ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงทั้งคู่ก็มาถึงหน้าบริษัทตามเวลาณัฐธิดาเดินขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ข้างหน้า เมื่อสมาชิกทุกคนกันมาครบแล้วรถจึงมุ่งหน้าสู่สตูดิโอที่ต้องไปถ่ายรายการ
ทั้งหมดเดินไปแต่งหน้าทำผมก่อนจะเปลี่ยนชุดที่ผู้จัดการได้เตรียมไว้ให้เมื่อใกล้ได้เวลาทีมงานจึงให้สมาชิกวงเข้าประจำที่กลางเวที ทันทีที่ตัวเลขขนาดใหญ่ที่ปรากฏบนจอั์หลังกล้องนับถอยหลังจากสิบจนถึงศูนย์เสียงเพลงของวงBELOVEDก็เริ่มขึ้น
ณัฐธิดาและสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงเริ่มเต้นกันอย่างพร้อมเพรียงและร้องท่อนของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดพวกเธอต้องเรียกคนดูให้ได้ในสี่นาทีนี้เพราะถ้าเริ่มต้นเปิดตัวได้ดีงานอื่นต่อจากนี้ก็จะง่ายขึ้นเพียงไม่นานเพลงก็จบลงพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวของทีมงานในห้องส่ง พิธีกรเดินเข้ามาพูดคุยและให้ทุกคนแนะนำตัวเองสั้นๆ
ในสตูดิโอนี้ไม่รับผู้ชมเข้ามาแต่ทีมงานหลังกล้องจะคอยเช็กคอมเมนต์ต่างๆ ในไลฟ์เพื่อดูเสียงตอบรับของคนดูตลอดเวลา เมื่อพูดคุยกันได้สักพักพิธีกรจึงเชิญแขกรับเชิญเข้ามาซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาทีมงานสาวๆ ได้เป็อย่างดี
ภาคินทร์เดินยิ้มกว้างเข้ามานั่งที่ว่างที่เหลืออีกหนึ่งที่สำหรับเขาก่อนจะสวัสดีทุกคนรอบข้างแล้วทักทายผู้ชมทางบ้านอย่างมืออาชีพ
“เอาล่ะค่ะ ในที่สุดเราก็ได้มาอยู่กับนักร้องหนุ่มที่ฮอตที่สุดในยุคนี้ได้มาร่วมงานกับสาว ๆ ทั้งสี่คน เป็ยังไงบ้างคะ”พิธีกรเอ่ยถามคำถามแรกกับชายหนุ่ม
“ครั้งนี้เป็การร่วมงานครั้งแรกของพวกเราต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยในตอนแรก แต่น้อง ๆ ทุกคนตั้งใจทำงานกันมากเลยทำให้งานออกมาราบรื่นครับ”ภาคินทร์ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด
“แล้วฝั่งสาว ๆ ล่ะคะได้ร่วมงานกับน้องคิน รู้สึกยังไงบ้าง”พิธีกรสาวประเภทสองหันมาถามอีกสี่คนที่เหลือ
“ค่ะพี่คินค่อนข้างไม่ถือตัวเลยทำให้พวกเราไม่เกร็งไปด้วย วันนั้นถ่ายเอ็มวีกันทั้งวันแต่ก็ยังสนุกค่ะ”พริมยกไมค์ขึ้นตอบคำถาม
“รู้สึกยังไงบ้างคะกับกระแสตอบรับของวงที่ดังเป็พลุแตกในชั่วข้ามคืน”พิธีกรสาวถามต่อ ณัฐธิดารับไมค์ต่อจากพริม
“ตอนนั้นพวกเราทุกคนรู้สึกช็อกมากตอนเห็นในทวิตเตอร์ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองขอบคุณที่ให้ความสนใจกับพวกเรามากขนาดนี้นะคะพวกเราเองก็สัญญาว่าต่อจากนี้จะทำงานให้หนักขึ้นเพื่อให้มีผลงานออกมาอีกเรื่อย ๆค่ะ อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ”
หลังจากนั้นพิธีกรก็สอบถามเกี่ยวกับเื่ความชอบและอุปนิสัยของแต่ละคนเพื่อให้คนดูทางบ้านได้รู้จักพวกเธอเพิ่มขึ้นก่อนจะวกกลับไปถามภาคินทร์อีกครั้ง
“น้องคินว่าจากนิสัยที่สาว ๆ บอกมาคนไหนเป็ไทป์ของน้องคินคะ”
“เอ่อ...ผมไม่มีไทป์ครับ” เขาอึดอัดเล็กน้อยไม่คิดว่าพิธีกรจะถามนอกสคริปต์
“งั้นเป็เพื่อนก็ได้ค่ะคนไหนเหมาะจะไปแฮ้งเอาต์หรือเป็เพื่อนสนิทของน้องคินเหรอคะ” พิธีกรยังคงไม่ยอมแพ้
“ผมคิดว่าน้องไนน์ครับ”เมื่อสิ้นคำเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นหลังกล้องยกใหญ่
“ยังไงคะ”พิธีกรไม่ปล่อยให้พลาดโอกาส รีบจี้เข้าประเด็นร้อนในทันทีเพื่อเรียกกระแสคู่จิ้น
“ไนน์เป็คนขยันและไม่ค่อยเที่ยวครับผมเองก็อยู่ติดบ้านเหมือนกัน เลยคิดว่าไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตรงกันครับ”
“แล้วทั้งสองคนเคยรู้จักกันมาก่อนไหมคะ”
“ครับ” คำตอบสั้น ๆ ของเขาเรียกเสียงฮือฮาได้รอบทิศทางอีกครั้งณัฐธิดาขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ไปรู้จักกันได้ยังไงคะ”พิธีกรสาวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นบิวต์อารมณ์คนดู
“เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นผมยังเป็แค่เด็กฝึกหัดอยู่ครับจู่ ๆ ก็เจอเขาที่มาออดิชันกำลังเดินหลงทางอยู่ในบริษัทเลยพาไปส่ง แค่นั้นเลยครับไม่มีอะไรเป็พิเศษ”เขายิ้มตอบกลับที่ได้ทำลายจินตนาการคนอื่นที่คิดว่าจะมีอะไรมากกว่านี้
“ไม่ใช่แค่นั้นมั้งคะถึงขนาดจำได้ทั้งที่ผ่านมาตั้งสองปี อะไรที่ทำให้น้องคินยังจำน้องไนน์ได้เหรอคะ”คำถามนี้เล่นเอาณัฐธิดาหันไปมองหน้าภาคินทร์อย่างรอลุ้นคำตอบเหมือนกันไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะจำเธอได้
“อาจจะเป็เพราะหน้าตาที่โดดเด่นมั้งครับเห็นครั้งเดียวก็จำได้เลย ผมเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนด้วยแถมยังเป็ศิลปินเดี่ยวอีกเลยจำคนที่เคยคุยด้วยได้หลายคนหลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลายมาเป็นักร้องในค่ายเหมือนกันเลยพอจะเดินสวนกันบ้างครับแต่ก็ไม่ได้คุยกันเลย”
“เอ๊ะ แล้วไม่เข้าไปทักทายเหรอคะ”
“ผมก็อยากทักครับ แต่อีกฝ่ายดูจะรีบตลอดเวลาเลยกลัวว่าจะไปรบกวนเขาน่ะครับ”
“อย่างนี้นี่เอง แล้วน้องไนน์ล่ะคะจำน้องคินได้ไหม” พิธีกรรีบหันมาถามณัฐธิดาต่อ
“จริง ๆ ก็จำได้ค่ะ แต่ไม่คิดว่าเขาจะจำไนน์ได้และไม่รู้จะคุยอะไรเลยไม่ได้ทักทายค่ะเพิ่งจะมาคุยกันอีกครั้งก็ตอนถ่ายเอ็มวีเลย” เธอยิ้มตอบหลังจากที่หายอึ้งไม่คิดว่าที่ผ่านมาเขาจะเห็นเธอวิ่งหนี
น่าอายจริง ๆ
“หลังจากวันถ่ายเอ็มวีแล้วยังมีคุยกันบ้างไหมคะ”
“ก็...” ณัฐธิดาอึกอัก จะบอกใครได้ยังไงว่าเขาเอาดอกไม้มาให้เธอถึงหน้าห้องซ้อม
“ไม่ได้คุยเลยครับ”ภาคินทร์รีบปฏิเสธทันควัน
“งั้นพี่ขอถามได้ไหมคะว่าทั้งสองคนคิดยังไงกับกระแสคู่จิ้นในเน็ต”
“ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะไนน์ไม่ค่อยได้อ่านคอมเมนต์”
“ไม่มีอะไรครับ เราเป็เพื่อนร่วมงานกันปกติ”
“ถ้าทั้งคู่ยืนยันขนาดนี้พี่จะเชื่อก็ได้ค่ะงั้นขอถามคนอื่น ๆ เื่ไทป์ของผู้ชายที่ชอบนะคะ เริ่มจากน้องไนน์ก่อนเลยค่ะ”พิธีกรผายมือไปยังณัฐธิดา
“ไนน์ชอบคนที่เป็ผู้ใหญ่ค่ะไม่ขี้หึง ไม่ตามเช็กว่าไนน์ทำอะไรอยู่ ประมาณว่ายังมีพื้นที่ส่วนตัวให้กันค่ะ”คำตอบของเธอเล่นเอาชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ไกล ๆ ถึงกับสะดุ้งอย่างร้อนตัว
ธีร์ตามแฟนสาวมาที่นี่เพราะจะมาแอบดูว่าภาคินทร์แอบเข้าหาเธอหรือเปล่าเขาจะได้เตรียมรับมือไว้ แต่ยิ่งฟังสัมภาษณ์เขาก็ยิ่งต้องยืนกำหมัดภาคินทร์ได้เจอกับณัฐธิดาก่อนหน้าเขา ยังดีที่ทั้งคู่ไม่ได้สานสัมพันธ์กัน เขาไม่ได้เชื่อคำพูดของภาคินทร์ทั้งหมดแต่จำได้จากปฏิกิริยาของเธอที่เจอภาคินทร์ตอนเขาแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันณัฐธิดาไม่ได้ดูสนิทสนมกับคนคนนี้และเขาเลือกที่จะเชื่อคำพูดของเธอที่บอกว่าปลื้มในฐานะแฟนคลับ
ณัฐธิดาส่งไมค์ต่อไปยังพริมที่นั่งอยู่ข้างๆ จนทั้งสี่คนตอบเสร็จพิธีกรจึงให้ฝากผลงานและกล่าวปิดรายการไปอย่างสวยงาม
“ดีมากค่ะทุกคนไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับกันเถอะ” ธัญญ่าเดินเข้าไปหาเด็กของเธอทันทีที่ทุกคนลงจากเวที
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จณัฐธิดาก็มองเห็นคนตัวโตที่ยืนรอเธออยู่ข้างๆ ผู้จัดการ
“ไนน์กลับพร้อมพี่นะ”ธีร์บอกเธอเมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกอยู่แถวนั้น
“ค่ะ”
“ขวัญขอกลับเองนะคะพอดีนัดกับคุณแม่ไว้แถวนี้” ของขวัญบอกลาทุกคนแล้วเดินจากไปอย่างรีบร้อน
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ”ธัญญ่าบอกเมื่อสมาชิกที่เหลือมากันครบแล้ว
ทั้งห้าคนลงไปยังลานจอดรถก่อนที่ณัฐธิดากับธีร์จะแยกไปขึ้นอีกคัน
“อุ๊ยไนน์ลืมมือถือไว้ในห้องแต่งตัวค่ะ”
“ให้พี่ไปด้วยไหม”
“อย่าเลยค่ะไนน์ขึ้นไปคนเดียวดีกว่า” เธอไม่อยากให้มีใครเห็นว่าเดินไปกับเขาสองต่อสอง
“โอเคครับ งั้นพี่นั่งรอในรถนะ”
ณัฐธิดาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เธอเพิ่งลงมาพลางนึกกังวลว่าจะมีใครหยิบโทรศัพท์ไปหรือเปล่าถึงจะเป็เครื่องเก่าที่ตกรุ่นไปแล้วแต่ข้างในก็มีข้อมูลและรูปภาพที่สำคัญมากมาย เธอสาวเท้าตรงไปยังห้องน้ำหญิงอย่างเร่งรีบก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
“ตกลงพี่คินชอบพี่ไนน์เหรอ”ของขวัญเอ่ยถามคนตรงหน้า
“ใช่ ช่วยพี่หน่อยสิ”
“วันนั้นขวัญก็ช่วยโดยการบอกว่าพี่ไนน์ชอบดอกกุหลาบแล้วไงคะแล้วยังให้พี่คินส่งบทสัมภาษณ์ไปให้พี่ไนน์ด้วย”
“ช่วยอีกหน่อยได้ไหมพี่อยากชวนไนน์ไปเดต”
“ขวัญว่าพี่ไนน์คงปฏิเสธค่ะ พี่คินตัดใจเถอะจะได้ไม่เสียใจทีหลัง”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ไนน์เองก็ชอบพี่เหมือนกัน ไม่งั้นจะคอยหลบหน้ามาตลอดเหรอ”
“พี่ไนน์เขามีคนที่ชอบใหม่แล้วค่ะ”
“พี่ไม่เชื่อเธออยากให้พี่ชอบเธอเหรอถึงได้พูดแบบนี้” เสียงของภาคินทร์เริ่มหงุดหงิด
“ขวัญพูดเื่จริงแล้วต่อให้พี่คินไม่ได้ชอบพี่ไนน์ขวัญก็รู้ตัวดีว่าพี่คินคงไม่ได้มองขวัญเป็อย่างอื่นนอกจากเพื่อนนอนหรอกค่ะ”
“รู้ก็ดีแล้วจะได้ไม่อึดอัดกันทั้งสองฝ่าย งั้นเรากลับไปคุยกันต่อที่คอนโดพี่ดีกว่าไหม”
“ค่ะ”
ณัฐธิดารีบวิ่งไปหลบในห้องที่ใกล้ที่สุดเมื่อทั้งคู่ทำท่าว่าจะเดินมาเข้าลิฟต์โชคดีที่ประตูห้องไม่ได้ล็อกเธอถึงเปิดเข้ามาได้เมื่อมองรอบตัวจึงเห็นว่าเป็ห้องเก็บอุปกรณ์ของแม่บ้านที่ไม่มีคนอยู่
ณัฐธิดารอให้ได้ยินเสียงประตูลิฟต์ปิดก่อนจึงเดินออกไปเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงก็เจอมือถือที่วางลืมไว้บนอ่างล้างหน้าที่เดิมเพราะกลัวจะทำหล่นตอนเปลี่ยนชุดเธอเลยวางไว้ตรงนี้
ระหว่างทางเดินกลับแม้จะหมดห่วงเื่มือถือไปแล้วเธอก็ยังคิดไม่ตกกับเื่ที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่กับความสัมพันธ์ที่น่าใของทั้งสองคนมิน่าล่ะของขวัญถึงทำตัวแปลกไปั้แ่วันที่ภาคินทร์จีบเธอ รวมถึงวันนี้ด้วยที่รุ่นน้องสาวไม่ค่อยพูดอะไรจนกระทั่งเลิกงาน