ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่139 งานเลี้ยงก่อนจากลา

        พวกเขาต่างพยักหน้าก่อนจะเดินไปร่วมงานเลี้ยงที่สำนักศักดิ์สิทธิ์จัดเตรียมไว้ให้

    การนั่งดื่มกินครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้อยู่พร้อมหน้ากันก็เป็นได้
     


       พวกเขาเดินลัดเลาะไปที่ศาลาริมน้ำ ซึ่งเป็นที่จัดงานเลี้ยง รอบๆ ศาลาริมน้ำเต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว

    รอยอยู่ภายในสระน้ำส่งกลิ่นหอมออกมาไกล หงส์สีขาวตัวใหญ่หลายตัวลงเล่นน้ำภายในสระ บรรยากาศเย็นสบาย

    มีเสียงนกร้องตลอดเวลา ศาลาริมสระน้ำค่อนข้างเก่าเต็มไปด้วยคราบตะไคร่สีเขียว

    ภายในศาลาริมน้ำเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธนั่งพูดคุยดื่มกิน ด้านนอกศาลาเองก็มีโต๊ะนับสิบ มีจอมยุทธนั่งดื่มกินประปราย
     


    จอมยุทธส่วนใหญ่ที่มางานเลี้ยง ล้วนเข้าไปภายในสุสานเทพ
     

     

    ทันทีที่พวกเขาหลายๆ คนเห็น กลุ่มพวกอี้เฉินเดินเข้ามาต่างมองด้วยสายตาแปลกๆ

    อี้เฉินไม่ได้คิดอะไรตัวเขาไปนั่งโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้  ก่อนจะนั่งพูดคุยดื่มกิน
     


    ชายหนุ่มที่อยู่โต๊ะข้างๆ เอ่ยถามคนในกลุ่ม"เจ้ารู้จักหญิงสาวโต๊ะนั้นหรือไม่ โต๊ะที่มานั่งใหม่"
     


    ชายอีกคนไต่ถาม "หญิงสาวคนไหนงั้นหรือ"
     


    ชายหนุ่มเอ่ยพูดอีกครั้ง "หญิงสาวที่สวมอาภรณ์สีม่วง ดูนางสิ งดงามราวดั่งเซียนหญิงเลย" พวกเขาต่างพากันพูดคุยถึงซีเยว่

    หนุ่มหลายๆ คนต่างหมายตาไปที่นาง
     


    หนุ่มๆ โต๊ะอื่นๆ เองก็สนใจสาวงาม ภายในโต๊ะที่อี้เฉินนั่งพวกเขาอยากจะเข้ามาทักทายแต่ก็ไม่กล้า แม้แต่หริ่นหลันยังมีคนสนใจในตัวนาง

     

     

    อี้เฉิน รินสุรา ดื่มกินกับพวกซีเผิง พวกเขาต่างพูดคุยดื่มกิน กันไปพักใหญ่ๆ บางคนถึงกับหน้าแดงด้วยฤทธิ์สุรา
    อยู่ๆ หญิงสาวนางหนึ่งก็เดินเข้ามานางมีอาการเมามาย เข้ามานั่งโต๊ะเดียวกับอี้เฉิน ก่อนที่นางจะรินสุราแล้วกิน
     


    หลายๆ คนที่เห็นต่างตาเบิกกว้างอ้าปากค้างนั้นมัน "จางอี้หนาน หรือนางคิดจะก่อความวุ่นวายเจ้าสำนักเตือนแล้วนะ ว่าห้ามต่อสู้เด็ดขาด"

     


    อี้เฉินที่เห็น จางอี้หนาน ถึงกับหนังตากระตุกอย่างแรง นางคงไม่คิดจะมาหาเรื่องข้าอีกนะ

    หรือนางจะโกรธข้าตอนอยู่ในสุสานเทพที่แย่งป้ายทองนางไป
     


    จางอี้หนานยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยพูด "เจ้าสบายใจได้ ข้าแค่มาดื่มกินเฉยๆ ไม่ได้มาคิดบัญชีแค้นกับเจ้า"
     


    อี้เฉินได้ยินแบบนั้นตัวเขาค่อยผ่อนคลาย ก่อนจะนั่งดื่มกินต่อ
     


    จางอี้หนานเอ่ยพูดอีกครั้ง "อีกไม่นานดินแดนร้อยแคว้นจะจัดงานประลองสงครามร้อยแคว้น ข้าจะท้าเจ้าประลองที่นั่น เจ้าอย่าได้ปฏิเสธข้าละ"

     

     

    อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน พ่นสุราออกมาคำใหญ่ "เจ้า เจ้ายังคิดจะตามไปรังควาน ข้าที่ดินแดนร้อยแคว้นอีกงั้นหรือ"

     

     

       จางอี้หนานเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าไม่รู้หรือ เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์รับคำเชิญจากดินแดนร้อยแคว้นเข้าร่วมงานประลอง สงครามร้อยแคว้น อีก1ปีข้างหน้า คนที่เข้าร่วมได้มีเพียงแค่จอมยุทธขั้นพลังวีรชนที่ได้รับเลือกเท่านั้น ถือว่าเป็นงานประลองของอนุชนรุ่นเยาว์ที่ใหญ่ที่สุด ข้าจะท้าเจ้าสู้ที่นั่น"

     

    อี้เฉินที่ได้ยินถึงกับส่ายหัวเหตุใดนางจึงแค้นข้าขนาดนี้

     


    จางอี้หนานที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน มีท่าทีกังวลนางจึงยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

     


    จอมยุทธรอบด้านที่ได้ยินถึงกับหูผึ่ง พวกเขาพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก พวกเขาต่างพากันพูดคุยถึงเรื่องที่ได้ยินจากแม่นางจางอี้หนาน
     


    หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "ไม่น่าจะเป็นข่าวปลอมอย่าลืมจางอี้หนาน เป็นลูกศิษย์เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์"
     


    ข่าวนี้ทำให้พวกเขาฮือฮากันอย่างมาก "ข้าไม่พลาดที่จะไปชมแน่ๆ"
     


    "ข้าก็จะไปดูด้วยมันน่าจะเป็นการประลองที่สนุกแน่ๆ เห็นว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เร่งทำค่อยกลเคลื่อนย้ายไปยังดินแดนร้อยแคว้น"

     


    ชายหนุ่มเอ่ยพูดด้วยท่าทีโอหัง "ข้าว่า ไม่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ดินแดนเซียนที่เป็นอันดับหนึ่ง"
     


    ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยพูด ภายในงานเลี้ยง เกิดบรรยากาศอึมครึมขึ้นมาทันที
     


    นายน้อยซีเอ๋อร์เดินออกมาจากศาลาริมน้ำ ก่อนจะตรงดิ่งไปที่โต๊ะของอี้เฉิน ระหว่างที่เขาเดิน ตัวเขาเอ่ยพูด

    "ที่เจ้าพูดก็ไม่ถูกอย่าดูถูกคนดินแดนร้อยแคว้นนักเลย ข้ารู้ว่าคนดินแดนร้อยแคว้นยังมีคนเก่งๆ ซ่อนตัวอยู่อีกมาก"

     

     

    จ้าวอี้เทียนเอ่ยพูดออกมาเสียงดังจากภายในศาลาริมน้ำ "พวกจอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นที่เก็บซ่อนตัวยังมีอีกมาก พวกเจ้ารอไปชมที่งานประลองสงครามร้อยแคว้น ได้เลย ข้ามั่นใจพวกเขาต้องมาร่วมประลองอย่างแน่นอน"

     


    คนที่เอ่ยพูด กับกลุ่มคนอื่นๆ ที่พยามจะเหยียดหยาม จอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นต่างหน้าเขียวคล้ำเหมือนกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป

     


    จ้าวอี้เทียนเอ่ยพูดอีกครั้ง "งานประลอง สงครามร้อยแคว้น จัดทุกๆ 5ปี

    จอมยุทธที่เก็บซ่อนส่วนใหญ่มักจะมาสร้างชื่อที่งานประลอง สงครามร้อยแคว้นเป็นประจำ แคว้นต่างๆ จะส่งจอมยุทธเข้าไปร่วมประลอง"
     


    หลายๆ คนที่รู้ความจริงต่างใจสั่นสะท้าน พวกเขาไม่คิดว่าจอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นจะมีพวกเก็บซ่อนตัวหลงเหลืออยู่อีก
     


    ทันทีที่นายน้อยซีเอ๋อร์เดินมาถึงโต๊ะของอี้เฉิน เขายิ้มให้อี้เฉินก่อนเอ่ยพูดพึมพำ "สุสานเทพหากไม่ได้เจ้าข้าคงตายไปแล้ว"มีเพียง กลุ่มพวกอี้เฉินที่อยู่ใกล้ๆ ถึงจะได้ยิน หากไม่ได้อี้เฉินถ่วงเวลาให้ ชายลึกลับคงฆ่าตัวเขากับ จ้าวอี้เทียนไปแล้ว
     


    ก่อนที่ซีเอ๋อร์จะเอ่ยพูดอย่างจริงจัง "ถึงวันงานสงครามร้อยแคว้น ข้าเองก็อยากท้าสู้กับเจ้า"

     


    อี้เฉินที่ได้ยินถึงกับส่ายหัว เขาไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ก่อนที่ซีเอ๋อร์จะเดินจากไป

     


    หลายๆ คนที่ได้ยินนายน้อยซีเอ๋อร์ คิดจะท้าประลองกับชายหนุ่มผมสีขาว
     


    พวกเขาต่างพากันแปลกใจ "ชายผมขาวคนนั้นมีค่าพอให้นายน้อยซีเอ๋อร์ลงมือด้วยงั้นหรือ เขาเป็นใครกันแน่ดูอายุก็ไม่เยอะเท่าไหร่"

     


    "ข้าเองก็อยากรู้จักเขา เขาเป็นใครมีใครรู้จักเขาหรือไม่"

     


    มีจอมยุทธบางคนที่จำใบหน้าอี้เฉินได้ อี้เฉินทำกับพวกเขาไว้แสบมากแย่งชิงผลต้นไม้โลกไป
     


    แม้แต่เซียนอี้เทียนที่เห็นใบหน้าของอี้เฉินตัวเขาถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ตัวเขายังจำได้ดีถูกอี้เฉินแย่งชิงป้ายทองไปภายในสุสานเทพ



    หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยพูด "เขาก็ดูหล่อเหลาดี ผมสีขาวของเขาทำให้เขาโดดเด่น เหมือนหนุ่มเจ้าสำราญเลย"
     


    ชายอีกคนเอ่ยพูด "ข้าว่าเขาดูประหลาดมากกว่า ปราณพลังที่แพร่กระจายออกมาจากกายาก็ผิดปกติ"

     


    หญิงสาวอีกคนเอ่ยพูด "แต่ข้าชอบเขา เขาออกจะโดดเด่นเจ้าอย่าพูดใส่ร้ายเขา"
     


    ชายหนุ่ม ต่างพากันส่ายหัวเมื่อเห็นสายตาของสาวๆ หลายๆ คน จ้องมองมาที่พวกเขาด้วยท่าทีโกรธเคือง

     

    ชายหนุ่ม ที่อยู่รอบๆ ต่างถอนหายใจก่อนจะนั่งดื่มกินต่อ มีหลายๆ คน คิดว่างานเลี้ยงนี้จะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น แต่ผิดคาดไม่มีใครอยากสร้างความวุ่นวาย จนงานเลี้ยงจบลง ไปด้วยดีไม่มีใครก่อความวุานวาย

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน