“ไม่ทราบว่าคุณชายจะเวนนี่จะมา ขออภัยที่ไม่ได้เตรียมการต้อนรับ”...เคาน์ราเชนทำทีต้อนรับขับสู้
“เกรงใจท่านเคาน์ ข้ามาไม่เป็นทางการ มิได้แจ้งล่วงหน้า แถมข้าไม่ใช่ผู้สืบทอดตระกูลยังไงก็ไม่ใช่ดยุคต่อจากท่านพ่อ ท่านเคาน์อย่าได้เกรงใจนักเลย”.....เวนนี่กล่าวอย่างนอบน้อมและสุภาพ
“งั้น... ...ท่านคงจะไม่ได้มาเยี่ยมข้า ทั้งที่เราพบกันที่ตลาดประมูลบ่อยๆ สินะ”...ราเชนยิ้มถาม
“เรียนไต้เท้าตามตรง ข้าได้แจ้งจุดประสงค์ไปยังคนของท่านแล้ว ไม่ทราบว่าเขาได้รายงานท่านแล้วรึยังครับ?”...เวนนี่
“เรียนแล้ว ข้าจึงพานางมาพบท่าน เลดี้แอน มีแขกมาพบท่าน”....ราเชนผายมือเชิญแอนออกมา
“ท่านนั่นเอง ที่แท้ก็คุณชายลำดับ 3 แห่งตระกูลบริทเทรย์”...แอนย่อตัวทักทาย
“เลดี้แอนต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ ข้าเป็นแค่ลูกขุนนาง กลับต้องให้ขุนนางระดับไวเคานเตสทำความเคารพก่อนแบบนี้ ใครรู้เข้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”...เวนนี่รีบเอามือทาบอกก้มโค้งให้แอน
“คุณชายท่านมีธุระใดกับข้าคะ?”...แอนถาม
“ข้าอยากทราบว่าเจ้าเจชชี่เป็นยังไงบ้าง?”....เวนนี่ถามถึงลูกมังกรขาวที่เขาซื้อให้แอน
“นี่ค่ะ.... ....ไงเจชชี่ จำเค้าได้มั้ย?”...แอนอุ้มเจชชี่ขึ้นมา
เวนนี่ลูบหัวมัน
“ไม่ทราบว่าข้าจะขอเชิญเลดี้แอนทานมื้อค่ำข้างนอกกับข้าท่านจะรังเกียจมั้ย? อ้อ แล้วท่านเคาน์จะอนุญาตรึไม่ครับ?”
แอนอึ้ง....เกิดมายังไม่เคยมีลูกชายขุนนางคนไหนชวนนางมาก่อน นางหันไปมองเคาน์ราเชน
“ข้าไม่มีปัญหา แล้วแต่ท่านเถอะแม่หญิง”....ราเชนให้คำตอบ
“ข.ข..ข้าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ แต่พ่อบ้านของข้าต้องไปด้วยนะคะ”....แอนรับข้อเสนอโดยมีเงื่อนไข
“พ่อบ้าน?...ได้สิครับ”...เวนนี่ยิ้ม
แอนหันไปมองทหารที่มากับคณะเดินทาง
“ไปตามอลันให้ข้าที”....แอนสั่งทหาร
“ข้าอยู่นี่แล้วครับนายหญิง”....อลันเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ข้าไปด้วย”...บีนขอตามไปด้วย
“ไม่ได้ เจ้าต้องอยู่กับองค์หญิง”...อลันสั่ง
“ข้าดูแลตัวเองได้น่า”...อิเรเน่บอก
“เทียบกับนักผจญภัย เจ้าเก่ง แต่ถ้าเทียบกับ 13 นักฆ่า .... บอกเลยว่าถ้าไอ้ 3 ตัวที่รอดไปมันมาหารับรองเจ้าตายแน่”....อลันอธิบาย
“แต่ข้า...”...อิเรเน่จะค้าน
“พูดไม่รู้เรื่อง!”....อลันดุ
“....ค....ค่ะ”.....อิเรเน่จ๋อย
“เอ่อ...อ..อลัน ท่านอย่าดุองค์หญิงสิ ท....ท.ท.ท..ทำแบบนี้ได้...ไง”...แอนเลิกลักลนลานที่เห็นอลันดุองค์หญิงคนโปรดของพระราชา
“โอ ที่แท้ก็องค์หญิงอิเรเน่ เป็นโชคของข้าที่ได้พบ ท่านงามกว่าที่ผู้คนล่ำลือนัก”....เวนนี่เอามือทาบอกแล้วโค้งคำนับพร้อมชันเข่าลงถวายพระพร
“ลูกขึ้นเถอะคุณชาย มากพิธีไปแล้วข้ามิใช่รัชทายาทซะหน่อย”....อิเรเน่สั่งเวนนี่
“ขอบพระทัยพระเจ้าข้า”...เวนนี่ลุกขึ้นแล้วกล่าวต่อ
“เมื่อสักครู่พวกท่านพูดถึง 13 นักฆ่า พวกมันยังเหลือรอดอยู่เหรอครับ? ได้ข่าวว่าที่เมืองหลวงองค์ชายเอียนน์ทำการกวาดล้างพวกมันไปแล้ว”
“ใช่ เห็นว่ารอดมา 3 คน และหัวหน้ามันอีก 1 พวกเขาและองค์หญิงต่างมาสืบข่าวคราวของมันที่นี่ และเพื่อล่อมันออกมาด้วย”...ราเชนเสริม
แน่นอนพวกเขายังปิดบังเหตุผลที่แท้จริงไว้
“แบบนี้นี่เอง พวกท่านมาด้วยราชการหลวง ถ้างั้นการพาเลดี้แอนที่แสนน่ารักนางนี้ออกไป เท่ากับให้นางพบอันตรายยามค่ำคืน ข้าไม่ควรชวนนางเลย”...เวนนี่ก้มหน้ากล่าว
“ไม่เป็นไรค่ะ พ่อบ้านข้าไปด้วย ใครก็ทำอะไรชข้าไม่ได้หรอก”...แอนยิ้ม…เพราะโดนชมว่าแสนน่ารัก
“พ่อบ้าน..?... พ่อบ้านของไวเคานเตสแอนหรือว่า....ท่านคือวีรบุรุษแห่งซเปล อลัน!?”...เวนนี้ชี้ไปทางอลัน
อลันกอดอกตอบ
“ใช่ ข้าเอง”
“แบบนี้ก็วางใจ ข้าจะได้ดื่มด่ำกับมื้อค่ำใต้แสงจันทร์กับเลดี้แอนอย่างเบาใจ”....เวนนี่ยิ้มแล้วคว้ามือแอน
อลันรีบคว้ามือแอนกลับ
แอนหน้าแดงตกใจและเขิน และนางก็เพิ่งจะรู้ว่าผู้คนรู้จักนางมากมายแม้กระทั่งที่นี่ ดูท่าการที่อลันเข้ามาในชีวิตนางนั้น ทำให้ชีวิตนางเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
แอนและเวนนี่ออกจากปราสาทเคาน์
เวนนี่ไปไหนมาไหนไร้คนติดตาม จนแอนสงสัย
“ท่านไม่มีคนติดตามเหรอเวนนี่?”
“วินบริคคือบ้านข้า ข้าไม่ต้องให้คนคุ้มกันคอยตามในบ้านตัวเองหรอกแม่หญิงผู้น่ารัก”...เวนนี้ตอบ
“น่ารักอะไรกัน คนอย่างข้าเนี่ยนะ ข้าไม่น่ารักหรอกค่ะ ผู้หญิงชาวบ้านที่ซเปลยังดูดีกว่าข้าหลายคนเลย”....แอนเขิน
“คำว่าดูดี ท่านมองกันยังไง ข้ามองว่าท่านน่ารัก เพราะมองคนละแบบกับคนที่เข้ามาในชีวิตท่านคนอื่น ตัวท่านเล็กน่ารักดุจสาวแรกแย้มที่กำลังเบ่งบาน ใบหน้าและท่าทางท่านไร้เดียงสา งดงามน่ารัก ไม่มีเครื่องประทินโฉม ไม่มีกลิ่นฉุนเครื่องสำอาง ยิ่งเวลาเขินยิ่งน่ารัก”....เวนนี่ระดมชมแอนซะกระจุย
อลันเดินตามด้วยความหงุดหงิดมาก สิ่งที่เขาคิดกับแอนมาตลอด เวนนี่ชิงเอาไปออกปากชมแอนหมดเลย
“ท่านพูดชมสาวๆ แบบนี้บ่อยๆสินะครับคุณชาย”...อลันสอดขึ้นมา
“ไม่หรอก ท่านลองไถ่ถามคนในเมือง ข้าพยามเลี่ยงงานสังสรรค์เพราะไม่อยากเจอพวกคุณหนูลูกสาวขุนนางและพ่อค้าที่พากันรุมตอมข้าด้วยกลิ่นเครื่องประทินโฉมอันฉุนจมูก ดังนั้นข้าจะคุยกับผู้หญิงน้อยมาก บอกตรงๆ นะข้ารำคาญพวกนาง แต่กับเลดี้แอนที่ข้าเจอเมื่อครั้งก่อน นางไม่คิดจะเร้าหรือไต่ตอมข้าเหมือสาวนางอื่นๆ”....เวนนี่ร่ายเหตุผล
อลันเข้าใจจุดนี้ เขาเองก็เคยเจอสาวๆที่มีแต่กลิ่นเครื่องสำอางตอมมาแล้วที่เมืองจูโน่ตอนไปหาซื้อผ้ามาตัดชุดให้แอน
แต่อลันยิ่งโมโหเมื่อรู้ว่าเวนนี้เข้ามาอี๊อ๋อกับแอนตอนเขาไม่อยู่ แต่เขาก็แอบละอายหน่อยๆ เพราะตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่เขาได้เสียกับอิเรเน่
“ท่านประเมินข้าสูงไปคุณชาย ท่านอาจจะชมข้าว่าตัวเล็กดูข้าสิหน้ากลมคิ้วหนา ตาก็ไม่มีประกายสดใสแบบคนอื่น”...แอนก้มหน้าพูดว่าร้ายตัวเอง ด้วยท่าทีเขินอาย
ชายหนุ่มที่น่าจะหล่อเหลาที่สุดของวินบริคกำลังชื่นชมนาง จะเขินอายบ้างก็ไม่แปลก
“คิ้วท่านหนาก็ดีนี่ ไม่ต้องเขียนคิ้ว ดีกว่าตอนจะเข้านอนลองนึกสิว่าถ้าข้าต้องเจอกับผู้หญิงที่ลบคิ้วแล้วแทบไม่เหลือคิ้วเลยเนี่ยจะเป็นยังไง ข้าหาได้รังเกียจผู้หญิงที่คิ้วบาง แต่ข้าเกลียดการแต่งเสริมปรุงแต่ง เทียบกับอีกนางไม่ต้องลบคิ้ว คิ้วของนางก็ชัดเจนอยู่แล้วก่อนเข้านอนนางจะยิ้มหรือจะโกรธ ข้าก็จะเห็นได้ชัดจากคิ้วของนาง หน้าที่กลมเวลาลูบแก้มไล่มาจนถึงคางก็ไม่ต้องหยุดมือที่คางแหลมๆเหมือนหญิงคนอื่นๆ ข้ายังสามารถลูบต่อไปยังแก้มอีกข้างได้.......คิดดูสิว่าแต่ละค่ำคืนจะวิเศษขนาดไหน”...
เวนนี่พรรณนาถึงไปถึงการร่วมเรียงเคียงหมอนกับสตรีที่มีคุณลักษณะแบบแอน
ทำเอาแอนอึ้งไม่กล้าถามต่อด้วยความเขินอาย
“อุ่ย...ย...ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”....แอนยิ้มแห้งแต่หน้ากลับแดงไปถึงใบหู
“ยังน้อยไปครับ แต่ถ้ากลัวพูดมากกว่านี้ เลดี้แอนจะหาว่าข้าชมจนเกินความจริงเอาน่ะสิ”....เวนนี่ตอบ
[ไอ้ขี้หลี! ไอ้ชั่ว! ไอ้ขี้หม้อ! ไอ้ตัวเพ้อเจ้อ! ไอ้เสือผู้หญิง! บังอาจจีบนายหญิงที่น่ารักที่สุดในพิภพแดนดินของข้าเรอะ!?]…อลันแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด แต่เขาเดินตามหลัง ทั้งคู่เลยไม่เห็นทีท่าหน้าตาของอลันยามนี้
ร้านอาหารริมคลองของเมือง บรรยากาศยามเย็นใกล้พลบค่ำ โคมประทีปต่างๆ เริ่มจุดตามร้านรวง จากตรงนี้มองเห็นตัวอาคารมากมายและสะพานข้ามคลอง เพิ่งผ่านฤดูหนาวมาเข้าฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นฉ่ำ ดอกไม้เบ่งบานจนเมืองสวยงาม และการทานมื้อค่ำตะเคียงไฟอุ่นๆบนโต๊ะที่ให้แสงสลัวก็ทำให้บรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้ม
ซุปร้อนๆใส่มาในจานเสิร์ฟมาให้แอนซดเรียกน้ำย่อยและทำให้ร่างกายอบอุ่น
“อร่อยมั้ย?”...เวนนี่ถามแอน
“อร่อยค่ะ....แต่...”...แอนอ้ำอึ้ง
“แต่อะไรเหรอ?”...เวนนี่รอคำตอบ
“ข้าชินรสชาติของพ่อบ้านของข้าน่ะค่ะ พอไปมาทานของร้านทั่วไป มันก็เลยต้องปรับตัวหน่อย”...แอนพยามตอบเลี่ยง
“ออ ข้าเข้าใจ ท่านอลันนี่นอกจากจะเก่งในการต่อสู้วางแผนแล้ว ยังเก่งงานครัวด้วย”....เวนนี่ยิ้มแต่เขาไม่หันมามองทางอลันแม้แต่น้อย
“ใช่ค่ะ นอกจากนี้นะยังตัดเย็บเสื้อเก่งด้วย ชุดนี้เขาก็ตัดให้ข้าใหม่แทนชุดตัวเก่าค่ะ รอยตะเข็บก็ไม่เห็นไม่เคยเจอการเย็บแบบนี้มาก่อน ว่าไปแล้วเสื้อผ้าที่เอาเดินทางมาด้วยนี่ทุกตัวอลันตัดเย็บให้หมดเลย”....แอนอวดความสามารถอลันอย่างตื่นเต้น
พูดถึงการตัดเย็บ ในกล่องเหล็กของอลันมีจักรเย็ยผ้าไฟฟ้าที่ปรับแต่งให้ใช้พลังออร่าเติมได้ติดมาด้วย เพราะการตัดเย็บชุดที่ขาดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้นจำเป็นเช่นกัน....สำหรับอลันน่ะนะ
“ข้าอิจฉาท่านอลันจังเลย”
“อิจฉา..อิจฉาเขาทำไมคะ? อ๋อ...ค่ะข้าเข้าใจ เขาเก่งมากๆ เลย อลันน่ะนอกจาก.........”
“อิจฉาที่แอนพูดถึงเขาตลอดเลยนี่สิครับ”
“อ...อ่อ.....เอ่อๆ...ข..ขอโทษนะคะ มาทานมื้อค่ำกับคุณชายแท้ๆ แต่พูดถึงแต่เรื่องของพ่อบ้านตัวเอง ข้านี่ใช้ไม่ได้เลย”
“ไม่ครับ รู้สึกอะไรก็พูดมาเถอะ ข้าเจอบทสนทนาสร้างภาพตามมารยาทมามากพอจนเอียนแล้วล่ะ ข้าแค่หวังว่าสักวันข้าจะอยู่ในจุดที่แอนพูดถึงแต่ข้าตลอดเวลาไม่ว่าจะไปที่ไหนบ้าง”
“...ร...เหรอคะ....แหะๆ...”....แอนยิ้มแห้งๆ แล้วเขาแก้มด้วยความเขิน
แอนแม้จะซื่อๆ แต่นางไม่โง่ขนาดจะไม่รู้ตัวว่าโดนจีบ
อลันที่อุ้มเจชชี่อยู่ข้างๆ แอนยังคงหงุดหงิด
อาหารจานอื่นเริ่มมาเสิร์ฟเรื่อยๆ ...
แอนเริ่มไม่มีอะไรจะคุย ได้แต่นั่งกินเงียบๆ
แอนเริ่มรู้สึกว่า ไหนๆ ก็มาเจอคนของตระกูลบริทเทรย์แล้ว นางอยากได้อะไรกลับไปให้อลันและพรรคพวกบ้าง แต่ถ้าถามไปก็กลัวเวนนี่จะรู้ว่าโดนหลอกถาม
“เอ่อ ตระกูลบริทเทรย์ปกครองวินบริคตลอดแบบนี้ลำบากแย่เลยนะคะ นี่ถ้าข้าศึกตีมาทางฝั่งนี้ก็ต้องรับศึกก่อนเลย”...แอนชวนเข้าเรื่อง
“ก็นิดหน่อยครับ เรายังดีมีแม่น้ำขวางกั้น เขาตีเรายาก เราก็ตีเขายาก มันเลยสงบมาตลอดครับ”...เวนนี่ตอบ
“แล้วเวนนี่ได้คุมกองทัพกับเขามั้ยคะ?”...แอนถาม
“ไม่หรอกครับ ส่วนมากจะไปร่วมฝึกทหารกับพวกแม่ทัพนายกอง คนที่มีอำนาจสั่งจริงๆ ก็ท่านพ่อเท่านั้น”....เวนนี่เล่าเพิ่ม
“พวกพี่ๆ ของเวนนี่ก็ไม่ได้เข้าไปช่วยดูแลเหรอคะ?”
“ท่านพี่มิลัวร์ พี่สาวคนโตเป็นผู้หญิงนางเองก็เป็นนักรบคนหนึ่ง ทว่าเป็นผู้หญิงท่านพ่อเลยไม่ให้สืบทอดตระกูล ส่วนท่านพี่ฟราเชสท์คนรอง เขาเป็นผู้สืบทอดตระกูล แต่...วันๆยุ่งกับเรื่องปล่อยเงินกู้และผู้หญิง ท่านพ่อเองก็ปวดหัว ส่วนข้าลูกคนเล็กก็ไม่ต้องพูดถึง ฮ่ะๆ ไม่ได้ยุ่งอะไรเลย”...เวนนี่เล่าไปหัวเราะไป
“คิดในแง่ดี ก็ไม่ต้องแบกภาระนะคะ ข้านี่ครอบครัวตายหมดเลยต้องมารับภาระตระกูล มันเหนื่อยมากเลยค่ะ”...แอนยิ้มบอก
“แย่เลยนะครับ ถ้ามีคนช่วยแบกรับก็ดี”...เวนนี่กล่าวอย่างเห็นใจ
“แต่ก็มีคนช่วยแบกรับและร่วมฝ่าฟันมาตลอดค่ะ มีประธานกลุ่มพ่อค้าที่สนิทกับท่านพ่อช่วยพยุงข้าไว้ จนต่อมาลืมตาอ้าปากได้ตั้งแต่มีอลัน เขาแทบจะเป็นโลกทั้งใบของข้าเลยค่ะ”...แอนยิ้มตอบ
[นายหญิงครับ ปลื้มที่สุดเลยจ้า ไงล่ะไอ้ขี้หลีหงายเงิบเลยล่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ]….อลันยิ้มกริ่ม
“ไหนๆ ข้าก็ไม่มีภาระ ข้าเองก็อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยใครสักคนแบกรับภาระไปตลอดเหมือนกันนะ”...เวนนี่มองแอน
“จริงเหรอคะ เวนนี่นี่ใจดีจังนะคะ”....แอนยิ้ม
“ไม่กับทุกคนหรอกครับ” ...เวนนี่เลื่อนมือมาแต่มือแอน
แอนนิ่งไปสักพักหนึ่ง เพิ่งนึกได้ค่อยๆ ดึงมือกลับ
“อ..เอ่อ..อาหารเย็นชืดหมดแล้ว เพราะเรามัวแต่คุย รีบทานเถอะค่ะ อากาศก็เย็นแล้ว...เอ๊ะ..มืดแล้วเหรอเนี่ย ตอนเราคุยกันยังไม่มืดเลย ฮ่ะๆ”...แอนยิ้มแห้งๆ
[ไอ้ชั่ว! …ไอ้เลวว.ว.ว.ว.บังอาจจับมือนายหญิงที่น่ารักของข้า มือนั้นเป็นของข้าเท่านั้นเว้ยยยย!!]
“ครับนายหญิง ท่านสุขภาพไม่แข็งแรง หมดอาหารชุดนี้เราก็กลับกันได้แล้วครับ”....อลันรีบเสนอ
“อ่ะ..อ่อ..จ้ะ...”...แอนตอบอลัน
“งั้นสั่งของหวานเลยนะครับ ที่นี่ของหวานอร่อยมากเลย แหล่งเพาะปลูกอุดมจากแม่น้ำชรายด์ที่เราคลองมาหลายปี พืชผลที่ใช้ทำขนมของหวานล้วนมีมากมาย”...เวนนี่บอกเสร็จ ดีดนิ้วเรียกบริกรมาสั่งของหวาน
ขนมสั่งมาถ้วยเดียว
“เอ๋..แล้วของเวนนี่ล่ะคะ?”...แอนถาม
“ข้าทานประจำอยู่แล้วครับ ที่ปราสาทพ่อครัวเองก็ทำให้ทานบ่อยๆ เอ้านี่ครับ อ้ามมม”....เวนนี่ตักป้อนแอน
ช้อนขนมแตะถึงปาก แอนผู้ปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็นจำต้องค่อยๆอ้าปากทาน
“ตายแล้ว ท่านเวนนี่ นั่น... นั่นสาวที่ไหนกัน!?.. นางเป็นคนของตระกูลไหนเนี่ย?..”....สาวๆ ชนชั้นสูงเดินมาเห็นทั้งจากข้างๆ ร้านและบนสะพาน
แอนตกใจกับสาวๆ มากมายที่มองมา
“อย่าสนใจพวกนางเลยครับ ทานต่อเถอะ เอ้าอ้ามมม”....เวนนี่ป้อนต่อ
“เอ่อ..ข..ข้าทานเองก็ได้ค่ะ...”...แอนพูดแล้วยื่นมือไปคว้าช้อนในมือเวนนี่
เวนนี้เอานิ้วคลายจากช้อนแล้วคว้ามือแอนแทน
“คนอะไร น่ารักที่สุดเลย”....เวนนี่พูดโดยจ้องแอนไม่กระพริบ
“ว้าย ตายแล้วววว นั่นอะไรน่ะ ท่านเวนนี่จับมือ กุมมือนางด้วย ไม่นะ!!”....สาวน้อยสาวใหญ่ทั้งชนชั้นสูงและชาวบ้านต่างพากันกรี๊ดกร๊าด
อลันรีบแกะมือเวนนี่ออก
“อย่าจับมือนายหญิงข้าง่ายๆ แบบนั้นสิคุณชาย”
แอนชักมือกลับ รีบตักขนมกินหมดถ้วย
“ร..ร..เรากลับกันเถอะ อลัน...ขะ..ขอตัวนะคะเวนนี่ขอบคุณที่พามาร้านดีๆ แบบนี้ อลัน ช่วยคุณชายจ่าย”....แอนสั่ง
“ครับนายหญิง”...อลันรับคำ แล้วดีดนิ้วเรียกบริกรมาคิดเงิน
“ไม่ต้องครับ ข้าเลี้ยงเอง ...แอน...”...เวนนี่รีบห้ามแอนแล้วหันไปทางอลัน
“ท่านอลัน ไม่ต้องนะครับให้ข้าจ่ายเอง ข้าเป็นคนชวนเลดี้แอนออกมา”
อลันเมื่อรู้ราคาค่าอาหารจากบริกรก็ควักเงินจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าอาหาร ที่เหลือให้เวนนี่ออก
“เกรงใจน่ะค่ะ เรารู้จักกันวันเดียว จะให้เวนนี่มาเลี้ยงข้าได้ยังไง”....แอนยิ้มแบบเกรงใจ
เวนนี่ถอนหายใจ
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ แต่รอบหน้าข้าไม่ยอมแล้วนะ ถ้าข้าเป้นคนชวนข้าจะขอเลี้ยงเอง..... งั้น วันนี้ข้าเดินออกไปส่งนะ”
“ค่ะ แต่แค่หน้าร้านก็พอ ขากลับข้ามีเรื่องจะสั่งงานพ่อบ้านเยอะเลย เวนนี่ไม่ถือสานะคะ”...แอนยิ้มบอกกล่าว
“ไม่เป็นไรครับ แค่แอนยอมมาทานร้านนี้กับข้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว.....มา... จะไปส่งหน้าร้าน”...เวนนี่เดินออกมาส่งแอนที่หน้าร้าน
แล้วทักทายล่ำลากันกับเวนนี่
ทั้งคู่เดินตามทางกลับไกลตาออกไปเรื่อยๆ
“คนนี้นี่จริงจังเหรอคะคุณชาย? ข้าเคยเห็นแต่ท่านถูกสาวๆชวน ไม่เคยเห็นชวนสาวที่ไหน รึท่านมีแผนอะไรกับนาง?”...หญิงวัยเต็มสาวน่าจะราวๆยี่สิบปลายๆ ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นนักผจญภัยมีระดับ
“ข้าจริงจัง! บอกเลยข้าชอบนาง ข้าต้องเอานางมาเป็นเมียหลับนอนบนเตียงอยู่กินกับข้าทุกวี่วันให้ได้ ส่วนแผนรึ?...มี แต่เป็นแผนพิชิตนาง ...พรุ่งนี้เจ้าต้องช่วยข้า ”....เวนนี่ตอบ
“ช่วย? ช่วยยังไงคะ?”
“ช่วยกันอลันออกจากนาง ข้าอยากใกล้ชิดนางกว่านี้”....เวนนี้กำชับคนคุ้มกันคนสนิท
“แต่ข้าว่าอย่างนาง.......”
“ทำตามที่สั่ง แอลทีร์ แล้วอย่าวิจารณ์ว่าที่ภรรยาข้าในทางลบให้ได้ยิน”....เวนนี่สั่งเสียงแข็ง
“ค..ค่ะ”....แอลทีร์รับคำ
นี่อลัน ตะกี้ข้าตกใจเลย ไม่นึกว่าเขาจะออกตัวขนาดนี้ ท่านว่าเขาคิดอะไรกับข้ามั้ย? แหะๆ คงไม่มั้งอย่างข้าเนี่ยนะ”.....แอนถามอลัน
“ไอ้นี่ ข้าไม่ชอบหน้ามันเลยนายหญิง แต่ที่ยอมรับมันอยู่อย่างเดียว คือมันตาถึง นับว่ามันมีสมองและสายตาทัดเทียมข้าในเรื่องนี้”...อลันตอบแอน
แอนก้มลงเขิน แล้วยิ้มบิดไปบิดมา นางรู้ว่าอลันหมายถึงอะไร
อลันอุ้มแอนขึ้นแล้วเดินกลับปราสาทท่านเคาน์ในยามค่ำคืน โดยแอนไม่ตกใจโวยวายแบบครั้งก่อนอีกแล้ว นางซบที่คออลันแล้วปล่อยให้พ่อบ้านของนางอุ้มพากลับไป