เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 45 ประลองเทพจักรวาล


    เสิ่นเฟิงต่อยหมัดใส่หลังหวงเทียนเหยา พลังหมัดครอบคลุมไปด้วยไอสีแดง ความรุนแรงของหมัด สามารถสังหารม้าหรือเสือทั้งตัวให้ตายได้
    ขณะที่หมัดของเสิ่นเฟิงจะบรรลุถึง หวงเทียนเหยาพลันเร่งพลังลมปราณขึ้นถึงสู่ระดับสูงสุด จากนั้นตวาดลั่นทำเอาแก้วหูทุกคนแทบแตก
    เทพกระบี่ทำในสิ่งที่ทุกคนก็คาดไม่ถึง มันปล่อยกระบี่!
    หวงเทียนเหยาขยับกายก็หลบหมัดเสิ่นเฟิงได้ ขณะที่กระบี่ยังคงแนบติดกับไม้เท้าเซียนหนวดมังกร
    เสิ่นเฟิงรีบหยุดยั้งหมัดกลางคันก่อนที่จะต่อยถูกเซียนหนวดมังกร ส่วนเซียนหนวดมังกรก็ตื่นตระหนกไม่น้อย หวงเทียนเหยาใช้จังหวะนั้นพุ่งกายมาจับกระบี่อีกครั้ง จากนั้นใช้ออกด้วยเคล็ดกระบี่ขั้นสูง
    เคล็ด ‘ชักจูง’
    หวงเทียนเหยาอาศัยลมปราณที่เหนือกว่าดึงดูดไม้เท้าเซียนหนวดมังกรไปจู่โจมเสิ่นเฟิงในชั่วพริบตา
    ทั้งไม้เท้า ทั้งกระบี่แฝงไปด้วยกำลังภายในเปี่ยมล้น เสิ่นเฟิงใจหายวาบรีบถอยทันที แต่กระบี่หวงเทียนเหยาลากไม้เท้าเซียนหนวดมังกรตามติดไป เซียนหนวดมังกรรู้สึกตนเองไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ มันตกอยู่ในเคล็ดชักจูงของทวงเทียนเหยาแล้ว
    เซียนหนวดมังกรรีบปล่อยไม้เท้า หวงเทียนเหยาสะบัดกระบี่คราหนึ่งไม้เท้าเซียนหนวดมังกรก็พุ่งใส่เสิ่นเฟิงดุจสายฟ้า เสิ่นเฟิงรีบตอบโต้กลับ ต่อยหมัดเทพราชสีห์ข้าปะทะ
    ได้ยินเสียงโครมดังๆ หมัดเทพราชสีห์ต่อยไม้เท้าเหล็กเซียนหนวดมังกรปลิวกระเด็น แต่มือเสิ่นเฟิงก็สั่นสะท้าน ลมปราณของหวงเทียนเหยาและเซียนหนวดสูงส่งถึงเพียงใด เสิ่นเฟิงย่อมยากต้านรับได้
    เสิ่นเฟิงรู้สึกตาลายสมองหมุน ลำคอหวานวูบกระอักโลหิตออกมา!

    เซียนหนวดมังกรตวาดก้อง มันควงแขนเสื้อทั้งสองเป็นวงกลม เพียงชั่วลมหายใจเดียว ก็เกิดม้วนเกลียวพายุลูกใหญ่พุ่งออกมาดุจดั่งมังกร
    พลังเกลียวคลื่นมังกรวายุ!
    เกลียวคลื่นมังกรวายุพุ่งใส่หวงเทียนเหยา ก่อเกิดเป็นลมกรรโชกรุนแรงทำเอาผู้อยู่บริเวณนั้นรู้สึกร่างแทบลอยไปในอากาศ ทั้งหมดต่างต้องถอยกายไป
    เทพกระบี่จับกุมกระบี่แน่น กระบี่เปล่งแสงสีเงินสะท้อนแสงจันทร์งดงามจับตา หวงเทียนเหยาหลอมรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ มันพุ่งกายออกพร้อมเสือกแทงกระบี่
    เห็นแสงสีเงินเจิดจ้าแพรวพราวงดงามสุดบรรยาย กระบี่หวงเทียนเหยาฝ่าเข้าไปในเกลียวคลื่นพายุนั้น
    ได้ยินเสียงกระบี่กรีดอากาศ เกลียวคลื่นพายุถึงกับถูกกรีดขาดเป็นสองส่วนจากนั้นสลายกลายเป็นลมธรรมดา เซียนหนวดมังกรตื่นตระหนกถึงขีดสุด กระบี่หวงเทียนเหยาสามารถตัดได้แม้กระทั่งลมปราณ นี่คือสุดยอดวิชากระบี่อย่างแท้จริง
    ชั่วพริบตาที่เสียสมาธิ กระบี่เงินก็จี้ใส่คอเซียนหนวดมังกร เฒ่าแซ่ตู๋ทราบดีว่ามิอาจหลบได้ทัน ได้แต่รามือรอความตาย
    ทันใด ทวนดำเล่มหนึ่งเสือกแทงมา ปลายทวนปะทะกับปลายกระบี่พอดี
    ความแม่นยำของท่าทวนนี้ บรรลุถึงขั้นสูงสุด!
    เมื่ออาวุธทั้งสองสัมผัสกันก็เกิดเป็นคลื่นพลังกระจายออกรอบด้าน กระแทกเซียนหนวดมังกรถอยไปเกือบสิบก้าว ส่วนหวงเทียนเหยาและคนถือทวนต่างถอยกายไปคนละก้าว
    บุรุษชุดดำถือทวน ใส่ชุดรัดกุมผู้หนึ่ง ผูกผ้าโพกหัวสีแดง ผมยาวดำขลับ ใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึม จ้องมองมายังหวงเทียนเหยา คนผู้นี้คือเทพจักรวาลหลี่หย่ง บุตรชายของหลี่กวนหยางประมุขตำหนักเทพธรณิน มันคือหนึ่งในหัวหน้าหน่วยของตำหนักเทพธรณิน พลังฝีมือมันยังเหนือกว่าเซียนหนวดมังกร แต่ที่มันมิได้เป็นผู้นำหัวหน้าหน่วยทั้งห้าเพราะหลี่กวนหยางเห็นแก่เซียนหนวดมังกรทำงานให้ตำหนักเทพธณินมาช้านาน และมีอาวุโสสูงสุด จึงตั้งเซียนหนวดมังกรเป็นผู้นำทั้งห้าหน่วย
    “นึกไม่ถึงในโลกจะมีผู้ใช้กระบี่ได้สูงส่งถึงเพียงนี้” หลี่หย่งกล่าว
    “เจ้าคือ?”
    “ข้าหลี่หย่ง บุตรชายของประมุขหลี่กวนหยาง” หลี่หย่งตอบ
    “ข้าหวงเทียนเหยา”
    หลี่หย่งยกมือประสานเป็นการคารวะ มารยาทมันดีอย่างยิ่งจนเหนือคาดหมายหวงเทียนเหยา
    “ได้ประลองกับจอมยุทธหวง นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”หลี่หย่งกล่าวขึ้น
    “มิกล้า”
    หวงเทียนเหยาตึงเครียดในใจเล็กน้อย หลี่หย่งผู้นี้สุขุมรอบคอบ ไม่ก้าวร้าว ไม่ถือดี นับเป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่าเซียนหนวดมังกรหรือเสิ่นเฟิงมากนัก
    หลี่หย่งพลันกล่าวว่า
    “หัวหน้าหน่วยตู๋ ท่านนำกำลังไปค้นหาตัวไป๋เหวินโจวหลังป่า”
    เซียนหนวดมังกรรีบรับคำ มันโบกมือพาพรรคพวกรวมทั้งเสิ่นเฟิงไปค้นหาไป๋เหวินโจวทันที

    หลี่หย่งกล่าว “โปรดชี้แนะ”
    หวงเทียนเหยาพยักหน้า หลี่หย่งย่อเข่าเล็กน้อย เท้าขวาอยู่หน้า เท้าซ้ายอยู่หลัง ตั้งท่าเสือกทวนไปเบื้องหน้า ส่วนหวงเทียนเหยายืนถือกระบี่นิ่งสงบ
    หวงเทียนเหยาทราบว่าหากปล่อยเนิ่นนานไป พวกเซียนหนวดมังกรอาจพบไป๋เหวินโจวได้ แต่หลี่หย่งตั้งท่านิ่งสงบดุจขุนเขา ไม่มีช่องว่างรอยโหว่ให้จู่โจมแม้แต่น้อย ในการประลองเช่นนี้ ผู้ใดใจร้อนก่อน ผู้นั้นก็พ่ายแพ้
    ผ่านไปราวชั่วน้ำเดือด หวงเทียนเหยาถามว่า“จะยืนจ้องกันเช่นนี้หรือ?”
    “ท่านร้อนรน?” หลี่หย่งถามกลับ
    “ข้ามาเพื่อต่อสู้ มิใช่มายืนจ้องตา”
    “ตกลง ลงมือถือเถอะ”
    พริบตาดุจประกายไฟ หวงเทียนเหยาสะกิดเท้าพร้อมแทงกระบี่ออก หลี่หย่งก็พุ่งกายเสือกแทงทวนไปเบื้องหน้า
    เคร้ง!
    กระบี่ทวนประทะกันอย่างรุนแรง ข้อมือทั้งสองล้วนสั่นสะท้าน หลี่หย่งแทงทวนรวดเร็วดุจแสงอัสนีบาต เพียงอึดใจก็แทงออกนับร้อยครั้ง แต่หวงเทียนเหยาสะบัดกระบี่ปัดป่ายทวนที่แทงมาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า
    หลี่หย่งผู้นี้ใช้ทวนยาวดุจมังกรดำตัวหนึ่ง พู่แดงที่ทวนสะบัดปลิวไสว ทวนทิ่มแทงใส่หวงเทียนเหยาอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงทวนกระบี่ปะทะกันนับสิบครั้งในพริบตา
    หวงเทียนเหยาแทงกระบี่อีกครั้ง ครานี้กระบี่แนบประกบชิดกับทวน มันใช้เคล็ด ‘ชักจูง’ หมายชักจูงกระบวนท่าศัตรูเป็นไปตามที่มันต้องการ
    หลี่หย่งสะบัดทวนเล็กน้อย กระบี่ที่แนบติดทวนดุจกาวทาไว้ก็ดีดออก นี่คือเคล็ด ‘ดีด’ ในวิชาทวน หวงเทียนเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย มันทราบว่าหลี่หย่งผู้นี้ฝึกทวนถึงขั้นสุดยอดแล้ว
    หลี่หย่งใช้ทวนดุจมังกรท่อง รวดเร็วแม่นยำและพลิ้วไหว ส่วนกระบี่ของหวงเทียนเหยาก็ว่องไวรวดเร็วประดุจหงส์เหิน ได้ยินเสียงเคร้งคร้างไม่หยุด อาวุธทั้งสองปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วน
    ทวนได้รับยกย่องเป็น ‘ราชันแห่งศาสตราวุธ’ มีความได้เปรียบที่ยาวกว่ากระบี่ และรัศมีการโจมตีก็เป็นวงกว้างกว่า ยามกะทันหันหวงเทียนเหยามิอาจเข้าประชิดตัวหลี่หย่งได้
    หวงเทียนเหยาพลันแววตานิ่งสงบ มันเสือกแทงกระบี่หลายสิบครั้งในอึดใจ กระบี่แม้แทงไม่ถูกตัวหลี่หย่ง แต่แสงสีเงินก็พุ่งออกจากปลายกระบี่อย่างรวดเร็วจู่โจมศัตรู
    หลี่หย่งเร่งพลังลมปราณเข้าไปในทวน ควงทวนเป็นรูปวงแหวนซ้อนทับกันดุจกำแพงเหล็ก ปราณกระบี่ของหวงเทียนเหยาจู่โจมเข้ามาก็ถูกวงแหวนเหล่านั้นสลายไป
    หลี่หย่งแทงทวนออกบ้าง หวงเทียนเหยาหลบไปด้านข้าง หลี่หย่งกวาดทวนตามดุจมังกรสะบัดหางฟาดใส่เทพกระบี่ทันที
    หวงเทียนเหยารีบยกกระบี่ตั้งรับ แต่แรงกวาดทวนเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล ทำเอาหวงเทียนเหยาต้องถอยกายไปสองก้าว หลี่หย่งไม่ชักช้า มันแทงทวนออกอย่างว่องไว ใส่จู่โจมใส่หวงเทียนเหยาไม่หยุด
    ครั้งนี้หวงเทียนเหยาตกเป็นฝ่ายตั้งรับ พลังทวนหลี่หย่งทุกครั้งที่แทงเข้ามา รวดเร็วรุนแรงดุจมังกรร้ายโหมจู่โจม กระแสลมจากทวนคุกคามจนหวงเทียนเหยาอึดอัด

    ฝ่ายเซียนหนวดมังกรนำพรรคพวกนับร้อยบุกไปยังบ้านไม้หลังเล็ก เสิ่นเฟิงกล่าวว่า
    “หวงเทียนเหยาบอกว่าไป๋เหวินโจวอยู่ที่นี่”
    เซียนหนวดมังกรกล่าวอย่างครุ่นคิด
    “ไป๋เหวินโจวไฉนไม่อยู่บ้านตนเอง มันกลับมาหลบอยู่ในบ้านไม้หลังนี้”
    หงหู่กล่าวว่า
    “มันอาจทราบว่าพวกเรากำลังมา จึงมาหลบซ่อนตัวอยู่หลังป่า”
    เซียนหนวดมังกรโบกมือ สาวกตำหนักเทพธรณินก็สองคนก็บุกเข้าไปยังบ้านไม้ แต่บ้านไม้ลงกลอนกุญแจด้านใน พวกมันจึงพยายามพังประตูเข้าไป แต่เสิ่นเฟิงวู่วามกว่า มันเดินเข้ามาที่ประตูไม้ จากนั้นต่อยหมัดเทพราชสีห์
    โครม!
    ประตูไม้พังกระจาย เศษไม้ปลิวว่อน เสิ่นเฟิงต้องการเห็นไป๋เหวินโจวว่าอยู่ในสภาพใด แต่ที่มันเห็นคือ…
    ไม่มีผู้ใดอยู่เลย!
    “ปราชญ์มารบริสุทธิ์ไม่อยู่” เสิ่นเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
    เซียนหนวดมังกรแปลกยิ่ง มันรีบเข้าบ้านมาดู ในบ้านไม้ไม่มีห้องหับ มีเพียงแค่กำแพงไม้ว่างเปล่า และเบาะรองนั่งไว้ฝึกลมปราณเท่านั้น แต่ไป๋เหวินโจวมิได้อยู่ในนี้
    เสิ่นเฟิง หงหู่ เซี่ยจงต่างก็เข้ามาสำรวจในบ้านซึ่งมีบริเวณคับแคบอย่างยิ่ง หงหู่กล่าวว่า
    “หรือมันหนีไปแล้ว?”
    “ไม่..หากมันหนี มันจะส่งหวงเทียนเหยามารับศึกทำไม? มิสู้หนีไปทั้งคู่ดีกว่าหรือ?” เซียนหนวดมังกรตั้งข้อสังเกต
    เซียนหนวดมังกรครุ่นคิดพักหนึ่ง จากนั้นร้องว่า
    “หลงกล! มิน่าเล่า หวงเทียนเหยาจึงบอกว่าไป๋เหวินโจวอยู่ในนี้ ที่แท้มันไม่อยู่แต่แรก มันจงใจถ่วงเวลาให้ไป๋เหวินโจวหนี!”
    ปราชญ์มารบริสุทธิ์ร้อยเล่ห์พันอุบาย เซียนหนวดมังกรเคยพบเจอมากับตัว หวงเทียนเหยาที่ดูไร้เล่ห์เหลี่ยมเมื่อแสร้งเอ่ยวาจาเท็จยิ่งหลอกพวกมันได้สนิทใจ
    “กระจายกำลังค้นหา” เซียนหนวดมังกรกล่าวขึ้น
    ขณะกำลังพูด เซียนหนวดมังกรก็ได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ
    กลิ่นไหม้!
    “หนี!” เซียนหนวดมังกรร้อง
    ตูมมมมมมมมมมมม!!!
    เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท บ้านไม้นั้นถูกระเบิดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา เศษไม้ติดไฟปลิวว่อนราวกับดาวตกเล็กๆ นับพัน
    เซียนหนวดมังกรเสื้อผ้าลุกไหม้หลายจุด มันรีบกลิ้งกายกับพื้นดินเพื่อดับไฟ เสิ่นเฟิงเองก็โชคดีพังกำแพงไม้ออกมาได้ทัน แต่หนวดเคราแดงมันลุกไหม้เป็นสภาพทุลักทุเลยิ่ง
    ทว่าเซี่ยจงและหงหู่ซึ่งพิการและได้รับบาดเจ็บ กลับหนีออกมาไม่ทัน ถูกระเบิดทำลายร่างเป็นผุยผง!
    เซียนหนวดมังกรคำราม
    “คนแซ่ไป๋ อย่าเอาแต่มุดหัวในกระดอง!”
    เซียนหนวดมังกรทราบว่าไป๋เหวินโจวจุดชนวนระเบิดจากใต้พื้นบ้าน เบาะรองนั่งก็บรรจุฝังดินประสิวไว้ ไป๋เหวินโจวซึ่งไร้วิทยายุทธกลับฆ่าหัวหน้าหน่วยมันตายถึงสองคน สร้างความเจ็บแค้นแก่มันยิ่ง
    สติปัญญาไป๋เหวินโจวยังน่ากลัวกว่าวิทยายุทธเสียอีก!
    สาวกเทพธรณินเห็นคนชุดขาวเดินมาช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาสง่างาม ท่วงท่าราวหลุดพ้นจากโลกียวิสัย แต่สีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง
    ปราชญ์มารบริสุทธิ์…ไป๋เหวินโจว

    ---- จบตอน ----ไป๋เหวินโจวยังคงเจ้าเล่ห์ แต่เขายังฟื้นฟูพลังไม่เสร็จออกมาได้ยังไง แถมตอนหน้าหวงเทียนเหยาปะทะหลี่หย่ง ไป๋เหวินโจวต่อสู้กับพวกเซียนหนวดมังกร ตัดสินกันไปใครอยู่ใครไป!ตอนหน้าขอบริจาค 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบคุณมาก



    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน