เวลาผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามันก็ผ่านไปเกือบที่จะหนึ่งวันเต็มในอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้านี้ การเคลื่อนไหวของเรือไม่ได้เชื่องช้าและก็ไม่ได้เร็วเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เพราะมันไม่อาจเพิ่มความเร็วขึ้นได้อีก แต่เหมือนกับว่ามันกำลังมองหาอะไรบางอย่างภายใต้ท้องทะเลลึกแห่งนี้ การผลัดเปลี่ยนคนบนเรือไปมาหากมองจากมุมเดียว ก็พอจะมองออกว่าบนเรือนั้นมีคนอยู่ค่อนข้างเยอะและดูเหมือนว่าบนเรือนั้นจะรับรู้ถึงการติดตามของหลินได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะจะมีคนคอยมองมาในทิศทางที่เขาเคลื่อนที่อยู่เสมอ ดังนั้นหลินจึงไม่ได้แอบติดตามมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้แสดงตัวออกไป เช่นเดียวกัน เรือก็ไม่วี่แววว่าจะหยุดหรือส่งคนออกมาเพื่อพูดคุยกับเขาแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงตามมา
หลินไม่มีความคิดที่จะเข้าไปเพื่อพูดคุยใดๆกับอีกฝ่ายก่อน เพราะเขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่าย โดยเฉพาะตอนนี้ ที่เขาไม่สามารถใช้เปลวไฟสีเหลืองออกมาได้ ยิ่งทำให้เขาระมัดระวังตัวมากกว่าปกติ ถึงอย่างนั้นแล้วการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเป็นเวลานานแถมยังอยู่ในสถานที่เช่นนี้ก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย
ข้อมูลเดียวที่เขามีอยู่คือภายใต้ท้องทะเลแห่งนี้มีวิหารของเผ่าพันธุ์ที่ล่มสลายไปแล้ว บางทีเรือลำนี้เองก็กำลังมองหาวิหารอยู่เช่นเดียวกัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะลงไปลึกขนาดไหนก็ยังมองไม่เห็นวี่แววของวิหารแม้แต่น้อย
สิ่งมีชีวิตโดยรอบเมื่อเห็นเรือเคลื่อนไหวพวกมันล้วนแล้วแต่รีบซ่อนตัว ตั้งแต่ติดตามมาเขายังไม่เห็นว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆออกมาปะทะกับเรือแม้แต่ครั้งเดียว ในขณะที่เมื่อเขามาถึงก็ได้รับการต้อนรับทันที
"หยุดแล้ว ?" หลินคิดในใจเมื่อเห็นว่าการเคลื่อนที่ของเรือเริ่มช้าลงจนหยุดนิ่งในที่สุด
พลังงานที่ปกคลุมเรือเกิดช่องว่างขึ้น ก่อนที่คนบนเรือจะทยอยออกมากันอย่างเป็นระเบียบ คนที่ออกมาต่างสวมใส่ชุดเกราะที่ดูหนาอย่างมาก พร้อมกับถืออาวุธที่แตกต่างกันออกไปไว้ในมือ ก่อนที่จะกระจายออกไปรอบตัวเรือ แม้อาจจะไม่สามารถนับจำนวนที่แน่นอนได้ แต่มีกันเกือบร้อยคนที่ออกมาจากเรือ และดูเหมือนว่าด้านในก็ยังมีอยู่อีกไม่น้อย
จำนวนผิดกับที่หลินคิดไว้พอสมควร เขาไม่คิดว่าบนเรือจะมีคนมากขนาดนี้ ดีแล้วที่เขาไม่พยายามที่จะเข้าไป ต่อให้เขามีความสามารถในการผ่านม่านพลังงานเข้าไปได้ ก็คงไม่อาจหลบสายตาของคนจำนวนมากที่อยู่บนเรือได้
หลินอยู่ห่างจากเรือพอสมควรเขาจึงมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากการกระทำคนพวกนั้น ดูไม่เหมือนว่าจะเป็นการหยุดเพื่อพักเรือ มันเหมือนกับว่าพวกเขากำลังปกป้องเรือจากอะไรบางอย่าง
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินจึงเคลื่อนตัวออกไปเพื่อหาจุดที่จะมองเห็นสิ่งเดียวกับที่เรือกำลังมองเห็นอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเขาก็ยังไม่อาจที่จะมองเห็นได้อยู่เดียว หากให้ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่สมควร เพราะคนบนเรืออาจมองว่าเขาเป็นภัยคุกคามได้ ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ต้องการที่จะเป็นมิตร แต่ก็ไม่ควรที่จะสร้างศัตรูในสถานการณ์เช่นนี้
หลินยังคงสอดส่องเพื่อมองหาสิ่งที่กำลังสร้างปัญหาให้กับเรืออยู่ แต่ก่อนที่เขาจะมองว่ามันคืออะไรนั้น เกิดคลื่นแรงกระทบขนาดใหญ่คลื่นหนึ่งที่รุนแรงอย่างมากกำลังพุ่งมาในทิศทางที่เรือและตัวเขาเองอยู่ มันเป็นแรงสั่นสะเทือนใต้ทะเลที่มีพละกำลังพอที่จะทำให้เรือถูกกระแทกออกมาไกล ผ่านหน้าจุดที่หลินเคยอยู่เสียด้วยซ้ำ
ขนาดเรือที่มีน้ำหนักขนาดนั้นยังถูกผลักออกมาไกลเสียขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนที่อยู่ด้านนอกเรือ แม้แต่หลินเองก็ถูกคลื่นใต้ทะเลซัดจนกระเด็นออกมาไกลไม่แตกต่างกัน
พอรู้สึกตัวและพอที่จะมองเห็นโดยรอบภายใต้แรงคลื่น คนสวมเกราะหนักแบบเดียวกับที่เขาเห็นว่าออกมาจากเรือหลายคนถูกพัดไปไกลกว่าเขาเสียอีก แต่อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เพราะขนาดเขาเองยังมีเวลารับรู้ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
เมื่อสามารถทรงตัวได้แล้ว ยังไม่ทันที่จะได้มองไปโดยรอบ หลินได้กลิ่นของอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย
! เลือด
หลินรีบจับไปที่ใบหน้า ก่อนจะรีบสำรวจตัวเอง
"ไม่ใช่เลือดของเขา ?"
! ตึก
มีอะไรบางอย่างมากระทบร่างของหลินในขณะที่เขากำลังสำรวจตัวเอง หลินรีบผลักออกด้วยความตกใจ ก่อนจะมองเห็นว่ามันคือร่างที่สวมเกราะหนักคนหนึ่ง รอยเลือดไหลเป็นทางมาจากด้านบน ร่างของคนสวมเกราะหนักกำลังจมลงสู่ใต้ท้องทะเล
พอได้สังเกตรอยเลือด หลินมองออกไป รอบตัวเขาแม้จะห่างออกไปแต่มันเต็มไปด้วยเลือดและร่างของคนสวมเกราะหนักที่กลายเป็นศพเต็มไปหมด
"เกิดบ้าอะไรขึ้น ?" หลินสบถในใจ ก่อนจะรีบเคลื่อนตัวและมองออกไปโดยรอบ พอเห็นเรือที่อยู่ไกลออกไป หลินรีบตรงไปที่เรือทันที โดยไม่คิดอะไรให้มากความ ระหว่างทางเขายังพบเห็นศพของคนสวมเกราะหนักอีกจำนวนหนึ่ง
"ช่วย......" แม้ว่าเสียงจะแผ่วเบาและไม่ออกมาเป็นคำ เพราะมันเป็นเสียงเหมือนกับว่าคนกำลังกลืนน้ำเข้าไปแต่ก็พยายามที่จะพูดออกมา แต่ก็พอที่จะทำให้คนที่มีสัมผัสที่ดีอย่างหลินรู้ตัว เมื่อเห็นว่ามีคนต้องการความเชื่อเหลือ จึงรีบเข้าไปทันที
แต่ขณะที่กำลังเปลี่ยนทิศทางนั้น เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาเหลือบไปมองเห็นอะไรบางอย่าง
มันเป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองมันอีกครั้งทันทีก่อนที่ใบหน้าของเขาจะค่อยๆแสดงออกถึงความตกตะลึงกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็น