห็นโลงศพสีดำสนิท แล้วก็เห็นซูช่าน เขาชะงักไปทันที แล้วร้องกรีดออกมาว่า "อ๊ากก ผีหลอก!"
หลูเชาหมุนตัวจะวิ่งขึ้นบันได แต่ก้าวพลาดไปก้าวหนึ่ง ร่างเอนไปด้านหลัง กลิ้งตกลงมาจากบันไดทันที