จากนั้นเมื่ออีริกกลับเข้ามาภายในห้องก็ไม่ได้ตอบคำถามของอิกนัส แต่พูดออกมาว่า “เดี๋ยวเราจะไปข้างนอกกัน แต่ก่อนที่จะไปต้องไปทดสอบพรสวรรค์และความเข้ากันได้ที่ชั้นล่างก่อนแล้วค่อยออกไปกัน จะได้ไม่กลับต้องเข้ามาที่สมาคมอีก”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิกนัสคิดว่า ‘คงถึงเวลาฝึกฝนเสียที แต่ก็ยังคงสงสัยในคำพูดของอาจารย์ของเขาอยู่ดีว่าอาจารย์ของต้องการสื่อหมายความว่าอะไรกันแน่ มันดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ แถมยังไม่บอกว่าจะไปที่ไหนด้วย’
จากนั้นอิกนัสจึงเดินตามอาจารย์ของเขาลงไปที่ชั้นที่หนึ่งของสมาคมนักล่าอสูร เมื่อเดินไปด้านหลังซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้เปิดให้นักล่าทั่วไปใช้บริการนอกจากได้รับอนุญาตหรือขออนุญาตใช้ห้องฝึก แต่พวกเขาไม่ได้มาใช้ห้องฝึกเหล่านี้ พวกเขาเดินผ่านไปจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง
เมื่อเปิดเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนี้ มีลูกแก้วสำหรับตรวจความเข้ากันของธาตุและศิลาพรสวรรค์ที่มีไว้สำหรับวัดพรสวรรค์แต่กำเนิดของผู้คนภายในโลกนี้ อยู่ภายในห้องนั้น
“เอาล่ะรู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไงอิกนัส เริ่มที่ศิลาที่อยู่ตรงนั้นก่อน เอามือวางไว้ที่แท่นตรงนั้น” อีริกกล่าวขึ้นมาทันทีที่ทั้งสองเข้ามาภายในห้อง
เมื่ออิกนัสวางมือลงไปที่ศิลานั้น แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นที่ศิลานั้นทันที มันค่อยๆพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หนึ่ง
“โอ้!!...ระดับไดม่อนสินะพรสวรรค์แต่กำเนิดระดับเดียวกับอาจารย์เลย ดีมาก งั้นต่อไปก็ความเข้ากัน เอามือวางไว้บนลูกแก้ว” อีริกกล่าวกับลูกศิษย์ของเขาด้วยความภาคภูมิใจ เพราะพรสวรรค์ระดับนี้ถือว่าสูงมากในหมู่นักล่าด้วยกัน
จากนั้นอิกนัสจึงเอามือมาวางบนลูกแก้วแล้วปล่อยพลังชีวิตของเขาเข้าไปภายในลูกแก้วนั้น แสงสีต่างๆเกิดขึ้นภายในลูกแก้วแล้วหมุนวนไปมา จนเหลือเพียงลูกบอลแสงสี่สีที่ลอยนิ่งอยู่ภายในนั้น มีสีแดง เทาเข้ม ดำและอีกสีที่ดูคล้ายละอองจางๆเปล่งแสงระยิบระยับ
อีริกมองดูแล้วก็พูดขึ้นมาว่า “สี่ธาตุเหรอ หายากมากเลยนะ มีธาตุไฟจากธาตุหลักของโลก โลหะจากตระกูลสินะ และก็ความมืดซึ่งหายากในหมู่มนุษย์ด้วยกันเหมือนกับเราเลย แล้วอีกธาตุหนึ่งนี่มันอะไรกันแน่เนี่ยไม่เคยเห็นมาก่อนเลย อิกนัสรู้หรือเปล่าว่าอีกธาตุหนึ่งที่เข้ากันได้กับเธอมันคือธาตุอะไรกันแน่”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับอาจารย์ เรื่องที่ผมมีความเข้ากับธาตุความมืดเนี่ยผมก็พึ่งจะรู้เหมือนกันครับ เพราะบนร่างกายผมมีแค่วงจรเวทธาตุไฟกับเงินเท่านั้นเอง” อิกนัสตอบกลับไป
“อืม...งั้นเหรอ ไว้เราคอยมาช่วยกันคิดทีหลังก็แล้วกัน มันเป็นธาตุพิเศษอะไรสักอย่างที่อาจารย์ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ไม่เป็นไร ต่อไปเราก็ไปที่สนามซ้อมกันต่อเลยแล้วกัน จะได้ทดสอบฝีมือเธอกันซักที” อีริกบอกกับศิษย์ของเขา
เป็นอีกครั้งที่อิกนัสเดินตามอาจารย์ของเขาไป เมื่อเดินลึกเข้าไปก็พบกับสนามซ้อมของสมาคมนักล่าอสูร ซึ่งพื้นที่ภายในสนามซ้อมก็มีขนาดพอสมควรและมีม่านพลังป้องกันครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่เอาไว้ ถ้าหากดูจากภายนอกเขาคงไม่รู้เลยว่าภายในสมาคมนักล่าอสูรนั้นจะลึกลับซับซ้อนขนาดนี้ เขาดูภายนอกก็ไม่เห็นใหญ่โตอย่างที่เข้ามาภายในเลยสักนิด
ทั้งสองเดินเข้าไปภายสนามซ้อม จากนั้นอีริกก็กล่าวออกมาว่า “เอาล่ะ ถึงเวลาแสดงฝีมือให้อาจารย์ดูแล้ว ก่อนอื่นขอดูเพลงดาบพายุทรายที่เธอเคยแอบดูก่อนก็แล้วกัน”
“ครับอาจารย์” อิกนัสรับคำอย่างหนักแน่น ในใจของเขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะต่อสู้ พร้อมกับนำดาบคาตานะของเขาออกมาจากต่างหู จากนั้นจึงเริ่มแสดงกระบวนท่าของเพลงดาบพายุทรายให้อาจารย์ของเขาดู
“เพลงดาบพายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง ลมหวน” อิกนัสวาดดาบออกไปโดยไม่ใช้พลังชีวิตเสริมของไปในเพลงดาบ กระบวนท่าที่เขาใช้ออกเฉียบคมขึ้นยิ่งกว่าก่อนมาก
“ดาบดี เพลงดาบเยี่ยม” อีริกมองดูเพลงดาบและดาบในมืออิกนัส แล้วจึงกล่าวชมออกมาไม่หยุด
จากกระบวนท่าที่หนึ่งสู่กระบวนท่าที่สอง สาม สี่ จนถึงกระบวนท่าสุดท้าย อิกนัสแสดงกระบวนท่าของเพลงดาบพายุทรายออกไปเรื่อยๆ เขาทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ทุกกระบวนท่าเขาแสดงออกอย่างประณีตงดงามราวกับร่ายรำ
“ยอดเยี่ยมมากเลยอิกนัส ไม่คิดว่าเธอจะฝึกมันสำเร็จด้วยเวลาเพียงเท่านั้นจริง อาจารย์ภูมิใจมากที่ได้เธอมาเป็นลูกศิษย์” อีริกมองดูอย่างลืมตัว จนเมื่ออิกนัสแสดงเพลงดาบเสร็จสิ้นเขาก็กล่าวชมออกมาอีกครั้ง
“ต่อไปอาจารย์ของทดสอบความแข็งแกร่งของเธอหน่อยก็แล้วกัน ถือว่าเป็นการทดสอบแทนการทดสอบของนักล่าสำรองก็แล้วกันนะอิกนัส โจมตีมาที่อาจารย์อย่างเต็มกำลังเลย” อีริกกล่าวกลับศิษย์ของเขา จากนั้นก็นำดาบคาตานะสีดำออกมาจากแหวนมิติที่นิ้ว จากนั้นจึงตั้งท่าเตรียมรีบการโจมตีจากศิษย์เขา
อิกนัสที่ได้ยินอย่างนั้นก็ผงกหัวรับคำ จากนั้นก็วาดดาบออกด้วยเพลงดาบพายุทราย กระบวนท่าที่สองเวิ้งว้างไร้ผู้ใด เขาเสริมพลังชีวิตลงในเพลงดาบอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความต้องการของอาจารย์และของตัวเขาเองที่อยากรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองในตอน ว่าเขาในตอนนี้นั้นถ้าเทียบกับนักล่าระดับไดม่อนแล้วฝีมือห่างชั้นกันมากแค่ไหน
วิถีดาบแปลกประหลาดของกระบวนท่าเวิ้งว้างไร้ผู้ใดแตกออกเป็นห้าสายแตกต่างกัน ทุกเส้นสายของวิถีดาบต่างพุ่งเข้าใส่อีริกในเวลาเดียวกัน วิถีดาบของเขาเพิ่มมากขึ้นก็เพราะทักษะดาบพื้นฐานที่ซื้อมาช่วยให้เขาเข้าใจเพลงดาบได้มากขึ้น
อิกนัสรู้ว่าแค่นี้นั้นทำอะไรอาจารย์ของเขาไม่ได้หรอก เขาจึงไม่รอให้การโจมตีก่อนหน้าสำเร็จ เขารีบพุ่งตัวอ้อมไปด้านหลังของอาจารย์ของเขาทันที จากนั้นจึงฟันดาบออกไปที่ลำตัวของอาจารย์อย่างรวดเร็ว
อีริกที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจในตัวลูกศิษย์ เขาคลี่คลายวิถีดาบอันแปลกประหลาดที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดายด้วยดาบในมือที่เหลือเพียงข้างเดียว จากนั้นก็พลิกตัวกลับมารับดาบที่ตวัดที่ลำตัวเอาไว้อย่างทันท่วงที แล้วจึงกล่าวออกไปว่า “โจมตีมาได้ดี แต่ว่าวิถีดาบของเวิ้งว้างไร้ผู้ใดยังไม่สมบูรณ์ ที่สมบูรณ์จริงๆต้องมีเจ็ดวิถีดาบ ซึ่งจะทำให้อาจารย์ต้องใช้เวลานานกว่านี้ในการแก้ไขวิถีดาบที่พุ่งเข้ามา ทำให้อาจารย์กลับไปรับดาบที่ฟันมาจากด้านหลังไม่ทัน อีกอย่างก็คือการพุ่งตัวมาต้องเร็วกว่านี้หรือใช้ท่าเท้าเข้าช่วยและต้องลดการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าลง การเคลื่อนไหวของเธอยังดูฝืดๆอยู่ ถ้าทำได้การโจมตีถึงดีมากกว่านี้”
“เอา...มาต่อกันเลยอิกนัส อาจารย์รอการโจมตีที่ดีกว่านี้อยู่ เข้ามา”
“ครับอาจารย์” หลังจากกล่าวเสร็จอิกนัสกระโดดถอยออกไปพร้อมกับตั้งท่าจู่โจมใหม่อีกครั้ง เขามองดูท่วงท่าการยืนของอาจารย์ก็พบว่าแม้อาจารย์ของเขายืนอยู่ในท่าสบายๆ แต่ก็ไม่มีช่องโหว่ให้โจมตีเลยแม้แต่น้อย เขาจึงคิดว่า ‘ในเมื่อไม่มีช่องโหว่ก็ต้องสร้างช่องโหว่ขึ้นมาเอง’
คิดได้อย่างนั้นอิกนัสก็พุ่งตัวเข้าไปปะดาบกับอาจารย์เขาในทันที เขาวาดดาบใส่ลำตัวของอาจารย์แต่ก็ถูกกันไว้ได้ด้วยดาบ ในจังหวะต่อมาเขาก็ระดมฟันดาบเข้าไปอย่างไม่หยุดพักพร้อมกับมองหาช่องโหวเพื่อโจมตีอาจารย์
แต่อาจารย์ของเขาก็รับได้ทุกกระบวนท่าเลย แถมรับได้อย่างหมดจดเลยด้วยซ้ำ และยิ่งเมื่อเขาสังเกตดูให้ดีอิกนัสก็พบว่าอาจารย์เขาไม่ได้ขยับตัวออกจากจุดที่ยืนเลยแม้แต่น้อยทำให้เขาต้องทึ่งในความสามารถของอาจารย์มากขึ้นไปอีก
หลังจากที่อิกนัสระดมโจมตีไปหลายสิบกระบวนท่าอย่างไม่หยุดพัก แต่ก็ยังไม่พบช่องว่างจากการเคลื่อนไหวของอาจารย์ จากนั้นจึงตวัดเพลงดาบพายุทรายกระบวนท่าที่สาม ซึ่งเมื่อก่อนเขาไม่สามารถใช้ออกได้ด้วยพลังชีวิตมีไม่พอและยังไม่เชี่ยวชาญเพลงดาบนี้ดีพอ แต่ตอนนี้ทั้งพลังชีวิตและความเชี่ยวชาญเขามีเพียงพอแล้ว
กระบวนท่ามรสุมทะเลทรายของอิกนัสปกคลุมทั่วทั้งบริเวณโดยรอบ คลื่นดาบทรงกลมจู่โจมอย่างมืดฟ้ามัวดินห้อมล้อมทุกทิศทางเอาไว้ ในคลื่นดาบทรงกลมของอิกนัสแฝงไว้ด้วยหนามที่เกิดจากคมดาบที่จู่โจมออกอย่างรวดเร็วและรุนแรง มันพุ่งเข้าใส่อาจารย์ของอย่างรวดเร็ว
“ดูกระบวนท่านี้ให้ดีล่ะอิกนัส มรสุมทะเลทรายไหลย้อนกลับ” อีริกกล่าวออกมา พร้อมกับวาดดาบออกเป็นวงลายก้นหอย จากช้าๆค่อยๆเร็วขึ้นๆ คลื่นดาบของอีริกค่อยๆผลักดันกระบวนท่ามรสุมทะเลยทรายของอิกนัสที่ครอบคลุมตัวเขาอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเพลงดาบของอิกนัสจึงสลายไป
“นี่คือท่าที่มีไว้คลายกระบวนท่ามรสุมทะเลทรายหรือการโจมตีที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง มันก็คือการหมุนย้อนกลับของกระบวนท่านี้โดยใช้จุดอ่อนของกระบวนท่าและการออกแรงเท่ากันในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้กระบวนท่าหักล้างกันไป พอจะเข้าใจหรือเปล่าอิกนัส?” อีริกกล่าวออกไป
“พอเข้าใจบ้างนิดหน่อยครับ”
“งั้นก็ต่อเลย อาจารย์รอดูพลังที่แท้จริงของเธออยู่” อีริกกล่าวพร้อมกลับกวักมือท้าทายอิกนัส
“เพลงดาบพายุทราย กระบวนท่าต่อเนื่อง สายลมเจ็ดสี” กระบวนท่าที่อิกนัสคิดขึ้นจากกระบวนท่าที่หนึ่งและสองของเพลงดาบพายุทรายถูกใช้ออกไป
พายุคมสายลมห้าลูกพัดกระหน่ำโจมตีอีริกจากห้าทิศทางที่ต่างกันไป เมื่อใช้กระบวนท่านี้ออกไปอิกนัสก็เริ่มเหนื่อยหอบในทันที เนื่องเขาสูญเสียพลังชีวิตไปกับกระบวนท่านี้มากนัก
อีริกมองดูการโจมตีของลูกศิษย์บนใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ใช้ออกด้วยท่าไหลตามกระแส เพื่อสลายพายุคมดาบสายลม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การโจมตีกายภาพทั้งหมดแต่ก็สลายพลังของกระบวนท่าไปได้มาก ทำให้ส่วนที่เหลือของกระบวนท่าทำลายลงได้อย่างไม่ยากนัก
อีริกไม่ใด้ใช้พลังที่มากมายกว่าทำลายกระบวนท่าของลูกศิษย์โดยตรง ก็เพราะว่าเขาต้องการให้ศิษย์ของเขาได้เรียนรู้กระบวนท่าและเข้าใจความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างถ่องแท้ ถ้าตัวเขาที่มีระดับไดม่อนใช้พลังทำลายล้างกระบวนลงแล้วศิษย์ของเขาจะได้เรียนรู้อะไรจากการต่อสู้นี้กันล่ะ
การต่อสู้ระหว่างศิษย์อาจารย์ดำเนินต่อไปอีกหลายต่อหลายกระบวนท่า จนกระทั่งอิกนัสใช้พลังชีวิตของเขาจนหมดสิ้นก็ทำได้เพียงแค่โจมตีเฉียดชายเสื้อคลุมของอาจารย์เขาเท่านั้น หลังจากนั้นการต่อสู้กันของศิษย์อาจารย์ก็สิ้นสุดลงไปในที่สุด
อิกนัสได้เรียนรู้จากอาจารย์เขาอย่างมากมายจากการต่อสู้ครั้งนี้ มันยิ่งทำให้เข้าหลงใหลในวิชาดาบมากขึ้นไปอีก อีกทั้งในทุกๆกระบวนอาจารย์ของเขาจะคอยชี้แนะอยู่เสมอ ทำให้รูปแบบการโจมตีของอิกนัสขยับเข้าใกล้ตัวอาจารย์เขาไปเรื่อยๆ ถ้าพลังชีวิตของเขาไม่หมดลงไปซะก่อนก็อาจจะโจมตีโดนสักครั้งหนึ่งก็ได้