หนึ่งเดือนหลังจากที่ลั่วอู่หลินได้เริ่มต้นการล่า อสูรนักโทษมีค่าหัวระดับเทพสวรรค์นับสิบตัวพากันล้มตายอย่างง่ายดายภายใต้คมเขี้ยวของตงฟางหลงกับเทียนหลิน และเป็นที่แน่นอนว่ากระดูกมายานับสิบชิ้นของพวกมันก็ตกมาอยู่ในมือของลั่วอู่หลินโดยที่เขายังไม่ต้องลงมืออะไร
การฆ่าอสูรนักโทษเหล่านี้ หาได้กระทบกระเทือนขุมกำลังไหนไม่ ดังนั้นลั่วอู่หลินและลูกน้องจึงล่าได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่มีใครคิดจะขัดขวางหรือรบกวน
แม้จะมีนักล่าค่าหัวคนอื่นที่หมายปองเหยื่อคนเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นตงฟางหลงและเทียนหลินที่ลงมือได้อย่างเฉียบขาดกว่า บางครั้งนักล่าเหล่านั้นก็กลายมาเป็นเหยื่อเสียเองก็มี
ในเวลานี้ลั่วอู่หลินกำลังนั่งอยู่บนริมผามองดูตงฟางหลงเผชิญหน้ากับอสรพิษเพลิงตะวันระดับเทพสวรรค์ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่ามันไม่เกินมือจักรพรรดิมังกรน้ำแข็งผู้นี้แต่อย่างใด ด้วยเผ่าพันธุ์และธาตุที่แพ้ทางเวลาผ่านไปไม่นานตงฟางหลงก็สังหารมันอย่างง่ายดายและสุดท้ายกระดูกสัตว์มายาส่วนหัวที่คล้ายกับมงกุฏที่มีอัญมณีลักษณะคล้ายทัมทิมสีแดงก็ปรากฏออกมา
ตงฟางหลงไม่รอช้าหยิบมันและนำร่างของอสรพิษเพลิงตะวันออกเข้าแหวนมิติของตนเองไป จากนั้นก็บินมาหาพร้อมกับยื่นกระดูกมายาส่วนหัวให้กับลั่วอู่หลิน ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าและรับไว้ แม้กระดูกมายาชิ้นนี้จะไม่มีประโยชน์กับเขา แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าภรรยาของลั่วอู่หลินส่วนใหญ่มีธาตุไม่น้ำแข็งก็ไฟ ดังนั้นในอนาคตกระดูกสัตว์มายาชิ้นนี้ย่อมต้องมีประโยชน์ต่อพวกนางอย่างแน่นอน
"เอาล่ะ พวกเจ้าเหนื่อยมามากแล้ว อสูรหมีน้ำแข็งระดับเทพราชาเดี๋ยวข้าจัดการเอง"ลั่วอู่หลินลุกขึ้นและยืดเส้นยืดสาย ร่างกายของเขาในที่สุดก็หายดีแล้วดังนั้นจึงอยากที่จะออกกำลังเสียหน่อย หากเอาแต่ใช้แรงงานพวกเทียนหลินและตงฟางหลงเกรงว่าฝีมือของเขาคงทื่อกันพอดี
ทั้งเทียนหลินและตงฟางหลงต่างไม่มีใครขัดข้อง เพราะถ้าหากนายท่านของพวกเขาสำแดงร่างเทพมังกรออกมาระดับก็พุ่งขึ้นสูงถึงเทพจักรพรรดิ ดังนั้นกับอีแค่ระดับเทพราชันก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด
ทั้งสามบินร่องไปยังเขตเหนือสุดของดินแดน จากนั้นลั่วอู่หลินก็ไม่รอช้าบินลงไปยังเบื้องล่างในทันที ส่วนเทียนหลินและตงฟางหลงนั้นยังคงอยู่บนฟากฟ้าเพื่อรอดูสถานการณ์
"ตูม!!"
การเปิดตัวของชายหนุ่มอลังการยิ่ง เมื่อลงมาถึงพื้นที่บริเวณนั้นที่เป็นน้ำแข็งแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี ลั่วอู่หลินเดินมาถึงหน้าถ้ำขนาดใหญ่ก็พลันเรียกหอกระดับปฐพีขั้นสูงออกมา
"นักโทษอันดับที่ห้าสิบ หลบซ่อนไปก็เปล่าประโยชน์ออกมาเถอะ"
ลั่วอู่หลินไม่หวั่งเกรง ยืนตระหง่านท่ามกลางลมหนาวหอกในมือควงไปมาราวกับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร ในเวลาเพียงไม่นานดวงตาสีแดงกล่ำก็ถูกเผยออกมาจากในถ้ำ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างกำยำที่มีขนสีขาวทั่วร่างกาย ใบหน้าของมันแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างไม่อาจที่จะบรรยายได้
แต่เมื่อมันเห็นลั่วอู่หลินก็ถึงกับต้องแปลกใจ เพราะคนที่หาญกล้ามาท้าทายมันในครั้งนี้คือเด็กที่มีตบะเพียงเซียนปฐพีขั้นกลางเท่านั้น นี่เจ้าเด็กนี่มันสิ้นคิดจนถึงขนาดพาตัวเองมาตายเลยหรืออย่างไรกัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นดวงตาของมันก็เผยความสมเพชออกมา
"ในเมื่อรนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้"อสูรหมีน้ำแข็งกล่าว จากนั้นร่างกายของมันก็หายไป และมาโผล่อีกทีตรงหน้าของลั่วอู่หลินพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ฟาดเข้าใส่หัวหมายจะฆ่าให้ตายภายในกระบวนท่าเดียวเพราะตัวมันไม่อยากจะเสียเวลา
"ปั้ง!"
ลั่วอู่หลินใช้มืออีกข้างที่ยังว่างซัดฝ่ามือเข้าปะทะ จากนั้นกระโดดเตะหัวของอีกฝ่ายจนปลิวกระเด็นไปไกล ต่อมาทั่วทั้งร่างปรากฏชุดเกราะสีทองเป็นประกาย ลั่วอู่หลินไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งหลักได้แต่อย่างใดพุ่งเข้าใส่อสูรหมีน้ำแข็งอีกครา พร้อมกับกำหมัดต่อยไปที่อีกฝ่ายจนลำตัวกลายเป็นรูโหว่น่าสยดสยอง
"อ๊ากกก!!"
อสูรหมีกรีดร้องโหยหวนออกมา ในใจไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองจะพ่ายแพ้แก่ระดับเซียนได้ง่ายดายอย่างนี้ นี่มันยังไม่สามารถสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายได้เลยด้วยซ้ำ ช่างเป็นความอัปยศแก่ชีวิตอย่างแท้จริง
ส่วนตัวของลั่วอู่หลินนั้นเมื่อต่อยจนอีกฝ่ายตัวทะลุก็ไม่ได้รอช้า ลมปราณสีดำอมแดงผสานเข้ากับหมัดอีกคราจากนั้นก็ซัดไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนปลิวกระเด็นไปทะลุภูเขาหลายต่อหลายลูกด้วยกัน ด้วยสภาวะชุดเกราะเทพมังกรทองไร้สิ้นสุดทำให้ตบะของเขาเพิ่มขึ้นมาถึงเทพราชันเช่นกัน ดังนั้นแล้วอสูรหมีน้ำแข็งย่อมไม่นับเป็นอะไรได้
"จบเพียงเท่านี้!"
ลั่วอู่หลินเอ่ยเสียงเบา หอกระดับปฐพีถูกลมปราณสีดำอมแดงเคลือบเอาไว้ เขาล็อกเป้าหมายจากนั้นก็พุ่งหอกนี้ไปอย่างสุดแรง ในเสี้ยวพริบตาต่อมาหอกนั้นก็เสียบเข้ากับร่างของอสูรหมีน้ำแข็งและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนอีกฝ่ายถึงกับร่างแหลกสลายเหลือเพียงชิ้นส่วนกระดูกมายาส่วนแขนขวาและแขนซ้ายที่ลอยกลับมาหาลั่วอู่หลิน
"หืม อสูรระดับเทพราชันจะมีกระดูกสัตว์มายาสองชิ้นอย่างนั้นหรือ พี่สาวไฉ่เยว่เอ่อร์ไม่เห็นบอกข้าเรื่องนี้เลย........ช่างเถอะๆ ได้มาก็ถือว่าดี"กล่าวจบก็นำกระดูกทั้งสองชิ้นเข้าไปยังด้านหอคอยมหาสมบัติ ปลดชุดเกราะเทพมังกรทองไร้สิ้นสุดออก และบินขึ้นไปหาเทียนหลินและตงฟางหลงที่กำลังรอเขาอยู่
"สมแล้วที่เป็นนายท่าน อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะได้ตอบโต้สักครั้ง"
"ใช่ๆข้าล่ะสงสารเจ้าหมีนั่นจริงๆที่ต้องสังเวยให้กับลมปราณทำลายล้างของนายท่าน"
เมื่อได้ยินคำชื่นชมและยกย่องจากลูกน้องทั้งสองคน ลั่วอู่หลินก็ยิ้มบางและส่ายหัวเบาๆ "พวกเจ้าหยุดพูดอะไรแบบนี้เถอะ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะหลงคำเยินยอจนเสียคนก็เป็นได้"
ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างขบขัน จากนั้นทั้งสามก็พุ่งตรงไปยังเป้าหมายต่อไป เหล่านักโทษอสูรชั่วร้ายมีตั้งมากมายเป็นร้อยเป็นพัน หากเป็นไปได้ลั่วอู่หลินก็อยากจะล่าพวกมันให้หมดไม่อยากปล่อยไป เพราะนอกจากลั่วอู่หลินจะได้กระดูกสัตว์มายาจากพวกมันแล้ว การทำเช่นนี้ถือว่าช่วยพิภพอสูรไปในตัว
เนื่องจากพวกสัตว์อสูรนักโทษเหล่านี้มักจะไล่ล่าฆ่าฟันเผ่าอื่นอย่างสนุกสนาน การฆ่าของพวกมันนั้นไม่ใช่เพื่อการดำรงชีวิตแต่เพียงความสะใจ และมีหลากหลายเผ่าที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์เพราะพวกมัน บางครั้งก็ถึงกับทำให้สมดุลของพิภพอสูรเสียไป นี่คือสาเหตุว่าทำไมถึงมีการตั้งค่าหัวพวกมันขึ้นมา และถูกไล่ล่าเช่นนี้