ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    ลูกทำได้ไงกัน?

    “แน่ใจนะหลานชาย?” สก๊อตเข้ามาถามย้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่หลานสมิธพูดเมื่อกี้แน่ใจใช่ไหมเรื่องว่าต้องเพิ่มแนวป้อมกัน

     

    “ใช่ครับ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลมากจนเกินไปครับทุกคน...” สมิธหันไปมองสีหน้าทุกคนซึ่งเหมือนกันหมดคือ กลัว! กังวล! ทุกคนกระสับกระส่ายแม้แต่เคนเนดีนายอำเภอของเมือง คนพวกนี้ไม่ได้แสดงความกลัวมากจนเกินไปเลยแม้แต่น้อยเพราะตัวเขาเข้าใจดีถึงความกลัวที่ว่า แล้วอีกอย่างช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของหายนะต่าง ๆ ข่าวเสียชีวิตเกิดขึ้นทุกนาที ดังนั้นแล้วความกลัวจึงไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด

     

    “สิ่งที่ผมพูดมันอาจฟังดูน่ากลัว แต่พวกคุณลองฟังสิ่งนี้ก่อนว่าเดอะฮอพเปอร์ทำอะไรได้บ้าง เดอะฮอพเปอร์จุดเด่นที่สุดของมันคือแรงกระโดดที่มหาศาลเป็นอย่างมากชนิดที่ว่ากระโดดที่ไกลได้ถึงหลายร้อยเมตร แต่...แต่ พวกมันอาจกดูน่ากลัวด้วยรูปลักษน์แบบนี้และจุดเด่นแบบนั้น อย่างไรก็ตามเดอะฮอพเปอร์มีร่างกายส่วนลำตัวที่อ่อนแอเป็นอย่างมาก ทุกคนเห็นผิวหนังเรียบเนียนราวกับหนังไก่ติดกระดูกนี้ไหม ใครก็ขอมีดหน่อย...” สมิธอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจเพราะเมื่อเข้าใจความกลัวที่ไม่เคยเผชิญอาจลดน้อยลง

     

    “เอาไป” เคนเนดียื่นมีดให้กับสมิธ

     

    “นี้ทุกคน! ทุกคนดูผมนะ ดูแรงที่ผมใช้กับเจ้าเดอะฮอพเปอร์นี้และอย่าละสายตาเป็นอันขาด...” เมื่อสมิธได้มีดมาแล้วเขานำมีดไปจ่อที่ร่างกายส่วนลำตัวของเดอะฮอพเปอร์ จากนั้นทำการแทงเข้าไปที่ร่างและกรีดเนื้อมันราวกับกำลังแล่อาหารประเภทเนื้อ

     

    “เห็นไอหนุ่มนี้ใช้แรงในการหั่นร่างของเจ้าประหลาดนี้ไหม”

     

    “บ้าไปแล้ว อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น”

     

    ทุกคนตกตะลึงเป็นเสียงเดียวกันเมื่อได้เห็นการกระทำของสมิธ เพราะสมิธได้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนร้ายแรงของเดอะฮอพเปอร์ให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งนั้นคือร่างกายส่วนบนที่อ่อนแอและเปราะบางเป็นอย่างมาก สมิธใช้แรงเพียงน้อยนิดในการแทงและกรีดร่างราวกับกำลังตัดเนยมันง่ายในระดับนั้น

     

    “ใช่แล้วครับทุกคน แม้หน้าตาและความสามารถในการกระโดดของมันจะน่าหวาดกลัวจนได้รับฉายาจอมกระชากเหยื่อ แต่มันมีร่างกายที่อ่อนแอเป็นอย่างมากและไม่ใช่แค่ของมีคมเท่านั้นที่สามารถเจาะทะลวงร่างมันได้เพราะแม้หมัดเปล่า ๆ ของเราก็สามารถความเสียหายให้มันได้อย่างมหาศาลหรือแม้แต่ท่อนไม้สักท่อนทุบหรือแทงมันก็ยังมีสิทธิ์ในการสังหารพวกมัน” เมื่อสมิธอธิบายจบสีหน้าของคนเหล่านี้ที่เคยหวาดกลัวเริ่มฉายแววความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ถือว่าได้ผลดียิ่งมีข้อมูลเยอะความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้เริ่มน้อยลง...

     

    “เอานี้ไปเจ้าหลานชาย เอาไปซื้อของที่อยากได้ตามที่ต้องการเลย” สก๊อตเข้ามาตบไหล่สมิธอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับสมิธเพื่อเป็นของขวัญสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นและความกล้าให้กับคนแนวหน้าของเมือง

     

    “ขอบคุณครับลุงสก๊อต!” มีหรือสมิธจะปฏิเสธเงินดังกล่าว เขารับมันมาด้วยความยินดี

     

    “ทำได้ดีมากเจ้าหนู ทำได้ดีมาก เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่บ้านเอง” เคนเนดียิ้มออกแล้วความโล่งอกที่สถานการณ์ในอตนนี้เหมือนจะกลับมาดีแล้วที่เหลือก็แค่ทำตามคำแนะนำของเจ้าหนุ่มนี้

     

    “ลูกทำยังไงให้เคนเนดีจอมหน้าตึงยิ้มมีความสุขขนาดนี้?” จอห์นถามลูกชายด้วยความสงสับแบบสุด ๆ เพราะทุกคนในเมืองล้วนรู้ดีถึงความเคร่งเครียดของเคนเนดี เคนเนดีจะยิ้มให้อยู่ 2 สิ่งเพียงเท่านั้นนั้นคือยิ้มให้กับภรรยาและลูกเพียงเท่านั้น

     

    “ผมก็แค่ให้ความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์ก็เท่านั้น” สมิธก็พอรู้ฉายาของเคนเนดีมาบ้างแต่มันหน้าแปลกขนาดนั้นเลยสำหรับคนคนยิ้มออกมา!

     

    สมิธคิดได้แล้วว่าเขาจะเอาเงินที่ได้จากลุงสก๊อตไปทำอะไร เขาจึงมาที่ห้องแล้วเปิดคอมในทันทีหลังจากคอมเปิดแล้วเขาเข้าเว็บไซต์ขายของเว็บหนึ่ง เว็บนี้เป็นหนึ่งในตลาดมืดที่โด่งดังและมีของที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมาที่สุด

     

    “หมวดหมู่!...”

     

    “ประเภทเนื้อ...”

     

    “เจอแล้วเนื้อ ‘ตุ่นสิบตา’ “

     

    สิ่งที่สมิธตัดสินใจซื้อคือเนื้อแช่แข็งของตุ่นสิบตา โดยจุดประสงค์ในการซื้อเนื้อของตัวนี้เพื่อ...?

     

    “หวังว่าเนื้อของตุ่นสิบตาตัวนี้จะเป็นปุ๋ยชั้นเลิศ”