บทที่5 เทศกาลโคมไฟ
สองวันต่อมาเทศกาลโคมไฟก็มาถึงทั่วทุกที่ต่างก็ประดับประดาด้วยโคมไฟลักษณะต่างๆนาๆตามความชื่นชอบ ยิ่งพบค่ำโคมไฟต่างๆก็พากันส่องสว่างขึ้นอย่างงดงามซึ่งเป็ภาพที่หาชมได้ยาก
จวินซีนางได้เดินชมทัศนียภาพที่ริมเเม่น้ำไปเรื่อยๆ สายสมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านทำให้ดอกหอมหมื่นลี้ล่วงล่นเป็ภาพที่งดงามยิ่ง ผู้คนต่างก็ออกมาเดินชมและเที่ยวงานเทศกาลโคมอย่างคึกคลื่น ซึ่งเป็ภาพที่จวินซีเองก็ชอบดูอย่างยิ่งมันทำให้นางมีความสุข แล้วริมฝีปากของจวินซีก็คลี่ยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน
" วันนี้ ดูเ้ามีความสุขเป็พิเศษนะ " ต้าจงที่เดินตามหลังของจวินซีเอ่ยขึ้น
จวินซีจึงหันไปยิ้มให้กับสหายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริ่ง " แน่นอนสิ ต่อไปไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้เห็น "
" ธิดาเทพกล่าวได้ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ ถ้าพวกเรากลับไปยังเผ่าจอมเวทย์แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นบรรยากาศเช่นนี้อีก " หลี่เซียนเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
" ถ้าเช่นนั้น พวกเ้าก็ไปเที่ยวที่อยากไปเถอะอย่ามัวแต่เดินตามหลังข้าอยู่เลย หลังจากงานเทศกาลโคมไฟจบพวกเราก็จะตรงกลับเผ่าจอมเวทย์ทันที " จวินซีเอ่ยบอกแก่ทั้งสองคน
ต้าจงที่ยังมีท่าทีลังเลอยู่ก็เอ่ยขึ้น " แต่..ผู้าุโสั่งให้พวกข้าดูแลเ้า "
" ไม่เป็ไรหรอกน่า ต้าจงเ้าก็แล้วฝีมือข้าอยู่เเล้วไม่ใช่หรือ " จวินซีเอ่ยตอบ
หลี่เซียนก็ได้คว้าแขนของต้าจงแล้วเอ่ยขึ้นมาทันที " ธิดาเทพฝีมือล้ำเลิศ ไปเถอะน่า "
สิ้นเสียงของหลี่เซียนต้าจงก็โดยนางลากตัวออกไปเดินเที่ยวงาน ส่วนจวินซีเองก็เดินเรียบริมแม่น้ำไปเรื่อยๆแล้วมาหยุดตรงที่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้ที่ออกดอกเบ่งบานและส่งกลิ่นหอมอบอวนไปทั่ว แล้วจวินซีก็วางแขนทั้งสองข้างไว้บนราวกันริมแม่น้ำและทอดสายตามองไปยังแม่น้ำที่ไหลเอื่อยอยู่ตลอดเวลามันทำให้นางรู้สึกสงบ
เวลามันใกล้เข้ามาทุกที ยิ่งนางได้พบเจอกับมู่หลงซีก่อนกำหนดก็ยิ่งรู้สึกสับสนขึ้นมาและอดนึกถึงคำที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ก่อนที่ออกเดินทางไม่ได้ ' เ้าหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นคนผู้นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็วาสนานำพาทั้งนั้น ่
ทีแรกตัวของนางก็ยังไม่เข้าใจเช่นกันว่าที่ท่านอาจารย์เอ่ยมามันหมายความว่าเช่นไร ทว่าพอนางได้พบกับมู่หลงซีที่อารามร้างแห่งนั้นก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์กล่าว
" เฮ้อ...ข้าต้องทำเช่นไรถึงจะตัดขาดกับท่านได้ " จวินซีเอ่ยพึมพำกับตนเองเบาๆแล้วสายตาของนางก็พลันเห็นแผงขายสุราจึงเอ่ยขึ้นมา "ช่างมู่หลงซีเถอะ! คิดไปก็รั้งแต่ปวดหัวเสียเปล่า " เอ่ยจบจวินซีก็ตรงไปซื้อสุรามาสองไหเล็กแล้วกลับยังที่เดินของนางและยกสุราที่ตนได้ซื้อมาขึ้นดื่มดับทุกข์ของตน
มู่หลงซีที่นั่งอยู่ชั้นสองของโรงเตี้ยมที่พวกตนได้เข้าพักก็มองออกมายังนอกหน้าต่างเพราะตัวของเขานั้นไม่ชอบเที่ยวงานเทศกาลพวกนี้ก็เลยปล่อยให้ทั้งสามคนได้ไปเที่ยวกัน ซึ่งห้องที่มู่หลงซีได้พักอยู่นั้นก็อยู่ตรงข้ามกับตรงที่จวินซีอยู่พอดีและก็ได้เห็นการกระทำทุกอย่างของจวินซีั้แ่ต้นจนจบ
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่สายตาของเขาจดจ่อกับธิดาเทพผู้นั้น พอรู้ตัวอีกทีก็ไม่อาจละสายตาจากนางไปเสียแล้ว ยิ่งตอนที่นางทอดสายตามองไปยังสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆอย่างล่อยลอยมันยิ่งทำให้นางน่ามองเข้าไปอีก
ซึ่งมันแตกต่างกับเฝิงเซี่ยอี้โดยสิ้นเชิง สำหรับเขาแล้วพอได้มองดูธิดาเทพผู้นี้มันทำให้เขารู้สึกสบายใจเหมือนกับเขาอยู่กับเสด็จแม่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทว่าตอนที่เขาได้อยู่กับเฝิงเซี่ยอี้กลับรู้สึกต่างออกไปบ้างที่มันก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
บูม! บูม! บูม!
เสียงของดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้น บนท้องฟ้ายามรัตติกาลในตอนนี้มีดอกได้ไฟสีสรรค์ต่างๆปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิด
จวินซีได้ละสายตาจากสายน้ำที่ไหลอยู่เงยหน้าขึ้นมองดอกไม่ได้บนท้องฟ้าที่ถูกจุดขึ้นอย่างงดงามมันเป็ภาพที่หลายๆคนตั้งหน้าตั้งตารอชมความงดงามของมัน
และทันใดนั้นเองสายลมก็พัดมาทำให้เส้นผมยาวสลวยของจวินซีพัดปลิวตามสายลม ดอกหอมหมื่นลี้ต่างก็ล่วงล้น มันทำให้มู่หลงซีที่เฝ้ามองนางจากหน้าต่างอดตะลึงกับความงามตรงหน้าของตน
พอดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายจบลงสุราสองไหที่จวินซีซื้อมาก็หมดลงพอดี จวินซีนางจึงตัดสินใจเดินกลับยังโรงเตี๊ยมที่ตนเองพัก
" จวินซีเ้ากลับมาได้เสียที ข้ากับหลี่เซียนว่าจะออกไปตามหาเ้าพอดี " ต้าจงเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสหายของตน
จวินซีได้ยินก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามขึ้น " ตามหาข้าหรือ ทำไม "
" ก็มันจะถึงเที่ยงคืนแล้วเ้ายังไม่กลับมา ข้าก็เป็ห่วงนะสิ " ต้าจงตอบ
" ข้าก็กลับมาแล้วนี่ไง ไปเถอะแยกย้ายกันไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางต่อ " จวินซีนางเอ่ยปากไล่ทั้งสองหลับไปห้องพักของตนจากนั้นนางก็เดนไปเข้าห้องพักแล้วล้มตัวลงนอน ไม่คิดเลยว่าสุราสองไหนี้จะแรกจริงๆ ดื่มแค่สองไหก็ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองได้มึนเมาไปเสียแล้ว พอนางล้มตัวลงนอนได้ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที
วันต่อมาพวกนางก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปยังเผ่าจอมเวทย์ทันที โดยให้รถม้าคันเดินที่ต้าจงเอาไปฝากไว้โรงเลี้ยงม้าที่อยู่นอกเมือง