บุรุษในอาภรณ์ขาวนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างจิตใจล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายตั้งแต่เขาจำความได้มารดาที่เป็นถึงซูเฟยก็คอยดูแลเขามาตลอดแต่พอ.....มีหยางหมิงมารดาของเขาก็แปรเปลี่ยนไปตำหนักที่เคยมีเสียงสตรีที่อ่อนหวานเช่นมารดาของเขากลับเงียบงัน เหมือนหัวใจของเขาที่เหือดแห้งไปไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด พอรู้ตัวอีกทีตำหนักของเขาก็ไร้ซึ่งนางกำนัลและคนอื่น ๆคงจะมีเพียงตัวเขาและขันทีกู่เท่านั้น
“นาง...”
แม้จะตั้งใจมิคิดถึงสตรีตัวน้อยที่เคยหลงเข้ามาแต่นั่นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีที่มีสตรีเข้ามาพูดคุยกับเขายาวนานที่สุดและมิกลัวเขาแม้สักน้อย ขันทีกู่ที่ยืนรับใช้อยู่ได้ยินไม่ถนัดจึงได้เอ่ยถามกลับไป
“องค์ชายว่าอย่างไรนะพะยะค่ะ”
“ไม่มีสิ่งใด.... ข้าเพียงสงสัยว่าชีวิตตอนนี้ของหยางจี้เป็นอย่างไรบ้าง”
เด็กหนุ่มนึกถึงน้องชายต่างมารดาที่ถูกละเลยมานานแต่วันนี้กลับมีผู้คนสนใจขึ้นมาแม้จะไม่มากแต่ก็พอจะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก‘หรือนางจะเป็นดาวนำโชค....ไม่สิเรื่องนี้ไม่มีจริงเสียหน่อย’
“ทูลองค์ชายองค์ชายแปดนั้นเดิมทีไร้ผู้คนสนใจ แม้จะได้รับสิ่งของต่าง ๆตามตำแหน่งแต่ก็ได้รับเป็นคนสุดท้าย....ตั้งแต่คุณหนูถิงเข้ามาดูเหมือนฝ่าบาทจะหันกลับมามององค์ชายแปดมากยิ่งขึ้นแต่กระนั้นก็เพียงน้อยนิดเท่านั้นพะยะค่ะทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมเพียงแค่ได้รับของที่ดีกว่าเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่หากเทียบกับองค์ชายหรือองค์หญิงพระองค์อื่นแล้วก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างเลยพะยะค่ะมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้องค์ชายแปดแตกต่างไป...คือการได้หมั้นหมายกับคุณหนูถิงพะยะค่ะเพราะการหมั้นหมายในครั้งนี้ทำให้สายตาของผู้คนนั้น....จ้องมององค์ชายแปดใหม่อีกครั้ง”
“นางเป็นคนเช่นไรกัน”
“เท่าที่กระหม่อมทราบคุณหนูถิงมีนิสัยเอาแต่ใจ ปากร้าย ไม่เกรงใจใครแม้แต่องค์รัชทายาทและองค์ชายรองยังเคยถูกคุณหนูถิงกลั่นแกล้งให้ลำบากมาแล้วแต่ดูเหมือนปีที่ผ่านมานางดูเติบโตและมีความคิดมากขึ้นเห็นว่าตั้งแต่คุณหนูถิงไปขอพรที่วัดไร้ทุกข์เพื่อฮูหยินใหญ่ซึ่งเป็นท่านย่าของนางดูเหมือนคุณหนูถิงจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย”
หยางหมิงแม้จะทำทีเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ขันทีกู่พูดมากนักแต่ในใจของเขากลับมีความอิจฉาริษยาหยางจี้ผุดขึ้นมา ‘หากข้าพบนางก่อนน้องแปดอะไรจะดีขึ้นกว่านี้ไหมนะ’ ในใจของหยางหมิงนั้นยังแอบถวิลหาเจ้าของกลิ่นดอกบัวนั้นอยู่ไม่น้อย
หลันหลันตามบิดาเข้าวังเช่นเดิมหญิงสาวสาวเท้าน้อย ๆ เดินไปตามทางครั้งนี้นางมิได้ไปยังสวนพฤกษาเพราะรู้ว่าจี้เหยาได้ไปฝึกที่นั่นจึงเลี่ยงไปทางตำหนักของจี้เหยาแทน
“คุณหนูถิง”
เสียงหวงฝูดังขึ้นมาก่อนจะเดินเข้ามาหาหลันหลันที่มีขันทีซูเดินตามมาด้านหลัง
“องค์ชาย...”
“ไม่เป็นไรหากเขาฝึกอยู่ก็อย่าได้รบกวนเขาเลย ข้าเพียงเอาของมาฝากให้ก็เท่านั้น”
เด็กหญิงนำกล่องลูกอมยื่นให้หวงฝูด้านในมีลูกอมหลากหลายรสชาติที่หลันหลันได้แกะและห่อใหม่เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
“เช่นนั้นแล้วข้าไปก่อนนะ”
พูดจบเด็กหญิงรีบเดินไปตามทางที่ตนเดินเมื่อวานทันทีแม้จะไม่คุ้นเคยกับหนทางในวังมากนัก แต่กญิงสาวเลือกจะเดินไปตามทางที่ตนพอจะคุ้น ๆอยู่บ้าง
“คุณหนูถิง”
“ท่านลุงฮู่”
เด็กหญิงรีบสาวเท้าเข้าไปหาฮู่กงกงก่อนจะคำนับบุรุษมากอายุอย่างนอบน้อม
“คะ..”
“ท่านลุงฮู่เรียกข้าว่าหลันหลันก็ได้นะเจ้าคะ”
บุรุษมากอายุยิ้มให้เด็กหญิงที่ตอนนี้เริ่มฉายแววความงามอย่างเห็นได้ชัด
“หลันหลันเหตุใดจึงมาอยู่ตรงนี้ได้”
หญิงสาวในร่างเด็กหญิงอมยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ฮู่กงกงเพื่อกระซิบแผนการบางอย่างให้แก่บุรุษมากอายุฮู่กงกงถึงกับทำตาโตขึ้นมา
“หลันหลันเจ้าทำได้หรือเจ้าจะบังคับ...รักษา องค์ชายสามได้จริงหรือ”
เด็กหญิงเชิดหน้าขึ้นก่อนจะส่งรอยยิ้มและความมั่นใจไปทางฮู่กงกง
“แน่นอนว่าไม่เกินความสามารถของข้าเพียงแต่...ดูจากท่าทางขององค์ชายสามแล้วคงต้องบังคับเพื่อจะรักษาเขาเจ้าค่ะแต่เรื่องนี้คงต้องรบกวนฮู่กงกงช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะเจ้าคะ”
บุรุษมากอายุทำหน้างุนงงกับเรื่องที่หลันหลันกล่าวมาเด็กหญิงจึงถอนหายใจเบา ๆ
“เพราะหากมีคนรู้ว่าองค์ชายสามหายแล้วบางทีคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อาจวางแผนการอย่างอื่นที่ทำให้องค์ชายสามเป็นอันตรายได้อีกเจ้าค่ะ”
“อ่อๆ เป็นเช่นนี้เอง ข้าคงแก่จนเลอะเลือนและลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไป”
“เช่นนั้นหลันหลันขอตัวก่อนจะเจ้าคะจริงสิ”
หลันหลันที่เดินไปสามก้าวได้ถอยกลับมาก่อนจะยื่นลูกอมหลากรสให้ฮู่กงกงหนึ่งกำก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้บุรุษมากอายุมองตามหลังไปด้วยรอยยิ้ม
ในห้องที่ประดับประดาด้วยข้าวของเครื่องใช้สีทองบุรุษในอาภรณ์ทองนั่งอยู่บนบัลลังค์ทองพร้อมด้วยราชครูถิงที่กำลังหารือเรื่องสำคัญกันอยู่บุรุษผู้เดินเข้ามาใหม่ค่อย ๆย่องเข้ามาเพื่อมิให้เป็นการรบกวนคนทั้งสองที่อยู่ในห้องก่อนแล้ว
“มาได้แล้วหรือ”
“อะ..เอ่อออ”
เมื่อถูกบุรุษในอาภรณ์ทองเอ่ยถามบุรุษผู้มาใหม่ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ฮ่องเต้ลูกอมหลากรสได้ถูกวางลงตรงหน้าบุรุษในอาภรณ์ทององค์ฮ่องเต้และราชครูถิงมองไปทางลูกอมหลากรสนั้นก่อนจะมองไปทางฮู่กงกง
“เจ้าไปเจอหลันหลันมาหรือ”
“พะยะค่ะ”
องค์ฮ่องเต้หยิบลูกอมขึ้นมาก่อนจะแกะแล้วใส่เข้าปากอย่างอารมณ์ดีผิดกับราชครูถิงที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“อาหลงเจ้าอย่าได้กวดขันกับหลันหลันมากนักเลยที่นางเป็นเช่นนี้ช่างเหมาะกับนางแล้ว”
“แต่ฝ่าบาทนาง...”
ยังมิทันที่ราชครูถิงจะพูดสิ่งใดกลับถูกองค์ฮ่องเต้ยกมือให้หยุดในทันทีก่อนจะหันไปทางฮู่กงกง
“เจ้ากินไปกี่เม็ด”
“เอ่อออกระหม่อมกินไปสองเม็ดพะยะค่ะ”
“บ๊ะ!!!...เหลือให้ข้าเพียงสี่เม็ดเท่านี้น่ะหรือ”
“กระหม่อมสมควรตายๆ”
ฮู่กงกงคุกเข่าในทันทีราชครูถิงมององค์ฮ่องเต้และฮู่กงกงก่อนจะส่ายหน้าไปมา ‘ทั้งสองคนเสพติดของกินจากหลันหลันเสียแล้วสิลูกคนนี้ก็ช่างสรรหาของแปลก ๆ มาถวายอยู่เรื่อย’ องค์ฮ่องเต้ถอนกายใจหนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยถามฮู่กงกงอย่างอารมณ์ดี
“วันนี้หลันหลันมีเรื่องสนุกอันใดกันถึงทำให้เจ้าอยู่คุยกับนางจนมาช้ากว่าปกติ”
“ทูลฝ่าบาทดูเหมือนหลันหลันจะมีเรื่องสนุกให้ทำในตำหนักองค์ชายสามพะยะค่ะ”
“จริงหรือนี่นาง....ทำได้หรือ”
“พะยะค่ะแต่หลันหลันขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับมิเช่นนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อาจทำอะไรที่คิดไม่ถึงอีกก็เป็นได้”
“เป็นดั่งที่นางว่าแต่สิ่งที่นางลืมไปอีกอย่างก็คือหากเรื่องที่นางทำนั้นแพร่งพรายออกไปชีวิตของนางเองก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน”
“เรื่องนั้นฝ่าบาทอย่าได้กังวลไปพะยะค่ะกระหม่อมได้ให้คนที่ไว้ใจได้ดูแลเรื่องนี้แล้วพะยะค่ะ”
ราชครูถิงที่ฟังเรื่องราวอยู่ตลอดได้แต่ถอนหายใจ‘ดูเหมือนหลันหลันจะมีเรื่องสนุกที่ทำให้ตนอยู่ในอันตรายได้ตลอดสิน่า’
“อาหลงเจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป บุตรสาวของเจ้าคนนี้ข้าจะรักและดูแลประดุจบุตรของข้าเองข้า......”
ราชครูถิงรีบคุกเข่าลงต่อหน้าองค์ฮ่องเต้ในทันที
“ฝ่าบาทได้โปรดอย่าให้ท้ายนางไปมากกว่านี้เลยพะยะค่ะ เพียงเท่านี้นางก็เล่นสนุกมากพอแล้ว”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ นางช่างเหมือนพวกเราในยามนั้น มองนางแล้วเหมือนเห็นตัวของข้าเอง”
บุรุษในอาภรณ์ทองยกยิ้มก่อนจะพยุงให้ราชครูถิงยืนขึ้น‘ความจริงข้าอยากแต่งตั้งให้นางเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทเสียด้วยซ้ำต่อไปนางจะได้เป็นฮองเฮาของแผ่นดินบ้านเมืองคงจะมีเรื่องสนุกให้นางจัดการอย่างแน่นอนเพียงแต่....นั่นมิใช่ความต้องการของนาง แต่เป็นเช่นตอนนี้ก็คงจะเพียงพอแล้ว’