ณ ชนบทของรัฐฟิฟตี้ ผู้คนต่างปลูกบ้านห่างออกจากกัน พร้อมกับดูแลสวนผลไม้ขนาดใหญ่ของพวกเขา เว้นก็แต่บ้านหลังหนึ่งที่ไม่ได้มีสวนเหมือนคนอื่น มีก็เพียงแต่รถมอไซต์ที่จอดอยู่ และเสียงของชายหญิงวัยรุ่นที่กำลังช่วยกันทำความสะอาดบ้านอย่างทุลักทุเล
“เทียน่าฉันคิดมาตลอดว่าเธอจะทำงานบ้านเก่งนะ ทำไมถึงต้องมาให้ฉันช่วยเนี่ย”
“ขอโทษค่ะทันวาย แต่ตอนรับใช้ท่านที่วังฉันก็ไม่ได้ต้องทำงานบ้าน แค่คอยดูแลท่านเฉยๆ แล้วมันก็ใกล้ถึงเวลาที่คุณเมลจะมาแล้วนะคะ ต้องขออภัยด้วย”
เมื่อพูดถึงเมลที่เป็นญาติเขา วายก็เลิกบ่นทันที ก่อนที่เสียงของกริ่งบ้านจะดังขึ้น ทำให้วายรีบจัดโต๊ะที่รกอยู่ของเขาให้สะอาด และส่งสัญญาณให้เทียน่า ไปต้อนรับคนที่เขากำลังรออยู่
ไม่นานเที่ยน่าก็เดินกลับมาพร้อมกับชายหนุ่ม ที่เธอไปเปิดประตูให้ ทำให้เขาที่นั่งเก๊กท่าอยู่ที่โซฟาที่เขาพึ่งทำความสะอาดไป รีบยืนขึ้นต้อนรับอิน
“สวัสดีวาย”
อินที่เห็นวาย ก็ทักทายเข้าออกมา ก่อนที่จะเดินไปจับมือกับเขา ที่ตยื่นขึ้นต้อนรับเขาอยู่ ก่อนที่จะถูกเชิญให้นั่งบนโซฟา
“ผมดีใจมากๆ เลยนะครับที่ได้เจอคนราชวงศ์ด้วยกัน อะ..ผู้ติดตามของผมชื่อเทียน่านะครับไม่รู้ว่า พี่เมลรู้จักหรือยัง”
“พี่รู้จักกันแล้วตั้งแต่ตอนที่เทียน่าไปส่งจดหมายให้ เราเลยได้คุยกันบ้าง…
ว่าแต่เป็นยังไงบ้างครับ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ สะดวกดีไหม”
“ไม่เลย… มันแตกต่างกับการอยู่ที่นั่นมาก พี่อาจจะจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ที่นั่นมันสบายขนาดไหน”
“จำได้สิ แต่ทำยังไงได้ละ จะกลับไปก็ไม่ได้”
“พูดแล้วผมก็คิดถึงวันเวลาเหล่านั้นเหลือเกิน วันๆ ไม่ต้องทำอะไร มีแค่งานที่ไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆ เดี๋ยวก็มีคนคอยสร้างสตอรี่ความดีให้ แล้วก็แค่นั่งลองเงินบริจาคของประชาชนที่หลงเชื่อเท่านั้นเอง”
“นั้นสิน่ะ แค่ทำตัวให้เหมือนเหนื่อยและให้ทีมงานคอยสร้างเรื่องทวงบุญคุณที่ไม่มีอยู่จริง ก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แล้วแท้ๆ”
เพียงแค่ไม่กี่ประโยคที่ทั้งสองคนคุยกัน ทั้งสองคนก็ต่างมองหน้ากันอย่างรู้ใจ เหมือนพวกเขาจะเข้ากันได้ดี จนนั่งคุยกันถึงเรื่องที่ความสบายตอนที่เป็นราชวงศ์อยู่ด้วยกันอยู่นาน
“แล้วนี่ป้าเมย์ไม่มาด้วยหรอพี่”
“แม่ต้องทำงานนะ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มันลำบาก แต่ก็โชคดีที่แม่ได้งานที่เงินเดือนค่อนข้างดี ก็เลยไม่ได้ลำบากกันแล้ว”
“อย่างนั้นหรอ ผมเคยเห็นป้าเมย์ตอนเป็นเด็กอยู่เลย หวังว่าจะได้เห็นเธอสักหน่อยว่าเธอเปลี่ยนไปขนาดไหน
“เปลี่ยนไปเหมือนพี่นั่นแหละ แต่วายมาตอนนี้ก็สบายหน่อย คนไม่ได้คิด
อะไรเรื่องของราชวงศ์แห่งน๊อบไฮกันแล้ว
อินที่คุยกับวายอยู่นานเมื่อหันไปมองที่นาฬิกา ก็เห็นว่ามันถึงเวลาที่ค
วรจะกลับบ้านแล้วจึงบอกลาวายไป
“งั้นพี่กลับก่อนนะวาย ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ติดต่อมาได้เลยนะ”
“ครับผมขอบคุณมากนะครับที่มาเจอกัน”
ณ คาสิโนขนาดใหญ่ ที่ภายนอกนั้นตกแต่งดูหรูหรา และภายใน ที่ตกแต่งหรูหราเหมือนกัน แต่กลับให้อารมณ์ที่ต่างกันไปเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิขึ้นภายในกาสิโน ทุกคนต่างปลดปล่อยตัวเองไปกับการพนันในรูปแบบต่างๆ ทำให้มีเสียงโหวกเหวกโวยวาย และเสียงเชยร์จากการลุ้นพนันดังไปทั่ว
แม้กระทั่งชายหนุ่มผมสีขาวที่แต่งตัวดูมีระดับ ที่กำลังลุ้นเอาเป็นเอาตาย กับลูกเหล็กกลมเล็กที่ถูกหย่อน โดยพนักงานของกาสิโนให้ไหลและวิ่งไปตามตัวเลขต่างๆ แต่ก็โดนชายในชุดสูท มาสะกิดที่แขนของเขา และกระซิบที่ข้างหูก่อนที่จะเดินจากไป
ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มผมสีขาวก็ลุกเดิน ไปทางเดียวกันกับชายชุดสูทเหล่านั้น
วายเดินขึ้นมาจนถึงชั้นบนของกาสิโน ด้านหน้าของเขาเป็นประตูหรูหราขนาดใหญ่ มีชายใส่ชุดสูท ยืนอยู่ทางซ้ายขวาของประตู เมื่อชายชุดสูททั้งสองคนเห็นวายก็ได้เปิดประตูให้เขา
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ มีชายร่างใหญ่ร่างกายบึกบึน ขนาดตัวของชายคนนี้สูงเกือบสามเมตร แต่เขาก็ยังแต่งกายด้วยชุดสูทเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ แต่ชุดสูทที่เขาใส่นั้นไม่ได้ทำให้เขาดูน่ากลัวน้อยลงเลย บนใบหน้าที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ยืนออกมาจากฟันซี่ล่าง และใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผล ทำให้วายที่กำลังเดินเข้าไปหาเขารู้สึกกลัว แต่ชายร่างใหญ่คนนั้นกลับไม่ได้มีท่าทีคุกคามวายเลย เขายืนต้อนรับวายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มน่ากลัว
“สวัสดีครับท่านเวิลวาย ไวท์”
ชายร่างใหญ่คนนั้น กล่าวทักทายวาย พร้อมกับโค้งหัวคำนับเขา ด้วยท่ายืนที่กลุ่มมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน นั้นทำให้แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความนอบน้อมต่อวายอย่างมาก
“ม..มันยังไม่ถึงกำหนดชำระหนี้เลย ทำไมถึงเรียกฉันมาที่นี่”
ถึงแม้ชายร่างใหญ่จะทำท่าทีนอบน้อมต่อเขา แต่วายก็ยัง รู้สึกกลัวชายคนนั้นอยู่จนพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“ผมไม่ได้เชิญท่านมาเรื่องหนี้หรอกครับท่านวาย ก่อนอื่นเชิญท่านวายนั่งลงก่อนเถอะครับ”
ชายร่างใหญ่นั้นเผยมือของตัวเองไปยังโซฟาที่เตรียมไว้ให้กับวาย ก่อนที่วายจะรีบตอบรับคำเชิญเขา และเดินไปนั่งที่โซฟาขนาดใหญ่ที่ทำพิเศษไว้รองรับร่างกายของชายร่างใหญ่ วายยังคงพยายามจะแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของเขา แต่ชายร่างใหญ่คนนั้นไม่ได้ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตรงข้ามของวายด้วย เขาเลือกที่จะยืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่อยู่ตรงข้ามนั้นแทน
“ทำไมนายไม่นั่งละ”
“ผมเป็นแค่สามัญชนนะครับท่านวาย จะให้ไปนั่ง กับเชื้อพระวงศ์ได้อย่างไรละครับ”
“ถ้ายังงั้นนายมีอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะ”
“ได้ครับท่านวาย ผมรู้นะครับว่าท่านจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ในการสร้างฐานอำนาจขึ้นมา ตั้งแต่ผมได้เห็นท่านวาย มาใช้บริการคาสิโนของผม แต่ท่านวายก็ควรจะรู้ตัวนะครับ ว่าท่านไม่มีดวงในด้านการพนันเลย เพียงไม่กี่วันท่านก็ต้องมาใช้บริการ ทางการเงินของกาสิโนเราแล้ว”
“ไหนนายบอกว่าไม่ได้เรียกฉันมาเรื่องหนี้ยังไงล่ะ ฉันจะหาเงินมาจ่ายคืนให้แน่ นายไม่ต้องห่วงหรอก”
“ใจเย็นๆ ครับท่านวายผมไม่ได้เรียกท่านมาเรื่องนี้จริงๆ ท่านนั่งลงก่อนนะครับ”
ชายร่างใหญ่นั่นกระดิกนิ้วของเขาและชี้ไปยังโซฟาเพื่อให้วายที่ยืนขึ้นอย่างไม่พอใจนั่งลง ถึงแม้ท่าทีของเขาจะดูนอบน้อมต่อวาย แต่การกระทำ ที่เพิ่งสั่งวายให้นั่งลงนั้น ก็ได้บอกเป็นนัยแก่วายแล้วว่า เขาไม่ได้เกรงใจวายและมีสถานะอยู่เหนือเขา
“หลังจากที่ผมเห็นท่านวาย เอาเงินที่ยืมไป มาเล่นกาสิโนของผมอีกครั้งผมก็รู้ในทันทีว่าผมคงไม่ได้เงินนั้นคืน ... แต่เรื่องเงินนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมอยู่แล้ว ผมแค่อยากสนับสนุนท่านวาย
ผมขอถามตรงๆ เลยนะครับท่านต้องการเงินจำนวนมากเพื่อให้มีโอกาสมากขึ้นในการขึ้นเป็นกษัตริย์ของน็อบไฮคนต่อไปใช่ไหมครับ”
เมื่อชายร่างใหญ่พูดจบ เขาก็จ้องไปที่นัยน์ตาของวาย
“ใช่ฉันต้องการเงิน นายจะพูดอะไรก็รีบๆ พูดมาสักที”
“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมอยากสนับสนุนท่านวาย…ผมจะให้ท่านวายยืมเงินของผมอีกก้อนหนึ่งเพื่อไปลงทุน คุณวายสนใจไหมครับ”
“แต่ฉันไม่เคยทำการค้า ฉันลงทุนไม่เป็นหรอก“
“ท่านวายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ ผมจะให้คนของผมช่วยท่านวายยในการทำธุรกิจด้วย แถมผมยังมีสินค้าเตรียมไว้ให้ท่านวายแล้ว”
“สินค้าอะไร”
“ถ้าท่านวายรับปากว่าจะเอาด้วยกับการลงทุนนี้ ผมก็จะพาท่านวายไปดูครับ”
“ฉันจะไว้ใจนายได้ยังไง ถ้าสินค้าของนายดีจริงนายก็คงขายเองแล้ว ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะต้องให้ฉันร่วมด้วยเลย”
“ก็ผมบอกแล้วยังไงล่ะครับ ว่าผมอยากสนับสนุนท่านวาย ผมขอแค่ท่านวาย คอยระลึกถึงการช่วยเหลือของผมไว้ก็พอแล้ว”
หลังจากที่ชายร่างใหญ่พูดจบ เขาก็ยื่นมือที่มีขนาดใหญ่ของเขา ไปที่ด้านหน้าของวาย
วายนั้นมีสีหน้าที่เป็นกังวลอย่างมาก ว่าจะร่วมมือกับชายร่างใหญ่ดีหรือเปล่า แต่อยู่ๆ วาย ก็นึกถึงภาพของแม่ของเขาขึ้นมา พร้อมกับภาพของเหล่าพี่น้องและพ่อของเขา เมื่อนึกถึงภาพเหล่านั้นสายตาของวายก็เปลี่ยนเป็นสายตาที่มุ่งมั้นขึ้นมาทันที เขาได้ยื่นมือ ของเขาไปจับกับมือขนาดใหญ่ของชายตรงหน้า การตัดสินใจของวายนั้นได้สร้างรอยยิ้ม ให้กับชายร่างใหญ่อย่างมาก