ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 119 เทพธิดา

    เช้าวันต่อมานาฟได้ทำความเข้าใจถึงวิธีการเข้าออกโลกมิติ โดยนาฟต้องผสานพลังและกำหนดตำแหน่งเข้าออกเฉพาะตนเองไว้ แต่ด้วยพลังมิติของนาฟยังไม่ถึงขั้นที่ควบคุมได้อย่างใจคิดจึงมีข้อจำกัดว่า ถ้าเข้าโลกมิติจากจุดไหน ต้องออกจากจุดนั้น

    นาฟสื่อสารกับเจ้ารุ้ง ให้มันอยู่ที่โลกมิตินี้บอกกับมันว่าเป็นเจ้าของโลกนี้แล้ว ต้องปกป้องโลกของตัวเองให้ดีที่สุด เจ้างูน้อยทำตาปริบๆเข้าใจสิ่งที่นาฟพูด แถมยังสูดลมหายใจเข้าพองตัวให้นาฟดูว่ามันแข็งแรงแค่ไหนไม่ต้องเป็นห่วง

     

    “วูซซซ!”

    รอยแยกมิติขนาด2 เมตร แยกตัวออกมาจากอากาศ ชายหนุ่มรูปงาม ผิวขาวสะอาดตา กลิ่นอายพลังไร้ซึ่งมลทินใดๆ  ค่อยๆ ก้าวออกมา นาฟที่ตอนนี้ดูจะสูงกว่าเดิมเล็กน้อยหันมองไปรอบๆ เป็นป่าโปร่ง ซึ่งไร้ผู้คน

    “อย่างแรกคงต้องแจ้งองค์กร เสียก่อน!

    นาฟหยิบสร้อยแสงจันทร์ ออกมาดู  ปรากฏมีข้อความส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก  หลักๆคือถ้ายังปลอดภัยดีให้รีบไปที่หน่วยย่อยเพื่อรายงานตัว

    นาฟรับทราบดีว่าตนเองสูญหายไปเป็นเดือนคงมีหลายฝ่ายที่เป็นห่วง

    นาฟเดินทางไปเมืองย่อยที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้อย่างรีบด่วน

    จากนั้นเข้าข้อมูลขององค์กรจากหน่วยย่อยของเมืองนี้

    ส่งรายงานเรื่องราวที่ตนประสบมาแจ้งว่าสามารถหลบหนีออกมาจากมิติรกร้างได้โดยบังเอิญ

    จากนั้นนาฟก็รับรู้อาชญากรรมของเจ้าอีกาดำหลังจากที่มันหลุดออกมา 

    “นี่มัน! ฆ่าคนไปมากมายขนาดนี้เชียวหรือนี่!

    นาฟถึงกับเก็บอาการไม่อยู่รู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างมาก แทบควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากจะออกไปวัดดวงกับมันให้ตายกันไปข้าง  แต่สุดท้ายก็ตั้งสติได้เริ่มใจเย็นลง

    มองหาวิธีสื่อสารกับสมาชิกองค์กรอีกคนหนึ่งโดยทดลองพิมพ์คำว่า “คากิหน่วยวิวัฒน์กลไก” ไม่นานก็มีการส่งรหัสกลับมา  นาฟติดต่อฝากข้อความผ่านรหัสดังกล่าวทันที

    “คากิ นี่ข้าเอง นาฟ! ข้าจะรบกวนเจ้าไปแจ้งที่แผนกของข้าว่าข้าปลอดภัยดี”

    จากนั้นนาฟทำท่าจะจากไป

    “ปี๊บ!”ๆๆ  อยู่ๆ เสียงสัญญาณก็ดังขึ้นมาทันที

    “นี่เจ้าปลอดภัยดีใช่มั๊ยนาฟ! ถ้านายยังอยู่ที่หน่วยย่อย เปิดสื่อสารด้วยเสียงได้หรือไม่? มีเสียงดังออกมาจากตู้กลไก

    นาฟเดินกลับมาเปิดช่องสัญญาณเสียง “ปี๊บๆ

    “ฮ่าๆ ช่างปาฏิหาริย์จริงๆ น้ำตาเลือดคนเก่งนายนี่มันสุดยอดไปเลยนะนาฟ!

    “อย่างที่ข้าแจ้งไปในข้อความ อยากรบกวนเจ้า ไปบอกพวกครูดอนให้ทีว่าข้าปลอดภัยและอีกไม่นานจะกลับเข้าสถาบัน

    “ย่อมได้อยู่แล้วเพื่อน! แต่นายรีบกลับมาเลยนะมีคนเป็นห่วงเจ้าเต็มไปหมด โดยเฉพาะองค์หญิงอิงอิงที่ระดมคนจากอาณานิคมใน ช่วยกันออกตามหาเจ้า!

    “อิงอิงอย่างนั้นรึ!  แล้วคนอื่นเป็นยังไงบ้าง?

    “พวกกลุ่มนักศึกษาก็หลบหนีออกมาได้ทันปลอดภัยกันทุกคน แต่นายรู้เรื่องเจ้าอีกาแล้วใช่มั๊ย!

    “อืม!

    “ตอนนี้มันทำให้ชาวอาณานิคมปั่นป่วนวุ่นวายกันไปหมดน่าเจ็บใจจริงๆ

    นาฟพูดคุยกับคากิ อยู่สักพักก็จากมา หาสถานที่ตั้ง    เกทมิติ ที่ใกล้สุด เพื่อเดินทางไปเขตพัฒนาเมืองใหม่ที่นาฟดูแลอยู่

     

    ณ สถานที่ก่อสร้างชุมชนใหม่ เจ้าหน้าที่เห็นนาฟก็ดีใจกันใหญ่ ทุกคนต่างวิ่งเข้ามารายล้อม เพราะเป็นห่วงนายช่างใหญ่กันหมด เนื่องจากนาฟที่หายไปนานโดยไม่ได้บอกกล่าว

    นาฟมองความคืบหน้าของงานที่ยังก่อสร้างไปได้ไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากแรงงานลดลง เพราะผู้คนต่างหวาดกลัวเจ้าอีกาดำ กันมาก 

    ข่าวลือมากมายแพร่หลายไปแต่ละพื้นที่บ้างก็พูดกันว่ามันดูดกลืนมนุษย์เป็นอาหาร บ้างก็พูดว่ามันเป็นสัตว์นรกที่กลับมาล้างแค้นชาวมนุษย์พลเมืองทั่วไปต่างหวาดกลัว

    ไม่กล้าเดินทางมาแถบชานเมือง

    “นายช่างใหญ่ ตอนนี้งานของเราล่าช้ามากครับพวกเราเหลือแรงงานอยู่เท่าที่เห็น  นอกนั้นต่างไม่กล้าออกมาทำงานกันอีกอย่างทางอาณานิคมมีคำสั่งให้พื้นที่แถบชานเมืองลดจำนวนผู้คนลงให้มากที่สุดเพื่อป้องกันตัวเอง

    นาฟพยักหน้าเข้าใจใน เหตุผลดังกล่าวพยายามครุ่นคิดหาทางแก้ไขปัญหานี้ แต่ก็ล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะไม่กล้าที่จะเอาชีวิตพลเมืองมาเสี่ยงด้วย

    “ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะหยุดงานก่อนชั่วคราวดีหรือไม่?  ข้าคิดว่าจำนวนแรงงานเพียงเท่านี้ไม่สามารถขับเคลื่อนงานให้คืบหน้าไปได้แถมยังเกิดภาระกับหน่วยงานที่ต้องขนย้ายวัสดุเข้ามาในพื้นที่ ในขณะที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยเช่นนี้”

    เจ้าหน้าที่พยักหน้า  “จริงๆ ข้าก็เห็นด้วยกับนายช่างใหญ่เพียงแต่รอให้ท่านกลับมายืนยัน ข้าถึงจะกล้าตัดสินใจที่จะสั่งหยุดงานไว้ก่อน”

    นาฟมองกลุ่มคนงานที่เหลืออยู่แล้วกล่าวเสริม 

    “ตอนนี้ชีวิตคนสำคัญที่สุด ท่านรีบไปแจ้งผู้คนให้รับทราบเถอะ  “ตกลง!”

    นาฟยืนมองกลุ่มแรงงานและเจ้าหน้าที่ช่วยกันปิดล้อมพื้นที่ไว้ชั่วคราวเห็นกลุ่มคนที่ทุ่มเทให้กับงาน ต้องมาหยุดชงักลง แต่ทุกสิ่งก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิต

    นาฟเหม่อมองไปบนฟากฟ้าปลายตามองไปที่ไกลๆ

     “แกต้องชดใช้สิ่งที่แกทำ!

     

    นาฟขับรถเคลื่อนพลังมาถึงเมืองตะวันตกก็เป็นเวลาค่ำแล้วนาฟเลือกที่จะขับรถกลับมาได้มองเห็นวิถีของพลเมืองในช่วงนี้ที่ต่างก็ไม่กล้าที่จะออกจากบ้านในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่อาณานิคมเพิ่มจำนวนมากขึ้นยืนควบคุมดูแลไปทั่วทุกพื้นที่ คืนนี้คงต้องกลับที่พักในเครือข่ายองค์กรก่อน

    ที่พักของนาฟอยู่ที่ชั้นสูงสุด ขณะนาฟกำลังขึ้นไปเริ่มสัมผัสกลิ่นหอมที่คุ้นเคย ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก

     

    นาฟเปิดประตูเข้าไป แสงไฟในห้องยังมืดสนิทชายหนุ่มเดินออกไปที่ระเบียง  หญิงสาวในชุดขาวยืนอยู่ตรงนั้นแสงไฟยามค่ำคืนสะท้อนกับผ้าชุด

    ทำให้นางดูราวกับเทพธิดาที่ส่องประกายงดงามเส้นผมยาวสลวยของนางปลิวไสวตามสายลมเบาๆ ดวงตาสีฟ้าใสมองออกไปยังท้องฟ้าไกลโพ้น