ภายในลานพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของพลังงานที่ปะทะกันอย่างรุนแรงและฝุ่นผงที่ค่อยๆ จางลง ความเงียบสงัดได้กลับเข้ามาแทนที่เสียงระเบิดกึกก้อง เจี้ยนหลิน (剑林) ยังคงทรุดกายอยู่กับพื้น พยายามโคจรพลังธาตุพฤกษา (草木之力) ที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อบรรเทาความปั่นป่วนภายในร่างกายและอาการบาดเจ็บจากการใช้ "กระบี่จิตพฤกษา" (草木心剑) อย่างเต็มกำลังถึงสองครั้งสองครา เปลวเพลิงสีทองจากเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของบรรพบุรุษกิเลนเพลิง (火麒麟先祖) ที่เคยส่องสว่างเจิดจ้า บัดนี้ได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอ้างว้างและภาระอันหนักอึ้ง
เยว่ชิงหลิง (月清灵) ประคองร่างของเจี้ยนหลินไว้ด้วยความเป็นห่วง ดวงตาคู่สวยของนางมองสำรวจอาการของเขาอย่างละเอียด ก่อนจะหันไปมองร่างของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ถูกผนึกด้วยอักขระสีทองจางๆ จากพลังอัคคีพิพากษา แม้จะสิ้นฤทธิ์และบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจเป็นภัยได้อีก แต่กลิ่นอายมลทินที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ยังคงทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
"เจ้า...ไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่?" เยว่ชิงหลิงเอ่ยถามเจี้ยนหลิน น้ำเสียงของนางแฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด นางค่อยๆ ประคอง "ไข่แห่งวายุบรรพกาล" (太古风暴之卵) ในมืออีกข้างหนึ่งอย่างระมัดระวัง พลังงานธาตุลมอันเย็นสบายที่แผ่ออกมาจากไข่ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความร้อนระอุในลานพิธีลงได้บ้างเล็กน้อย
เจี้ยนหลินฝืนยิ้ม "แค่...ใช้พลังมากเกินไปหน่อยขอรับศิษย์พี่หญิง พักสักครู่ก็คงจะดีขึ้น" เขามองไปยังจุดที่กิเลนเพลิงสลายไป "ไม่นึกเลยว่า...เรื่องราวจะเป็นเช่นนี้"
‘ฝากฝังกันง่ายๆ แถมยังทิ้งปัญหาใหญ่ไว้ให้แก้เสียด้วย ท่านผู้อาวุโสกิเลน ท่านคงจะ "หายห่วง" จริงๆ สินะ’ เจี้ยนหลินคิดในใจอย่างขบขันเล็กน้อย ‘แล้วไข่ใบนี้...จะฟักออกมาเป็นอะไรกันแน่
"ขาวน้อย" (小白) กระโดดลงจากตักของเยว่ชิงหลิง (หลังจากที่มันไปอยู่กับนางตอนที่นางปกป้องไข่) มันวิ่งเข้าไปดมๆ ร่างของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำที่นอนแน่นิ่งอยู่ ก่อนจะส่งเสียงขู่แผ่วๆ แล้ววิ่งกลับมาคลอเคลียที่ขาของเจี้ยนหลิน ราวกับจะตรวจสอบว่าเขาปลอดภัยดีหรือไม่
"พวกเราควรจะทำอย่างไรกับมันดี?" เยว่ชิงหลิงพยักพเยิดไปยังร่างของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำ "ปล่อยไว้เช่นนี้ก็คงจะไม่เป็นการดีนัก"
เจี้ยนหลินพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง "ถึงแม้จะถูกผนึกพลังและบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังมิอาจวางใจได้ บางที...การจบเรื่องตรงนี้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด" เขามองไปยังศัตรูด้วยแววตาที่เย็นชาลงเล็กน้อย ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เขารู้ว่าความเมตตาต่อศัตรูที่โหดเหี้ยมนั้น อาจจะนำภัยมาสู่ตนเองและพวกพ้องได้
เยว่ชิงหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าเห็นด้วยกับเจ้า การปล่อยให้มันมีชีวิตรอดต่อไป อาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่คาดไม่ถึงในอนาคต" นางมิได้แสดงความลังเลแม้แต่น้อย ความเยือกเย็นของนางในยามนี้แสดงถึงการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำสิ่งใด เจี้ยนหลินก็พลันขมวดคิ้ว "ศิษย์พี่หญิง...ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังจะสลายไปจากร่างของมัน"
ทั้งสองคนมองไปยังร่างของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำอีกครั้ง และก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าอักขระสีทองที่ผนึกร่างของมันไว้จากพลังอัคคีพิพากษาของกิเลนเพลิงนั้น กำลังค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง พร้อมกันนั้น ร่างกายของมันก็เริ่มจะปรากฏรอยปริแตกเล็กๆ และมีไอสีดำคล้ำระเหยออกมา!
"นี่มัน...พลังชำระล้างของท่านผู้อาวุโสกิเลนกำลังจะทำลายร่างของมันจนสิ้นซากงั้นรึ!" เยว่ชิงหลิงอุทานเบาๆ
ไม่นานนัก ร่างของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำสนิท ปลิวหายไปกับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาในลานพิธี เหลือไว้เพียงดาบใหญ่สีดำทมิฬที่ตกอยู่บนพื้น และย่ามสัมภาระใบเล็กๆ เท่านั้น
เจี้ยนหลินรู้สึกโล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่ไม่ต้องเป็นผู้ลงมือสังหารโดยตรง
หลังจากที่ภัยคุกคามเฉพาะหน้าได้หมดสิ้นไปแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มสำรวจบริเวณแท่นบูชาสุริยันจันทราอย่างละเอียดอีกครั้ง แท่นศิลานั้นดูเก่าแก่และขรึมขลัง แม้พลังงานส่วนใหญ่จะดูเหมือนได้สลายไปพร้อมกับการหล่อเลี้ยงไข่และการต่อสู้ครั้งล่าสุด แต่ก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายแห่งบรรพกาลจางๆ
"ศิษย์พี่หญิง ท่านคิดว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรกับไข่ใบนี้ดีขอรับ?" เจี้ยนหลินเอ่ยถามพลางมองไปยังไข่แห่งวายุบรรพกาลในมือของเยว่ชิงหลิง
เยว่ชิงหลิงลูบเปลือกไข่สีขาวนวลที่มีลวดลายสีฟ้าเงินอย่างแผ่วเบา "ท่านผู้อาวุโสกิเลนได้ฝากฝังมันไว้กับพวกเรา...โดยเฉพาะกับข้า" นางกล่าวพลางมองลึกลงไปในไข่ใบนั้น "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังธาตุลมอันบริสุทธิ์และมีชีวิตชีวาอย่างยิ่งยวดที่อยู่ภายใน...และร่างกายของข้าก็ดูจะตอบสนองกับมันเป็นพิเศษ บางที...ข้าอาจจะต้องเป็นผู้ดูแลมันจริงๆ"
"แล้ว...พวกเราจะไปที่ใดกันต่อ?" เจี้ยนหลินถามขึ้นอีกครั้ง "การอยู่ในหุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้ต่อไปคงจะไม่ปลอดภัยนัก โดยเฉพาะเมื่อ 'นายท่าน' ของพวกคนชุดดำเหล่านั้นยังคงเป็นปริศนา"
เยว่ชิงหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของนางทอประกายครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น "ข้าคิดว่า...พวกเราควรจะหาทางกลับไปยังสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์"
"กลับสำนักรึขอรับ?" เจี้ยนหลินทวนคำด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ใช่" เยว่ชิงหลิงพยักหน้า "ไข่ใบนี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และข้าเองก็ต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยและมีทรัพยากรเพียงพอในการศึกษาและฟูมฟักมัน ที่สำคัญกว่านั้น...ข้าเป็นห่วงศิษย์น้องที่พลัดหลงไป และสถานการณ์ของสำนักในตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก การกลับไปรายงานเรื่องราวทั้งหมดและขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์และผู้อาวุโสในสำนัก น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้"
นางมองไปยังเจี้ยนหลิน "เจ้าจะว่าอย่างไร?"
เจี้ยนหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การกลับไปยังสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์นั้น แม้เขาจะเป็นเพียงศิษย์นอก (ในอดีต) แต่ก็ยังคงมีความผูกพันอยู่บ้าง และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงและไข่ใบนี้ "ข้าเห็นด้วยกับท่านขอรับศิษย์พี่หญิง การกลับสำนักน่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดในตอนนี้"
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ทั้งสองคนจึงเริ่มมองหาเบาะแสหรือเส้นทางที่จะออกจากหุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้ พวกเขาตรวจสอบย่ามสัมภาระของหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำที่ถูกทิ้งไว้ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่เป็นประโยชน์มากนักนอกจากศิลาปราณ (灵石 - Língshí) จำนวนหนึ่งและตำราวิชาสายมารบางเล่มที่ดูธรรมดา
"ดูเหมือนว่า...การหาทางออกคงจะต้องพึ่งพาสติปัญญาและโชคชะตาของพวกเราเองเสียแล้ว" เยว่ชิงหลิงกล่าวพลางถอนหายใจเบาๆ
"ขาวน้อย" ที่นั่งอยู่บนไหล่ของเจี้ยนหลินอีกครั้ง พลันส่งเสียง "คิกๆ" ออกมา พร้อมกับชี้อุ้งเท้าเล็กๆ ไปยังทิศทางหนึ่งของลานพิธี ที่นั่นมีทางเดินหินแคบๆ ที่ถูกบดบังด้วยเงามืดและดูเหมือนจะทอดลึกลงไปเบื้องล่าง
เจี้ยนหลินและเยว่ชิงหลิงมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างเข้าใจ บางที...นี่อาจจะเป็นหนทางใหม่ที่โชคชะตากำลังจะนำพาพวกเขาไปก็เป็นได้
(จบตอนที่ 171)