10ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ในห้องเรียน
ผม ขาม พลอยชาติตระกูล กำลังเรียนวิชาประวัติศาสตร์อันเเสนหน้าเบื่อ เพราะว่าคาบต่อไปครูสอบเก็บคะเเนนไฟนอลซึ่งสอบเกี่ยวกับเื่อยุธยาสมัยกรุงเเตกครั้งที่2 ตัวผมนั้นเป็คนเกลียดประวัติศาสตร์เข้าเส้นเเละมักจะชอบบอกกับเพื่อนบ่อยๆว่าเรียนไปก็ไม่ได้อะไร?เพราะมันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยจริงๆ
...เเต่ผมนั้นไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คิดว่าไม่ได้ใช้ กลับต้องมาใช้เเละจำเป็มากในอนาคตไม่กี่นาทีข้างหน้านี้...
"ไอ้ขามมึงไม่อ่านหนังสือหรอว่ะ? จะเตรียมสอบกันอยู่เเล้วอีกเเค่ครึ่งชั่วโมงเอง"
"ไม่อ่ะ เอาเลยเรียนไปก็ไม่ได้ใช้! กูจะนอนต่อหล่ะ?"
"ประวัติศาสตร์ไทยเลยนะเว้ย!"
"เออๆ กูอ่านก็ได้!"
ปัจจุบัน
5 เมษายน พุธศักราช2310
10โมงเช้า...
กรุงศรีอยุธยา
พระบรมมหาราชวัง
ห้องส่วนพระองค์
'ให้ตายเถอะ ถ้ารู้ว่าจะมาอยู่ในร่างพระเ้าเอกทัศ เราจะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์อยุธยาสัก10เล่มด้านยุทศาสตร์การเมืองการปกครองเศรษฐกิจเเละวางเเผนการมาไว้ก่อนก็น่าจะดี'
"ขออนุญาติพะยะค่ะ พระที่นั่งสุริยาอมรินทร์ขณะนี้ถึงเวลาเเล้วพะยะค่ะ ประชาชนส่วนใหญ่รอท่านอยู่บริเวณลานใต้พระบรมมหาราชวังเเล้วพะย่ะค่ะ" ขมน้อยทูลเ้าอยู่หัว บางทีผมก็รู้สึกสับสนกับชื่อของตนเองเพราะมันมีหลายชื่อเหลือเกิน ผมเดินออกไปพบกับประชาชน ที่ระเบียงของพระบรมมหาราชวัง
ประชาชนทุกคนก้มกราบผม เพราะตามทำเนียมเเละนั่งลงอย่างเป็ระเบียบ ส่วนใหญ่เป็ชนชั้นไพร่กันหมด เเสงของดวงอาทิตย์สาดสะท้อนกับรูปปั้นกาฬสีหะเป็ในราชสีห์ในป่าหิมพาน สะท้อนเเสงสีทองระยิบระยับไปทั่วเมือง ถึงเเม้จะมีเเเสงอาทิตย์สอดส่องลงมาเเต่อากาศที่นี้ก็ไม่ร้อนเลยสักนิด ตอนนี้สิ่งที่เราควรทำก่อนก็คือสุขภาพจิตของประชาชนเเละความเชื่อมั่นของประชาชน
พระเ้าเอกทัศน์สูดหายใจเข้าลึกๆครั้งนึง เเละทอดพระเนตรไปยังประชาชนรอบๆ
"อย่างที่พวกเ้ารู้กัน มณีปุระอังวะได้ยกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยานานถึง14เดือนเเล้ว บัดนี้ข้าได้ไล่พวกมันออกไปเเล้ว เเต่เกรงว่าพวกมณีปรุอังวะจะไม่เลิกลาง่ายๆ ตามที่ข้าคาดการ์ณเนเมียวสีหบดีจะต้องยกทัพมาอีกเป็เเน่เเท้ภายในไม่เกิน2วัน เเละในตอนนี้ยังมีกองทัพของจักรพรรดิ์เฉียนหลง มีเเม่ทัพถือธงเหลืองนามว่า ลิโป้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า ลิโป้เพียงคนเดียวสามารถต้านทานกองทัพเป็หมื่นนายได้" พอผมพูดจบชาวเมืองอยุธยาก็ดูจะผวากัน
"เเต่ว่า! กองทัพของฝ่ายลิโป้นั้นไม่ได้ยกทัพมาตีเรา เนื่องจากอยุธยาเเละจักวรรดิ์ชิงทำการค้ากันมาเนินนาน เห็นจะยกทัพไปตีมณีปุระเป็มั่นคง เเละมณีปุระที่ต้องคอยรบพุ่งทำาเเบบพะวงหน้าพะวงหลังเเบบนี้จะต้องเเตกพ่ายได้โดยง่าย วันนี้พวกเรามาฉลองกันให้เต็มที่ ออกไปล่าสัตว์ข้างนอกให้เต็มที่ ข้าจะออกทรัพสินของข้าจ่ายเลี้ยงปากท้องพวกเ้าเอง พอตกดึกขอให้ไพร่ทาสทั้งหลายช่วยกันขุดหลุมรอบเมืองลึกวาครึ่ง พวกเราจะเอามณีปุระมาเป็ของพวกเรา ไม่เพียงเเต่มณีปุระ เเต่ผู้คน ทรัพสิน เเผ่นผงอน พวกกูจะเอามาให้หมด!"
เมื่อสิ้นเสียงของพระเ้าเอกทัศ ในขณะนั้นมีสายลับของเ้าตากเข้ามายืนยันว่ามณีปุระกำลังทำาศึกหนักกับทัพจักวรรดิ์ชิงกันอยู่เป็สามารถ ผู้คนที่ได้ยินก็ต่างบอกต่อๆกันไปในไม่กี่นาทีเสียงซุบซึบของไพร่เหล่าขุนนาง ราชวงศ์ต่างๆเมื่อได้ยินว่าชาวชิงไม่ได้ยกทัพลงมาตีอยุธยาดั่งคำพระเ้าเอกทัศน์ก็ซาบซึ้งในความคิดสติปัญญาของพระเ้าเอกทัศน์ ร้องไห้กันใหญ่
"เอาหล่ะ! งานเลี้ยงเริ่มเเล้ว วันนี้สนุกให้เต็มที่เเล้วไปจับไอ้เนเมียวสีหบดีกัน!"
'โชคดีที่จำประวัติศาสตร์่นี้ได้! ตอนที่กองทัพอังวะของเนเมียวสีหบดีมาตีกรุงศรี นายอะเเซ่หวุนกี้เเม่ทัพหลักของฝ่ายพม่าสู้รบกับจีน ผลคือจีนพ่ายเเพ้ยับเยิน ไปถึง4ครั้ง ถ้าตามประวัติศาสตร์หล่ะก็ตอนนี้คือาครั้งที่2ระหว่างจีนกับพม่า นายอะเเซ่หวุนกี้เป็นักวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดนัก เราต้องเอาตัวของเขามาเป็ทำราชการให้จงได้ เเละระหว่างนั้นให้ทหารสายลับไปป่วนให้การภายในของฝ่ายพม่าเกิดการทะเลาะกันเอง'
"โอ๊ยปวดหัว! เดี๋ยวค่อยคิดเเล้วกัน ยังไงการศึกครั้งนี้เราก็ชนะเป็เเน่เเท้" ผมรู้สึกตื่นเต้นกับมันจนเกินไป เลยอยากไปเดินดูรอบเมืองสักหน่อย พระเ้าเอกทัศน์เดินออกจากเมืองไปเห็นผู้คนมากมายกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองกันใหญ่ ผู้คนที่ผมเดินผ่านก็ต่างก้มหน้าลงเเละกราบกันใหญ่ เป็เเถวเป็เเนวเเละก็มีหญิงสูงอายุคนหนึ่งพยายามจะก้มกราบผมเช่นกันเเต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะหญิงชราคนนั้นเเก่มากเเล้ว
"หยุดเถิด! เ้าไม่ต้องก้มกราบข้าก็ได้!" พระเ้าเอกทัศน์โน้มตัวลงประคองหญิงชราเเละเเละเอามือมาััที่เเผ่นหลัง 'เเผ่นหลังของหญิงชราคนนั้นสั่นเทา' "ข้าพระพุทธเ้าขอประทานอภัย ข้าพพระพุทธเ้าขอประทานอภัย ข้าพพระ"หญิงชราได้เเต่ตัวสั่นเทาเเละพูดคำเดิมซ้ำๆ
"เเกบังอาจมาก ช่างสามหาวเป็อีกากปะไรเยี่ยงนี้"ทหารองครักษ์ของผมพูดออกมา พระเ้าเอกทัศน์ก็ใช้มือห้ามปรามทหารองค์รักษ์คนนั้นก็กลับลงไปนั่งคุกเข่าดังเดิม "พวกเอ็งทุกคน วันนี้คือวันฉลองของอยุธยา ข้าไม่ถือโทษหญิงชราผู้นี้เพราะหญิงชราผู้นี้เ็ปหลัง มีความสุขกันไว้เถิด"
ประชาชนทุกคนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเลื่อมใส่ในพระเมตตาของพระเ้าเอกทัศน์ ทุกคนอยากจะเป็ข้าฝ่าละอองธุลีพระบาททุกชาติไป ทันใดนั้นเมฆต่างๆก็พากันรวมเป็รูปร่างลักษณะสวยงามนัก กลุ่มพญานาคก็เวียนว่ายไปรอบเเม่น้ำเ้ายา ฝูงพญาครุฑก็บินวนรอบกรุงศรีอยุธยาถึง9ครั้ง เป็ลางดีน่าอัศจรรย์ใจนัก
ครั้นเมื่อผมเดินไปถึงโรงหลอมอาวุธตีดาบ ผมก็เห็นลายดาบราวกับไฟสะท้อนเเสงสวยงามมากมายประดับอยู่ทั่วโรงหลอมเหล็ก หัวหน้าผู้ดูเเลก็เข้ามากราบฝ่าพระบาท
"เป็บุญของข้าพระพุทธเ้าที่พระเ้าเอกทัศเสด็จมาเยี่ยมนะทีนี้"
ผมเดินเข้าไปหยิบด้ามดาบศาสตราวุธที่ประดับด้วยลายกนกสีทอง ฝังเปลือกมุขไว้เป็ลวดลายพญานาคเเละพญาครุฑไว้ด้วยกัน ด้ามดาบใช้เชือกหวายร้อยพันกันอย่างสวยงาม คมดาบของมันเป็พยานาคเลื้อยไปสะท้อนเเสงงดงาม
[ติ๊งงง!!! ระบบศาสตราวุธทำงาน]
"เห้ย!"ผมะโถอยหลังออกมานิดนึง จอไฮโลเเกรมปรากฏขึ้นตรงหน้าผม
"เ้าเห็นนั้นไหมทองดี!?"
เริ่มใส่าาศัพท์ไปบ้างเเล้วนะครับ
พระขนอง=หลัง
ข้าพระพุทธเ้า=เเทนเรียกตนเอง
นายทองดี=นามเดิมของพระยาพิชัย