Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 47 หอภารกิจ ( Remake )

            “ ตื่นแล้วสินะ!! อาการของเจ้าไม่ได้หนักมาก แต่อย่าได้ใช้ร่างกายเช่นนั้นอีกเป็นอันขาด!! ไม่เช่นนั้นเจ้าจะอายุสั้น ”

            ทันใดนั้นเอง ก็ได้มีชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เขาเห็นหวังเฟยหลงตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่น และเขารู้เรื่องราวทั้งหมดจากผู้อาวุโสที่มาส่งหวังเฟยหลง ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าหวังเฟยหลงยังไม่รู้จักเขา เขาจึงได้แนะนำตัวเอง

            “ ข้าคือ ฉินเฟิง ผู้อาวุโสที่ดูแลหอโอสถแห่งนี้!! ”

            หวังเฟยหลงรีบลุกขึ้นทันทีจากนั้นเขาก็ทำความเคารพ ฉินเฟิง เขาคือผู้ดูแลหอโอสถ อย่างน้อยเขาก็ต้องเป็นนักปลอมโอสถ หวังเฟยหลงมองดูข้อมูลของฉินเฟิง ที่เลเวลของเขาเป็นเครื่องหมาย ?? หมายความว่าเลเวลต้องมากกว่าหวังเฟยหลงอย่างมาก

            “ ขอบคุณผู้อาวุโสที่คอยดูแลขอรับ!! ” 

            “ ไม่เป็นไรหรอก ดูเเหมือนตอนนี้เจ้าจะดีขึ้นมากแล้ว นั่งลง เดี๋ยวข้าจะตรวจดูร่างกายของเจ้าเสียหน่อย!! ”

            ฉินเฟิงได้ให้หวังเฟยหลงนั่งที่เตียงจากนั้นเขาก็ตรวจชีพจรของหวังเฟยหลงที่ข้อมือ จากนั้นเขาก็ส่งปราณเข้าไปภายในร่างกายของหวังเฟยหลงเพื่อตรวจดูว่าภายในฟื้นฟูดีแล้วหรือยัง จากนั้นเขาก็ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะร่างกายของหวังเฟยหลงฟื้นตัวได้รวดเร็วมาก เพราะเขาคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องอีกหลายวันกว่าจะออกจากหอโอสถไปได้ แต่หากเป็นเช่นนี้หวังเฟยหลงคงสามารถออกไปได้ และพักด้วยตัวเองอีกไม่กี่วันก็คงจะหายดีแล้ว

            “ ร่างกายของเจ้าฟื้นตัวได้ดี เอาเถอะ ตอนนี้เจ้าสามารถออกจากหอโอสถได้แล้วแหละ…เมื่อออกไปแล้วให้เจ้าไปหาท่านผู้นำเสีย เขาบอกว่าหากเจ้าฟื้นแล้วให้เจ้าไปหาเขา ”

            “ ขอบคุณขอรับ เช่นนั้นข้าก่อนนะขอรับ ”

            แน่นอนว่าร่างกายของหวังเฟยหลงต้องหายเร็วอยู่แล้ว เพราะผลกระทบจากสกิล ความบ้าคลั่งของททราชได้หายไปแล้ว ที่เขาตรวจร่างกายของหวังเฟยหลงคือตอนที่ยังได้รับผลกระทบจากสกิลอยู่ และด้วยร่างกายทรราชของหวังเฟยหลง เป็นปกติที่มันจะมีความพิเศษกว่าคนอื่นๆ 

            ระหว่างที่หวังเฟยหลงเดินออกจากห้อง เขาก็มองรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น ภายในหอโอสถมันให้อารามณ์เหมือนกับโรงพยาบาลเลย มีผู้คนเดินไปมา มีทั้งคนที่เป็นศิษย์ และผู้อาวุโส หรือมีคนที่ใส่ชุดที่ไม่เหมือนคนอื่น พวกเขาคือนักหลอมโอสถฝึกหัดนั่นเอง เขาเดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็พบกับห้องโถงพร้อมกับเห็นทางออก แต่ห้องโถงนี้ส่วนมากมีแต่รุ่นเยาว์ที่ใส่ชุดศิษย์ใน เหมือนว่าพวกเขากำลังเลือกซื้อโอสถเพราะมีคนที่คอยขายโอสถอยู่ด้วย เขาเดินสำรวจโอสถคร่าวๆ ก็พบว่ามันไม่ได้เป็นโอสถที่คุณภาพสูงกว่าของหวังเฟยหลง แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย และการซื้อขายต้องใช้คำแนนเท่านั้น

            หลังจากสำรวจเสร็จแล้วหวังเฟยหลงออกมาจากหอโอสถ ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเขาไม่รู้ว่าจะไปหาลู่หยางที่ไหน เขาจะกลับเข้าไปถาม ฉินเฟิงก็รู้สึกเขินอายเกินไป ทันใดนั้นก็ได้มีศิษย์ในคนหนึ่งเดินผ่านมา เขากำลังจะเข้าไปในหอโอสถ หวังเฟยหลงจึงเรียกเขาไว้ก่อนและถามด้วยความสุภาพ

            “ ศิษย์พี่!! ขอมีเรื่องอยากจะถามท่านเสียหน่อยนะ!! ”

            “ ถามข้า?? แต่ว่าข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย!! เจ้าคงจะเป็นศิษย์ใหม่สินะ!! ว่ามาสิ เจ้าอยากจำถามอะไร ”

            หวังเฟยหลงดูข้อมูลคร่าวๆ ของศิษย์พี่ที่เขาเรียก เขามี Lv.26 ดูจากอายุแล้วเขาน่าจะเพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ในไม่กี่ปีเท่านั้น ศิษย์ในส่วนมากไม่ค่อยสนใจศิษย์ที่เข้ามาใหม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า พวกเขาก็ผ่านการทดสอบเช่นเดียวกับศิษย์ใหม่มาพวกเขาก็ถือว่าตัวเองก็เก่งในระดับหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นมันจึงมีเพียงแค่มาก่อนมาหลังเท่านั้น 

            “ ขอรับ ขขอเป็นศิษย์ที่เข้ามาใหม่ พอดีเกิดเหตุนิดหน่อย ทำให้ข้าตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่หอโอสถแล้ว!! ”

            “ เจ้าสลบในการทดสอบ??...เอาละๆ ถามข้ามาได้เลยศิษย์น้อง ข้าจะตอบเจ้าเอง!! ”

            ศิษย์พี่คนนี้เคยผ่านการทดสอบมาก่อน เขาย่อมรู้อยู๋แล้วว่าในการทดสอบมีผู้อาวุโสคอยดูแล การที่สลบเช่นนี้ไม่เกิดเหตุผิดพลาดก็น่าจะเป็นเพราะหวังเฟยหลงอ่อนแอเกินไป แต่ก็เหมือนว่ายังสามารถผ่านมาได้อย่างหวุดหวิด เขายิ้มและตบไหล่หวังเฟยหลง

            “ ข้าอยากรู้ว่าผู้นำสถาบันลู่หยางอยู่ที่ไหนน่ะขอรับ!! ”

            “ ท่านผู้นำ?? เจ้าถามหาเขาทำไม!? ”

            “ พอดีว่า ผู้อาวุโสฉินเฟิงบอกข้ามาว่า หลังข้าฟื้น ท่านผู้นำให้ข้าไปพบ แต่ข้าไม่รู้ว่าท่านผู้นำอยู่ที่ใด!? ”

            “ เจ้าคงไม่ได้สร้างเรื่องอเะไรหรอกนะ…เอาเถอะ ข้าจะบอกเจ้าแล้วกัน!! ”

            เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่ ลู่หยางเรียกพบหวังเฟยหลง แต่ก็ไม่คิดอะไร เขาได้บอกสถานที่กับทางที่หยวังเฟยหลงจะต้องไป หวังเฟยหลงขอบคุณเขา จากนั้นหวังเฟยหลงเดินทางไปหาลู่หยางทันที เพราะตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเป็นศิษย์ใน 

            ระหว่างทางหวังเฟยหลงมองรอบๆ ต้องบอกว่าศิษย์ในนั้นเหมือนจะมีมากพอๆกับศิษย์นอกเลย นอกจากศิษย์แล้วยังมีหอมากมาย รวมถึงห้องพัก มันไม่เหมือนกับศิษย์นอกที่จะมีการแบ่งแยกจากอันดับ ถึงศิษย์ในจะมีการจัดอันดับตามคะแนนภารกิจ แต่ไม่ว่าจะอยู่อันดับที่เท่าไร ก็ได้ห้องพักเหมือนกัน ส่วนเรื่องทรัพยากรก็แล้วแต่ว่าพวกเขาจะสามารถทำภารกิจและหาคะแนนได้มากเท่าไร หมายความว่าการเป็นศิษย์ในนั้นจะเน้นออกไปทำภารกิจเพื่อสั่งสมประสบการณ์เสียมากกว่า

            แต่นอกจากจะออกไปทำภารกิจนอกสถาบันแล้ว ยังมีการทำภารกิจภายในสถาบันด้วย เช่น การเป็นผู้ช่วยในการหลอมโอสถ หรือสร้างอาวุธ หรือแม้แต่งานภายในสถาบันเช่นการดูแลแปลงสมุนไพรและอื่นๆ แต่งานพวกนี้ส่วนมากจะมีเงื่อนไขคือต้องมีทักษะในการทำงานด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถรับภารกิจได้และหากเกิดเหตุผิดพลาดอาจจะต้องรับผิดชอบด้วย

            หวังเฟยหลงอยากจะออกจากสถาบันเพื่อไปหาประสบการณ์และล่าสัตว์อสูรเสียมากกว่า เขาอยากจะท่องโลกกว้างที่เขาไม่เคยเห็นนี้ด้วย เขาเดินไปสักพักก็ได้ไปถึงศาลาของท่านผู้นำ ที่หน้าทางเข้ามีชายวัยกลางคนสองคนกำลังยืนเฝ้าที่หน้าทางเข้าอยู่ 

            “ ข้า หวังเฟยหลง มาหาท่านอาจารย์!!! ”

            ชายสองคนมองหวังเฟยหลงอย่างพินิจก่อนจะเปิดทางให้หวังเฟยหลง เพราะลู่หยางได้บอกพวกเขาไปแล้วว่าถ้าหวังเฟยหลงมาหาให้เข้ามาได้เลย เขาเป็นคนบอกให้หวังเฟยหลงมาหาเขาเอง 

            “ เจ้าคือหวังเฟยหลง?? ท่านผู้นำกำลังรอเจ้าอยู่!! ”

            เดินเข้าไปภายใน มันเป็นห้องโถงใหญ่ ที่เหมือนกับไว้ประชุมเสียมากกว่า ด้านข้างๆยังมีห้องเล็กๆอยู่ไม่กี่ห้อง เหมือนว่าหนึ่งในห้องนั้นจะเป็นห้องทำงานของลู่หยาง เขาเดินสำรวจรอบๆก็พบห้องที่คิดว่าจะมีคนอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรก็มีเสียงดังขึ้นมาก่อนแล้ว

            “ หวังเฟยหลงสินะ!! เจ้าเข้ามาได้เลย ข้ากำลังรอเจ้าอยู่ ”

            “ ขอรับ ”

            หวังเฟยหลงเดินเข้าไปในห้อง นอกจากลู่หยางแล้วยังเจอชิงเหมาด้วย หวังเฟยหลงไม่เคยเห็นชิงเหมาแยกจากลู่หยางเลย พวกเขาคงจะสนิทและเชื่อใจกันอย่างมาก ถึงได้ตัวติดกันตลอดเวลาเช่นนี้ เมื่อเข้ามาหวังเฟยหลงทำความเคารพลู่หยางจากนั้นก็ทำความเคารพชิงเหมาต่อ

            “ ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสชิงเหมา ”

            “ อืม เจ้าหายดีแล้วสินะ…ท่านผู้นำ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ ”

            หลังจากชิงเหมาเดินออกจากห้องไป ลู่หยางก็เดินเข้าหาหวังเฟยหลงพร้มกับส่งพลังปราณเข้าไปตรวจดูร่างกายของหวังเฟยหลงว่าหายดีหรือยัง เมื่อพบว่าหวังเฟยหลงดีขึ้นมากแล้วเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจ 

            “ โชคดีจริงๆที่เจ้าฟื้นตัวได้ดี ในการทดสอบเจ้าทำได้ดีมากถึงจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นแต่เจ้าก็รับมือได้ดี ”

            “ ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับ หนทางยังอีกไหลขอรับ ”

            “ ถ่อมตัวสินะ การถ่อมตัวเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งการถ่อมตัวก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเช่นกัน จงจำไว้ว่ามันมีเวลาที่ควรถ่อมตนและไม่ควรถ่อมตน ”

            “ ขอรับ ศิษย์จะจำเอาไว้!! ”

            “ ที่ข้าเรียกเจ้ามาเพราะเจ้าสลบไปและไม่มีใครคอยอธิบายเรื่องการใช้ชีวิตของศิษย์ในให้เจ้า แต่เนื่องจากตอนนี้เจ้าถือว่าเป็นศิษย์สายตรงของข้าแล้ว หลังจากนี้เจ้าจะสามารถพักที่นี้ได้ มีห้องสำหรับศิษย์อยู่ข้าจะพาเจ้าไปดู ”

            ลู่หยางพาหวังเฟยหลงเดินไปทั่วศาลาผู้นำ เขาคอยอธิบายสิ่งที่อยู่ภายในพื้นที่ชั้นใน กิจวัตรของศิษย์ในและสิ่งที่ต้องทำ เขายังคอยอธิบายถึงห้องต่างๆที่อยู่ภายในศาลาผู้นำด้วย มันเป็นปกติที่ผู้อาวุโสจะมีพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขา และเหล่าศิษย์ที่ถูกรับเป็นศิษย์โดยเหล่าผู้อาวุโสจะถูกเรียกว่าศิษย์สายตรงและอาศัยอยู่ในศาลาของอาจารย์ของตนเอง 

            ศาลาของลู่หยางเป็นศาลาของผู้นำสถาบันมันจึงใหญ่และค่อนข้างพิเศษย์จากศาลาของผู้อาวุโสคนอื่นๆในสถาบัน มันมีแม้กระทั่งลานฝึกห้องฝึกฝน แต่สิ่งที่ศิษย์สายตรงเหมือนกับศิษย์ในคนอื่นๆคือต้องทำภารกิจเพื่อหาคะแนนมาใช้ภายในสถาบันเอง แม้ว่าอาจารย์จะสามารถมอบทรัพยากรณ์ให้กับเหล่าศิษย์ได้ แต่พวกเขาจะไม่ได้ให้ทั้งหมด อย่างไรพวกเขาก็จะส่งเหล่าศิษย์ของพวกเขาออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกอยู่ดี

            “ เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี มันคือสิ่งที่ไว้ระบุตัวตนของเจ้าว่าเจ้าคือศิษย์สายตรงของผู้นำสถาบันและยังถือว่าเป็นผู้สืบทอดของข้าด้วย” 

            เมื่อเดินมาถึงห้องพักของหวังเฟยหลง ลู่หยางก็ได้มอบป้ายทองให้หนึ่งแผ่น ป้ายถูกสลักคำว่า ลู่ มันเป็นสีทองหมายถึงตำแหน่งผู้นำ อักษรก็หมายถึงแซ่ มันเป็นป้ายไว้ใช้ยืนยันว่าเป็นศิษย์สายตรง เพราะมันไม่มีเครื่องแบบแบ่งแยกระหว่างศิษย์ในกับศิษย์สายตรง แต่ศิษย์สายตรงจะมีตราประจำตัวของผู้เป็นอาจารย์ไว้ใช้ยืนยันแทน

            “ส่วนอันนี้คือป้ายวิญญาณที่ไว้ใช้ระบุว่าเจ้าคือศิษย์ของสถาบัน มันจะมีการบันถึกคะแนนที่เจ้าได้จากภารกิจ เอาไว้สำหรับแลกเปลี่ยนคะแนนกับทรัพยากรต่างๆภายในสถาบัน ”

            ต่อจากป้ายประจำตัวของศิษย์สายตรงแล้ว ลู่หยางยังยื่นป้อยไม้แผ่นหนึ่ง มีคำว่า ศิษย์ในสลักเอาไว้อยู่ มันคือป้ายวิญญาณที่ถูกสร้างด้วยผู้สลักวิญญาณ เพื่อบันถึกข้อมูลต่างๆของศิษย์รวมถึงใช้สะสมคะแนนที่ได้จากภารกิจด้วย มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคนที่ถือเป็นศิษย์ของสถาบันเมืองฮวา

            “ ขอบคุณขอรับ ”

            “ หลังจากนี้เจ้าจะไม่ได้รับทรัพยากรจากข้าแล้ว เจ้าจะต้องหาด้วยตัวเองจากการทำภารกิจ…เอาละ ตอนนี้เจาพักก่อนได้ ”

            “ ขอรับ!! ”

            หลังจากลู่หยางออกไปแล้ว หวังเฟยหลงก็ได้เริ่มวางแผนที่จะใช้ชีวิตอย่างไรในพื้นที่ชั้นใน และในตอนนี้เองเขาก็นึกได้ว่า มันถึงเวลานัดพิเศษของเขากับหมิงซูเมิ่งแล้ว หวังเฟยหลงเดินทางไปยัง หอภารกิจ เพื่อดูว่ามีภารกิจอะไรที่น่าทำบ้าง

            “ ถึงเวลานัดแล้วหรือเปล่านะ? ”

            ไปถึงหอภารกิจ หวังเฟยหลงก็พบเห็นศิษย์ในมากมายกำลังเลือกรับภารกิจอยู่ ภารกิจไม่ได้มีการแบ่งระดับ แต่ก็ใช่ว่าใครจะสามารถรับภารกิจไหนก็ได้ สุดท้ายจะได้รับภารกิจที่เลือกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้อาวุโสที่ดู เขาจะดูที่ระดับพลังของศิษย์คนนั้นว่าสามารถทำภารกิจได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็จะไม่ได้รับภารกิจ 

            หวังเฟยหลงเดินเข้าไปดูภารกิจ โดยที่ภารกิจส่วนมากจะเป็นภารกิจที่ต้องเดินทางออกไปข้างนอกสภาบัน เช่นการรวบรวมสมุนไพร หรือล่าสัตวอสูรเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบหรืออื่นๆ โดยในใบภารกิจจะมีรายละเอียดต่างๆระบุเอาไว้เช่น สัตว์อสูรระดับไหน อยู่ที่ไหน หรือไปตามหาสมุนไพรที่ไหน แล้วแถวนั้นมีสัตว์อสูรใดๆอยู่บ้าง

            ส่วนภารกิจที่ทำภายในสถาบันนั้นก็มีเช่นกัน มีตั้งแต่การเฝ้าเวรยาม การเฝ้าเวรยามมีจำกัดระดับพลังว่าขั้นต่ำต้องระดับไหน ยังมีผู้ช่วยหลอมโอสถกับผู้ช่วยช่างตีเหล็ก แต่พวกนี้มีข้อจำกัดคือต้องมีความรู้ มีทักษะถึงจะสามารถรับได้ ส่วนเรื่องการได้รับคะแนน แน่นอนว่าการเฝ้ายาม ดูแลแปลงสมุนไพรนั้นได้คะแนนได้ที่สุด ที่ได้มากขึ้นหน่อยก็พวกภารกิจออกไปข้างนอกสถาบัน ส่วนที่ได้ดีมากๆหน่อยก็จะเป็นพวกผู้ช่วยนักหลอมโอสถกับผู้ช่วยช่างดีเหล็ก

    คล้ายกับเรื่องLeveling Up in the World of Immortals ( Remake ) ที่คุณอ่าน