“เสี่ยวเจี้ยน เธอเสร็จหรือยังพวกเราจะไปกันแล้วนะ”ซูเสี่ยวเหมยเด็กหญิงอายุ 10 ขวบเท่ากับซูเจี้ยนะโเรียกเพื่อนอยู่หน้าบ้าน พวกเธอนัดกันไปทะเลหาของทะเลมากินเป็อาหารและนำมาแลกแต้มกับหมู่บ้าน นอกจากเสี่ยวเหมย ก็ยังมีเพื่อนคนอื่นๆอีก
“เสร็จแล้วๆ ขอโทษนะที่ช้า เดี๋ยวรอน้องสาวฉันก่อนนะ แล้วเราค่อยไปกัน”ซูเจี้ยนวิ่งถือถังและพลั่วออกมาหาเพื่อนๆหน้าบ้าน
“ทำไมช้านักล่ะ พวกเรามารอนานแล้วนะ แล้วอย่างนี้พวกเราไปถึงทะเลจะไปหาอะไรทันคนอื่นไหม เสียเวลารอคนคนเดียว”หลินเสี่ยวซูที่อายุ 10 ขวบ ยืนกอดอก มองซูเจี้ยนที่ถักเปียทั้งสองข้าง เดินยิ้มเข้ามาอย่างไม่ชอบใจนัก
“ขอโทษนะ จริงๆหากเธอรีบ เธอไปก่อนก็ได้นะ เสี่ยวซูฉันไม่เคยบอกให้เธอมารอเลยนะ”ซูเจี้ยนกล่าว เพื่อนคนเธอไม่ค่อยชอบเหมือนกัน หากไม่ติดว่าเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กๆเธอก็ไม่ติดนะที่จะเริ่มคบ คนอะไรเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉาคนอื่นก็เป็ที่หนึ่ง
“ฉันก็ไม่ได้อยากรอนักเหรอ หากเป็เพราะเสี่ยวเหมยที่อยากจะรอเธอ แล้วฉันจะรอทำไม"และอีกเหตุผลหนึ่งที่เสี่ยวซูไม่ได้บอกใคร ที่เธอยอมอดทนยืนรออยู่ตรงนี้ เป็เพราะเธออยากจะเหตุได้พูดคุยกับพี่เสี่ยวตงนะสิ เสี่ยวซูไม่ได้เอ่ยเหตุผลที่สองออกไป
“ฉันไม่ยอมให้เธอ ได้อยู่กับพี่เสี่ยวสองคนหรอก” เสี่ยวซูคิดในใจและกล่าวกับเพื่อนทั้งสองด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า"จะไปกันได้หรือยัง แล้วน้องสาวเธอทำอะไรอยู่ถึงไม่ออกมาสักที?" เสี่ยวซูเอ่ยถามซูเจี้ยนที่กำลังคุยกับเสี่ยวเหมยและไม่สนใจเธอ
“ไม่รู้ผู้ชายที่ฉันชอบ ทำไมต้องมาสนใจนังซูเจี้ยน นังเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่คนนี้ด้วย ต่อไปมันก็จะไม่ได้อยู่สุขสบายค่อยเอาเปรียบคนอื่นอีกแล้ว มันกับน้องสาวของมัน ต้องออกไปทำงานแลกแต้มและจะไม่ได้ไปเรียนหนังสืออีกต่อไปเหมือนกับที่เธอไม่ได้เป็โรงเรียน ดูสิว่าพี่เสี่ยวตงจะยังชอบนังซูเจี้ยนอีกไหม หากมันไม่ได้ดูดีเหมือนเดิม”เสี่ยวซูมองหน้าเพื่อนสาวแล้วคิดอย่างสะใจกับความทุกข์ของคนอื่น
ในกลุ่มเพื่อนมีแค่ซูเจี้ยนและเสี่ยวเหมย ที่ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนประถม เสี่ยวซูที่บ้านมีคนเยอะและมีพี่น้องหลายคนทำให้เธอ ที่เป็ผู้หญิงและอายุน้อยถูกให้ออกจากโรงเรียนมาช่วยครอบครัวทำงานหาแต้มค่าแรง
แต่เธอพอเขียนชื่อและอ่านหนังสือคำง่ายๆออก จากการสอนหนังสือของซูเจี้ยน แต่ก็ไม่ค่อยดีนัก ด้วยเธอไม่ชอบเรียนหนังสือ เธอชอบความสบายที่จะแต่งตัวสวยๆและหาคนมาค่อยหาเงินมาเลี้ยงเธอและครอบครัวมากกว่า ทำให้เสี่ยวซูไม่สนใจที่จะเรียนหนังสือเวลาเพื่อนๆสอนให้ เสี่ยวซูคิดว่าจะมีความรู้ไปทำไมในเหมือนต้องแต่งงานให้ผัวเลี้ยง
แต่ชีวิตของเธอไม่ได้ทำให้เธอมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เธอวาดฝันไว้ได้เลย ทุกวันเธอต้องขึ้นเขาหาผักมาทำอาหารให้คนทั้งบ้าน ต้องทำงานบ้านคนเดียวทั้งหมด บ้างวันก็ต้องไปช่วยลงแปลงนากับที่บ้านเพื่อให้ได้แต้มค่าแรงมากขึ้น ทุกวันเธอไม่เคยได้หยุดพักเลยสักวัน
“เสี่ยวซู เธอพูดกับเสี่ยวเจี้ยนให้มันดีๆหน่อย ยังไงก็เป็เพื่อนกัน รอเพื่อนนิดหน่อยจะเป็อะไรไป พวกเราไม่ได้รีบมาก นี้ก็ยังเช้าอยู่เลย”ซูเสี่ยวเหมย กล่าวห้ามเพื่อนสาว เธอรู้ว่าเสี่ยวซูอิจฉาเสี่ยวเจี้ยนมาตลอดั้แ่เด็ก ที่พ่อแม่ของซูเจี้ยนค่อยดูแลลูกสาวทั้งสอง ไม่ให้ลำบากเหมือนเด็กผู้หญิงในหมู่บ้าน ที่ถูกครอบครัวรังเกียจ ต้องทำงานหนักทำให้เสี่ยวซูจะรู้สึกอิจฉาก็ไม่แปลก
ั้แ่ที่พ่อแม่ของเสี่ยวเจี้ยนยังมีชีวิตอยู่ ซูเจี้ยนและซูเจียวสองพี่น้องได้เรียนหนังสือ ไม่ต้องลงไปทำงานในแปลงนา และไม่ต้องออกไปหาผักป่าแลกแต้มเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ได้กินอิ่มท้องมีขนมในเมืองให้กิน ทำให้สองพี่น้องบ้านรองซูเป็ที่อิจฉาของเด็กๆคนอื่นในหมู่บ้านเป็อย่างมาก
“พวกเธอไปกันก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันตามไปขอฉันรอน้องสาวก่อน”ซูเจี้ยนบอกเพื่อนสาวอย่างเกรงใจ ไม่รู้น้องสาวเธอทำอะไรอยู่ั้แ่เมื่อกี้แล้ว ยังไม่ยอมออกมาอีก
“ไม่เป็ไร พวกเราไม่รีบ รอน้องสาวเธอก่อนก็ได้”ซูเสี่ยวเหมยกล่าวกับซูเจี้ยนอย่างเข้าใจ เสี่ยวซูทำหน้าไม่พอใจเธอกำลังจะพูดกระทบเพื่อนสาว แต่สายตาของเธอหันไปเห็นพี่ชายเสี่ยวตงเดินมาทางนี้พอดี เสี่ยวซูรีบหุบปากที่กำลังจะพูดและหันไปยิ้มให้พี่ชายเสี่ยงตงที่ตัวเธอแอบหลงรักมาตลอด
“สาวๆทำไมยังไม่ไปกันอีก พี่เห็นชาวบ้านคนอื่นไปกันหมดแล้วนะ”หานเสี่ยวตงที่กลับมาจากกระท่อมริมทะเล เพื่อมาเอาของที่พ่อลืมไว้ที่บ้านในหมู่บ้าน เห็นกลุ่มของหญิงสาวที่เขาแอบชอบ ยังไม่ได้ไปที่ทะเล เลยเดินเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง หานเสี่ยวตงกลัวว่าจะเกิดเื่ไม่ดีกับหญิงที่ชอบ
“พี่เสี่ยวตง เรารอเสี่ยวเจี้ยนกับน้องสาวเธออยู่ค่ะ ก็เลยไม่ได้ไปพร้อมชาวบ้าน”เสี่ยวซูเดินขึ้นหน้ามาตอบคำถามเด็กหนุ่มแทนคนอื่น ๆ
“แล้วเสร็จหรือยัง จะได้ขึ้นรถไปพร้อมกับพี่ ไปต้องเดินให้เหนื่อย”หานเสี่ยวตงไม่ได้สนใจเสี่ยวซู แต่เดินเข้าไปถามหญิงสาวที่ตัวเองแอบชอบ ตระกูลหานไม่ใช้ตระกูลเดิมของหมู่บ้านตระกูลซู แต่ปู่ย่าของหานเสี่ยวตง ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลซูเมื่อสามสิบปี ก่อนจะมีการปฏิวัติของประเทศจีนไปเล็กน้อย ตระกูลหานโชคดีมากที่ได้ย้ายที่อยู่
ก่อนจะมีการปฏิวัติขึ้น พวกเขามีความรู้ด้านการประมง ทำให้พอมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลซู จึงได้ยึดอาชีพ
ชาวประมงมาตลอด และพวกเขามีเรือเป็ของตัวเอง ทำให้ไม่ลำบากที่จะออกเรือจับปลา หอบ กุ้ง ปูมาส่งที่หน่วยและแลกแต้มแรงงาน ทำให้คนในตระกูลหานมีอาหารกินไม่ขาดและมีเงินเก็บมากว่าคนในหมู่บ้าน
“ฉันต้องรอน้องสาวก่อน พี่เสี่ยวตงไปก่อนก็ได้นะคะ”ซูเจี้ยนเห็นว่าเด็กหนุ่มมองมาที่เธอ ซูเจี้ยนกล่าวเสียงเบาอย่างอายๆ เด็กหนุ่มมีอายุมากว่าเธอ ตอนนี้หานเสี่ยวตง อายุ 13 ปีแล้ว และเป็หนุ่มที่หน้าตาสี บ้านมีฐานะในหมู่บ้าน ทำให้สาวๆในหมู่บ้านต่างแอบชอบและอยากแต่งงานด้วย
“พี่ไม่รีบ รอไปพร้อมกันก็ได้”หานเสี่ยวตงกล่าวและยืนรอเป็เพื่อนซูเจี้ยน เขาชอบที่จะได้อยู่กับเด็กสาวนานๆ
“เสี่ยวเจี้ยน…น้องสาวเธอทำอะไรอยู่ ตกลงจะไปไหม ไอ้ที่ชอบให้คนอื่นมารอนี้ เป็กันทั้งพี่ทั้งน้องสินะ”เสี่ยวซูถามอย่างหงุดหงิด เธอกลัวว่าหากเธอไปเก็บของทะเลได้น้อย คนที่บ้านจะไม่พอใจแล้วมาตีเธออีก
“พี่สาว เพื่อนพี่สาวทุกคน หนูขอโทษที่ต้องให้รอกันนานนะคะ”ซูเจียวกล่าวขอโทษทุกคน เธอไม่ได้ตั้งใจจะออกมาช้าในมือของเธอมีกระเป๋าผ้าใบใหญ่สะพายข้างและอีกมือได้ถือถังสำหรับใส่พวกหอย ปู กุ้ง
“เจียวเออร์…น้องทำอะไรอยู่ตั้งนาน พี่กับเพื่อนต้องรอน้องอยู่นาน แล้วนั้นกระเป๋าอะไรทำไมมันใบใหญ่จัง น้องใส่อะไรไว้ด้านใน”ซูเจี้ยนถามน้องสาว
“กระเป๋านี้ละที่ทำให้ฉันมาช้า ฉันเอาเศษผ้าที่เหลือของแม่มาเย็บติดกัน ทำเป็กระเป๋าใส่ของใบใหญ่ ในกระเป๋าฉันใส่พวกตะแกรง ไม้ฟืนเล็กๆ ยังมีที่คีบ มีด พลั่ว ตะเกียบ ถ้วยจาน ผ้าปูพื้นสีเทา ขวดเครื่องปรุงรสต่าง ๆด้วยนะ ”ซูเจียวบอกพี่สาวและเอากระเป๋าให้พี่สาวดูของด้านใน
“น้องเจียวเออร์…น้องจะเอาของพวกนี้ไปด้วยทำไม? พวกเราไม่ได้จะไปทำอาหารกินกันนะ”ซูเสี่ยวเหมยถามอย่างไม่เข้าใจน้องสาวของเพื่อนสาว ที่เสียเวลาเอาเศษผ้าที่เหลือของบ้านมาทำกระเป๋า แทนที่จะเอาไว้เย็บเป็เสื้อมาใส่ เธอเสียดายจริงๆซูเสี่ยวเหมยคิดอย่างเสียดาย
“ฉันอยากทำอาหารทะเลกินริมทะเลจ๊ะ พวกพี่มากินด้วยกันสิ”ซูเจียวเอ่ยชวนเพื่อนพี่สาว
“เรากำลังไปทำงาน หาของทะเลมาส่งหน่วยผลิต ไม่ได้ไปเที่ยวที่จะเตรียมของมากเยอะแยะ แล้วใครบอกว่าของทะเลที่หาได้ต้องเอามากินด้วย คนเข้าเอาไปส่งที่หน่วยผลิตเพื่อแลกแต้มคะแนน นี้ล่ะนะคนไม่เคยทำงาน วันๆถูกพ่อแม่โอ๋ตามใจ อยู่เป็คุณหนู ตอนนี้พ่อแม่ไม่อยู่แล้วจะทำอะไรกินกันล่ะ”หลินเสี่ยวซูกล่าวอย่างเหยียดหยามใส่ซูเจียว แต่พูดกระทบคนเป็พี่สาวด้วยอีกคน
“เธอหมายความว่ายังไงหลินเสี่ยวซู อะไรคือคนไม่เคยทำงาน อะไรใครเป็คุณหนู เธอพูดให้มันดีๆนะ ”ซูเจี้ยนเดินขึ้นมาอยู่ด้านหน้าน้องสาวและถามเพื่อนสาวอย่างไม่พอใจที่เพื่อนมาพูดกับน้องสาวเธอแบบนี้ แต่ก่อนเพราะเธอและน้องมีพ่อแม่แล้วมันผิดตรงไหนที่พวกเธอไม่ได้ไปทำงานด้านนอก
“แล้วฉันพูดผิดตรงไหน ซูเจี้ยนเธอกับน้องสาวไม่ต้องทำงานรับแต้มค่าแรง มีพ่อแม่หาให้กิน ดีกว่าเด็กคนอื่น ๆในหมู่บ้าน ตอนนี้พวกเธอสองคนพี่น้องไม่มีพ่อแม่แล้ว ก็หัดปรับตัวเองซะบ้างไม่ใช่ต้องให้คนอื่นมารอไม่ต้องได้ทำอะไรกันพอดี
ที่สำคัญ วันนี้พวกเราต้องรีบออกจากหมู่บ้านแต่เช้ามืด แต่ต้องมาเสียเวลารอพวกเธอสองพี่น้องมันใช่เื่
เหรอ”หลินเสี่ยวซูกล่าวเสียงดัง ทำไมทุกคนถึงชอบนังซูเจี้ยนนี้นัก มันน่ารำคาญจริงๆตัวเองเป็คุณหนูมาจากไหน คนอื่นถึงต้องมารอ มาค่อยเอาอกเอาใจด้วย
“แล้วใครใช่ให้เธอมารอ หากเธอรีบนักคราวหลังก็ไปก่อนเลย ไม่ต้องรอพวกเราพี่น้อง ฉันไม่ได้้าให้เธอมารอพวกเราสองคนพี่น้องเลยนะ เธออยากมารอเองฉันไม่ได้บอก”ซูเจี้ยนบอกเพื่อนสาว เธอไม่ได้้าให้เพื่อนต้องมารอพวกเธอเลย แล้วทำไมต้องมาพูดไม่ดีใส่น้องสาวของเธอด้วย ทั้งๆที่เป็เพื่อนกัน
“ก็รอไปแล้วนี่ จะให้ทำยังไง คราวหลังก็บอกสิ จะได้ไม่ต้องมีคนมารอ”หลินเสี่ยวซูกล่าวประชดประชันเพื่อนตรงหน้า
“พอแล้ว ยังจะไปกันอยู่ไหมทะเลนะ ฟ้าใกล้สว่างแล้วถ้าเราไปถึงช้าน้ำจะขึ้นก่อนนะ และก็เสี่ยวซูหากเธอไม่พอใจที่ต้องมารอเสี่ยวเจี้ยนก็บอกฉัน ฉันจะได้ไม่ต้องให้เธอมายืนรอเป็เพื่อน ทั้งหมดเป็ความผิดของฉันเองที่อยากให้เสี่ยวเจี้ยนไปด้วย”ซูเสี่ยวเหมยเข้ามาห้ามเพื่อนทั้งสองไม่ให้ทะเลาะกัน และบอกกล่าวกับเสี่ยวซูอย่างไม่ชอบใจนัก ที่พูดกับเพื่อนแบบนี้ แต่ด้วยเธอเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กทำให้รู้ว่านิสัยเพื่อนแต่ละคนเป็ยังไง
“เสี่ยวเหมย…มันไม่ใช้ความผิดของเธอ”ซูเจี้ยนบอกเพื่อนสาว ที่เข้ามาห้ามเธอทะเลาะกับหลินเสี่ยวซู
“สาวๆไม่ต้องทะเลาะกัน ยังไงก็ไปทันอยู่แล้ว หากไปกับพี่ ไปๆไปขึ้นรถกัน สาวๆ”หานเสี่ยวตงกล่าวและพาสาวๆไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าหมู่บ้านนัก
“ดีนะ ที่พี่เสี่ยวตงเอารถมาด้วย ไม่งั้นกว่าเราจะเดินไปถึงทะเลชาวบ้านคนอื่น คงเก็บไปหมดแล้วไม่เหลือให้พวกเราแล้ว ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วยังไม่สำนึก ยังมีหน้ามาปากเก่งใส่คนอื่นอีก หน้าด้านจริงๆ”หลินเสี่ยวซูกล่าวกระทบกะทังเพื่อนสาว และประโยคสุดท้ายบ่นกับตัวเองเบาๆไม่กล้าให้เพื่อนคนอื่นได้ยิน ก่อนจะเดินตามหานเสี่ยวตงไปที่รถ
ซูเจี้ยนทำท่าจะกล่าวตอบโต้ แต่ถูกซูเสี่ยวเหมยดึงแขนห้ามไว้ก่อน หญิงสาวทั้งสี่เดินตามหานเสี่ยวตงมาถึงรถจักรยานสามล้อ ซึ่งเป็จักรยานที่มีกระบะที่ทำจากไม้ต่ออยู่ด้านหลังรถจักรยาน ทุกคนขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อย หานเสี่ยวตงเป็คนปั่นจักรยาน ด้วยช่วยพ่อแม่ทำงานประมงมาั้แ่เด็ก ทำให้เด็กหนุ่มมีร่างกายแข็งแรง และมีแรงมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน