บทที่13
คนขวางทาง
“ปรับแต่งพลังสองคน”หยุนโม่พึมพำออกมา
คนสองผู้ที่ปรากฏกายขวางหน้าในตอนนี้ทั้งสองคนเป็ผู้ฝึกตน
เพียงแต่ว่าทั้งสองยังอยู่ในระดับเพียงแค่ปรับแต่งพลังแถมยังอยู่ในระดับปรับแต่งพลังขั้นต้นอีกด้วย
เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนที่หยุนโม่พบเจอและต้องปะทะก่อนหน้านี้คนผู้นั้นอยู่ในระดับหลอมกายา
บรรยากาศที่แผ่ซ่านออกมานั้นแตกต่างราวฟ้ากับเหว
สำหรับผู้ฝึกตนที่ก้าวเข้าสู่ระดับปรับแต่งพลังขั้นต้นเช่นบุรุษทั้งสองที่อยู่ด้านหน้า
ในมุมมองและสายตาของหยุนโม่อีกฝ่ายนั้นมีภาระกำลังมากกว่ามนุษย์ธรรมดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัวสำหรับเขาเพราะแบบนั้นทันทีที่เห็นพวกมันปรากฏกายออกมาขวางหน้า
ใบหน้าของหยุนโม่จึงไม่ได้แปลเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาจับจ้องพวกมันทั้งสองอย่างเ็าในขณะเดียวกันคนทั้งสองที่ปรากฏการณ์ขวางหน้าเองก็จ้องมองมนุษย์ที่นั่งอยู่อยู่บนรถม้าด้วยแววตาเย้ยหยัน
“คนไม่ผิดผิดที่ถือครองหยก”
“เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาคนนึงกลับมีของล้ำค่าภายในมือ” หนึ่งในชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
หยุนโม่หรี่ตาเล็กลง
“สุนัขดีไม่ขวางทาง”หยุนโม่กล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย
ทันทีที่หยุนโม่กล่าวออกมาแบบนั้น ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะแววตาของพวกมันที่ปรากฏความเ็าขึ้นมาไม่เพียงเท่านั้นแววตาคู่นั้นยังเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหาร
เพียงแค่คำพูดง่ายง่ายที่ปล่อยออกมาจากปากก็ทำให้ผู้ฝึกตนพวกนี้โกรธเป็ฟืนเป็ไฟได้แล้ว
ที่จริงแล้วเื่นี้ไม่ใช่ว่ามันเป็เื่แปลกแล้วก็ไม่ใช่ว่าพวกผู้ฝึกตนพวกนี้มีความอดทนต่ำ
แต่ที่พวกมันแสดงความขุ่นเคืองและความโกรธออกมาเพราะคำพูดง่ายง่ายเพียงเล็กน้อยของหยุนโม่มันเองก็เป็เพราะว่าหยุนโม่นั้นเป็เพียงแค่มนุษย์
การที่โดนมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งกล่าวออกมาเช่นนี้ใส่พวกมันพวกมันที่เป็ผู้ฝึกตนที่คิดว่าเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาอยู่แล้ว
มีหรือจะยอมสะกดกั้นไฟโทสะภายในที่ลุกไหม้ขึ้นมาได้
หนึ่งในชายหนุ่มก้าวเท้ามาด้านหน้าอย่างรวดเร็วมันไม่รีรอที่จะพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของหยุนโม่
หยุนโม่ยังคงนั่งอยู่ตรงตำแหน่งสารภีรถม้าเขายังคงไม่ขยับเขยื้อนดวงตาจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของผู้ฝึกตนหนุ่มผู้นั้น
อีกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพียงแค่การวิ่งก็รวดเร็วกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว
หลังจากจ้องมองการเคลื่อนไหวที่กำลังก้าวเข้ามาก็พอจะคาดเดาได้ว่าการเคลื่อนไหวนี้คงอยู่ในระดับเดียวกับหน่วยรบพิเศษที่ฝึกฝนร่างกายมาเป็อย่างดี
เพราะแบบนั้นวิ่งเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจผู้ฝึกตนหนุ่มผู้นั้นก็เคลื่อนไหวเข้ามาประชิดตรงตำแหน่งของหยุนโม่แล้ว
หยุนโม่ใบหน้าเ็าแท่งเหล็กในมือเปล่งแสงประกายจ้า
คมดาบพลังงานพุ่งตรงออกมาแทงใส่ลำคอของผู้ฝึกตนหนุ่ม
ฉึก!!!เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับช่องคอของผู้ฝึกตนหนุ่มโดยแทงจนทะลุผู้นั้น
ผู้ฝึกตนหนุ่มอีกคนนึงที่ยืนอยู่ห่างไกลออกไปใบหน้าตกตะลึงพบเห็นร่างของสหาย ค่อยๆร่วงลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
พร้อมกับร่างของมนุษย์หนุ่มผู้นั้นะโลงมาจากรถม้า จากนั้นก็ตั้งท่าพร้อมเผชิญหน้ากับมัน
ผู้ฝึกตนหนุ่มใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปจากการที่สหายของมันโดนสังหารก่อนหน้านี้
มันเห็นได้ชัดเจนว่ามีอาวุธร้ายกาจชนิดนึงสามารถทะลวงร่างของสหายของมันได้อย่างง่าย
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ต่อให้ไม่ใช้สมองคิดอย่างไรก็รู้ได้ในทันทีว่าเ้าบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
แตกต่างจากเ้ามนุษย์อ่อนแอขาดเขลาที่มันพบเห็นภายในหอการค้าเงามายาก่อนหน้านี้
“นี่เ้า…อย่าบอกนะว่าแกล้งทำเป็อ่อนแอเพื่อล่อพวกข้า”
หยุนโม่ยิ้ม “เป็อันใดไป หรือว่าเ้าจะถอยหนีตอนนี้”
“อย่าบอกนะว่าผู้ฝึกตนอย่างพวกเ้าหวาดกลัวมนุษย์อย่างข้า”
ได้ยินคำสบประมาทที่ถูกพ่นออกมาจากปาก
ในฐานะผู้ฝึกตนคนนึงบุรุษหนุ่มผู้นี้เองก็รู้สึกขุ่นเคืองภายในใจ
มันในฐานะผู้ฝึกตนมองเหล่ามนุษย์ทั่วไปเป็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่ามาโดยตลอด
ในยามนี้กลับรู้สึกหวาดกลัวมนุษย์ผู้หนึ่งภายในใจของมันย่อมรู้สึกปั่นป่วนอยู่แล้ว
ทว่าไม่นานความสงบนิ่งก็กลับมาอีกครั้งเป็เพราะว่ามันคิดที่สหายของมันต้องตายเช่นนั้นเพราะว่าโดนลอบสังหารเป็การลงมืออย่างไม่คาดคิด
ถ้าเกิดว่ามันระวังตัวในฐานะผู้ฝึกตนคนนึงมีหรือว่ามันจะแพ้มนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าต่อให้อีกฝ่ายมีอาวุธที่ร้ายขาดขนาดไหนก็ตาม
เมื่อมีความคิดเช่นนี้บังเกิดขึ้นผู้ฝึกตนหนุ่มก็กลับมาสงบนิ่งเช่นเดิม
ในขณะที่ใบหน้าเองก็เผยความหยิ่งยโสออกมา
มันค่อยๆก้าวไปด้านหน้าไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่ก้าวอย่างสม่ำเสมอ
ท่วงท่าเช่นนี้เพียงแค่เห็นเพียงครั้งเดียว ก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายระวังตัวเป็อย่างมากไม่เปิดช่องว่างให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
หยุนโม่มองอีกฝ่ายที่เคลื่อนไหวเข้ามาเขาเองก็ยืนอย่างสงบนิ่งไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัว
และแล้วเมื่อระยะห่างของสักสองหดลงเหลือเพียงไม่กี่สิบก้าวผู้ฝึกตนหนุ่มผู้นั้นเองก็เหมือนกับะเิพลังทั้งหมดภายในร่างกายของตนเองออกมา
ร่างกายของมันกระโจนไปด้านหน้าเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ตะครุบเหยื่อ
เพียงแต่ว่าทันทีที่มันจู่โจมเข้าไปใครจะคาดคิดว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าที่เป็มนุษย์เหมือนว่าจะคาดการณ์ไว้แล้ว
เพราะแบบนั้นเมื่อมันพุ่งออกไปบุรุษหนุ่มผู้นั้นก็พุ่งหลบไปทางด้านขวา
ผู้ฝึกตนหนุ่มไม่ยอมปล่อยเหยื่อให้หลุดรอดมันยกฝ่ามือขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าพลังภายในอากาศโดนฝ่ามือนั้นรวบรวมเข้าไปจากนั้นก็จู่โจมอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ฝ่ามือของบุรุษหนุ่มผู้ฝึกตนพุ่งออกไปมันผ่านแยกอากาศทำให้เกิดเสียงเหมือนกับอากาศนั้นฉีกขาด
เพียงแต่หยุนโม่เหมือนว่าจะรอโอกาสนี้อยู่แล้ว
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจู่โจมเข้ามาแท่งเหล็กในมือเผยคมมีดพลังงานอีกครั้ง
จากนั้นก็ตวัดคมมีดพลังงานไปด้านหน้าปะทะเข้ากับฝ่ามือของอีกฝ่ายที่จู่โจมออกมา
ฉึบ!!!ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณ โดนคมมีพลังงานตัดจนแยกเป็สองซีก
เสียงกรีดร้องของผู้ฝึกตนหนุ่มดังขึ้นอย่างโหยหวนเ็ป
หยุนโม่ไม่ได้ปล่อยให้มันกรีดร้องนานนักเขาใช้โอกาสนี้ในการเคลื่อนไหวเข้าไปแล้วก็ใช้คมมีดตัดศีรษะของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย
อีกฝ่ายเป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นต้นสูงสุดก็เป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นที่สามเท่านั้น
ต่อให้แข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่มีทางที่จะปะทะกับคมมีดพลังงานที่ถูกประเมินว่ามีพลังโจมตีเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาหรอก
หยุนโม่สังหารพวกมันทั้งสองได้อย่างง่ายดาย
ผู้ฝึกตนพวกนี้เป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นต้นต่อให้พวกมันนั้นมีความสามารถมากขนาดไหน
คุณสมบัติของร่างกายเองก็ก้าวข้ามมนุษย์ไปเพียงเล็กน้อยเพราะแบบนั้นจึงรับมือกับพวกมันได้อย่างไม่ยาก
“จบแล้ว..อืมต้องรีบไป”หยุนโม่กำลังจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้
แต่ว่าในขณะนั้นเ้าก้อนขนที่มีร่างโปร่งใสเป็โฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นด้านหน้า
“นายท่านมีของที่คิดว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้”
หยุนโม่ขมวดคิ้วจ้องมองไปที่โนวา
“นาย้าอะไร?”
เ้าก้อนขนชี้ตรงไปที่หน้าอกของศพของผู้ฝึกตนทั้งสอง
“รากิญญาของพวกเขา ตอนนี้ข้ามีการวิเคราะห์ว่าสามารถนำมันมาแปรเปลี่ยนกลายเป็เครื่องผลิตพลังงานได้”