บทที่ 24 นายเปิดการ์ตูนให้พวกเราดูเนี่ยนะ?
แม้จะมองผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ แต่เจียงเจ๋อก็ยังรับรู้ได้ถึงกระแสความเย้ยหยันจากผู้คนส่วนใหญ่ ทฤษฎีและปฏิทรรศน์ที่ฝืนธรรมชาติเช่นนี้กำลังจะถูกเปิดเผยสู่โลกในวันนี้ย่อมต้องสร้างความฮือฮาได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกล้อง เจียงเจ๋อกลับเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ "ผมรู้ว่าหลายคนคงคิดว่าผมกำลังพูดจาโอ้อวด แต่เื่ที่ว่า 'เวลา' มีรูปร่างเป็อย่างไรนั้นผมขอเฉลยในตอนท้ายนะครับ"
"ตอนนี้ขอให้ทุกท่านดูวิดีโอให้จบก่อนแล้วค่อยตัดสินกันทีหลัง... ผู้ดูแลห้องส่งครับ ช่วยสลับไปที่แอนิเมชันที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ด้วยครับ!"
ในตอนนั้น บนไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ด้านหลังเจียงเจ๋อเริ่มปรากฏภาพแอนิเมชันสาธิตตามลำดับ นี่คือเนื้อหาที่เขาได้หารือกับเหล่าจ้าวและหวังกั๋วเซิ่งใน่ดึกก่อนหน้านี้ เป็การผสมผสานระหว่างภาพเคลื่อนไหวและเสียงบรรยายได้อย่างลงตัว!
ในภาพเป็ย่านที่พักอาศัยของเมืองในสังคมอนาคตแห่งหนึ่ง ตัวละครแอนิเมชันในชุดสูทสากลกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นเมเปิลในสวนสาธารณะของเมือง กล้องจับภาพไปที่ตัวเขาพร้อมมีป้ายกำกับบนหัวว่า 'เซียเหริน'
เจียงเจ๋อชี้ไปที่เนื้อเื่ในแอนิเมชันและเริ่มอธิบาย "สิ่งที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้คือตัวละครหลักของแอนิเมชันเื่นี้ เซียเหริน ครับ"
"วันหนึ่งเขาได้รับความสามารถในการเดินทางข้ามกาลเวลา ขั้นแรกเขาได้ตั้งคำถามบนอินเทอร์เน็ตว่า 'ถ้าสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้ ทุกคนอยากทำอะไรมากที่สุด?'"
"จากนั้นก็มีคนตอบว่า 'จิ๋นซีฮ่องเต้ ช่วยทำปณิธานของับรรพบุรุษให้สำเร็จ!'"
"และแน่นอนว่าเขาเลือกคำตอบนี้! ทว่ายาอายุวัฒนะนั้นหายากยิ่ง เขาจึงเดินวนเวียนไปมาด้วยความหงุดหงิดจนกระทั่งมาถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง และในตอนนั้นเองวงล้อแห่งชะตากรรมก็เริ่มหมุน!"
ใต้ต้นเมเปิลในสวนสาธารณะฤดูใบไม้ร่วง ปรากฏภาพชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพในชุดสูทสากลเดินเข้ามา นั่งลงข้าง ๆ เซียเหริน ก่อนจะเริ่มชวนคุยและยื่นกล่องทรงโบราณให้เซียเหรินพร้อมกับพูดบางอย่าง แต่เนื่องจากภาพไม่มีเสียง เจียงเจ๋อจึงรับหน้าที่เป็ผู้บรรยายและพากย์เสียงชั่วคราว
"อย่างที่ทุกท่านเห็น มีคุณลุงชุดดำคนหนึ่งชวนเขาคุยไม่กี่ประโยค จากนั้นก็มอบกล่องไม้จันทน์ที่มีกลิ่นอายโบราณให้ ความจริงแล้วสิ่งที่คุณลุงบอกเขาคือ 'ฉันรู้จักนาย ตอนนี้ช่วยนำสิ่งนี้ไปมอบให้ปฐมจักรพรรดิด้วย'"
"จากนั้นเซียเหรินก็มองส่งคุณลุงชุดดำจากไปด้วยความตกตะลึง เขาคาดว่าความสามารถของตนอาจถูกคุณลุงชุดดำล่วงรู้เข้า หลังจากคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เขาจึงทำได้เพียงปฏิบัติตามคำขอและเดินทางข้ามเวลากลับไปยังต้าฉิน!"
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อเคาะไมค์เบา ๆ เพื่อให้ช่างภาพหันกล้องไปที่หน้าจอขนาดใหญ่
[คอมเมนต์ : ให้ตายเถอะ พิธีกรคนอื่นพยายามอธิบายเนื้อหาจนแทบตาย แต่คุณกลับเปิดการ์ตูนปัญญาอ่อนให้พวกเราดูเนี่ยนะ?]
[คอมเมนต์ : ฮ่า ๆ ๆ เจียงเจ๋อ นายมีความคิดสร้างสรรค์ดีนะ!]
[คอมเมนต์ : แค่เพราะนายไม่เหมือนพิธีกรคนอื่น รายการนี้ฉันจะดูต่อก็ได้]
[คอมเมนต์ : แอนิเมชันนี้หยาบเกินไปจริง ๆ ถ้าไม่มีคนบรรยาย ฉันคงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง]
[คอมเมนต์ : พิธีกรสุดยอดมาก พากย์เสียงตัวละครด้วยตัวคนเดียว ยอมสยบเลย!]
ในขณะนี้ภายในห้องประชุมผู้บริหาร
หวังหลินและเซียวสืออีแสดงสีหน้าสนใจ พวกเขาเป็คนรุ่นใหม่ย่อมชอบดูแอนิเมชันแบบนี้มาก ยิ่งไม่คาดคิดว่าน้ำเสียงของเจียงเจ๋อจะหลากหลายขนาดนี้ สามารถสลับจากน้ำเสียงวัยรุ่นที่รักอิสระไปเป็เสียงทุ้มมีเสน่ห์ของคุณลุงวัยกลางคนได้ตลอดเวลา
"เจียงเจ๋อเก่งจังนะ ว่าแต่พิธีกรของพวกเราต้องเรียนพากย์เสียงด้วยเหรอ ผมเป็พิธีกรสายบันเทิง ตอนนั้นอาจารย์ก็ไม่ได้สอนผมนะ!"
"ส่วนใหญ่พากย์เสียงไม่เป็หรอก แต่ดูจากท่าทางของเจียงเจ๋อ เขาน่าจะเคยเรียนมาบ้าง การเปลี่ยนน้ำเสียงลื่นไหลมากแต่ถ้าเทียบกับผมแล้วยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่ดี!"
พอหวังหลินพูดจบ เซียวสืออีก็ทำหน้าขยะแขยง "อี๋~"
หวังกั๋วเซิ่งมองไปที่จ้าวิด้วยความมึนงง "ผู้อำนวยการครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เหล่าจ้าวถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา "ทำไมเหรอ?"
"แบบนี้มันเหมาะสมเหรอครับ พิธีกรคือเจียงเจ๋อนะ แต่ตอนนี้กลับเปิดการ์ตูนโชว์อย่างเปิดเผย แถมการ์ตูนยังดูเรียบง่ายเกินไป ถ้าแค่เรียบง่ายก็ช่างมันเถอะแต่เสียงพากย์ของเขามันให้ความรู้สึกเหมือนนักเรียนศิลปะที่สอบตกเลยไม่ใช่เหรอ?"
"แล้วมันไม่เหมาะสมตรงไหนกัน ทำให้คนจำนวนมากขึ้นเข้าใจได้ก็เพียงพอแล้ว อีกอย่างช่วยเจียงเจ๋อประหยัดน้ำลายด้วย และที่สำคัญคือ... ประหยัดเงิน"
ความจริงแล้ว แอนิเมชันนี้แผนกเทคนิคพิเศษจ้างเหมานักศึกษาว่างงานช่วยทำ ซึ่งนักศึกษาคนนั้นก็เป็แฟนคลับของเจียงเจ๋อจึงแทบไม่ต้องเสียเงินเลย
"ผู้อำนวยการคุณเปลี่ยนไปแล้ว คุณกำลังจะกลายเป็แบบเดียวกับเจียงเจ๋อไปแล้ว" หวังกั๋วเซิ่งแอบบ่นในใจ
สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ นี่คือผลของความสามารถในการบรรยายที่เจียงเจ๋อได้รับมาก่อนหน้านี้ซึ่งกำลังส่งผล
...
ภายในโลกแอนิเมชันบนหน้าจอขนาดใหญ่
พระราชวังเสียนหยาง จู่ ๆ ก็มีแสงสีขาววาบขึ้นมา ทำให้เหล่าขุนนางที่กำลังประชุมกันอยู่ใตื่น ทุกคนจึงหันไปมองที่ลำแสงนั้นทันที
"นั่นมันเื่อันใดกัน?"
"นั่นคือทัณฑ์อสนีใช่หรือไม่?"
"..."
เซียเหรินในชุดขาดรุ่งริ่งก้าวออกมาจากแสง เดิมทีคิดว่าจะออกมาอย่างสง่างามและดูดี ใครจะคิดว่าพอออกจากลำแสงปุ๊บ ก็ถูกดาบสำริดของทหารยามนับสิบเล่มจ่อที่คอทันที
"นี่ฉัน... เข้ามาถึงฐานทัพใหญ่เลยเหรอ?" เซียเหรินทำหน้ามึนงง รีบกวาดสายตามองรอบ ๆ จนสุดท้ายสายตาไปหยุดอยู่ที่ชายวัยกลางคนในชุดคลุมัสีดำ
"ให้ตายเถอะ เปิดเื่มาก็โผล่มากลางพระราชวังเสียนหยางเลย นั่นต้องเป็จิ๋นซีฮ่องเต้แน่ ๆ"
"บังอาจนัก กล้าดียังไงมาลอบสังหารฝ่าา ทหารรีบสังหารเ้าปีศาจนี่เสีย!" จ้าวเกา้าแสดงผลงาน จึงรวบรวมความกล้าออกคำสั่ง
แต่เซียเหรินกลับเมินจ้าวเกา และหันไปมองจิ๋นซีฮ่องเต้ ต่างฝ่ายต่างสำรวจอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"คุณคือจิ๋นซีฮ่องเต้?"
เมื่อเห็นว่าเซียเหรินไม่สนใจตน ซ้ำยังล่วงเกินเบื้องสูง จ้าวเกาจึงรีบคุกเข่าต่อหน้าจิ๋นซีฮ่องเต้ "ฝ่าา เ้าปีศาจนี่บังอาจคิดประทุษร้ายต่อฝ่าา ขอฝ่าาโปรดสั่งปะามันด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
"ถอยไป!"
จ้าวเกาถอยหลังไปด้วยความงุนงง
"ผู้มาเยือนคือผู้ใด หรือจะเป็เซียนผู้วิเศษจากที่ใด?" น้ำเสียงของฮ่องเต้แฝงไปด้วยอำนาจบารมีของราชัน แม้ต้องเผชิญหน้ากับคนที่สงสัยว่าเป็เทพเซียน แต่ก็ยังคงความทระนงมิเสื่อมคลาย!
เซียเหรินยิ้มบาง ๆ และก้มศีรษะเล็กน้อย "ผู้มาเยือนมีนามว่า เซียเหริน มาจากโลกอนาคตในอีกสองพันปีข้างหน้า"
จิ๋นซีฮ่องเต้เลิกคิ้ว ในใจรีบชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสีย ไม่ได้เชื่อคำพูดของเซียเหรินโดยทันที แต่วิธีการปรากฏตัวที่แปลกประหลาด ท่าทางมั่นใจ และผิวพรรณที่ขาวเนียน แม้เสื้อผ้าจะเก่าและขาดแต่ดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดาสามัญจริง ๆ
"แซ่เซีย ในดินแดนต้าฉินของข้าดูเหมือนจะไม่มีตระกูลนี้นะ!"
"โอเค งั้นผมแซ่เจียง นามเจ๋อ"
พอคำนี้หลุดออกมา มุมปากของผู้ชมก็กระตุกยิก ๆ ให้ตายเถอะ เจียงเจ๋อที่เป็พิธีกรใส่ตัวเองเข้าไปในแอนิเมชันด้วยซะงั้น แม้แต่เจียงเจ๋อเองก็ยังทำหน้าประหลาดใจ แอนิเมชันนี้ใครเป็คนทำกันเนี่ย...
"เจียงเจ๋อ หากเ้ามาจากอีกสองพันปีข้างหน้า เช่นนั้นคนรุ่นหลังอย่างเ้ามาหาข้าด้วยธุระอันใด?"
เซียเหรินไม่รีรอ หยิบกล่องที่มีกลิ่นอายโบราณออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนให้จิ๋นซีฮ่องเต้ทันที โชคดีที่ฮ่องเต้รับไว้ได้อย่างแม่นยำ
"นี่คือสิ่งใด?"
"ยาอายุวัฒนะสองเม็ดครับ! ที่ผมมาในครั้งนี้ก็เพื่อนำยาอายุวัฒนะมาถวาย"
คำพูดนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของจิ๋นซีฮ่องเต้ทันที จึงโบกมือให้ทหารยามถอยออกไป
"ขอบพระคุณฝ่าาที่เมตตาละเว้นชีวิต ไม่ว่าฝ่าาจะเชื่อหรือไม่ แต่ผมมีเื่หนึ่งที่จะขอร้อง"
"เื่อันใด?"
เซียเหรินขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตอบอย่างทระนง "หากยามใดที่ฝ่าาตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิตขอให้เสวยยานี้ มันจะสามารถรักษาต้าฉินให้คงอยู่เป็หมื่นปี และผม้าให้ท่านสัญญาว่าในสังคมยุคใหม่ในอนาคต ขอให้ฝ่าาออกคำสั่งห้ามไม่ให้ประเทศใด ๆ ในโลกวิจัยยาอายุวัฒนะอีก เพียงเท่านี้ทั้งโลกก็จะมีเพียงฝ่าาคนเดียวเท่านั้นที่ได้เป็ะ!"
พอคำนี้หลุดออกมา เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นในท้องพระโรงถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความใ
เิอี้ก้าวออกมาถามเป็คนแรก "สมมติพวกข้าเชื่อว่าเ้าเป็คนจากอนาคตจริง หากในอนาคตฝ่าาสั่งห้ามทั่วโลกผลิตยาอายุวัฒนะขึ้นมา แล้วยาในมือเ้าได้มาจากที่ใดกัน?"
เซียเหรินอดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก "ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมก็แค่คนใจดีที่อยากช่วยให้ถึงที่สุดเท่านั้น ตอนนี้ผมก็กำลังทำการทดลองอยู่ไม่ใช่หรือ เอาละ ท่านลุงเิอี้รีบถอยไปได้แล้ว ผมยังมีธุระต้องทำ"
"ลุ... ลุ... ลุง?" เิอี้ชะงักไป จากนั้นจึงถอยหลังกลับไปอย่างว่าง่าย
ในตอนนั้น จ้าวเกาก็ก้าวออกมาแสดงตัวอีกครั้ง "เ้าปีศาจ! บังอาจหลอกลวงฝ่าา สวีฝูได้ปรุงยาอายุวัฒนะถวายฝ่าาแล้ว แล้วยาของเ้ามาจากที่ใดกัน รีบสารภาพมาเดี๋ยวนี้"
"แม่งเอ๊ย ทนแกมานานแล้ว ไอ้คนใจแคบ" เซียเหรินชี้หน้าจ้าวเกาแล้วด่ากราด "สวีฝูก็แค่สิบแปดมงกุฎคนหนึ่ง แล้วแก ไอ้จ้าวเกาที่ชอบอ้างบารมีคนอื่น ขุนนางโฉดชื่อกระฉ่อนในหน้าประวัติศาสตร์ ฉันหมั่นไส้แกมานานแล้ว ไปตายซะ!"
เซียเหรินพุ่งตัวออกไป หมุนตัวกลางอากาศ 2.5 รอบ พอเท้าแตะพื้นก็ชักดินสอออกมาแท่งหนึ่ง พุ่งเข้าไปปักทะลุคอของจ้าวเกาในพริบตา ทำให้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างใสุดขีด!
"เอาละ จิ๋นซีฮ่องเต้ ภารกิจของผมเสร็จสิ้นแล้ว ลาก่อน! อ้อ! มีอีกเื่ที่จะขอ ยาอายุวัฒนะท่านกินได้แค่เม็ดเดียว อีกเม็ดส่งคืนให้ผม เมื่อท่านมีชีวิตอยู่จนถึงยุคสมัยใหม่ ให้มาหาผม จงจำผมให้ได้ หาผมให้เจอแล้วคืนยาให้ผม... หาผมให้เจอแล้วส่งยาคืนมา!!!"