ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 50 ระบบหยุดทำการ

     

    หลังจากกลับมาถึงห้องพักที่โรงแรมและอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว เซี่ยฮุยก็เอนตัวลงบนโซฟาที่อ่อนนุ่มด้วยท่าทางผ่อนคลาย

     

    ตอนที่เขากำลังคิดว่าจะเปิดดูรายการโทรทัศน์แก้เบื่อ จู่ ๆ สายรัดข้อมือของเขาก็สว่างวาบขึ้น

     

    มีข้อความส่งตรงมาถึงเขา

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยเปิดดูก็พบว่าเอกสารยื่นคำขอเข้าศึกษามหาวิทยาลัยได้รับการอนุมัติแล้ว

     

    มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นเส้นโค้ง เซี่ยฮุยไม่ได้สนใจว่าด้านบนเขียนไว้ว่าอย่างไร เขารีบเปิดหน้าจอแสดงผลขึ้นมา

     

    ภารกิจที่อยู่บนนั้นสำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    ส่งภารกิจ

     

    เซี่ยฮุยยังไม่ทันได้กดปุ่มส่งภารกิจ จู่ ๆ ก็มีเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่กะพริบอย่างไม่หยุด

     

    “ผู้เล่นเซี่ยฮุยทำภารกิจสำเร็จแล้ว เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาระบบทำงานหนักเกินไป ระบบจะทำการโดดงานเพื่อพักผ่อน เริ่มรีสตาร์ท......”

     

    โดดงาน?

     

    ระบบจะพักผ่อนเนี่ยนะ?

     

    ยังไม่ทันที่เซี่ยฮุยจะได้สบถด่าออกมา เขาก็พบว่าด้านบนหน้าจอเริ่มนับถอยหลังแล้ว

     

    10 9 8……

     

    ตอนที่มันนับถอยหลังมาจนถึงศูนย์ เซี่ยฮุยก็รู้สึกได้ถึงสติสัมปชัญญะของตัวเองหยุดทำงานกลางอากาศ

     

    ภาพตรงหน้าตัดวูบและเขาก็หมดสติไปในทันที

     

    ตอนที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตอนนี้เป็นเช้าวันใหม่แล้ว

     

    “นี่ฉันหลับไปหนึ่งคืนเหรอ?”

     

    เซี่ยฮุยลูบผมตัวเองและลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา

     

    หลังจากใช้ฝ่ามือตบศีรษะตัวเองเพื่อเรียกสติ เขาก็ก้มหน้ามองเวลาที่อยู่บนสายรัดข้อมือ จู่ ๆ เขาก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น

     

    จริงด้วย...เมื่อคืนระบบบอกว่าจะโดดงานเพื่อพักผ่อน

     

    ตอนที่เขาชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ เขาก็คิดขึ้นได้ว่าสาเหตุที่เขาหลับไปโดยไม่รู้ตัวเกิดขึ้นจากอะไร

     

    เขารีบเปิดหน้าจอแสดงผลทันที

     

    นี่มัน...

     

    หลังจากที่เซี่ยฮุยพบว่าหน้าจอทำการรีสตาร์ทใหม่ เขาก็ช็อกไปในทันที

     

    ระบบเปลี่ยนใหม่จนไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เขารู้จัก!

     

    ด้านบนหน้าจอแสดงผลแตกต่างจากที่เซี่ยฮุยเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง

     

    เงาแหงนหน้าขึ้นมองด้านบนราวกับตัวเองสามารถมองทะลุเพดานได้ เขาจ้องมองไปยังคนคนนั้นที่นั่งอยู่ ณ สถานที่ที่ไร้จุดสิ้นสุด

     

    “เป็นเพราะสิ่งที่เขียนไว้พังไม่เป็นท่าและไม่มีเวลาแก้ไขมันสินะ ถึงได้เปลี่ยนการตั้งค่าใหม่ทั้งหมดแบบนี้?”

     

    คำถามที่เขาเปล่งเสียงถามออกมาไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ยังคงพิมพ์ต่อไปอย่างเงียบ ๆ

     

    จากระดับความเร็วในการพิมพ์ของคนคนนั้น ราวกับว่ากำลังแข่งกับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้

     

    บุคคลผู้นั้น...

     

    ขึ้นชื่อว่าความดื้อรั้นขั้นสุดเลยล่ะ!

     

    “เอาเถอะ ฉันยอมแล้วก็ได้”

     

    หลังจากเงียบไปชั่วอึดใจ เซี่ยฮุยก็ยอมรับการรีสตาร์ทของระบบ

     

    เขาเปิดหน้าจอแสดงผลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขาค้นพบว่าหลังจากที่ระบบหยุดพักไป ของที่เหลืออยู่กลับกลายเป็นความเรียบง่าย

     

    ระบบถูกแบ่งออกเป็นสองหน้าคือ [ส่วนบุคคล] และ [การ์ด]

     

    เซี่ยฮุยเปิดหน้าจอ [ส่วนบุคคล] เขาค้นพบว่าคุณสมบัติของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก

     

    ผู้เล่น : เซี่ยฮุย

     

    เลเวล : LV.9 (อัพเกรดโดยแต้มเสริมความแข็งแกร่ง)

     

    แต้มเสริมความแข็งแกร่ง : 0 (สามารถรวบรวมได้จากภารกิจและการสังหารศัตรู)

     

    บัพ :

     

    พลังลมปราณ : LV.5

     

    วิญญาณ : LV.0

     

    สกิล : สายหมัด สายกระบี่

     

    แค่นี้เองเหรอ?

     

    เซี่ยฮุยลองกดเพื่อเลื่อนไปยังหน้าถัดไป นอกเหนือจากกระเป๋าใส่ไอเท็ม

     

    เขากดเปิด : อำนาจจักรพรรดิ เงาคะนึง พิโรธคลั่ง (ยังไม่ปลดล็อก) มงคลเอกะ (ยังไม่ปลดล็อก) เลือนกังวล (ยังไม่ปลดล็อก) เทือนโลกา (ยังไม่ปลดล็อก) วายุโศกศัลย์ (ยังไม่ปลดล็อก) จอมตะกละ (ยังไม่ปลดล็อก) คะนึงสัมพันธ์ (ยังไม่ปลดล็อก) ล่าโภไคย (ยังไม่ปลดล็อก) ฉกชิง (ยังไม่ปลดล็อก) ไร้หวาดหวั่น (ยังไม่ปลดล็อก) คุณสมบัติหน่วงเหนี่ยว (ยังไม่ปลดล็อก)

     

    สิ่งที่เห็นมีเพียงแค่อาวุธที่คุ้นเคย อุปกรณ์ประกอบฉากที่ซื้อมาและของที่เขาเคยใส่ไว้ในนั้น

     

    สกิลของฉันล่ะ?

     

    ระบบร้านค้าของฉันล่ะ?

     

    เซี่ยฮุยแทบพูดไม่ออก หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ฟังก์ชันที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็หายไปหมด เหลือเพียงแค่ภารกิจและการสังหารศัตรูเท่านั้น

     

    เงินที่ฉันใส่เข้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการสุ่มจับฉลากทุกเดือนของฉันล่ะ?

     

    หืม?

     

    สุ่มจับฉลาก?

     

    เซี่ยฮุยเปิดหน้าต่างอีกส่วนหนึ่งขึ้นมา และเริ่มอ่านข้อมูลที่อยู่ในนั้น

     

    การ์ด : สามารถทำการสุ่มจับฉลากได้เดือนละครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ปล. สามารถจับฉลากได้ทุกชนิด)

     

    การ์ดที่มีในตอนนี้ : นักมวย นักกระบี่วิญญาณ

     

    ไม่มีอะไรนอกจากนั้นแล้ว

     

    หน้าจอเรียบง่ายแบบนี้ คิดจะปั่นหัวฉันเล่นเหรอ?

     

    เซี่ยฮุยแหงนหน้ามองฟ้าอีกครั้ง วินาทีต่อมาเขาก็ตระหนักขึ้นได้

     

    มรรคอันยิ่งใหญ่นั้นเรียบง่ายอย่างที่สุดงั้นเหรอ?

     

    เซี่ยฮุยเหลือบตามองหน้าจออีกครั้ง ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็คือระบบที่หยุดทำงานชัด ๆ

     

    ถ้าหากระบบไม่กลับมาทำงาน เขาก็ต้องใช้แผงควบคุมที่เรียบง่ายนี้จนกว่ามันจะอัพเกรดจนถึงขีดสุดสินะ

     

    เซี่ยฮุยถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตาของเขามองไปยังสกิลของสายหมัด

     

    หลังจากเขากดไปที่ปุ่มนั้น ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นว่า “อาชีพไม่สอดคล้อง”

     

    “เชี้ย...ใช้ไม่ได้เหรอ”

     

    เซี่ยฮุยสบถด่าออกมาด้วยความโกรธ จากนั้นเขาก็รีบสงบสติอารมณ์อีกครั้ง

     

    อาชีพไม่สอดคล้อง ถ้างั้น...ระหว่างที่คิดเขาก็เหลือบมองไปที่การ์ดนักมวย

     

    เขากดเปิดใช้งานการ์ดใบนี้ ทันใดนั้นเขาก็เห็นสัญลักษณ์รูปหมัดปรากฏขึ้น

     

    เซี่ยฮุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง และภาวนาอยู่ในใจว่าจะเป็นอย่างที่เขาคิด

     

    หลังจากเปิดใช้งานผ่านกระแสจิต วินาทีต่อมาการ์ดก็เปลี่ยนเป็นแสงสีขาวและไหลซึมเข้าสู่ร่างกายของเขา

     

    ใบหน้าของเซี่ยฮุยก็แสดงออกถึงความโล่งใจออกมา

     

    ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...

     

    ตอนที่เซี่ยฮุยเปิดใช้การ์ดนักกระบี่วิญญาณ เขาก็พบสกิลที่ไม่คุ้นเคยอยู่ในหัวของเขาจริงๆ

     

    สายกระบี่งั้นเหรอ?

     

    เพียงแค่เขาคิดถึงสิ่งนี้ แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า วินาทีต่อมากระบี่ยาวเล่มบางหนึ่งเล่มก็มาอยู่ในมือของเขา

     

    กระบี่ยาว : เงาคะนึง

    ระดับ : ส้ม (ตำนาน)

    อาชีพ : นักกระบี่วิญญาณ

    ปล : กระบี่ยาว ด้วยความคมของปลายกระบี่ที่สูงมากจะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีให้กับผู้ใช้งาน

     

    เช่นเดียวกันกับนวมอำนาจจักรพรรดิ คุณสมบัติที่ซับซ้อนของมันถูกย่อให้เหลือเพียงสามบรรทัด และคำอธิบายในการใช้งานอีกหนึ่งบรรทัด

     

    เซี่ยฮุยขยับแขนเล็กน้อยจากนั้นก็วาดกระบี่เงาคะนึงไปที่โซฟา

     

    วินาทีต่อมาโซฟาที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจากคมกระบี่ในมือของเขา

     

    คมมากจริง ๆ!

     

    เซี่ยฮุยแอบชื่นชมอยู่ภายในใจ เขากระชับกระบี่เงาคะนึงในมือ ขนาดของมันพอดีมือและไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ กับการใช้งานแม้แต่น้อย

     

    คุ้มค่ากับการให้คำนิยามว่ามรรคอันยิ่งใหญ่นั้นเรียบง่ายอย่างที่สุดจริง ๆ!

     

    จู่ ๆ เซี่ยฮุยก็รู้สึกว่าการที่ระบบโดดงานก็ดีเหมือนกันแหะ!

     

    แต่เซี่ยฮุยก็ยังบอกไม่ได้ว่าสิ่งนี้ถือว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายสำหรับเขากันแน่

     

    สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือนับจากนี้รูปแบบการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ระบบหยุดทำงานจะถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

     

    เซี่ยฮุยเริ่มคิดวิเคราะห์เส้นทางที่เขาจะเดินต่อไปหลังจากนี้

     

    ทำภารกิจ...สังหารศัตรู...การ์ด...

     

    เส้นทางที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากนี้เกิดขึ้นจากสามอย่างนี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการ์ด

     

    แต่เซี่ยฮุยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาแค่การสุ่มจับฉลากเดือนละครั้งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตัวเองได้

     

    บนโลกใบนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงและเขาก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

     

    เรื่องแปลกประหลาดบนโลกใบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

     

    เมืองหลวงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในภายภาคหน้าก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

     

    ภารกิจ?

     

    สังหารศัตรู?

     

    ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ ส่วนสังหารศัตรู...เซี่ยฮุยกำหมัดแน่น

     

    หลังจากนี้จะไม่ได้มีแค่การสังหารตัวประหลาดเพื่อรับแต้มเสริมความแข็งแกร่งเท่านั้น แม้แต่การสังหารมนุษย์ด้วยกันเองก็สามารถกอบโกยแต้มเสริมความแข็งแกร่งได้เช่นกัน

     

    แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงการคาดเดา แต่เซี่ยฮุยมั่นใจว่ามันต้องเป็นอย่างที่เขาคิดแน่ ๆ

     

    เขาแอบรู้สึกตื่นเต้นอยู่ภายในใจ สำหรับเขาสิ่งนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดี

     

    การสังหารศัตรูที่เข้ามาระรานเขาจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเขาได้ด้วย

     

    นอกจากนี้ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาสูงถึงขอบเขตพิเศษขั้น 9 แล้ว

     

    ส่วนจะก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปได้อย่างไร เขาเองก็กำลังคิดไตร่ตรองเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

     

    มันคือการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ

     

    ยิ่งสะสมแต้มเสริมความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งของเขาก็จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมากเท่านั้น

     

    เซี่ยฮุยมีลางสังหรณ์เล็กน้อย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาจะสามารถทะลุขอบเขตปัจจุบันและไปถึงระดับใหม่ได้

     

    “แต่จะพึ่งพาแค่วิธีนี้อย่างเดียวไม่ได้”

     

    วินาทีนั้น เซี่ยฮุยแอบเตือนตัวเองอยู่ภายในใจ

     

    ถ้าหากใช้วิธีสังหารศัตรูที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันเพื่อกอบโกยแต้มเสริมความแข็งแกร่ง เขาแอบสงสัยว่าหลังจากนี้เขาจะกลายเป็นทาสของความปรารถนาและมีชีวิตอยู่เพื่อการสังหารผู้คนอย่างบ้าคลั่งหรือเปล่านะ

     

    “จะเป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด! ฉันจะฆ่าแค่ศัตรูเท่านั้น”

     

    เซี่ยฮุยตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเดินตามทำนองคลองธรรมที่มี หลังจากเก็บกระบี่เงาคะนึงกลับเข้าไปในกระเป๋า เขาก็หันออกไปมองด้านนอกหน้าต่าง

     

    แสงอาทิตย์ที่กระทบลงบนหลังคาสว่าง ทำให้เกิดแสงสว่างจ้าไปทั่วทุกสารทิศ