วินาทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือทางเดินยาวเหยียดที่ทอดตัวสู่ห้องจัดเลี้ยงสุดหรู สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีที่ส่งมาให้ไป๋ลู่จนแทบจะล้นทางเดิน
ร่างบอบบางในชุดราตรีเดินผ่านแถวดอกไม้เหล่านั้น ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเรดาร์ทหาร
"อ๊ะ! เจอแล้ว!"
ไป๋ลู่ร้องเสียงใสด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดดึ๋งไปยืนข้างกระเช้าดอกไม้อลังการที่ระบุชื่อผู้ส่งว่า
'ลู่อี้ถิง มอบให้'
"พี่คะ! ราชาจอเงินลู่ส่งดอกไม้มาให้หนูด้วย! เร็วเข้า รีบมาถ่ายรูปให้หนูหน่อย หนูจะเอาไปลงเวยป๋ออวดชาวบ้าน!"
ลำพังวันนี้เธอก็เป็นนางเอกของงาน เป็นจุดศูนย์รวมสายตาของทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อบวกกับบารมีของ 'ลู่อี้ถิง' ซุปตาร์ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ กระเช้าดอกไม้ของเขาจึงถูกจัดวางไว้อย่างโดดเด่นเป็นสง่าที่สุดบริเวณหน้างานโดยไม่ต้องสงสัย
เสียงเจื้อยแจ้วสดใสของไป๋ลู่ดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน เรียกให้แขกเหรื่อหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ
แต่ถามว่ามีใครแปลกใจไหม? ก็ไม่
ลองกวาดตาดูสิว่าในวงการบันเทิงนี้ มีดาราหน้าไหนบ้างไม่ใช่ติ่งของราชาจอเงินลู่?
เหล่าสมาชิก ‘ถิงเชียงเสวี่ย’ (ชื่อแฟนคลับของลู่อี้ถิง) ต่างยืดอกพกความภูมิใจกันจนหน้าบาน... ก็ไอดอลของฉันน่ะ เป็นไอดอลของไอดอลพวกเธอยังไงล่ะ!
หลังจากโพสท่าถ่ายรูปจนพอใจ ไป๋ลู่ดึงกระโปรงชุดราตรีขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับสอดส่ายสายตามองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาใครบางคน
อวี่ฟู่ชิงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาหา พลางดับฝันเธอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"ราชาจอเงินลู่ไม่ได้มาหรอกครับ เขาแค่ส่งกระเช้าดอกไม้มาแสดงความยินดีตามมารยาทเฉยๆ"
ไป๋ลู่ "…………"
ความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าจิ้มลิ้มชนิดที่ใครเห็นก็ต้องนึกสงสาร
"อะไรกัน... หนูอยากถ่ายรูปคู่กับราชาจอเงินลู่นี่นา"
เฝิงขุยจง นักแสดงรุ่นใหญ่ระดับราชาจอเงินอีกคน ผู้เคยรับบทพ่อลูกกับไป๋ลู่มาถึงสองเรื่องจนสนิทสนมกันดี แถมยังอยู่สังกัดอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์เหมือนกัน เดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงแกล้งแหย่ว่า
"ยัยหนูไป๋ ในเมื่อราชาจอเงินลู่ไม่มา งั้นถ่ายรูปกับราชาจอเงินเฝิงคนนี้แก้ขัดไปก่อนได้ไหมล่ะหืม?"
ไป๋ลู่ปรับอารมณ์ฉีกยิ้มหวานทันที "ไม่เอาค่ะ หนูจะเอาท่านลู่!"
เฝิงขุยจงแกล้งทำตาโตใส่
"หนอยยย ยัยเด็กคนนี้ กล้าเมินฉันเหรอ?"
ไป๋ลู่สะบัดหน้าหนี แกล้งตะโกนเสียงดังฟังชัด
"เร็วเข้าค่ะทุกคน! ช่วยกันกระจายข่าวออกไปทีว่า ราชาจอเงินเฝิงคิดจะวัดรอยเท้ากับราชาจอเงินลู่!"
สิ้นเสียงแสบสันของเธอ คนทั้งงานก็ระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครง
เฝิงขุยจงเองก็หัวเราะร่าอย่างชอบใจ
"ไป๋เสี่ยวลู่ เธอนี่มันตัวแสบจริงๆ! ราชาจอเงินอย่างฉันจะไปกล้าเทียบชั้นกับท่านลู่ได้ยังไงกัน?"
แม้จะมีตำแหน่งเป็น ‘ราชาจอเงิน’ เหมือนกัน แต่บารมีนั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
นักแสดงที่เคยคว้าถ้วยรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมล้วนเดินชนกันให้ว่อนวงการ แต่คนระดับ 'ลู่อี้ถิง' มีเพียงคนเดียวในโลก
อวี่ฟู่ชิงยืนอยู่ข้างกายหญิงสาว ทอดตามองเธอทักทายผู้อาวุโสและเพื่อนนักแสดงอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้อาจจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกหน้าเนื้อใจเสือในสังคมจอมปลอม แต่เธอกลับชนะใจทุกคนด้วยความน่ารักและจริงใจ เมื่อเธอเข้าไปทักทาย คนที่รู้จักก็ยิ่งเอ็นดู ส่วนคนที่ไม่รู้จัก... เอาเข้าจริง ไป๋เสี่ยวลู่เดบิวต์มาสิบเอ็ดปีแล้ว ในวงการนี้มีใครบ้างไม่รู้จักเธอ?
แขกที่มาในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นคนกันเอง อย่างน้อยก็ต้องเคยร่วมงานกับไป๋ลู่มาแล้วสักครั้ง
สายตาเอ็นดูที่เหล่าศิลปินมอบให้เธอนั้น ล้วนกลั่นออกมาจากใจจริง
อวี่ฟู่ชิงมองภาพเหล่านั้นแล้ว จู่ๆ ลางสังหรณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะแม่หนูน้อยคนนี้ปักใจรักฉันอย่างหัวปักหัวปำ ฉันคงไม่มีปัญญาจะรั้งตัวเธอไว้ได้แน่!
โชคดี... โชคดีจริงๆ!
เขากับเสี่ยวลู่ผูกพันกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ความรู้สึกย่อมลึกซึ้งไม่เหมือนใคร
ต่อให้เขาจะแอบไปกินตับกับเสิ่นซินลั่วลับหลัง แต่เขามั่นใจว่าเสี่ยวลู่ก็ยังคงรักและภักดีต่อเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
หัวใจของอวี่ฟู่ชิงเต้นแรงขึ้นด้วยความลำพอง เขาฉวยโอกาสเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของไป๋ลู่เอาไว้แน่น
"เสี่ยวลู่ พี่จะดีกับเธอตลอดไป จะรักเธอไปชั่วชีวิตนะ"
ทว่าใบหน้าของไป๋ลู่กลับมืดครึ้มลงทันควัน เธอกระชากมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีหันหลังขวับไปหาชายหนุ่มอีกคน
"ประธานเกาคะ วันนี้หนูเซ็นสัญญากับคุณได้ไหม? ค่าเซ็นสัญญาหนูขอแค่ครึ่งเดียวก็พอ!"
คนที่เธอพุ่งเป้าไปหาคือ เกาฝานฉิน ผู้จัดการมือทองแห่ง ‘หวงอิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์’ หนึ่งในสามค่ายยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ราชาและราชินีจอเงินกว่าครึ่งค่อนวงการล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของเขา
ในชาติก่อน ช่วงที่เธอดังเปรี้ยงปร้างถึงขีดสุด เกาฝานฉินเคยเตือนสติเธอ ให้ระวังคนตระกูลเสิ่น และเตือนไม่ให้เธอหลงระเริงไปกับชื่อเสียง ให้รู้จักวางตัวและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง แต่น่าเสียดาย... ตอนนั้นเธอถอดใจอยากออกจากวงการเต็มแก่ จึงปล่อยคำเตือนเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
คนที่กล้าพูดความจริงที่ระคายหูในวันที่เรายืนอยู่บนจุดสูงสุด... คนอย่างเกาฝานฉินนี่แหละ น่าคบหาที่สุด!
จำได้ว่าในชาติที่แล้ว จุดจบของเกาฝานฉินน่าอนาถมาก หลังจากเขาสั่งสมบารมีและคอนเนกชันจนแยกตัวออกมาตั้งบริษัทเอง ก็ถูกไอ้ยักษ์ใหญ่อย่าง อวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ หวงอิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จับมือกันรุมสกัดดาวรุ่ง บีบจนเขาล้มละลายไม่เหลือชิ้นดี สุดท้ายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ เขาจำใจต้องลดศักดิ์ศรีกลับไปเป็นลูกจ้างให้คนอย่างอวี่ฟู่ชิงโขกสับ
ไม่ได้การ... จักรวรรดิบันเทิงของฉัน จะขาดคนอย่างเกาฝานฉินไปไม่ได้เด็ดขาด!
ดังนั้นหลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ ชื่อแรกที่เธอจดลงในบัญชีดำ... เอ้ย บัญชีรายชื่อ
'บุคลากรผู้ทรงคุณค่า' ก็คือ เกาฝานฉิน นี่แหละ!
เกาฝานฉินในชุดสูทสามชิ้นคัตติ้งเนี้ยบกริบ แผ่ออร่าความเป็นอีลิตออกมารอบทิศทาง เขายิ้มตอบอย่างชาญฉลาด
"ไป๋ลู่ คุณมีค่ามากกว่านั้นสิบเท่าครับ"
ไป๋ลู่แกล้งทำท่าตัวสั่นงันงก ยกมือทาบอก
"อุ๊ย! เยอะไปค่ะ เยอะไป! หนูใช้ไม่หมดหรอก... งั้นไม่เอาดีกว่า"
เกาฝานฉินชูแก้วไวน์ขึ้นมาทางเธอ นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์ลึกซึ้ง "เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าใช้เงินหมดได้ ยินดีต้อนรับเสมอครับ มาหาผมได้ทุกเมื่อ"
ไป๋ลู่ส่งยิ้มหวานกลับไปให้เขา
คำพูดของเกาฝานฉิน... เขาพูดจริง
และเธอ... ก็เก็บเอาไปคิดจริงจังเสียด้วย
ผู้ชายคนนี้ฉันจองตัวแล้ว! จะต้องคว้าตัวมาให้ได้!
แขกในงานต่างพากันอมยิ้มขำขัน
ใครดูไม่ออกก็บ้าแล้วว่าไป๋ลู่แค่ไม่อยากคุยกับอวี่ฟู่ชิง เลยแกล้งหันไปคุยเรื่องย้ายค่ายกับเกาฝานฉินเพื่อประชดรัก
เรื่องฉาวโฉ่ระหว่างอวี่ฟู่ชิงกับเสิ่นซินลั่ว ใครบ้างจะไม่รู้? เป็นที่รู้กันไปทั่วบางแล้วจ้า
วิธีแก้สถานการณ์ของไป๋ลู่เมื่อครู่ ถือว่า IQ และ EQ สูงปรี๊ด
ทั้งปิดปากอวี่ฟู่ชิงไม่ให้พล่ามคำรักน้ำเน่าชวนอ้วกแตกออกมาได้อีก และในขณะเดียวกันก็รักษามารยาท ไม่หักหน้าอวี่ฟู่ชิงจนยับเยินเกินไปในที่สาธารณะ
สมกับเป็นจิ้งจอกน้อยจริงๆ!
ด้านอวี่ฟู่ชิงได้แต่ยิ้มเจื่อนด้วยความกระอักกระอ่วน
เขารู้ตัวว่าใจร้อนเกินไป ทั้งที่น้องน้อยยังโกรธเขาอยู่แท้ๆ แต่เขากลับฉวยโอกาสบอกรักต่อหน้าธารกำนัล
ถ้าไม่ใช่เพราะในใจของน้องน้อยยังมีเขาอยู่ ป่านนี้เธอคงหักหน้าเขาจนยับเยินกลางงานไปแล้วแน่ๆ
หลังจากเตือนตัวเองในใจว่าต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ตะล่อมง้อเธอ อวี่ฟู่ชิงก็ยอมถอยออกมา ไม่เกาะติดแจอยู่ข้างกายเธอให้รำคาญใจอีก
อวี่ซิงเซิ่ง ผู้เป็นพ่อ คอยสังเหตุการณ์ตลอด เขาถลึงตาใส่ลูกชายตัวเองแวบหนึ่งอย่างตำหนิ ก่อนจะหันมาปั้นหน้ายิ้มเมตตาอารีพูดกับเกาฝานฉิน
"ประธานเกา คุณก็เมตตาพวกเราหน่อยเถอะ อย่ามาเล็งเสี่ยวลู่ของพวกเราเลย อวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ตั้งใจจะทุ่มทุนปั้นหนูไป๋ลู่สุดตัว ทรัพยากรที่ดีที่สุด เราจะประเคนให้เธอหมดหน้าตัก"
เกาฝานฉินไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่ชูแก้วไวน์ขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทนักธุรกิจ
ไป๋ลู่ทักทายเสียงใสแจ๋ว "คุณลุงอวี่ สวัสดีค่ะ!"
อวี่ซิงเซิ่งมองดูไป๋ลู่ที่ทั้งว่าง่าย น่ารัก และสวยสะพรั่งจนน่าตะลึง ในใจก็นึกเอ็นดูเธอเหลือเกิน "เสี่ยวลู่ สวัสดีลูก สวัสดี"
ไป๋ลู่ชี้ไปที่แก้วไวน์ในมือเขา พร้อมทำหน้าดุๆ แบบเด็กน้อย "สุขภาพคุณลุงอวี่ไม่ค่อยดี อย่าดื่มเหล้าเยอะนะคะ!"
ยิ่งมอง อวี่ซิงเซิ่งก็ยิ่งชอบใจในความใส่ใจของเด็กคนนี้ เขาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
"ได้ๆๆ ลุงจะเชื่อฟังเสี่ยวลู่นะ ไม่ดื่มแล้วๆ"
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมตนถึงได้ให้กำเนิดลูกชายที่โง่เง่าบัดซบอย่าง 'อวี่ฟู่ชิง' ออกมาได้!
ทั้งที่มีเพชรเม็ดงามอย่าง 'ไป๋ลู่' ...หญิงสาวผู้เพียบพร้อมทุกด้านอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เขากลับหน้ามืดตามัว ใฝ่ต่ำไปเกลือกกลั้วกับ 'เสิ่นซินลั่ว' ได้ลงคอ!
ตาบอดหรือไงวะ ไอ้ลูกเวร!
ศิลปินตัวเล็กๆ ของอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คนหนึ่งรีบถลันเข้ามาเปลี่ยนแก้วเครื่องดื่มให้อวี่ซิงเซิ่งอย่างรู้งาน
อวี่ซิงเซิ่งเอ่ยปากชงลูกชายต่อทันที
"เสี่ยวลู่ ให้พี่ฟู่ชิงของหนู มาตัดเค้กด้วยกันดีไหมลูก?"
ถึงจะโมโหแค่ไหน แต่เขาก็ต้องช่วยลูกชายตัวเองทำคะแนนอยู่ดี เลือดข้นกว่าน้ำนี่นะ
ไป๋ลู่ปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน "ไม่เอาค่ะ!"
อวี่ซิงเซิ่งชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
"ได้ๆ เสี่ยวลู่ว่าไงก็ว่าตามกัน ไม่เอาก็ไม่เอา"
พูดจบ เขาก็หันไปถลึงตาใส่อวี่ฟู่ชิงอย่างดุเดือดอีกรอบ สื่อความหมายว่า
'เห็นไหม! แกทำพังหมดแล้ว!'
อวี่ฟู่ชิงรู้ตัวว่ามีความผิดติดตัว ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมโดยไม่กล้าหือ
อวี่ซิงเซิ่งรีบเปลี่ยนเรื่อง "มาๆ เสี่ยวลู่ ได้เวลาตัดริบบิ้นเปิดงานแล้ว ไปกันเถอะ"
ไป๋ลู่พยักหน้าอย่างว่าง่าย "ค่ะ!"
...
ในมุมมืดท้ายสุดของกลุ่มคน เสิ่นซินลั่ว ยืนกำหมัดแน่น มองดูไป๋ลู่ที่ถูกห้อมล้อมดุจดวงจันทร์ท่ามกลางหมู่ดาว ความอิจฉาริษยาแล่นพล่านจนน้ำตาคลอเบ้า
ทำไม... ทำไมต้องเป็นมัน!
เมื่อไหร่กันนะ... เมื่อไหร่เธอถึงจะได้ไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นบ้าง? ได้รับการห้อมล้อมเอาใจจากรุ่นพี่ค่อนวงการแบบนั้น? ได้รับเกียรติให้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลแบบนั้น?
ครืด... ครืด...
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในมือก็สั่นเตือน หน้าจอโชว์ชื่อ 'แม่' ข้อความจากอู๋ลี่ผิงเด้งขึ้นมา ดวงตาที่หมองมัวของเสิ่นซินลั่วพลันเป็นประกายวาววับทันที
[แม่: แม่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้ใครสงสัย คืนนี้ลูกห้ามก้าวออกจากห้องจัดเลี้ยงเด็ดขาด ต้องหาพยานที่อยู่ให้ตัวเองไว้ด้วย]
[เสิ่นซินหลัวผู้น่ารัก: รับทราบค่ะ!]
แม้กระทั่งชื่อบัญชีวีแชต เสิ่นซินหลัวก็ยังจงใจตั้งเลียนแบบไป๋ลู่
ทว่า... ต่อให้พยายามแทบตาย เธอก็ไม่มีวันเป็นไป๋ลู่ได้อยู่ดี
เสิ่นซินหลัวตวัดสายตาจ้องมองไป๋ลู่อีกครั้งด้วยความอาฆาตแค้น
นังไป๋ลู่... พ้นคืนนี้ไปเมื่อไหร่ แกจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกเลย!
อีกไม่นานแกจะกลายเป็นแค่ผู้หญิงขายตัว คอยปรนเปรอพวกตาแก่ตัณหากลับไปตลอดชีวิตซะเถอะ!