แม้วันใหม่จะมาถึง แต่ในหัวของไป๋เฉินกลับไม่ได้รู้สึกสดใสเท่าใดนัก เพราะเขายังคงครุ่นคิดถึงภารกิจใหม่ที่ระบบแสนกวนมอบให้ — “ทำให้หลงหวังอี้ขายหน้าอย่างรุนแรงภายใน 24 ชั่วโมง” แถมตัวเขายังเพิ่งรอดจากการประลองดุเดือดในสวนที่มีอวิ๋นลั่วเป็ผู้ยับยั้งไว้ได้ทันท่วงที
“เ้าระวังตัวด้วยนะ… เขาไม่ใช่คนที่ควรประมาท”
คำพูดของอวิ๋นลั่วเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหัว ดูเหมือนเธอจะเป็ห่วงไป๋เฉินจริงๆ แม้จะไม่ออกปากตรงๆ แต่สายตาเ็าคู่นั้นก็ไม่ได้ปิดบังความกังวลไว้ได้มิด
ไป๋เฉินแอบใจเต้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความเป็ห่วงแบบนั้น แต่พอคิดถึงหลงหวังอี้ ผู้เป็คู่หมั้นตามข้อตกลงของตระกูล ก็ตัวเย็นวูบไม่น้อย ไหนจะระบบที่คอย “หมั่นไส้” อีกฝ่ายจนยัดเยียดภารกิจให้เขาต้องไปป่วน… ชีวิตสงบๆ ของเขาจะมีวันได้พักบ้างไหมเนี่ย!?
เช้าวันนี้ ไป๋เฉินเดินวนเวียนอยู่บริเวณลานฝึกยุทธ์ของจวนเศรษฐีอวิ๋นซาน ซึ่งตามปกติจะใช้เป็ที่ซ้อมมือของเหล่าลูกน้องชุดดำ แต่ตอนนี้เงียบเชียบเพราะยังเช้าอยู่ ทุกคนเหมือนกำลังเตรียมตัวออกไปดูงานข้างนอก
“ทำให้หลงหวังอี้ขายหน้า… ขายหน้ายังไงดีล่ะ?” เขาบ่นพึมพำในใจ
ระบบก็โผล่มาเยาะเย้ย
『เหลือเวลาอีก 12 ชั่วโมง 25 นาที อย่ามัวแต่มึนงงสิจ๊ะ』
“โธ่ ระบบ! เ้ายัดเยียดงานยากมาให้แล้วเอาแต่นับถอยหลัง ข้าจะไปทำอะไรกันเล่า!” ไป๋เฉินบ่นลั่นเบาๆ กลัวใครผ่านมาได้ยินคงคิดว่าเขาพูดคนเดียวเหมือนคนบ้า
ทันใดนั้นเขาเหลือบเห็นสาวใช้คนหนึ่งรีบเดินมา สีหน้าร้อนรน
“คุณชายไป๋เฉินใช่ไหมคะ? คุณหนูอวิ๋นลั่วอยากให้ท่านไปพบที่รถม้าใหญ่ด้านหน้า เธอบอกว่ามีธุระจะออกไปข้างนอกและอาจ้าความช่วยเหลือจากท่าน”
“หา!? ให้ข้าไปด้วย?” ไป๋เฉินเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ จึงรีบก้าวตามสาวใช้ไปทันที
เบื้องหน้าประตูจวน มีรถม้าคันใหญ่จอดรอพร้อมม้าตัวเขื่องสองตัวที่ดูแข็งแรง อวิ๋นลั่วในชุดกระโปรงยาวสไตล์นักเดินทางยืนอยู่ข้างๆ รถม้า สีหน้าเ็าเรียบนิ่งตามเคย แต่พอเห็นไป๋เฉินเดินออกมา เธอก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็เชิงทักทาย
“ได้ยินว่าเ้าว่าง เลยอยากให้ไปเป็เพื่อนสักหน่อย” เธอพูดสั้นๆ
“เอ่อ…ได้สิ ข้ายินดี” ไป๋เฉินตอบพลางเกาหัว ไม่รู้จะดีใจหรือเกร็งดี เพราะถึงอย่างไรใกล้เธอก็อาจได้แต้ม “ความปั่นป่วน” จากระบบเพิ่มได้บ้าง
เมื่อขึ้นรถม้าไปด้วยกัน อวิ๋นลั่วก็นั่งเงียบ ทว่าบรรยากาศไม่ได้อึดอัดจนเกินไปนัก ในใจไป๋เฉินมีแต่คำถามว่าเธอจะไปไหน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม เสียงฝีเท้าม้าคึกคักก็ดังเข้ามาใกล้
“อวิ๋นลั่ว! เ้าจะไปไหนโดยไม่บอกข้าสักคำ?”
เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านนอก ไป๋เฉินชะโงกศีรษะออกจากรถม้า ก็เห็นหลงหวังอี้ในชุดสีทองประดับลายัขั้นสูงยืนอยู่บนหลังม้า สีหน้าดูหงุดหงิดปนสงสัย
อวิ๋นลั่วขมวดคิ้ว “ข้าจะไปธุระที่สำนักัผงาด มีเื่บางอย่างต้องตกลงกับเ้าสำนักที่เป็สหายของบิดาข้า ไม่จำเป็ต้องแจ้งเ้า”
“ข้าควรได้รู้ทุกเื่เกี่ยวกับเ้าสิ ในเมื่อตกลงหมั้นหมาย”
“พอเถอะ!” อวิ๋นลั่วสวนขึ้นทันควัน “ข้าเบื่อฟังเื่หมั้นหมายนี้เต็มที เ้ายังไม่ใช่สามีข้าตัวจริง!”
หลงหวังอี้กำหมัดแน่น บรรยากาศดูจะระอุขึ้นทันตา ไป๋เฉินที่นั่งอยู่ในรถม้าถึงกับแอบกลืนน้ำลาย “นี่มันเปิดฉากเช้าๆ ก็ปะทะกันอีกแล้วเรอะ!?”
『แนะนำ: ตอนนี้เป็โอกาสดีที่จะทำให้หลงหวังอี้ขายหน้า』
เสียงระบบผุดขึ้นมาอย่างได้จังหวะ
“เ้าจะบ้าเรอะ!? ไหนว่าจะไม่ให้รถม้าพังหรือเกิดศึกกลางเมืองอีก?” ไป๋เฉินย้อนถามในใจ แต่ดูเหมือนระบบจะไม่สน
หลงหวังอี้เหมือนกำลังจะลงจากหลังม้าเพื่อมาดึงตัวอวิ๋นลั่ว ไป๋เฉินเห็นแล้วก็อดรนทนไม่ได้ กลัวรถม้านี้จะพังและกลายเป็เื่ใหญ่ เขานึกอะไรบางอย่างออก
“ฮะๆ คุณชายหลง หวังอี้ใช่ไหมครับ?” ไป๋เฉินโผล่หัวออกจากรถม้าพร้อมยิ้มทะเล้น “พอดีข้ารู้ข่าวว่าทางสำนักัผงาดมีงานใหญ่ นักสู้หลายคนจะมาร่วมแสดงฝีมือ เ้าสนใจไหม?”
“เ้าพูดเื่อะไร? ข้ารู้ข่าวว่าที่สำนักวันนี้แค่มีพิธีปิดท้ายการประลองย่อยประจำเดือน” หลงหวังอี้หรี่ตา
“จริงๆ ข้าได้ยินมาว่าหากผู้ใดทำคะแนนได้สูงสุด จะมีโอกาสได้ปรากฏตัวต่อหน้าจักรพรรดิ… สตรีทั้งหลายจะได้ชื่นชมความเก่งกาจไปทั่วแคว้นเชียวนะ!” ไป๋เฉินแต่งเื่สดๆ โดยไม่กระพริบตา
หลงหวังอี้หูผึ่ง “เ้ารู้ได้ยังไง? หรือจะเป็งานใหญ่แบบลับ?”
“ถูกต้อง! ได้ยินมาจากเพื่อนของเพื่อนที่เป็ศิษย์ในสำนัก พวกเขาบอกว่าคนเก่งๆ จะมาประชันกัน แล้วใครชนะก็จะได้บันทึกชื่อไว้ในป้ายเกียรติยศ พิธีจะเริ่มเร็วๆ นี้…” ไป๋เฉินพยายามพูดให้ดูน่าเชื่อถือ
เ้าตัวร้ายประจำเื่ตาเป็ประกาย เมื่อได้ยินถึงชื่อเสียง “หืม… ถ้างั้นข้าจะไปคว้าชัยชนะนั้นเอง ใครๆ ก็รู้ว่าข้าฝีมือเยี่ยม ย่อมไม่ยากเกินไป!”
“ใช่! ถ้าเป็คุณชายหลงนี่คงชนะง่ายๆ แค่ระวังไม่ให้ขุนพลอันดับหนึ่งแห่งสำนักัผงาดเขาเห็นจุดอ่อนละกัน… ได้ข่าวว่าเขาเก่งมากจนใครต่อใครต้องสยบ!” ไป๋เฉินทิ้งท้ายไปอีกดอก
หลงหวังอี้ทำหน้าฮึดฮัด “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ! อย่าหวังให้ขุนพลบ้าบออะไรมาขวางข้าได้!” พูดจบเขาก็กระตุกม้าให้ควบออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบ
ในรถม้า อวิ๋นลั่วเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “เ้าพูดอะไรกันหลอกล่อเขาหรือเปล่า? ข้ารู้จักเ้าสำนักัผงาดดี เขาไม่มีพิธีอะไรใหญ่โตแบบนั้นวันนี้หรอก”
“เอ่อ… ก็ข้าต้องกันไม่ให้เขาตามมาเกาะแกะเ้าที่นี่ไง” ไป๋เฉินหัวเราะแห้ง “อีกอย่าง ข้ารู้ว่าระบบคงอยากเห็นเขาโดนจับขัดจังหวะบ้าง… ลองคิดดู ถ้าเขาบุกเข้าไปแล้วดันไม่มีงานใหญ่จริงๆ อาจเจอกับพวกศิษย์เฝ้าสำนักที่เข้มงวดจนเขาต้องเสียหน้าก็เป็ได้!”
อวิ๋นลั่วฟังแล้วก็ถอนหายใจ “เ้านี่…แผนป่วนของเ้ามันตลกดี หวังว่าเขาคงไม่พังสำนักัผงาดจนข้าโดนต่อว่ากลับนะ…”
“ไว้ลุ้นก็แล้วกัน!” ไป๋เฉินยักไหล่พลางหัวเราะเล็กๆ ในใจเริ่มรู้สึกสะใจนิดหน่อย เพราะพอคิดภาพหลงหวังอี้วิ่งไปเค้นถามเ้าสำนักแล้วโดนไล่ตะเพิด ก็น่าขำอยู่เหมือนกัน
หลังจากรถม้าเดินทางนานพอควร ก็มาถึงเขตที่ตั้งของสำนักัผงาดซึ่งอยู่ชานเมือง บริเวณนี้เต็มไปด้วยูเาเตี้ยๆ และทุ่งหญ้าเขียวขจี ตรงกลางมีอาคารไม้ขนาดใหญ่หลายหลังเชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน
“อวิ๋นลั่ว!” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้น ชายวัยกลางคนผมสองสีเดินตรงมาในอาภรณ์ขาวฟ้า ปักลายับนแขนเสื้อ เนื้อผ้าดูแข็งแรงแบบของยอดฝีมือ
“ท่านหยางเหอ” อวิ๋นลั่วยกมือคารวะเบาๆ “ข้ามาพบเพื่อคุยเื่สมุนไพรที่ท่านพ่อฝากถามน่ะค่ะ”
หยางเหอหัวเราะเสียงดัง “แน่นอนๆ เชิญๆ เราเก็บเกี่ยวไว้เยอะพอสมควร คราวก่อนท่านอวิ๋นซานช่วยเหลือเราหลายอย่าง คราวนี้ข้ายินดีตอบแทน!”
ไป๋เฉินยืนเงียบๆ ข้างหลัง ไม่กล้าพูดแทรก ทว่าทันใดนั้น ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นอีก
『ภารกิจ “ทำให้หลงหวังอี้ขายหน้า” อยู่ในระหว่างดำเนินการ… เหลือเวลา 9 ชั่วโมง 10 นาที』
“เฮ้อ…เ้านี่เร่งข้าจริงนะ” เขาบ่นกับตัวเองเบาๆ ไม่อยากเชื่อว่าแค่หลอกให้หลงหวังอี้ไปผิดงานยังไม่พอใจระบบ ถ้ามีโอกาส เขาอาจต้องเติมความขายหน้าซ้ำอีกกระมัง
ในขณะที่อวิ๋นลั่วไปคุยรายละเอียดกับหยางเหอ ภายในตัวอาคาร ไป๋เฉินได้รับอนุญาตให้อยู่ที่ลานฝึกของสำนักัผงาดเป็การชั่วคราว ศิษย์บางคนกำลังซ้อมเพลงดาบ เพลงทวนอย่างขยันขันแข็ง
“หือ…พลังยุทธ์ของพวกเขาดูดีเหมือนกันแฮะ” เขาเดินชมไปเรื่อยๆ แบบเพลินๆ จนเหล่าศิษย์ชายหญิงบางคนหันมามอง บ้างก็ยิ้มทักทาย บ้างก็สงสัยว่าเขาเป็ใคร
ตอนนั้นเอง มีชายวัยรุ่นร่างใหญ่ชื่อ “เฉินกั่ว” เดินมาสะกิดไหล่ “ไม่ทราบว่าท่านเป็แขกของเ้าสำนักหรือ? ถ้าอยากประลองแบบสนุกๆ สักรอบมั้ย ท่านดูเหมือนจอมยุทธ์แปลกตาดีนะ!”
“ประลอง? ข้าหรือ?” ไป๋เฉินตาโตลุกวาว อดคิดไม่ได้ว่าหากเขาเรียกเสียงฮา (หรือปั่นป่วน) ด้วยหมัดแมวเหมียว ก็อาจได้แต้มเพิ่ม!
“ตกลงสิ แค่ลองกันขำๆ นะ ข้าไม่อยากทำสวนพัง… อ้อ แต่ก็นี่เป็สำนักัผงาด คงแข็งแรงพอ!” เขาหัวเราะแหย
เฉินกั่วก้าวเข้ามาตั้งการ์ดอย่างมาดมั่น พวกศิษย์คนอื่นที่เห็นท่าเตรียมประลองก็ทยอยเข้ามามุงดู
“โธ่…ระบบเอ๋ย อย่าให้หมัดแมวเหมียวข้าทำเื่ฉิบหายอีกล่ะ” ไป๋เฉินนึกภาวนาในใจ
เฉินกั่วเป็คนเริ่มรุกก่อน เขาพุ่งเข้ามาหวังแค่จะประลองแบบมิตรภาพ ไม่ได้ปล่อยพลังใดๆ รุนแรงมาก แต่ไป๋เฉินที่บอกว่า้า “สร้างความสนุก” ก็เผลอปล่อยหมัดแมวเหมียวฟ้าประทานออกอย่างเต็มแรง!
“เหมียว!” เสียงร้องดังลั่นพอๆ กับแรงอัดหมัดที่ทำให้เฉินกั่วกระเด็นไปสามสี่ก้าว แม้จะไม่ถึงกับาเ็สาหัส แต่เขาทั้งหน้าแดงทั้งใ “วิชาอะไรกันเนี่ย!!”
เหล่าศิษย์รอบๆ ะเิเสียงหัวเราะเป็เสียงเดียวกัน “ฮ่าๆๆ หมัดแมวอะไรกัน ชื่อน่ารักสุดๆ!”
“ก็…วิชาเฉพาะตัวน่ะ” ไป๋เฉินเกาศีรษะ เหมือนอยากขอโทษ แต่ก็อดแอบดีใจไม่ได้ เพราะเห็นศิษย์หลายคนหัวเราะคิกคักไม่หยุด รวมถึงเฉินกั่วที่หัวเราะลั่นด้วยความสนุกมากกว่าจะโกรธ
เสียงเฮฮาปนน้ำตาเล็กๆ ของคนที่หัวเราะแรงเกินไปดังทั่วลาน “นี่สิประลองตลกอย่างแท้จริง!”
ทันใดนั้น อวิ๋นลั่วและหยางเหอที่คุยธุระเสร็จแล้วเดินออกมาเจอพอดี พอเห็นภาพไป๋เฉินยืนยิ้มแหะๆ ท่ามกลางวงศิษย์ที่โห่ฮาสนุกสนาน เธอก็ได้แต่ถอนใจปนขำเล็กน้อย
“เ้ายังไม่เลิกใช้วิชานั่นอีกเหรอ…”
“ข้าขอโทษ แค่โดนท้าเอง!” เขารีบตอบ
หยางเหอหัวเราะเบาๆ “ไม่เป็ไรหรอก หนุ่มสาวซ้อมมือกันนิดหน่อย ดีแล้ว… เห็นหรือไม่ว่าทุกคนหัวเราะมีความสุขกันดี”
หลังจากนั้น อวิ๋นลั่วก็บอกว่าเื่สมุนไพรเรียบร้อยดี เธอจะกลับจวนในบ่ายวันนี้ แต่พอดีมีข่าวจากศิษย์คนหนึ่งมารายงานหยางเหอ ว่าเห็นชายชุดทองคนหนึ่งมาหาเื่ในตรอกใกล้ๆ สำนัก ฟังดูจากคำบรรยายคงไม่พ้นหลงหวังอี้
“ดูเหมือนเขาจะไปเค้นถามถึง ‘พิธีใหญ่’ อะไรสักอย่าง แล้วก็โวยวายว่าทำไมไม่มีใครจัดงาน ไม่มีใครบอกเขา” ศิษย์คนนั้นเล่าอย่างลนลาน “เขายังพยายามจะปล้ำวิชากับขุนพลผู้าุโ จนเกือบเกิดเื่ใหญ่ด้วยครับ!”
พอได้ยินอย่างนี้ ไป๋เฉินกับอวิ๋นลั่วถึงกับมองตากันเลิ่กลั่ก เธอถอนหายใจเฮือก “นี่ใช่แผนหลอกล่อที่เ้าปั่นไว้น่ะหรือ…”
“อ่า…ก็แค่ป้องกันไม่ให้เขามายุ่งกับเ้านะ” ไป๋เฉินตอบเบาๆ สีหน้าแหยไม่แพ้กัน
แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกผิด แต่ส่วนหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า ภารกิจทำให้หลงหวังอี้ขายหน้า คงสำเร็จอย่างงดงาม เพราะหลงหวังอี้น่าจะโดนขุนพลสำนักัผงาดจัดการสั่งสอนชุดใหญ่!
“เฮ้อ… เป็ไปได้ว่าตอนนี้เขาคงยังโมโหอยู่น่ะสิ” อวิ๋นลั่วพูดพลางผ่อนลมหายใจ “ดีกว่าให้เขามาป่วนที่นี่จนวุ่นวายก็จริง แต่ก็ไม่แน่ว่าพอกลับไปเขาจะตามแก้แค้นเ้าอีก” เธอหันมามองไป๋เฉินด้วยสายตาขึงขัง
“ระวังตัวไว้เถอะ… ข้ารู้สึกว่าหลายเื่มันไม่ปกติเลย ไม่ใช่แค่เื่คู่หมั้นนี่ แต่ดูเหมือนอารมณ์ของเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนถูกใครบางคนยุยงอยู่เื้ั…”
ประโยคสุดท้ายของเธอทำให้ไป๋เฉินสะดุ้ง เขารู้สึกถึงลางบางอย่างที่อาจหมายถึงภัยใหญ่กว่านี้กำลังก่อตัว ไหนจะระบบป่วน ไหนจะคำพูดของอวิ๋นลั่วที่บอกว่าหลงหวังอี้อาจถูกใครใช้งาน หรือมี “ความลับ” บางอย่างเชื่อมโยงอยู่
“อีกไม่นานทุกอย่างอาจยิ่งวุ่นวาย เ้ายิ่งต้องเตรียมรับมือให้ดี” อวิ๋นลั่วบอกเสียงเบา แต่ฟังดูจริงจัง
ไป๋เฉินััถึงความไม่ชอบมาพากล เขาแอบหวังว่าเื่แค่หลอกให้หลงหวังอี้ขายหน้าคงไม่กลายเป็ชนวนใหญ่ให้มีผู้บงการมาคอยจ้องเล่นงานเขา… แต่ก็ดูมีแนวโน้มจะเป็เช่นนั้น
ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวขึ้นรถม้าเพื่อกลับจวน ข้อมูลของระบบก็ผุดขึ้นอีกครั้งแจ้งว่า
『ภารกิจ “ทำให้หลงหวังอี้ขายหน้าอย่างรุนแรง” สำเร็จ! คุณได้รับแต้ม 300 แต้ม + ไอเทมลับ “หน้ากากแมวเหมียวป่วน” 』
“ไอเทมบ้าอะไรอีกเนี่ย…” ไป๋เฉินพึมพำ แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของอวิ๋นลั่ว
ในใจเขายังมีคำถามค้างคา — ใครคือผู้บงการที่เธอพูดถึง? หรือหลงหวังอี้อาจถูกครอบงำด้วยอำนาจมืดที่ใหญ่กว่านี้?
“หรือทั้งหมดนี้เป็เพียงเบื้องต้นของแผนการใหญ่ในเงามืด? ไป๋เฉินกับอวิ๋นลั่วจะเอาตัวรอดอย่างไร หากภัยร้ายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น?”
(โปรดติดตามในตอนถัดไป)