ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 175 ชุมนุมหมื่นเผ่า ณ ดินแดนทางเหนือ

            ผีเสื้อไหมเทพกระพือปีกเล่นอยู่บนนิ้วเรียวงามของเหยาซีครู่หนึ่งก่อนจะโผบินกลับไปเกาะอยู่บนบ่าของมู่เสินฉวน

            เจ้าอสูรน้อยกิเลนก็วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาเช่นกัน

            หลังจากเติบโตมาตลอดหนึ่งปีมันได้ลอกคราบกลายเป็นอสูรที่มีหัวเป็นสัตว์และมีรูปร่างเยี่ยงสัตว์อย่างสมบูรณ์

            บัดนี้มันคือลูกกิเลนสายเลือดบริสุทธิ์จากยุคบรรพกาลอย่างแท้จริงเหยาซีจึงอดตื่นตกใจไปอีกครั้ง

            อสูรวิเศษจากยุคบรรพกาลทั้งสองตัวนี้ล้วนถูกมู่เสินฉวนผู้นำของปรมาจารย์หยั่งกำเนิดรุ่นที่ห้า ผู้ผ่าศิลาเทพมาจากโรงเดิมพันของเหยาฉือ

            ทุกตัวล้วนแฝงไว้ด้วยศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด

            ในอนาคตพวกมันอาจเป็นดั่งเทพพิทักษ์แห่งสกุลมู่ผู้คอยปกปักรักษาความสงบสุข

            ครึ่งชั่วยามต่อมาทั้งสองก็เดินออกมาจากสวนด้านหลัง

            เหยาซีดูพอใจกับสภาพแวดล้อมที่นี่มากนางเลือกตำหนักริมๆ ด้านหนึ่งเป็นที่พักอาศัย และค่อยๆ จัดการให้เข้าที่เข้าทาง

            ……

            ในเวลาเดียวกันข่าวสารได้ติดปีกแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วจากทะเลไร้สิ้นสุด

            ผู้นำตระกูลมู่ได้ทะลวงสู่ระดับกึ่งเซียนแล้วโดยที่ไม่ได้ใช้อาวุธจักรพรรดิเลยแม้แต่น้อยเพียงแค่การโจมตีเดียวก็สังหารสามบรรพชนแห่งเหยากวงพร้อมกับเหล่าศิษย์อีกมากมายที่ตกตายไป

            นับแต่นั้นมาหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ของตงฮวงก็เป็นเพียงชื่อที่ไร้ซึ่งความหมาย!

            ในชั่วขณะหนึ่งเกิดเป็นความโกลาหลครั้งใหญ่ในแคว้นตงฮวง ผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างเสียดายและถอนหายใจ

            ตระกูลเจียง ตระกูลจีรวมถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แม้กระทั่งดินแดนจงโจวต่างก็ได้รับข่าวสาร

            แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆต่อกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่เติบโตรวดเร็วและคลุมเครือเช่นนี้

            แต่ก็มีผู้ฝึกตนที่มีจิตสัมผัสที่น่าทึ่งจำนวนไม่น้อย

            คาดเดาได้ราง ๆ ว่า ตอนนี้สำนักใหญ่ต่างๆคงกำลังยุ่งกับเรื่องอื่นๆ และคงไม่เวลามาจัดการกับทะเลไร้สิ้นสุด

            เหล่าเจ้าสำนักของพวกเขาทั้งหมดล้วนดับสูญเซียนศักดิ์สิทธิ์ผู้อยู่เหนือสามขอบเขตได้เพิ่งกลับคืนมา

            พวกเขาจึงจำเป็นต้องรีบเลือกเจ้าสำนักคนใหม่เพื่อมาเป็นผู้ดูแลสถานการณ์ในยามนี้โดยเร็ว

            และยังมีเหล่าสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่ก่อความวุ่นวายในแคว้นเหนือเมื่อเร็วๆนี้ที่คอยฉกฉวยผลประโยชน์ของสำนักใหญ่จำนวนมากตอนนี้พวกเขาจึงไม่มีเวลามาดูแลเรื่องอื่น

            อีกด้านหนึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงแห่งเมืองโบราณจันทราเงินบัดนี้มีแต่กองเลือดท่วมผืนปฐพีประหนึ่งนรกบนดิน

            ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีท่านผู้อาวุโสสูงสุดระดับเทพสวรรค์ประจำการอยู่แต่ก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีของหกทายาทศักดิ์สิทธิ์จากตระกูลมู่ได้

            เพียงชั่วครู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นพร้อมด้วยชีวิตที่จบสิ้นอย่างเวทนา

            ศิษย์สำนักเหยากวงที่เหลือล้วนแต่เป็นเพียงผู้ที่มีพลังบ่มเพาะอ่อนแอในระดับรากฐานวิถีที่เป็นเพียงคนรับใช้และศิษย์นอกสำนัก

            เป็นเพียงการสังหารที่ไร้หนทางสู้โดยสิ้นเชิง

            ในบรรดาบุตรสวรรค์ของตระกูลมู่ตอนนี้พลังบ่มเพาะที่สูงที่สุดคือ มู่ฮ่าว มู่อู๋ซวง มู่หลางทั้งสามได้บรรลุถึงเอกะขั้นเจ็ดแล้ว!

            มองไปทั่วทั้งตงฮวงไม่มีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์คนใดเทียบเคียงได้!

            รองลงมาคือมู่เยว่เหยาและมู่เฉินมีพลังบ่มเพาะเอกะขั้นห้า

            ทั้งห้าล้วนฝึกฝนคัมภีร์จักรพรรดิโบราณเคล็ดวิชาเก้าลับ รวมถึงวิชาเทพคุนเผิง เคล็ดวิชามังกรสวรรค์และเคล็ดวิชาลับจากยุคโกลาหลอื่นๆ อีกมากมายพลังต่อสู้จึงก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามที่แข็งแกร่งยิ่ง!

            และยังมีมู่อวี่เซิงปรมาจารย์หยั่งกำเนิดที่สามารถวางค่ายกลสังหารโบราณที่ทรงอานุภาพได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ

            ทั้งหกคนนี้พร้อมกันลงมือเทียบได้กับเทพสวรรค์หกองค์ ล้วนกวาดล้างได้ทั่วแปดทิศ

            ในไม่ช้า พวกเขาก็สะสางเรื่องราวได้ทั้งหมดนำทรัพยากรฝึกตนที่สะสมมานานแรมปีของเหยากวงทั้งหมดขึ้นไปบนเรือรบสีม่วงทองบรรทุกจนเต็มลำกลับมา!

            ……

            หลายวันต่อมา

            สิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่แข็งแกร่งตนหนึ่งก็ลงมาเยือนทะเลไร้สิ้นสุดความเร็วในการพุ่งทะยานของมันสูงอย่างยิ่งผู้ฝึกตนทั่วไปมองเห็นเพียงแค่แสงสีเงินสายหนึ่งพาดผ่านเท่านั้น!

            “เป็นสิ่งมีชีวิตบรรพกาล!!”

            “ดูเหมือนว่าจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางของตระกูลมู่!!!”

            ผู้คนจำนวนมากร้องอุทานเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตบรรพกาล คนเหล่านี้จึงแสดงสีหน้าตกอกตกใจออกมา

            สิ่งมีชีวิตบรรพกาลร่างมนุษย์สูงราวหนึ่งจั้ง กล้ามเนื้อเป็นริ้วสวย รูปร่างสมส่วนเผยความงามแห่งพลังอย่างน่าอัศจรรย์ เกล็ดสีเงินบางละเอียดปกคลุมทั่วร่างปล่อยแสงพร่างพราว เคลื่อนไหวไวดุจสายน้ำไหลปีกสีเงินกว้างใหญ่คู่หนึ่งประหนึ่งดาบยาวสีขาวดั่งแบกหิมะไว้

            ในไม่ช้ามันก็มาถึงน่านฟ้าเหนือดินแดนตระกูลมู่ใช้ภาษาของเผ่ามนุษย์ที่ไม่คล่องแคล่วมากนักกล่าวเสียงดัง

            “ข้าคือ อีอู๋ จากราชวงศ์บรรพกาลมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบถึงมู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่!”

            ในเวลานี้เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลมู่จำนวนไม่น้อยต่างก็ตกใจ พากันกระโดดออกมาจากเกาะต่างๆพร้อมแสดงสีหน้าไม่เป็นมิตร

            “นำตัวเขามา!”

            เสียงที่เลือนรางสายหนึ่งค่อยๆลอยออกมาจากเกาะเทพหลัก

            “ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล!”

            เหล่าผู้อาวุโสประสานมือจากนั้นผู้อาวุโสสาม มู่ผิงหยางก็เป็นผู้นำทางสิ่งมีชีวิตบรรพกาลเข้าไปยังเกาะเทพหลัก

            ในไม่ช้าอีอู๋ก็ติดตามเขามายังห้องโถงของผู้นำตระกูล

            ใจกลางห้องโถงมีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่ใบหน้าเขาเปี่ยมด้วยความเย็นชาขึงขัง

            สิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคือดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นภายในมีความโกลาหล หยินหยางกำลังก่อตัวอยู่ ราวกับมองเพียงไม่กี่ครั้งจิตใจก็จมดิ่งลงไปในนั้น

            อีอู๋กัดปลายลิ้นอย่างแรงในดวงตาก็กลับคืนสู่ความกระจ่างใสได้เพียงเล็กน้อย ทว่าในใจยังคงรู้สึกกริ่งเกรง

            สมแล้วที่เป็นที่เล่าลือกันว่าเป็นกายที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคปัจจุบันของเผ่ามนุษย์

            ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงเพียงแค่แสงจากดวงตาก็สะกดไว้ซึ่งจิตได้!

            “เจ้ามาทำไม?” มู่เสินฉวนหลุบสายตาลงจ้องมองเขาแล้วกล่าวอย่างแผ่วเบา

            “คารวะท่านผู้นำตระกูลมู่” อีอู๋ประสานมือเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยความถ่อมตน “ข้าได้รับการร้องขอจากราชวงศ์ให้มาส่งสารขอเชิญท่านผู้นำตระกูลมู่ไปยังแคว้นเหนือ เพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมหมื่นเผ่า!”

            “งานชุมนุมหมื่นเผ่า?” มู่เสินฉวนเลิกคิ้วขึ้น

            “ใช่ปกติแล้วสำนักใหญ่ของเผ่ามนุษย์จะเข้าร่วมด้วย”

            “สิ่งมีชีวิตบรรพกาลของเราทยอยลงมาจากเขาศักดิ์สิทธิ์ราชวงศ์จึงตัดสินใจที่จะใช้การชุมนุมนี้เพื่อหารือเรื่องการแบ่งเขตบางส่วนของตงหวงเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดที่ไม่จำเป็น!”

            อีอู๋ไม่ค่อยชำนาญในการใช้ภาษาของเผ่ามนุษย์จึงกล่าวได้ไม่ดีนัก แต่ก็พอจะฟังเข้าใจได้

            มู่เสินฉวนพยักหน้าครุ่นคิด

            ในยุคบรรพกาลเผ่ามนุษย์และหมื่นเผ่าอยู่ร่วมกันและเป็นหนึ่งในหมื่นเผ่าเช่นกัน

            ไม่ใช่ว่าทุกเผ่าบรรพกาลจะเป็นศัตรูกับเผ่ามนุษย์

            ยังมีอีกหลายเผ่าที่รักสงบและสันติเพียงแต่ต้องการแสวงหาการสืบพันธุ์ของเผ่าพันธุ์และต้องการสภาพแวดล้อมในการเป็นอยู่ที่ดี

            “สถานที่และเวลาล่ะ?” มู่เสินฉวนถามต่อ

            “ห้าวันหลังจากนี้เมืองโบราณนอกเหมืองบรรพกาลของแคว้นเหนือ” อีอู๋ตอบกลับ

            “ตกลง ข้ารู้แล้ว”

            หลังจากนั้น อีอู๋ไม่ได้อยู่ที่นี่นานนักหลังส่งสารเสร็จก็จากไป

            มู่เสินฉวนจ้องมองไปยังแผ่นหลังสูงใหญ่ที่จากไปดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย

            การเดินทางไปยังแคว้นเหนือครั้งนี้ไม่แน่อาจจะได้พบกับคนคุ้นเคยจำนวนไม่น้อย

            ตระกูลจี ตระกูลเจียง รวมถึงราชวงศ์ต้าเซี่ยและราชวงศ์จิ่วหลี

            แต่เขาก็ไม่หวั่นต่อสิ่งใด

            อย่างมากก็แค่นำอาวุธจักรพรรดิออกมาสะเทือนใต้หล้าอีกครั้ง!

            ยิ่งไปกว่านั้นการชุมนุมหมื่นเผ่าครั้งนี้จำต้องไป

            เขาในตอนนี้รู้เรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหมื่นเผ่าน้อยเกินไป

            ราชวงศ์เหล่านั้นล้วนครอบครองอาวุธโบราณของจักรพรรดิที่สืบทอดมายาวนานนับล้านปีเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะในเส้นทางสู่บัลลังก์จักรพรรดิอันแสนไกล หากรู้จักตนเองและศัตรูย่อมนำมาซึ่งชัยชนะในทุกสมรภูมิ!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน