บทที่ 2 ตอนที่ 16 ความโกรธของราชาปีศาจ
“ซูซาคุ!! โฮก!!!!”
เบียคโกะจ้องมองซูซาคุด้วยความโกรธ ก่อนจะคำรามออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับปลดปล่อยพลังเวทอย่างรุนแรง จนพื้นแผ่นดินต้องสั่นสะเทือน เกิดเป็นกลุ่มควันที่หนาทึบฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้น! ก็เกิดสายลมพัดที่รุนแรงจนกลุ่มควันจางหาย พร้อมกับการปรากฏตัวของพยัคฆ์ขาวร่างใหญ่
เมื่อซูซาคุเห็นดังนั้นก็กระโจมทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า แปลกกายกลายเป็นนกยักษ์ ที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างกาย ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เบียคโกะทำร้ายลูกชายของตน เปลวเพลิงจึงร้อนแรงเป็นเท่าตัว แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ใกล้ ยังถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ก้อนหินแต่ละก้อนแดงฉานเพราะความร้อน กระทั่งชิงหลงที่ต่อสู้กับพวกมาคัสและทาเคดะ ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนที่รุนแรง
“ตาย!!!”
ซูซาคุตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเบียดโกะ พร้อมกับเปลวเพลิงที่ร้อนแรง เมื่อเบียคโกะเห็นดังนั้นก็ปลดปล่อยความเย็นอย่างรุนแรง จนต้นไม้และใบหญ้าที่อยู่ใกล้กลายเป็นน้ำแข็งทันที ก่อนจะพุ่งทะยานกลายเป็นลำน้ำแข็ง ปะทะกับเปลวเพลิงของซูซาคุ ที่พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า
“ตูมม!!!!!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว พื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ปรากฏแสงสว่างสีแดงและสีฟ้าอย่างชัดเจน ทั้งความร้อนและความเย็นผสมปนเป เกิดเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่หลายลูก พื้นแผ่นดินแตกร้าวอย่างรุนแรง ก่อนจะทรุดตัวกลายเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่ ทันใดนั้น! คลื่นพลังก็แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง เมื่อเคนจิเห็นดังนั้นก็รีบทะยานหลบออกมาให้ไกลที่สุด ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นทันที
“บรึ้ม!!!!”
เงาสายหนึ่งปลิวกระเด็นออกมาจากกลุ่มควันที่หนาทึบ เกลือกกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ ก่อนจะหยุดนิ่งลง เมื่อร่างได้กระแทกกับดาบศิลาที่ปักแน่นอยู่กับพื้น เมื่อเคนจิเห็นร่างของบุคคลนั้น ดวงตาก็พลันเบิกโพลงกว้างทันที
“แม่!!!”
ซูซาคุบาดเจ็บสาหัส กระอักเลือดออกมาไม่ขาดสาย บนเรือนร่างมีเกล็ดน้ำแข็งที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ลมหายใจที่หอบอย่างหนักหน่วง ปลดปล่อยไอเย็นออกมาตามจังหวะลมหายใจ ร่างของเคนจิพลันหายไปในพริบตา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นไม่ห่างจากซูซาคุ พร้อมกับประคองร่างของเธอทันที โดยไม่ได้หวาดกลัวไอเย็นที่แผ่กระจายออกมา
“เหอะ!! นึกไม่ถึงว่าไม่เจอกันตั้งหลายร้อยปี ฝีมือของเจ้าจะตกต่ำลงถึงเพียงนี้ นี่เจ้าถึงกับลืมเลือนไปแล้วหรือไง ว่าพลังของเจ้าแพ้ทางพลังของข้า! คิดจะเอาไฟมาสู้กับน้ำแข็ง ช่างเป็นเรื่องตลกยิ่งนัก”
เบียคโกะในร่างมนุษย์ทะยานลงมาจากฟากฟ้า ยืนจ้องมองต่ำดูซูซาคุ ที่นอนบาดเจ็บอย่างสาหัส ในขณะนั้นเอง!! ร่างกายของเคนจิก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองทอประกายแสงสว่างเป็นสีแดงฉาน ปรากฏเส้นเลือดปูดพองไปทั่วทั้งเรือนร่าง เขี้ยวที่แหลมคมยื่นยาวออกมาจนน่ากลัว เสื้อผ้าท่อนบนขาดกระจายด้วยคลื่นพลังเวทที่รุนแรง เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะตะแบงเสียงออกมาจนพื้นต้องสั่นสะเทือน
“ย้ากกกก!!!”
เคนจิวางซูซาคุอย่างแผ่วเบา หันไปจ้องมองเบียคโกะด้วยสายตาที่แดงฉาน ภายในตาทั้งสองข้างไร้แววดุจดังคนสิ้นสติ จนทำให้เบียคโกะรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งสันหลัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า แล้วก้าวเดินไปหาเบียคโกะทันที ทุกฝีก้าวที่เคนจิเดินผ่าน ปรากฏรอยแตกร้าวลึกลุกลามไปทุกที่ เพียงแค่พริบตาแค่จิก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเบียคโกะ ในระยะห่างแค่ไม่กี่เซน
ดวงตาของเบียคโกะเบิกกว้าง ตกตะลึงในความรวดเร็วของเคนจิ ไม่ทันได้เอ่ยกล่าวสิ่งใด ฝ่ามือข้างหนึ่งของเคนจิก็คว้าจับเข้าที่ใบหน้า แล้วกระแทกลงไปที่พื้นในทันที
“ตูม!!”
เสียงปะทะดังสนั่น พื้นแผ่นดินแตกกระจายขยายเป็นวากว้าง ร่างของเสือขาวเบียคโกะฝังแน่นลงไปกับพื้นทันที ด้วยความเจ็บปวด เคนจิรวบรวมพลังเวทไว้ที่กำปั้น พลังธาตุทั้งสี่พุ่งทะยานเข้าสู่ปลายหมัดจนเห็นเป็นสาย ก่อนจะปลดปล่อยหมัดเข้าหาเบียคโกะด้วยความรวดเร็ว ในขณะนั้นเอง ที่เบียคโกะยกท่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันในทันที
“โล่น้ำแข็ง!!”
“เปรี้ยงง!!!”
“เปรี๊ยะ!!” ดวงตาทั้งสองข้างของเบียคโกะพลันเบิกกว้าง เมื่อโล่น้ำแข็งที่เป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของมันเกิดรอยร้าว มันรีบดีดตัวออกจากใต้ม่านโล่ทันที “เพล๊ง!!!” โล่น้ำแข็งแตกกระจายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ที่กระทบกับแสงจะเกิดเป็นประกายระยิบระยับ หากมันคาดการณืไม่ผิด ถ้าไม่ดีดตัวออกมา ต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส ทำให้เบียคโกะลอบกลืนน้ำลายคำใหญ่ทันที เมื่อสังเกตร่างกายของเคนจิก็พบเห็นรอยสักสีทองรูปเต่าที่ด้านหลัง ทำให้เบียคโกะพูดพึมพำออกมาทันที
“ทายาทเก็นบุ!”
ภายในมิติจี้สร้อยคอของเคนจินั้น แม้แต่เจ้าชายวลาดเองยังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จ้องมองเคนจิอย่างไม่ลดล่ะ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วเอ่ยกล่าวออกมา
[ถึงกับสามารถปลุกพลังที่ถูกชิงไป ให้ตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง เห็นทีเบียคโกะจะลำบากเสียแล้ว เฮ้อ~! เคนจิมันจะจำได้ไหมนะ...ว่านั่นคือพ่อตาของมัน]
เคนจิจ้องมองเบียคโกะที่ทะยานหลบหนี ในจังหวะนั้นเองที่เคนจิได้ทำให้เบียคโกะ และเจ้าชายวลาดต้องแตกตื่นอีกครั้ง เมื่อเขาได้ยื่นฝ่ามือไปทางผู้เป็นแม่ ทันใดนั้นดาบศิลาก็สั่นไหวทันที ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าสู่ฝ่ามือของเคนจิด้วยความรวดเร็ว
“ตูม!!”
ปลายดาบศิลากระแทกลงสู่พื้น จนพื้นแผ่นดินต้องสั่นไหว ด้วยน้ำหนักที่มากมายดุจดังขุนเขา ทำให้พื้นแผ่นดินแตกลายงาลุกลามไปทั่วบริเวณ เคนจิกระโจมทะยานพร้อมกับดาบศิลาที่หนักอึ้ง ติดตามเบียคโกะที่ท่องทะยานอยู่บนฟากฟ้า เพียงแค่พริบตาเคนจิก็มาปรากฏกายเหนือศีรษะของเบียคโกะ ก่อนหมุนควงสว่างกลางอากาศสองรอบ พร้อมกับฟาดดาบศิลาลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความว่องไวของเสือขาว จึงทำให้เบียคโกะหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด
“บรึ้ม!!!!”
เสียงระเบิดดังลั่น ฝุ่นกระจายหนาฟุ้ง เนินเขาลูกเตี้ยๆ ที่ทาเคดะเคยเดินผ่านเข้ามา หายไปจากสายตาโดยสิ้นเชิง ปรากฏเพียงพื้นแผ่นดินที่แยกออกจากกันเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน เสือขาวเบียคโกะถึงกลับหลั่งเม็ดเหงื่อขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่กำลังลอบกลืนน้ำลายคำใหญ่ เคนจิก็หันหน้าเข้าหา พร้อมกับยื่นฝ่ามือของตนชี้ไปทางเบียคโกะอย่างรวดเร็ว
“เวทศาสตรา!!”
เคนจิเค้นเสียงลอดไรฟันที่แหลมคม ทันใดนั้น! ปรากฏดวงจิตของสรรพาวุธนานาชนิด กระกระจายไปทั่วน่านฟ้า ห่อล้อมเบียคโกะไร้ซึ่งหนทางจะหลบหนี เมื่อยามที่เคนจิกำมือแน่น ดวงจิตของอาวุธนานาชนิดก็พุ่งเข้าใส่เบียคโกะทันที
“ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!!”
“อ๊ากกกกก!!!”
ร่างของเบียคโกะร่วงหล่อสู่ท้องฟ้า กระแทกกับพื้นเกลือกกลิ้งไปหลายตลบ ก่อนจะหยุดนิ่งหายใจหอบอย่างหนักหน่วง ทันใดนั้น!! ก็ปรากฏแท่งเงาจำนวนมหาศาล โผล่ขึ้นมาจากดินตรึงร่างของมันติดแน่นอยู่กับพื้น พร้อมกับเคนจิที่พลันปรากฏขึ้นในพริบตา ที่ชูดาบศิลาชี้ฟ้าในท่าจับดาบสองมือ
“ตาย!!”
เคนจิพูดเพียงสั้นๆ ก่อนจะฟาดดาบศิลาลงมาอย่างรุนแรง ท่ามกลางความตะลึงของเจ้าชาย ที่ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จนเก้าอี้หงายท้องไปด้านหลัง พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น
[เคนจิ!! นั่นคือพ่อตาเจ้านะ!!]
“บรึ้ม!!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าชายวลาดยืนนิ่งจ้องมองตาค้าง เนื่องจากมีกลุ่มควันหนาทึบ จึงมองไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านใน เมื่อกลุ่มควันค่อยๆ สลายอย่างเชื่องช้า ก็ปรากฏร่างของเคนจิที่หอบหายถี่ พร้อมกับร่างกายที่เป็นปรกติตามเดิม
“หากท่านไม่ใช่พ่อตาข้า ท่านได้ไปเฝ้ายมบาลแล้วแน่นอน!!”
เคนจิพูดออกด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ ดาบศิลาปกลงพื้นอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของเบียคโกะ หากไม่ได้เสียงของเจ้าชายวลาดที่เตือนสติ ป่านนี้หัวของเบียคโกะคงแหลกเป็นจุณ
“พ่อตา!! เจ้าเป็นสามีของหลินหลินลูกสาวข้าอย่างนั้นรึ?”
เคนจิพยักหน้าเบาๆ สองสามครั้ง ทันใดนั้น! เสือขาวเบียคโกะก็ยกยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างทันที ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า!! คิดไม่ถึงจริงๆ ลูกเขยข้าจะเก่งกาจป่านนี้”