บทที่ 50 ตอบผิดไม่ได้คะแนน
แม้จะเห็นว่าท่าทีของทุกคนดูไม่ค่อยปกตินัก แต่เฉินฟาก็ยังคงยืนกรานท่องเนื้อหาเมื่อกี้จนจบ
หลังจากที่เขาท่องเนื้อหาที่อยู่ในความทรงจำของตัวเองออกไปเสร็จแล้ว ก็มองไปทางไป๋ปิงที่อยู่ข้าง ๆ อย่างมั่นใจเต็มที่ เพราะว่าต่อให้สายตาของทุกคนจะดูไม่ดีอย่างไร เขาก็เชื่อว่าผู้อำนวยการไป๋ที่อยู่ตรงหน้าจะต้องตัดสินอย่างยุติธรรม
“เฉินฟา ตอบผิด ไม่ได้คะแนน”
ไป๋ปิงค่อย ๆ เอ่ยปากพูดประโยคนี้ออกมาเรียบ ๆ ในคำพูดนั้นยังดูเหมือนจะค่อนข้างผิดหวังด้วย
เพราะว่าถึงแม้ว่าโจทย์ข้อนี้ที่เธอให้เฉินฟาจะเป็นประเภทเดียวกับหานชิงอวี่ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าง่ายกว่าเล็กน้อย
อะไรนะ?!
เฉินฟาตกใจทันที ในช่วงนี้เขาไม่เคยอยู่ว่างโดยเปล่าประโยชน์ พูดได้เลยว่าเขาได้ท่องจำพวกประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการผ่าตัดจากข้อมูลอ้างอิงเล่มหนานั้นทุกประเด็นแล้ว
แม้ว่าตัวเองจะขัดปืนหน้าสนามรบ*[1] บางครั้งก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำถามบางคำถามหมายถึงอะไร แต่เพื่อให้ทุกคนประทับใจก็ยังคงพูดประเด็นที่ท่องแบบไม่เข้าใจนี้ออกไปแบบไม่ตกหล่นเลย
ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเฉินฟาจะพูดไปโดยที่มีความมั่นใจเต็มที่สำหรับคำตอบของตัวเองเมื่อกี้ ในวินาทีที่ไป๋ปิงบอกว่าตัวเองตอบผิด เขาก็ตะลึงไปก่อนที่จะยกมือขึ้นเอ่ย
“เดี๋ยวครับ ผู้อำนวยการไป๋ ตัดสินผิดหรือเปล่าครับ? ผมคิดว่าที่ผมพูดไปมันไม่ได้ผิดนะครับ?”
เฉินฟางุนงง แม้ว่าผู้อำนวยการไป๋จะไม่ชอบตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เสียหน่อย ยิ่งไปกว่านั้นคือทำต่อหน้าธารกำนัลขนาดนี้ด้วย
แต่พอเขามองไปทางทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ กลับพบว่าทุกคนมองมาที่ตนอย่างดูถูก ในตอนนั้นเองที่เฉินฟารู้สึกเสียความมั่นใจขึ้นมา
หรือว่าคำตอบจะผิดจริง ๆ ? ไม่น่าใช่นะ?
ไป๋ปิงมองชุดคำถามในมือ แล้วมองไปที่เฉินฟาที่อยู่ตรงหน้าอย่างเย็นชา “คุณท่องคำตอบผิดข้อ”
ตอนนี้เธอทั้งอยากรู้ทั้งอยากขำ เมื่อกี้เฉินฟาท่องคำตอบมาไม่มีตกหล่นสักคำเลยก็จริง แต่ที่เขาท่องมานั้นกลับเป็นคำตอบของโจทย์ข้ออื่น
ต่อให้เนื้อหาจะถูกต้องทั้งหมด แต่พอมันมาอยู่ในข้อนี้ก็กลับกลายเป็นว่าผิดอย่างสิ้นเชิงเลย
สามารถท่องจำมาอย่างตั้งใจได้ขนาดนี้ ดูออกเลยว่าใช้ความพยายามมาก ทว่าแม้แต่ความหมายของคำตอบนั้นยังไม่เข้าใจ ก็ดูออกเช่นกันว่าเป็นการเพิ่งจะท่องจำเอาตอนก่อนมาแข่งนี่เอง
ถ้าอย่างนั้นทำไมเขาถึงเลือกที่จะท่องจำข้อนี้มา ท่ามกลางโจทย์ตั้งมากมายนั้นล่ะ ก็คำตอบของโจทย์ข้อนี้มันค่อนข้างมีความหมายลึกซึ้งต้องค่อย ๆ พิจารณาไง
พวกแพทย์ที่อยู่รอบ ๆ ในเวลานี้ต่างก็แสดงท่าทีดูถูกเฉินฟากัน
หลี่หยางช่วยพูดสะท้อนให้ “เฉินฟา นายนี่สุดยอดจริง ๆ นะ ไม่คาดคิดเลยว่ายังไม่ทันเริ่มสอบ นายก็รู้แล้วว่ามีโจทย์อะไรบ้าง นายนี่มันเป็นผู้หยั่งรู้จริง ๆ!”
ถึงอีกฝ่ายจะเป็นเฉินฟาแต่ฟังออกในทันทีว่าคนตรงหน้านี้ไม่ได้พูดในสิ่งที่ดีแน่นอน
แต่พอเห็นว่าทุกคนรอบ ๆ ต่างมีท่าทีดูถูกหรือไม่ก็โกรธในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่กล้าโต้เถียงกับคำพูดของหลี่หยาง
ภายใต้การจ้องมองด้วยสายตาตัดสินของทุกคน ใบหน้าของเฉินฟาแดงก่ำราวกับลูกโป่งที่จะระเบิดทันที เดี๋ยวก็แดง เดี๋ยวก็ขาวซีด เหมือนกับว่าถ้าไม่ระวังมันจะระเบิดเข้าจริง ๆ
หลี่หยางเห็นดังนั้นก็ได้ทีขี่แพะไล่ทันที “ผู้อำนวยการไป๋ครับ คำถามในครั้งนี้พวกเราคาดเดาได้ง่ายเกินไปหรือเปล่าครับ ทำไมถึงมีบางคนเดาถูกได้? เกือบจะฉวยโอกาสไปแล้วเชียว”
ไป๋ปิงมองเฉินฟาอย่างเย็นชาอีกครั้ง “การแข่งขันทฤษฎีของโรงพยาบาลในครั้งนี้ จัดขึ้นก็เพื่อจะคัดเลือกคนที่มีความสามารถที่โดดเด่น”
“ดังนั้นแม้ว่าจะได้รับชัยชนะในการตอบคำถาม แต่ถ้าภายหลังมีข้อพิรุธอะไรเผยออกมา มันจะยิ่งอับอายต่อสาธารณะ”
สำหรับเธอตอนนี้ไม่เพียงแต่จะมีความรู้สึกรังเกียจต่อเฉินฟา ทว่ายังมีความดูถูกเพิ่มเข้ามาอีก
เพราะเธอเห็นเฉินฟาใส่ใจเรื่องการแข่งขันมาตลอดในช่วงนี้ เดิมทีคิดว่าในที่สุดชายหนุ่มก็มีความกระตือรือร้นที่จะทำงานหนักและเรียนรู้จากเฉินกั๋วกวงลุงของเขาแล้ว
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ เหตุผลที่เฉินฟาตื่นเต้นนั้นคือตัวเองมีคำตอบอยู่ในมือ และรู้ขอบเขตของการสอบครั้งนี้แล้ว
ต้องบอกว่าในด้านที่เฉินฟามักจะทำให้คนรอบตัวผิดหวังเช่นนี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวังมาก่อนเลยจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าการแข่งขันเริ่มที่จะจริงจังและเข้มงวด ไป๋ปิงก็แย้มรอยยิ้มออกมา แม้ว่าจะเป็นคนสวยที่เย็นชาในตอนปกติที่ทำงานในแผนก แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอเป็นคนมีความสามารถในการจัดการจุดนี้
“แต่ว่าทุกคนก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะคะ”
“จะแอบกระซิบบอกกับทุกคนสักหน่อย ว่าหลังจากการแข่งเบื้องต้นนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านจะต้องไปทำการแข่งขันกับโรงพยาบาลในเมืองค่ะ”
“ถ้าได้รับชัยชนะในการแข่งแบบนี้ ถ้าเป็นแพทย์ ST ก็จะเลื่อนขั้นเป็นแพทย์ประจำได้ หลังจากได้เป็นแพทย์ประจำก็จะมีโอกาสได้กลายเป็นอาจารย์แพทย์เจ้าของไข้ ดังนั้นหวังว่าทุกคนจะรวบรวมพลังของตัวเอง แล้วตอบคำถามอย่างกระตือรือร้นนะคะ”
หลังไป๋ปิงพูดจบ ก็เกิดความโกลาหลในแผนกทันที
จากแพทย์ ST ไปเป็นแพทย์ประจำ สำหรับแพทย์ ST ที่เพิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลแล้ว เป็นคำที่ห่างไกลมาก ๆ
อย่างแรกคือระยะเวลาการเป็นแพทย์ ST ถ้าสั้นก็สองปี ถ้ายาวก็สามปี ในช่วงสามปีนี้ มีคนไม่มากที่จะเห็นว่าคุณเป็นแพทย์จริง ๆ แพทย์ ST และนักศึกษาฝึกงาน เป็นการมีอยู่ที่มีคุณค่าน้อยที่สุดในโรงพยาบาล แม้แต่พยาบาลก็ยังมีโอกาสที่จะควบคุมพวกเขาได้
แน่นอนว่าคนที่ครอบครองความสามารถที่เกินคนอย่างหานชิงอวี่ ย่อมจัดอยู่ในอีกประเภทหนึ่ง ไม่สามารถมาพูดเทียบกันกับพวกเขาได้
พวกแพทย์ ST เหล่านี้ในแผนก ตอนนี้แทบจะตัวระเบิดกันแล้ว เพราะไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นแพทย์ประจำได้ สำหรับพวกเขา โอกาสนี้มันราวกับเป็นการก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่สรวงสวรรค์เลยทีเดียว
นี่มันไม่ใช้การขับรถผ่านไปแบบธรรมดา ๆ แล้ว แต่มันคือเฮลิคอปเตอร์ที่ได้เป็นแพทย์ประจำเลย! ถ้าเกิดได้นั่งเฮลิคอปเตอร์บินตรงแบบนี้ มันคือการได้ขึ้นตำแหน่งสูง ๆ โดยที่ไม่เปลืองแรง มีความเป็นไปได้ที่จะได้เลื่อนขั้น
ดังนั้นในแผนกตอนนี้จึงมีคนไม่น้อยที่เคียดแค้นชิงชังว่าทำไมตอนแรกตัวเองถึงไม่สมัคร
สำหรับเรื่องนี้ ไป๋ปิงก็เซอร์ไพรส์ทุกคน “ทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นะ เพราะว่าการแข่งขันเบื้องต้นของเราวันนี้ ความจริงแล้วเป็นเพียงการทดลองแข่งเท่านั้น ยังไม่นับว่าเป็นการแข่งขันที่แท้จริง”
“ดังนั้นในทางความหมายแล้ว หมายความว่าตอนนี้ทุกคนยังสามารถสมัครได้ และไปเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการในภายหลัง”
จากนั้นเธอก็มองเฉินฟาที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดต่อ “แน่นอนว่าคนที่อยากจะถอนตัวก็สามารถมาบอกกับฉันเป็นการส่วนตัวได้ในภายหลังเช่นกัน”
รอบข้างเกิดเสียงฮือฮาหัวเราะอย่างดูถูกขึ้นมาทันที ทำให้เฉินฟายิ่งรู้สึกอับอาย
เพราะหากหาเส้นสายที่แน่นหนามากพอ ทุกคนก็อาจจะหน้าเสีย ไม่มีใครกล้าทำอะไร
แต่ถ้าไปหาเส้นสายแล้วได้ขอบเขตของโจทย์มาแล้วยังสร้างความวุ่นวายได้แบบนี้ ก็จะมาโทษที่ทุกคนหัวเราะใส่ไม่ได้
ไป๋ปิงถามอีกสองสามคำถาม จนในที่สุดก็ประกาศผลการแข่งขันเบื้องต้น แล้วเริ่มทำสถิติอันดับในการแข่งขันเบื้องต้นครั้งนี้
[1] ขัดปืนหน้าสนามรบ หมายถึง การเตรียมตัวเมื่อถึงเวลา