สีเลือดบนใบหน้าของเจียงโหรวค่อยๆเหือดหายไป นางตกใจมากจนลืมแม้กระทั่งหายใจ มือจับแขนของซิ่งฮวาแน่น
นางสูงส่ง มีเกียรติ หยิ่งยโสมาโดยตลอดไม่เคยมีช่วงเวลาตื่นตระหนกทำตัวไม่ถูกเช่นนี้มาก่อน
"ฉือ..." ร่างกายของเจียงโหรวเย็นยะเยือกดวงตาสีเข้มและสวยงามของนางมองไปที่เสือด้วยความสยดสยอง
หรือมันมาเพื่อแก้แค้น?
มือของฉือหางที่ถือคันธนูสั่นเทาเล็กน้อยปกติบนภูเขาจะมีเสือเพียงตัวเดียว
เมื่อพิจารณาจากขนาดของเสือตัวนี้แล้วมันใหญ่กว่าตัวก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ตัวที่เคยเจอก่อนหน้าอย่างแน่นอน
ฉือหางดึงสายธนูสุดแรง เล็งสายตาไปที่เสือตัวนั้น
ปล่อยสายคันธนูทันที หัวศรพุ่งเข้าหาเสืออย่างรวดเร็ว
เสือตัวนั้นดูเหมือนจะมีจิตวิญญาณ มันหลบไปด้านข้างหลีกเลี่ยงการโจมตีของฉือหาง
ฉือหางใส่ลูกศรสามดอกแล้วยิงออกไปโดยไม่ลังเล
แม้จะเป็นเสือที่มีไหวพริบ กระนั้นมันก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
"กรรร!" มันคำรามใส่พร้อมพุ่งไปหาฉือหางอย่างรวดเร็ว
สัตว์นักล่ามีความว่องไวมากหากมันไม่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่แรก ความเร็วของมันคงเร็วมากกว่านี้
ฉือหางกระโดดออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ง้างสายธนูยิงเข้าที่หัวเสืออย่างแรง
องครักษ์ทั้งหกคนที่อยู่ข้างๆเจียงโหรวเห็นเสือที่บาดเจ็บเคลื่อนไหวเร็วมากพวกเขาแต่ละคนต่างหน้าซีดด้วยความตกใจ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
พวกเขาทุกคนถือดาบในมือแต่มือของพวกเขายังคงสั่นเทา บางคนกลัวจนขาอ่อนปวกเปียกทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
เสือไล่ตามฉือหางสองสามครั้งแต่ไม่ว่ามันจะตามอย่างไร มันก็ไม่สามารถไล่ตามมนุษย์เบื้องหน้าได้ทันด้วยความโกรธ มันคำรามใส่ฉือหาง หันหลังกลับและพุ่งเข้าหากลุ่มคน
แย่แล้ว
ฉือหางคิดอยู่ในใจว่าสถานการณ์แย่แล้ว เขาเล็งยิงธนูไปที่เสืออย่างรวดเร็วเห็นมันกระโจนเข้าหาเจียงโหรวโดยตรง
"คุณหนู!"ซิ่งฮวาตะโกนด้วยความร้อนใจ ทันใดนั้นนางก็ผลักเจียงโหรวที่ขาอ่อนปวกเปียกออกไป มองไปที่เสือด้วยความสยดสยอง
"ซิ่งฮวา!"เจียงโหรวที่เพิ่งจะทรงตัวนั่งตัวตรง นางก็เห็นว่าเสือกระโจนผ่านไป มันก้มหัวจะกัดศีรษะของซิ่งฮวาอยู่ใต้ร่าง
เจียงโหรวมองดูองครักษ์ที่ตกตะลึงที่ด้านข้างด้วยน้ำตาคลอเบ้าคว้าดาบจากมือของชายหนึ่งในบรรดาองครักษ์ แล้วแทงมันทั้งที่ดวงตาปิดแน่น
ฉือหางผลักเสือออกไปด้วยมือข้างเดียว จากนั้นเตะมันโดยไม่ลังเลจนเสือตัวใหญ่กระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างๆ
ในคราวนี้เขาแทบจะหมดเรี่ยวแรงทั้งหมดแล้ว
เสือที่ลุกขึ้นยืนกางกรงเล็บพุ่งไปทางฉือหางโดยไม่ลังเล
ในตอนที่เขาหลบมัน เขากลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก
"ข้าต้องการพวกเจ้าไว้ทำอะไรหรือ?!" เจียงโหรวลุกขึ้นจากพื้นทันที ในมือของนางถือดาบ ตะโกนใส่องครักษ์ด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด"ถ้าเจ้ายังไม่ต่อสู้กับเสืออีก หลังจากกลับไป พวกเจ้าไสหัวไปเสีย!"
องครักษ์ต่างเหลือบมองกันและกันลุกขึ้นจากพื้นด้วยความกลัวจนฉี่แทบราดกางเกง แล้ววิ่งเข้าไปหาเสือ
คนทั้งหกล้อมเสือเอาไว้ ดาบยาวในมือก็แทงเข้าที่ตัวเสือโดยไม่ลังเล
เสียงร้องโหยหวนของเสือดังขึ้น ฉือหางที่เห็นว่าตนเองเป็นอิสระแล้วจึงวิ่งหลบออกไป
เขาเดินไปหาหญิงสาวที่ล้มลงบนพื้น
“นางเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉือหางขมวดคิ้ว มองหญิงสาวอย่างเป็นห่วง
"เลือดออกแล้ว"เจียงโหรวกอดซิ่งฮวาไว้แน่นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า "นางกำลังจะตายแล้วข้าควรทำอย่างไรดี ข้าควรทำอย่างไรดี?"
"ให้ข้าดูหน่อย"
เมื่อฉือหางพูดเจียงโหรวก็วางซิ่งฮวาที่เป็นลมหมดสติลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง
ซิ่งฮวาดูเหมือนจะแขนหัก ทั้งยังมีเลือดออกมาก
“ถ้าหาหมอทันเวลาก็จะปลอดภัย” ฉือหางพูดอย่างใจเย็น “พวกเรากลับกันเถอะน่าจะไปถึงในเมืองตอนรุ่งสาง”
เจียงโหรวกัดริมฝีปากของนางแน่นมองดูซิ่งฮวาร่างเปื้อนเลือดบนพื้น สูดจมูกของนาง แล้วพูดด้วยเสียงร้องไห้ว่า"อืม กลับไปเดี๋ยวนี้"
องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเจียงโหรวแต่ละคนยืนตัวตรงท่าทางดูแข็งแกร่ง!
หลินกู๋หยู่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากทำอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ปลุกโต้ซาให้ตื่น
ในขณะที่อาบน้ำโต้ซาเพิ่งจะเสร็จ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
“ใครหรือ?” หลินกู๋หยู่หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดใบหน้าของโต้ซาอย่างระมัดระวังจากนั้นจึงลุกขึ้น และเดินไปที่ประตู
ทันทีที่เปิดประตูหลินกู๋หยู่ก็เห็นลู่จื่อยู่ยืนอยู่ด้านนอกประตูมองด้วยสายตาที่อ่อนโยน
"ท่านปู่สั่งกำชับให้ข้ามาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่บอกว่าต้องการให้ข้ามารับเจ้าให้เร็วกว่าเดิม"ลู่จื่อยู่มองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างอ่อนโยน ค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมาดูเด็กน้อยที่เกาะติดกับร่างของหลินกู๋หยู่ตลอดเวลา
"อรุณสวัสดิ์"ลู่จื่อยู่พูดด้วยรอยยิ้ม ต้องการจะสัมผัสศีรษะของโต้ซา ทว่าเด็กน้อยหดตัวไปด้านหลัง
“เขายังตื่นไม่เต็มที่ยังอยู่ในอาการงุนงงอยู่” หลินกู๋หยู่ยิ้มและลูบศีรษะของโต้ซา “พวกเรากำลังจะกินข้าว เจ้ามากินด้วยกันดีหรือไม่?”
"ข้ากินมาแล้วหลังจากพวกเจ้ากินข้าวเสร็จแล้ว พวกเราจะไปที่โรงหมอด้วยกัน"ลู่จื่อยู่มองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน
หลินกู๋หยู่พาโต้ซาเข้าไปกินข้าวหลังจากป้อนข้าวให้โต้ซาทานจนอิ่มแล้ว นางก็ทานอย่างง่าย เปลี่ยนเสื้อผ้าของฉือหางแล้วตามลู่จื่อยู่ไปที่โรงหมอในเมือง
หลินกู๋หยู่ลงจากรถม้าพร้อมกับโต้ซาในอ้อมแขนในขณะที่เดินเข้าไปในโรงหมอก็ได้ยินเสียงสตรีตวาดลั่น
“นางอาการสาหัสมากอาจถึงแก่ชีวิตต้องดูอาการให้สาวใช้ของข้าก่อน พวกเจ้ามองอะไร!”
“ข้าบอกพวกเจ้าให้รู้ถ้าสาวใช้ของข้าเป็นอะไรไป ข้าจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ!”
"เจ้า มานี่"
หลินกู๋หยู่มองตามเสียงนั้นเห็นหญิงสาวในชุดสีฟ้าจับแขนของหมอตู้ มองไปที่หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นตรงกลางทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด
หมอตู้เป็นคนหัวรั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาสะบัดมือของหญิงสาวออก แล้วพูดด้วยความโกรธว่า"เจ้าไม่เห็นคนจำนวนมากกำลังเข้าแถวหรือ มาก่อนได้ก่อน เจ้าไม่รู้หรือ?"
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวในชุดสีฟ้าไม่ใช่คนอารมณ์ดีนางมองไปที่หมอตู้อย่างเย็นชา ตวาดเสียงดังลั่น "เจ้าเป็นหมอภาษาอะไรกันคนพวกนั้นไม่ตายในเร็วๆ นี้ แต่สาวใช้ของข้าต่างกัน นางถูกเสือทำร้าย เลือดออกเยอะขนาดนี้เจ้าดูอาการให้สาวใช้ของข้าก่อนไม่ได้หรืออย่างไร?"
"ไม่ได้"หมอตู้มองหญิงสาวอย่างเย็นชา ชี้นิ้วมือไปที่คนที่ต่อแถวอยู่ข้างหลัง"ถ้าคนเหล่านี้ต่างบอกว่าพวกเขากำลังจะป่วยตายแล้วข้าก็ต้องดูอาการของพวกเขาก่อนหรืออย่างไร แล้วถ้าพวกเขาเสแสร้งละ?"
ใบหน้าของหญิงสาวในชุดสีฟ้าแดงก่ำด้วยความโมโหชี้หน้าหมอตู้ แล้วแผดเสียงดัง "พวกเจ้า เข้ามา!"
เดิมห้องโถงตรวจรักษาก็มีขนาดเล็กอยู่แล้วบัดนี้ก็ยิ่งแออัดมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเหล่าบุรุษถือดาบร่างกายปกคลุมไปด้วยโคลนและเลือดเดินเข้ามาทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหลีกทางให้พวกเขา
"แม่นาง"ลู่จื่อยู่เดินไปหาหญิงสาว พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาพูดเบาๆ ว่า"ข้าช่วยดูอาการให้แม่นางท่านนี้ก่อนดีหรือไม่?"
"เจ้า?" หญิงสาวในชุดสีฟ้ากอดอกมองไปที่ลู่จื่อยู่ด้วยใบหน้าสงสัย"เจ้าทำได้หรือ?"
"หยุดพูดพล่ามไร้สาระนี่คือนายน้อยของพวกเรา" หมอตู้มองหญิงสาวด้วยสีหน้ารังเกียจ
เป็นหญิงเป็นนางเดิมทีก็ควรจะเงียบสงบเรียบร้อยเย็บปักถักร้อยอยู่ในบ้านในช่องของตนเอง
หญิงสาวในชุดสีฟ้าปล่อยมือลงเงยหน้าขึ้นมองลู่จื่อยู่ แล้วพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า"เจ้าตรวจรักษาสาวใช้ของข้าตอนนี้เลย"
เดิมทีฉือหางยืนอยู่ตรงมุมห้องโถงแต่เมื่อเขาเห็นหลินกู๋หยู่เดินเข้ามา เขาก็เดินเข้าไปหาหลินกู๋หยู่อย่างช้าๆ
"กู๋หยู่ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?" ฉือหางถามด้วยท่าทางงงงวย
“พี่ฉือหาง?” หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยสายตาของนางจับจ้องไปที่เสื้อผ้าบนหน้าอกของฉือหาง คิ้วของนางขมวดแน่นยิ่งขึ้น “เสื้อผ้าของเจ้าเป็นอะไรไปหรือ?”
“ท่านพ่อ!” โต้ซาอุทานอย่างตื่นเต้น
ฉือหางก้มลงมองที่เสื้อผ้าของตนเองเพียงแค่รู้สึกว่าหน้าอกของเขาร้อนผ่าว "ข้าถูก..."
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อผ้าสีเทามันกลายเป็นสีดำเสียอย่างนั้น
"ตามข้ามา"หลินกู๋หยู่เดินไปที่ลานหลังบ้านของโรงหมอ มือข้างหนึ่งจูงโต้ซา มืออีกข้างจูงฉือหาง
"โต้ซามาแล้วมาให้น้ากอดที"
เด็กหนุ่มในลานหลังบ้านของโรงหมอเหล่านี้ต่างก็ชื่นชอบโต้ซามากเมื่อพวกเขาเห็นโต้ซาเดินมา พวกเขาก็ทักทายหลินกู๋หยู่และอุ้มโต้ซาออกไปทันที
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าสุขภาพยังไม่ดีอย่าขึ้นไปบนภูเขา แต่ทำไมเจ้าถึงไม่เชื่อฟัง” หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วตรงไปเปลื้องผ้าของฉือหางโดยไม่คิดอะไร
"ไม่เป็นไรแล้ว"ฉือหางรู้สึกว่าหน้าอกของเขาร้อนแสบ มันอาจจะเป็นเพราะเขาถูกเสือข่วน ทว่าไม่มีอะไรร้ายแรง"รอกลับบ้านแล้ว ข้ากินยาก็หายแล้ว"
"ที่นี่เป็นโรงหมอมียาอะไรบ้างที่ไม่มี" หลินกู๋หยู่พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปปลดสายคาดเอวของฉือหาง
ทำไมนางถึงชอบถอดเสื้อผ้าของคนอื่นมากถึงเพียงนี้?
ใบหน้าของฉือหางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างไม่อาจควบคุมเขายื่นมือไปดึงเสื้อผ้าตนเอง เม้มปากพูดเสียงเบาว่า "เจ้าอย่าทำเช่นนี้คนอื่นมองดูอยู่"
หลินกู๋หยู่ซึ่งกำลังจับสายคาดเอวของฉือหางหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวมองสายตาของฉือหาง เห็นเด็กตากยาเหล่านั้นจ้องมองมาทางพวกนางอย่างตกตะลึง
“เอ่อพวกเจ้าเอาสุรากับยาจินฉวง[1] มาด้วย” หลินกู๋หยู่พูดอย่างลังเล แล้วลากฉือหางไปที่ห้องสำหรับเก็บยาด้านข้าง
นางจับมือเขาแน่น ความอบอุ่นค่อยๆแผ่กระจายจากฝ่ามือไปสู่หัวใจ
หากนางรอไม่ไหวที่จะถอดเสื้อผ้าของเขาในตอนกลางคืนฉือหางจะไม่คัดค้านอย่างแน่นอน
“ข้าทำเองได้” ฉือหางค่อยๆ หรี่ตาลง แล้วพูดเบาๆ ว่า “ข้าทำเองได้”
“วันข้างหน้าไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบนภูเขาอีกต่อไปแล้ว” สีหน้าของหลินกู๋หยู่เป็นทุกข์ เมื่อนางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
หลินกู๋หยู่รับสุราและยาจินฉวงจากคนส่งยาแล้วเดินไปหาฉือหาง
ฉือหางวางมือบนสายคาดเอวอย่างไม่สบายใจเม้มริมฝีปากเบาๆ “ข้าทำเองก็ได้เจ้าออกไปเถอะ”
หลินกู๋หยู่เดินไปหาฉือหาง แต่ก่อนที่นางจะถึงไหล่ของฉือหางนางยื่นมือออกไปปลดเสื้อผ้าของฉือหาง โดยไม่ลังเล
"ทำเช่นนี้มันจะส่งผลไม่ดีต่อเจ้า"ฉือหางกดมือของหลินกู๋หยู่ และพูดอย่างช้าๆ"เจ้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของผู้ชายตามใจชอบไม่ได้!"
…………………………………………………………….
[1] ยาจินฉวง (金疮药) เป็นยาขนานโบราณ เป็นผงยาที่ใช้สำหรับบาดแผล มีสรรพคุณห้ามเลือดแก้อักเสบและสมานแผล