นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๖ วิชามารขั้นสุดท้าย

            บทที่ 16 วิชามารขั้นสุดท้าย 

             

            สิบเก้าออกไปพบผู้คุมใหญ่ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำจนกระทั่งเวลานี้ยังไม่เห็นนางกลับเข้ามา ส่วนสี่สิบเอ็ดนั้นมีท่าทีแปลกไปนางยกหมอน ผ้าห่ม และฟูกที่นอนมาวางด้านข้างหลินหลานหรูแล้ววางท่าใหญ่โตขับไล่เด็กคนก่อนไปนอนที่อื่นเสียจนเอิกเกริก

            "ที่ตรงนั้นติดหน้าต่าง ดึกสงัดมันรู้สึกหนาว"ประโยคแก้ต่างสั้นๆ แต่ได้ใจความ สี่สิบเอ็ดเอ่ยอย่างหน้าตายทำหน้ามึนมองไม่เห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของใครบางคน

            หลินหลานหรูได้ยินแล้วก็นั่งเงียบกะพริบตาปริบๆ มองเลยขึ้นเหนือศีรษะคนบ่นหนาว

            ตรงนี้ก็ติดหน้าต่างเหมือนกันไม่ใช่หรือ

            ให้คนที่สายตามีแต่การฆ่าฟันประหนึ่งกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำอีกทั้งยังถือมีดไล่ฆ่านางตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเกาะปล่อยให้นอนใกล้กันเช่นนี้ใครจะหลับลง หากจู่ๆ เสียงระฆังดังขึ้นกลางดึกมิถูกแทงตายก่อนหรอกหรือ

            ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกระแวงตัดสินใจหอบผ้าห่มกับฟูกที่นอนเดินหนีไปที่อื่น

            "จะไปไหน..."เสียงเอ่ยลากยาวมาพร้อมกับชายผ้าห่มที่ถูกดึง

            หลินหลานหรูกลอกตารอบหนึ่งบังคับใบหน้าให้ยิ้มแย้มแล้วก้มมองเจ้าของมือสี่สิบเอ็ดเท้าแขนยกลำตัวขึ้นเล็กน้อย มองสบสายตาคนหอบผ้าห่มอย่างมีโทสะมือยังดึงชายผ้าห่มของหลินหลานหรูไว้

            "ตรงนี้ติดหน้าต่างดึกสงัดมันรู้สึกหนาว" นางย้อนประโยคเดียวกันเป๊ะ

            คนถูกเหน็บแนมไม่ได้โง่สี่สิบเอ็ดคว้าหมอนเขวี้ยงด้วยกำลังภายในใส่หน้าหลินหลานหรูความเร็วและรุนแรงระดับนี้ทำคนสลบไสลได้เลยนะนั่นทว่าหลินหลานหรูลูกเล่นแพรวพราวก้มตัวหลบลงได้ทันจังหวะ พลันเสียงหนึ่งดังโอ๊ยตอบมาจากด้านหลัง

            หลินหลานหรูเอียงศีรษะหันกลับในอ้อมแขนของนางยังกอดฟูกที่นอนพร้อมผ้าห่มจึงหันอย่างยากลำบากรู้สึกทึ่งในใจนำไปก่อนเมื่อมีคนรับหมอนไว้ได้แต่ยังยืนมั่นคง

            คนถูกโจมตีด้วยหมอนกะทันหันแผ่ไอเย็นออกมาเงียบๆลดหมอนที่มุ่งเป้ามาที่หน้าลงระดับหน้าอก เผยให้เห็นใบหน้าเย็นชาอันแสนคุ้นเคยของสิบเก้าหลินหลานหรูยิ้มแหยก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นด้วยรู้ความผิด

            "เหตุใดข้าไม่รู้มาก่อนว่าพวกเจ้าอารมณ์ร้ายเช่นนี้"ใบหน้าสิบเก้าเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นดำมืดพร้อมกับหมอนในมือลอยมาด้วยกำลังภายในแปดส่วนของคนเขวี้ยง หลินหลานหรูรับได้ก็บ้าแล้ว

            สี่สิบเอ็ดกำลังลุกขึ้นยืนไม่ทันทรงตัวได้มั่นคงก็ถูกเจ้าหนึ่งร้อยห้าล้มทับ

            แว่วเสียงสิบเก้าให้ได้ยินตามมา"โชคดีแค่ไหนแล้วที่เป็นหมอน วันนี้ข้าลืมพกมีดเฉยๆ"

            สี่สิบเอ็ดถึงกับตาเหลือกขณะที่หลินหลานหรูมึนงงนอนนับกระเบื้องหลังคาไปนานแล้ว

            ดังนั้นผลที่ออกมาคือทั้งซ้ายและขวาของหลินหลานหรูขนาบข้างไปด้วยเด็กหญิงที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโรงนอนที่สอง

            นางรู้สึกไม่วางใจจึงหยิบเสื้อคลุมไหล่หนอนไหมปีศาจที่มีกลิ่นกายของคนบางคนมาห่มเสริมทับด้วยผ้าห่มซ้อนไว้ด้านบนอีกชั้น หากเสียงระฆังดังขึ้นเมื่อไรสี่สิบเอ็ดคิดคว้ามีมาแทงนาง ยังพออุ่นใจได้ว่าคมมีดไม่อาจแทงทะลุเสื้อคลุมได้

             

             

            ในที่สุดก็ถึงการทดสอบใหญ่หลินหลานหรูขึ้นเกาะมาได้ไม่ถึงเดือน ผลที่ออกมาจึงรั้งท้ายอย่างไม่ต้องสงสัยถึงแม้การทดสอบจะเกี่ยวข้องกับทักษะการใช้อาวุธ ทว่าเด็กเหล่านั้นพวกเขาชำนาญกว่าลำดับของนางจึงถูกถีบให้ถอยลงไปรั้งท้าย

            ผู้คุมเห็นใจเด็กระดับเริ่มต้นความสามารถหนึ่งร้อยห้าที่รับการฝึกได้แค่ไม่กี่วันผลที่ออกมาจึงเกือบจะไม่รอด ดังนั้นจึงงดเว้นการห้อยศีรษะแขวนกลางบึงอสรพิษ

            ทว่ากฎไม่อาจละเว้นบทลงโทษอื่นทดแทนย่อมมี ส่วนที่หนึ่งของการทดสอบนี้เป็นของสิบเก้ารางวัลคือมีดสั่นเงินยวงคมกริบสองเล่มเป็นมีดเงินคู่ที่งดงามจนละสายตาไม่ได้เชียวละ

            เคยได้ยินสี่สิบเอ็ดพูดไปเรื่อยเปื่อยว่าเดือนที่แล้วสิบเก้าคว้าที่หนึ่งมาครองได้เช่นกัน ส่วนที่สองเป็นของหมายเลขหนึ่งทั้งคู่จึงไม่ถูกชะตากันนัก ครั้งนี้สี่สิบเอ็ดได้ที่ห้าเชื่อแล้วว่าพรสวรรค์นำตัวเลขเป็นเช่นไร

            "มีดสั้นเล่มนั้นคมมากเจ้าขอจากสิบเก้ามาให้ข้าซะ" สี่สิบเอ็ดนั่งห้อยขาบนขอบบ่อจับจ้องหลินหลานหรูอาบน้ำด้วยแววตาจะอ้อนวอนก็เห็นจะยากจะบังคับก็ไม่เชิงเสียทั้งหมด แต่น้ำเสียงแข็งกระด้างจนคนฟังระคายหู พูดพล่ามไปพลางกัดกินเซาปิ่งเต็มคำ

            "เจ้าอยากได้ก็ไปขอเองสิทำราวกับข้าขอแล้วนางจะให้"

            "ก็สิบเก้าชอบเจ้า"

            "ชอบข้าก็บ้าสิ!"หลินหลานหรูสวนแย้งเสียงสูง รับไม่ได้กับข้อกล่าวหานี้

            สี่สิบเอ็ดยังคงไม่ยอมแพ้เห็นเด็กใหม่เริ่มอารมณ์ไม่ดีจึงปรับเสียงให้อ่อนลง พร้อมเอ่ยแก้ประโยคก่อนหน้า"นางคงเห็นเจ้าเหมือนสิบแปด เหมือนน้องสาวคนหนึ่งกระมังน้อยคนนักจะรู้ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน สิบแปดมักเดินตามก้นสิบเก้าต้อยๆเรียกนางว่า 'พี่สิบเก้า' น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานเชียวละ"

            หลินหลานหรูฟังหูไว้หูเชื่อบ้างไม่เชื่อเสียส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็หยิบเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวขุ่นมาสวมขยับปากเอ่ยถามราวกับพูดไปอย่างนั้น "ไม่ใช่ว่าพวกเราจำอดีตไม่ได้หรือเหตุใดพวกนางจึงรู้ว่าเป็นพี่น้องกัน"

            สี่สิบเอ็ดกระโดดลงจากขอบบ่อ เอียงลำตัวเข้าใกล้แล้วเอ่ยกระซิบเสียงแผ่ว"คนที่เคยใช้ชีวิตวัยเด็กร่วมกันมาอยู่ด้วยกันย่อมฟื้นความทรงจำบางส่วนกลับมาได้แม้ไม่ทั้งหมดก็เป็นความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นแปลกๆ อย่างไรล่ะข้ายังเคยฝันถึงผู้ใหญ่ตัวโตมากมายแต่ไม่เคยรู้จักชื่อออกบ่อย แต่เรื่องนี้เจ้าอย่าเอ็ดไปไม่เคยมีเด็กคนไหนที่ผู้คุมล่วงรู้เข้าแล้วยังหลงเหลือความทรงจำอยู่อีก"

            หลินหลานหรูไม่สนใจเรื่องนั้นที่อยากรู้มากหน่อยคือการตายของสิบแปด เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็อดถามต่อไม่ได้นางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง คล้ายสิบเก้ามีเบื้องลึกดำมืดปิดบังทุกคน

            "แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าสิบแปดตายได้อย่างไรเหตุใดหมายเลขถึงปรากฏบนต้นแขนของสิบเก้า ประหลาดนักไม่ใช่เจ้าบอกเองหรือว่าพวกนางเป็นพี่น้องกัน อะไรที่ทำให้สิบเก้าฆ่าสิบแปด"

            สี่สิบเอ็ดส่ายหน้าไม่ปกปิดยังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจังเช่นเดิม

            "เรื่องนี้ลึกลับนักต้องถามหกสิบสองกับหกสิบสามดูแล้วละ มีแค่สองคนนั้นที่รู้เสียดายก็แต่สิบเก้าฆ่าพวกนางไปแล้วหลังเสียงระฆังดังหยุดเรื่องของสิบแปดก็ถูกปิดเป็นความลับไม่เคยได้ยินสิบเก้าพูดถึงอีก ตอนนั้นสิบแปดโดดเด่นที่สุดในรุ่นพอรู้ว่าสิบเก้าเป็นคนฆ่านางตายแล้ว ยังจะมีใครกล้าถามหรือยุ่มย่ามกับสิบเก้าอีก"

            หลินหลานหรูกระตุกยิ้มมุมปาก เรื่องของพวกเจ้าซับซ้อนกันดีจริงๆ

            "นี่... หนึ่งร้อยห้าเจ้าไปขอมีดจากสิบเก้า แล้วข้าจะให้หินวิญญาณแก่เจ้า"สี่สิบเอ็ดวกกลับมาที่เรื่องเดิม

            หลินหลานหรูขำพรืด"หินวิญญาณอะไรของเจ้า สำคัญกว่าชีวิตข้าหรือ หากสิบเก้าโมโหขึ้นมาข้าก็แย่สิ"

            สี่สิบเอ็ดดึงแขนหลินหลานหรูมาด้านนอกโรงอาบน้ำยืนสุมหัวกันอยู่ในเงาไม้มืดมิดแล้วล้วงสิ่งหนึ่งออกมา

            "เจ้าได้มันมาได้อย่างไร?" นัยน์ตาหลินหลานหรูเป็นประกายแพรวพราวชัดเจนว่านางกำลังสนใจเจ้าสิ่งนี้

            "ถ้าข้าบอก เจ้าได้แอบไปเอาลับหลังข้าสิหนึ่งร้อยห้า... ข้าไม่ได้โง่งมเหมือนเจ้านะ"สี่สิบเอ็ดเก็บหินวิญญาณซ่อนอย่างมิดชิดกระหยิ่มในใจไปอีกว่าสามารถทำให้ผู้อื่นตกอยู่ในการควบคุมได้สำเร็จ"เอามีดคู่เงินยวงจากสิบเก้ามาได้เมื่อไรหินวิญญาณนี้จะตกเป็นของเจ้าตามสัญญา ...คำไหน คำนั้น"

            มีดสองเล่มนั้นเป็นรางวัลอันดับหนึ่งหากหลินหลานหรูไม่ลอบขโมยออกมามีหรือสิบเก้าจะยกให้โดยง่าย

            หลินหลานหรูนิ่งไปครู่ใหญ่ราวกำลังวางแผนชั่วต่อมาเมื่อจู่ๆ นัยน์ตาสว่างสุกใสเป็นประกายมีเล่ห์ฉายขึ้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆ ดังในลำคอขาว พร้อมรอยยิ้มหวานชวนระแวงสงสัย"สี่สิบเอ็ด เจ้าพลาดตั้งแต่ให้ข้าเห็นหินเรืองแสงนั่นแล้วข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะหลอกล่อเจ้าให้บอกที่ซ่อนของหินไม่ได้มีอีกร้อยแปดวิธีที่ข้าจะใช้มันเพื่อการนั้น"

            หินวิญญาณที่สี่สิบเอ็ดเอ่ยถึงคือผลึกแก้วสีฟ้าใส รูปทรงคล้ายหินขนาดเล็ก ใช้เชือกรัดร้อยเป็นสายไว้หิ้วและป้องกันการหล่นหายหากกล่าวถึงสรรพคุณ เป็นธาตุที่มีพลังทิพย์บริสุทธิ์สูงช่วยย่นระยะเวลาในการฝึกฝนวิชาให้เร็วขึ้นได้

            หากแต่สี่สิบเอ็ดไม่ได้กริ่งเกรงต่อคำข่มขู่หลอกเด็กพรรค์นี้กลับกันนางตบไหล่สหายหนึ่งร้อยห้าสองแปะแล้ววางค้างไว้ ระบายยิ้มบางๆเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ "นี่สหาย ข้าบอกเจ้าตอนนี้ยังได้เลย..."

            เด็กหญิงขยิบตาบอกจริงตามที่พูด

            หลินหลานหรูได้ฟังพลันหน้านิ่วคิ้วขมวดสะบัดไหล่ให้หลุดจากมือสี่สิบเอ็ด ไม่พูดอะไรก็เดินหนี

            สี่สิบเอ็ดยิ้มขำเมื่อเห็นการตอบสนองของหลินหลานหรูก็หลุดหัวเราะ ที่เหมือนจะเขินอายก็คล้ายเป็นไปไม่ได้จะโกรธเคืองก็ดูตลกเกินเหตุ โดยรวมคือกำลังจนปัญญาอย่างไร้ทางออก

            "เจ้าเตรียมของไว้ให้พร้อมข้าจะเอามีดมาให้ได้!" เดินไปได้หลายก้าวนางยังเหลียวหลังหันกลับมาสั่งแกมข่มขู่ในน้ำเสียง ภายในอกรู้สึกเจ็บใจสุดๆ

            สี่สิบเอ็ดขำก๊าก กุมหน้าท้องหัวเราะอยู่นานทีเดียวยิ่งนึกถึงคำพูดที่ตนกระซิบไปยิ่งรู้สึกขบขัน เพราะสีหน้าคนถูกล้อช่างน่าชมนัก

            เรื่องที่ไม่ง่ายก็ต้องทำให้ง่ายหลินหลานหรูมุ่งตรงไปยังโรงนอนที่สองด้วยความรู้สึกอับอายที่แสนชังลมปากของสี่สิบเอ็ดเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวขุ่นแขนยาวทรงกระบอกเบาบางลู่ไปตามลมชายผ้าคาดหน้าผากสีน้ำเงินทอลายกิ่งไผ่สะบัดปลิวกอดถังไม้ล้างหน้าถือกลับไปด้วยสภาพจิตใจที่มีไฟสุมอกไม่บอกไม่กล่าวอะไรก็ยกเท้าถีบประตูโรงนอนดังปึง! ตะโกนลั่นโถงสั่งให้ทุกคนออกไป

            "ใครไม่เกี่ยวออกไปให้พ้นสายตาข้า!" นางหวังใช้พลังเสียงเป็นสิ่งชี้ขาดหากเทียบกับคมกระบี่คงตัดคอขาดในฉับเดียว

            รังสีกดดันกระจายวาบทั่วทั้งโถงคนกำลังนอนตกใจดีดตัวลุกขึ้นยืน เห็นคนอื่นๆเดินออกจากโรงนอนจึงเดินออกตามด้วยความงุนงงเมื่อเหล่มองผู้ยืนจังก้าขวางหน้าประตูก็รู้สึกหนาวสะท้านร่ำไห้ในใจร้องหาความเป็นธรรมกันยกใหญ่ พวกนางผิดอะไรเหตุใดต้องทำให้ตกใจกลัวเช่นนี้

            สิบเก้ายืนตากผ้าอยู่ริมหน้าต่างไม่รู้เห็นอะไรหันกลับมาด้วยความงงงวยไม่แพ้เด็กคนอื่น ใบหน้าเล็กเรียบเฉยนิ่งขรึมเหมือนตอไม้ทว่าแววตากลับมีประกายลังเล นางเลิกคิ้วสูง "ข้าต้องออกไปด้วยหรือไม่"

            "ไม่ต้อง!" หลินหลานหรูปิดประตูดังปังกอดถังไม้ด้วยแขนข้างเดียวพร้อมย่างสามขุมเข้าหาอย่างองอาจ ลั่นวาจาเด็ดขาดว่า"เสียงระฆังดังขึ้นเมื่อไร เจ้าระวังตัวไว้ให้ดี..."

            ในน้ำเสียงจริงจังไปแล้วเก้าส่วน

            หนึ่งคำท้าราวประกาศิตจากนรกหลินหลานหรูแอบนึกเสียใจไม่น้อย ทว่าเมื่อเริ่มเกมแล้วไม่อาจถอยหลังกลับนางปรายตามองไปที่มีดสองเล่มบนพับผ้าห่มส่งความนัยแฝงไปกับแววตาและน้ำเสียงอย่างชัดเจนขณะเดียวกันก็ไม่หลุดเค้าความไม่มั่นใจทางสีหน้า "ของของเจ้า ข้าจะเอามาให้ได้"

            นัยน์ตาสิบเก้าหดเล็กลงแต่ไม่กลบประกายดำมืดในนั้นให้เบาบางในกระแสเสียงเยียบเย็นแฝงเร้นคมมีดเสียดแทงอย่างร้ายกาจ

            "เจ้ากำลังท้าข้า? อ่อนหัดเช่นเจ้า? เอาชนะสี่สิบเอ็ดให้ได้แล้วค่อยมาท้าดวลกับข้าหากไม่คิดอยากมีชีวิตแล้ว ธารน้ำในบึงอสรพิษคงเพียงพอให้เจ้าตายกระมัง..."

            "ธารน้ำนั่น ยกให้เจ้า"เสียงเอ่ยกดต่ำแต่หนัก

            "เดี๋ยว"พลันแววตาสิบเก้าแปรเปลี่ยน รู้สึกว่าพฤติกรรมของหลินหลานหรูไม่ถูกต้องเงียบไปครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นอีก "เป็นผู้ใดบังคับเจ้าให้ทำเช่นนี้"

            ขณะที่สี่สิบเอ็ดลอบเปิดประตูเข้ามาหวังชมเรื่องสนุกเห็นเพียงท่าทางขึงขังของหลินหลานหรูเมื่อครู่แอบอยู่ด้านนอกได้ยินคำท้ารบหนักแน่นประดุจทองพันชั่งแต่กลับไล่ผู้อื่นออกจากโรงนอน

            เจตนาคงไม่ได้คิดจะสู้กันแต่แรกกระมัง

            หึๆ รู้ตัวว่าเป็นกลลวงก็สายไปแล้วเสียงสะท้อนประโยคนั้นดังก้องขึ้นมาในหัว '...มีอีกร้อยแปดวิธีที่ข้าจะใช้มันเพื่อการนั้น'

            "เป็นนางบังคับข้า ...พี่สิบเก้าพี่ต้องช่วยข้านะ" มือเล็กชี้ไปด้านหลัง เจตนาใส่ร้ายคนอย่างจงใจเอ่ยเสียงออดอ้อนฉอเลาะ พร้อมแสดงออกอย่างอ่อนหวานมองแล้วไม่เคืองสายตาแต่กลับทำให้คนที่ถูกเรียกขานว่า 'พี่' อย่างสนิทสนมตกอยู่ในห้วงอดีต

            คนถูกโบ้ยโยนความผิดมาให้ถึงกับสะดุ้งโหยง เผยสีหน้าเลิ่กลั่กกับใจที่สั่นรัว

            "นี่!เจ้าถึงกับกล้าหักหลังข้าหรือ" สี่สิบเอ็ดนิ่วหน้าไม่ยินยอมตอนนี้สายตาสิบเก้าอำมหิตขึ้นมาหกส่วนแล้ว เหตุใดไปเรียกนางว่า 'พี่' ได้เล่า มีแค่เรื่องของสิบแปดที่ทำให้สิบเก้าอ่อนไหวได้"สิบเก้า ข้าเปล่า อย่าเชื่อนาง นางกำลังหลอกเจ้าเป็นนางที่อยากได้มีดของเจ้าไม่เกี่ยวกับข้า!"

            สี่สิบเอ็ดส่ายหน้าปฏิเสธอย่างบ้าคลั่งแทบอยากวิ่งออกไปยืมศีรษะเด็กคนอื่นมาช่วยส่าย ขอเถอะ! ไว้ชีวิตข้าด้วย

            สิบเก้าเบี่ยงหน้ามองมีดสั้นเงินยวงบนพับผ้าห่มจากนั้นขยับหมุนทั้งตัวหยิบมีดสองเล่มขึ้นมาราวต้องโอ้อวดแต่แล้วกลับส่งให้หลินหลานหรูอย่างง่ายดาย "ให้เจ้าเก็บไว้ป้องกันตัวคราวหน้าถ้าข้าได้ที่หนึ่งจะยกรางวัลของเดือนนั้นให้เจ้าอีกแต่อย่ามาท้าข้าเช่นนี้"

            แย่แล้วสิบเก้าเห็นจิ้งจอกขนสีเงินตัวนั้นเป็นสิบแปดไปแล้วสี่สิบเอ็ดหางคิ้วตกคล้ายจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน

            เดิมทีสิบเก้าอยากเอ่ยต่ออีกว่า 'ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเจ้าไปท้าถ้าอยากได้สิ่งใดข้าจะสู้มาเพื่อเจ้า' ยามที่หนึ่งร้อยห้าเรียกตนว่า 'พี่' ภาพของสิบแปดได้ซ้อนทับหลินหลานหรูจนใจคนมีหยาดน้ำตาไหลริน ก่อนตกตะกอนเป็นก้อนให้รู้สึกกระวนกระวายไม่หยุดทั้งหมดนี้เป็นเพราะกำลังหวาดกลัว กลัวนางจะเป็นเหมือนสิบแปด กลัวนางตาย...

            หลินหลานหรูอ้าปากหวอนางรู้สึกขนลุก ยื่นมือข้างหนึ่งรับของมาอย่างงุนงงวางถังไม้แล้วกวาดสายตาชื่นชมมีดอย่างพินิจพิจารณาราวกับจะมองให้ทะลุถึงจิตใจคนให้ ทว่ามีดดีไร้รอยขีดข่วน ตำหนิเล็กๆ ยังมองไม่เห็นนับประสาอะไรกับจิตใจอันลึกลับเกินค้นของสิบเก้า

            เนื้อมีดทำจากเหล็กกล้าคมกริบแวววาวสะท้อนเงาหน้าของคนถือด้ามจับเป็นไม้หลีคุณภาพสูง แกะสลักลวดลายอย่างประณีตงดงามจับตา ขนาดเหมาะมือน้ำหนักพอดี สักลายอสรพิษคาบแก้วบนใบมีดให้ความรู้สึกเหมือนอาวุธเทพอย่างไรอย่างนั้น

            "มีดนี้ไม่ใช่คนระดับกากเช่นเจ้าจะครอบครองได้จริงๆสมกับเป็นรางวัลอันดับหนึ่ง ให้ข้าดูหน่อย"สี่สิบเอ็ดแย่งมีดไปจากมือของหลินหลานหรู

            หลินหลานหรูเหล่มองสี่สิบเอ็ดอีกฝ่ายเยี่ยมหน้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ได้แย่งมีดเล่มหนึ่งไปจากนางอย่างไม่สนมารยาท ทว่าไม่ได้ไม่พอใจอะไรแต่ติดใจประโยคที่ว่านาง 'กาก' เกินจะครอบครองมีดชั้นดี มันเจ็บจี๊ดๆ ในใจเป็นที่สุด

            เจ้าของมีดตัวจริงเหมือนรู้จึงฟาดมือตบป๊าบเข้าที่ท้ายทอยสี่สิบเอ็ดกระทั่งคนถูกตีทีเผลอเจ็บจนร้องอูยเบาๆ

            "ข้าไม่ได้ให้เจ้า คืนให้นาง"สิบเก้าแย่งมีดมาถือ จากนั้นจึงเอ่ยถามหลินหลานหรูต่ออีกประโยค"นางใช้สิ่งใดบังคับเจ้า"

            สี่สิบเอ็ดกลัดกลุ้มอยากกล่าวแย้งแต่ไร้น้ำหนักในคำพูด เหตุใดไปๆ มาๆ เป็นตนที่กลายเป็นคนผิดทั้งที่เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเจ้าเด็กใหม่อยากรู้ที่กำเนิดของหินวิญญาณมิหนำซ้ำเจ้าเด็กอัปลักษณ์นี่ยังลดคุณค่าของหินวิญญาณแค่ใช้ให้แสงสว่าง

            ใบหน้าหลินหลานหรูมีรอยยิ้มขณะลอบมองสี่สิบเอ็ดแวบหนึ่ง"ข้าอยากได้หินวิเศษ สี่สิบเอ็ดรู้ว่ามันอยู่ที่ใด"

            หินวิเศษ? นางไม่รู้จริงๆหรือว่าหินวิญญาณใช้ทำอะไร

            "นำทาง" สิบเก้าสั่ง

            สี่สิบเอ็ดแทบรากเลือด

            คืนนี้ลมแรงหลินหลานหรูจึงหยิบเสื้อมาสองตัว และเตะถังไม้ให้ชิดด้านใน ไม่ให้ขวางทางเดินก่อนยิ้มพรายเดินตามสิบเก้า งานนี้คนขาดทุนที่สุดคือสี่สิบเอ็ด

             

             

            ดึกสงัดกลางป่ามรกตลมกระโชกพัดมาเป็นช่วง เด็กหญิงสามคนเดินเร้นกายหายไปตามเงามืดในป่าไม้ต่อแถวเรียงหนึ่งระวังภัยให้กันหน้าหลังสี่สิบเอ็ดใช้หินวิญญาณส่องสว่างนำทางเป็นระยะ

            "ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามพวกเจ้าหาเรื่องตายโดยแท้ที่แอบเข้ามา!" สิบเก้าเริ่มหัวเสีย รู้สึกว่าคนที่โง่งมที่สุดก็คือนางพอรู้ว่าทั้งหมดนี้ต้นเหตุมาจากหลินหลานหรูก็ยิ่งรู้สึกเสียดายที่ยกมีดสองเล่มนั้นให้นางจอมมารน้อยตนนี้น่าชังนัก!

            สิบเก้าถือมีดยาวเตรียมไว้รอเสือโคร่งเรียบร้อยกฎมีเขียนไว้บนกระดานชัดเจน อาณาเขตหวงห้ามเต็มไปด้วยสัตว์ใหญ่และสัตว์ดุร้ายมิควรเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ลำพังนางกับสี่สิบเอ็ดนั้นไม่เป็นไรเจอเสือโคร่งคงรับมือได้คนละตัว แต่อีกคนที่วรยุทธ์อ่อนหัดถึงขั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเก่งแต่วางแผนหลอกล่อผู้อื่นจนหัวหมุน

            กระนั้นเมื่อถึงคราวจวนตัวเข้าจริงๆทักษะการหนีสูงยิ่งกว่าพวกนางสองคนอีก เคยตะลึงกันมาก็หลายหน

            เดินมาสักพักใหญ่รอบข้างกลับเงียบกริบใบไม้ไม่ขยับ ลมไม่พัดผ่าน เสียงหรีดหริ่งเรไรหายเงียบมีเพียงเสียงฝีเท้าสามคู่ดังฉับๆ ในความเงียบตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ที่ตกอยู่ภายใต้บรรยากาศวังเวงแสนกลเช่นนี้

            หลินหลานหรูสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อของตัวเองหากแต่เป็นเหงื่อเย็นที่พาให้ทั้งร่างหนาวสะท้านความรู้สึกข้างในสอดคล้องกับบรรยากาศสุดแสนวังเวงเวลานี้เป็นอย่างดี

            "เออ..."เสียงสี่สิบเอ็ดดึงหลินหลานหรูลงจากจินตนาการอันสูงลิ่ว กล่าวชี้แจงเกรงจะเข้าใจผิดจนตื่นกลัวไปโดยใช่เหตุ "ลืมบอกไปว่าบริเวณนี้ผู้คุมจะเดินตรวจทุกสองชั่วยามเมื่อครู่เพิ่งครบชั่วยามพอดี สัตว์ตื่นคนจึงหยุดร้อง ...ไปทางนั้น"

            เป็นครั้งแรกที่หลินหลานหรูนึกอยากตบศีรษะคนเป็นศีรษะที่มีหมายเลขหลักสี่สิบด้วยทว่าความคิดนี้ไม่อาจได้รับการสนองตอบตามที่ต้องการ เมื่อหูสัมผัสได้ยินบางสิ่งพัดมาตามกระแสลม"ข้าได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย ...ทางนั้น"

            สี่สิบเอ็ดมีสีหน้าเคร่งขรึมหลังมองตามทิศที่หลินหลานหรูบอกจากนั้นจึงเอ่ยเสียงหนัก จริงจังขึ้นมาจนน่าประหลาด "ไปไม่ได้!"

            "เพราะอะไร!"หลินหลานหรูแปลกใจ

            สิบเก้ากล่าวไขความกระจ่างในความหมายของสี่สิบเอ็ดที่ต้องการสื่อ"หากที่นี่เป็นเขตหวงห้าม ถัดเข้าไปทางนั้นก็คงเป็นเขตต้องห้ามหากถูกจับได้ความผิดคือตายสถานเดียว"

            เด็กหญิงสองคนยืนยันหนักแน่นไม่ว่าอย่างไรการเข้าไปในเขตต้องห้ามก็ถือเป็นการกระทำผิดกฎอย่างร้ายแรงสำหรับหลินหลานหรูนางย่อมไม่หาเรื่องเสี่ยงตาย เพียงแต่...

            "แต่ข้าว่า...ที่พวกเจ้ายืนอยู่ก็เป็นเขตต้องห้ามแล้วมิใช่หรือ"นางชี้ไปที่ตัวอักษรบนแผ่นไม้ผุด้านหนึ่งมีปลวกกินไม้ไปแล้วกว่าครึ่งซึ่งซ่อนอยู่ในพงหญ้าใบแห้งอีกทีมีอักษรตัวเดียวที่เขียนไว้ แต่ชัดเจนว่าคือเขตอันตราย

            สี่สิบเอ็ดกระโดดโหยงหวังถอยไปให้พ้นเขตต้องห้าม "นี่มันปรักปรำกันชัดๆ ข้าไปมาหลายรอบไม่เคยเห็นแผ่นไม้วางตั้งอยู่ตรงนี้"

            สิบเก้าขยับเข้าใกล้แผ่นไม้แหวกพงหญ้าสำรวจว่าใช่อาณาเขตต้องห้ามจริงหรือไม่ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรหมุนตัวชวนกลับทันที ส่วนเรื่องแหล่งกำเนิดหินวิญญาณถือเป็นอันล้มเลิกความคิดไปที่ไม่ควรเสี่ยงก็อย่าเสี่ยง หินก้อนเดียวนับเป็นอะไร มีค่าให้เอาชีวิตไปแลกหรือ

            ทุกคนเข้าใจความหมายในเรื่องนี้ดีดังนั้นต่างหมุนตัวกลับโดยเห็นพ้องต้องกัน

            คืนนี้ฟ้าปิดลมแรงสาบานได้ว่าพวกนางกลับค่ายไปแล้วจริงๆ

            "ข้าหลง" สิบเก้าเอ่ยหน้าตาย

            ไม่รู้เดินกลับอย่างไรให้หลงมาไกลตั้งสามลี้ที่สำคัญคือหลงเข้ามาในเขตต้องห้ามราวจงใจอย่างไรอย่างนั้นเท่ากับเดินหน้าต่อไม่ใช่ถอยหลังกลับแล้ว ดังนั้นแม้ปากบอกว่าหลงทางแต่แววตาแพรวพราวอยากรู้อยากเห็นเป็นคลื่นน้ำจนน่าหมั่นไส้

            "ข้าตามหลังสิบเก้ารู้ตัวอีกทีก็หลงมานี่แล้ว ...แปลกประหลาดมาก"

            แปลกประหลาดอันใดเล่าประโยคนี้สี่สิบเอ็ดตั้งใจแก้ตัวพร้อมโยนความผิดให้ผู้อื่นอย่างแนบเนียน

            หลินหลานหรูเอาบ้างนางทำหน้าเครียด ต่อให้เป็นคนเดียวที่จำเส้นทางได้แม่นยำกว่าใครแต่เหตุเพราะ...แกล้งหลง จึงซ่อนรอยยิ้มไว้ในส่วนลึก "ไหนๆ ก็เข้ามาแล้วเดินดูอีกหน่อยดีหรือไม่ เผื่อเจอทางกลับค่าย"

            แม้นกล่าวประโยคนี้ไปก็ไม่มีใครคิดเดินย้อนกลับอาศัยแสงสว่างจากดวงไฟริบหรี่ที่มองเห็นแต่ไกลนำทางไป...

            รอจนเบื้องหน้าปรากฏอาคารสูงสามชั้นสองชั้น และชั้นเดียวทรงประณีตงดงาม โคมแดงแขวนระย้าตามมุมเสา สร้อยมุกสีทับทิมห้อยเรียงประดับเป็นชั้นเหนือหน้าต่างผนังไม้และเสาแกะสลักลงรักปิดทองและเงินไว้อย่างหรูหราเสริมด้วยกระดาษสีและแสงหลากสีสัน

            ทุกอาคารล้วนโอ่อ่างดงามจับตาราวกับมีชีวิตไว้อวดโฉมกลางกรุงต่างกันแค่บรรยากาศหดหู่คล้ายถูกทอดทิ้งในตรอกลึก ปราศจากผู้คนพลุกพล่านแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนแล้วยืนชมด้วยรอยยิ้มไม่เช่นนั้นคงยากจะเชื่อว่ามีสถานที่เช่นนี้ตั้งอยู่บนเกาะ ซ่อนไว้หลังเขาอีกที

            เสียงบรรเลงเครื่องสายและอีกหลายชนิดทั้งดีด สี ตี เป่า ขับกล่อมลำนำตลอดทั้งคืนแต่กลับฟังดูแข็งกระด้างไร้ความละเอียดอ่อน ราวคนเล่นขาดทักษะและอารมณ์สุนทรีย์ร่วมหากเทียบคงเปรียบได้กับแม่นางน้อยถูกบังคับเข้าหอศิลป์แทนที่คนฟังควรจะคล้อยตามเนื้อหาบทเพลงอันลึกซึ้งกลับชวนให้รู้สึกระคายหูแทบอยากยกมืออุด

            "ตั้งแต่เกิดมาจนสูญเสียความทรงจำนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเพลงแล้วรู้สึกสยอง" สีหน้าสี่สิบเอ็ดบอกชัดว่ารู้สึกเช่นไรสะพรึง...

            บรรยากาศของที่นี่ครึกครื้นประดุจหอวังวสันต์ยิ่งดึงยิ่งคึกคัก แว่วเสียงเด็กสาวหัวเราะหยอกเย้ากันสนุกแฝงไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นไร้สิ่งกังวลใจหากไม่เห็นว่าชายสวมหน้ากากยักษ์ยืนคุมประปราย พร้อมเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดกอปรกับรอบทิศมีหอสังเกตการณ์ยืนยามเฝ้าราวค่ายทหารคงคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าเป็นสถานที่เริงรมย์สนองตัณหาของบุรุษ

            ทว่าความจริงนั้น...

            "ค่ายฝึกโฉมงามเป็นเพราะมีเขตต้องห้ามกั้นขวางระหว่างสองค่ายฝึกฝั่งทางเราจึงไม่รู้ว่าพ้นเขตป่ามาแล้วยังมีค่ายนี้อยู่ตามกฎคือเด็กของสองค่ายฝึกไม่ยุ่งเกี่ยวกัน หากบุกรุกจะมีโทษสถานหนัก"สิบเก้าเอ่ย กฎมีเขียนไว้บนกระดาน อยู่ที่ใครจะสนใจอ่านมันหรือไม่ แน่นอนว่าคนคนนั้นคงไม่ใช่สี่สิบเอ็ด

            "ที่นี่ดีกว่าค่ายฝึกนรกของพวกเราหลายเท่าอีกอยู่มาตั้งนาน ไม่รู้เลยว่ามีสวรรค์เช่นนี้อยู่บนเกาะ"นัยน์ตาสี่สิบเอ็ดสาดประกายเจ็บใจในความอยุติธรรมกำหมัดทุบเข่าด้วยความรู้สึกไม่เท่าเทียม"เพราะอย่างนี้ไม่ว่าจะกวาดตาไปทางใด ล้วนมีแต่พวกอัปลักษณ์!"

            หลินหลานหรูฟังแล้วเหมือนถูกชกหน้าด้วยหมัดล่องหนในบรรดาเด็กในค่ายฝึกนางอัปลักษณ์ที่สุด พูดเช่นนี้ใช้สมองคิดแล้วใช่หรือไม่

            สี่สิบเอ็ดถูกสายตาพิฆาตกำลังจ้องเล่นงานจึงกล่าวแก้ไขทว่าเอ่ยไปแล้วกลับยิ่งหนักหนาสาหัส "เจ้าอัปลักษณ์อยู่แล้ว อย่าร้อนตัว"

            สิบเก้าตบป๊าบที่ศีรษะคนกล่าววาจาระคายหูไม่จรรโลงใจตบเร็วยิ่งกว่าแมลงบินเสียอีก "ในสายตาข้า นางงดงามกว่าเจ้าพันเท่านัก"

            ยอมแพ้... สี่สิบเอ็ดขอยอมแพ้ไอขลุกๆ จนตาเหลือก กล้ำกลืนความงามของเด็กอัปลักษณ์ลงท้องพึมพำในความมืดประหนึ่งบ่นไปเรื่อย "เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้นต่อให้คนทั้งโลกงามหมดข้าก็เห็นด้วย"

            แรกเริ่มคือหลบมองอยู่ห่างๆหลังพุ่มไม้ ต่อมาขยับไปใกล้พงหญ้าข้างกำแพงผ่านไปหนึ่งเค่อพวกนางคงมองไม่ชัดถนัดตาถึงได้สละที่ซ่อนมาหลบอยู่ใต้เงาหน้าต่างของอาคารสองชั้นด้านหลังสุดติดกำแพง

            แว่วเสียงเด็กหญิงดังลอดมาจากห้องด้านในสามารถจับใจความได้อยู่บ้าง

            "...เสี่ยวเหวิน"เสียงเอ่ยอ่อนหวานเข้าขั้นฟังแล้วเคลิ้ม แต่กลับแฝงเจตนาร้ายถึงสามส่วนกับคำข่มขู่ในประโยคต่อมาเรียกได้ว่าเลือดเย็นยากหาใครเปรียบ"หากพรุ่งนี้เจ้ายังหาของที่ข้าต้องการมาไม่ได้ รอเสียงระฆังดังขึ้นเมื่อไรเทียนไขบนโต๊ะนี้จะไม่ใช่แค่ลนสายพิณเจ้าเหมือนอย่างคืนนี้แต่จะเคลื่อนมาลนหน้าเจ้าด้วย"

            ต่อมามีเสียงสั่นเครือเอ่ยตอบเบาหวิว"เหตุใดเจ้าชอบตามระรานข้านัก..."

            ฉับพลันนั้นมีเสียงวิ่งตื่นตระหนกมาตามโถงทางเดินของอาคารก่อนโพล่งขึ้นกลางห้อง

            "แย่แล้ว มีผู้บุกรุก!"

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน